ร้อน..........
cherry valley forever
No title available
art blog(derogatory)

izzy's playlists!
Lint Roller? I Barely Know Her
I'd rather be in outer space 🛸

PR's Tumblrdome
Monterey Bay Aquarium

❣ Chile in a Photography ❣
No title available
dirt enthusiast
$LAYYYTER

Love Begins

@theartofmadeline
RMH

titsay
taylor price
Keni
Not today Justin
No title available
seen from France

seen from United Kingdom

seen from United States

seen from United Kingdom
seen from United States

seen from Australia
seen from United States

seen from Malaysia
seen from Germany

seen from United States

seen from Malaysia

seen from Canada
seen from United Kingdom
seen from Canada
seen from Indonesia

seen from Canada

seen from Malaysia

seen from Germany
seen from Germany

seen from India
@milalll
ร้อน..........
เหลียงจวินเสียง [ไมค์ เหลียง] [亮军翔] (์Mike Lieng)
ชื่อ : เหลียงจวินเสียง หรือ ไมค์ เหลียง เพศ : ชาย อายุ : 22 ปี รูปร่างหน้าตา สูง : 185 cm หนัก : 68 ผมสีดำ ตาสีดำ ตาตี่แบบอาตี๋ทั่วไป สูงโปร่ง ชอบใสเชิร์ตขาว กางเกงยีนส์เหมือนพี่สาว นิสัย -เหมือนมิล่าทุกประการ ยกเว้นไม่ฟอร์มจัด อิโก้ไม่สูง -เป็นคนสุภาพมาก มากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะกับผู้อาวุโส -ขี้เกรงใจ -เป็นมิตร -กับพี่สาวจะขี้เป็นห่วงและขี้บ่นมาก -เป็นคนบรรยากาศดูอบอุ่น อ่อนโยนและใจดี ประวัติ -เป็นนักศึกษาปริญญาโทคณะประวัติศาสตร์ศิลปะที่ซอบบอร์นฝรั่งเศส ตอนนี้กำลังทำวิจัย และเลือกมาเก็บข้อมูลที่มหาวิทยาลัยธัมเบลอเลียเพราะเป็นห่วงพี่สาวมาก และตอนนี้อยู่ในช่วงหาที่พักเลยมาอาศัยมิล่าบ้างบางวัน -ชอบทะเลาะกับงอนพี่สาว แต่สุดท้ายก็ต้องงอนเองยอมเองจบเอง เพราะกลัวพี่สาวเสียใจ -ออกมาจากบ้านเพราะทนกับที่บ้านเรื่องพี่สาวไม่ไหว แต่สอบไม่ติดมหาวิทยาลัยที่ธัมเบอร์เลีย ติดที่ซอบบอร์นแทน -เป็นลูกชายคนที่สามของบ้านตระกูลเหลียง -ชอบกินกับข้าวที่พี่สาวทำที่สุด -จริงๆก็ซิสค่อนดีๆนี่แหละนะ = =; -ภาษาที่พูดคล่องก็จีน อังกฤษและฝรั่งเศส -แต่เวลาอยู่กับพี่สาวมักจะพูดภาษาจีนกันมากกว่า เป็นชายหนุ่มสุภาพ ซิสค่อนดีๆคนนึงนี่เอง เจ้าตัวเคยคิดว่าตราบใดที่มิล่ายังหาคนดีๆแต่งงานด้วยไม่ได้ ตัวเองก็จะเป็นโสดไปตลอดชีวิต
Family........
"แกมันไม่ควรจะเกิดมา!!!!" "ลูกผู้หญิงอย่างแกน่ะ ฉันไม่น่าจะคลอดออกมาด้วยซ้ำ!!"
"ลูกสาวที่ทำแท้งแล้วมันไม่ออกอย่างแกมันจะไปมีค่าอะไร????"
"ฉันให้แกเรียกว่าพ่อได้ก็บุญหัวเท่าไรแล้ว???" "แกมันไม่น่าเกิดเป็นผู้หญิง แกมันไม่น่าเกิดมา!!" "พี่ใหญ่เหรอ?? ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่ามีพี่สาวอย่างเธอ?" "พี่หยวนเหอครับ อย่าว่าเจ๊แบบนั้นสิ!!!" "ทำไม??? แล้วแกมีปัญหาอะไรรึไง เป็นแค่น้องสามน่ะเงียบไปซะ???" "หยวนเหอ ถึงอาป๊ากับอาม๊าจะว่ายังไง แต่นั่นก็พี่สาวนายนะ? เสี่ยวเจี้ยนกลัวหมดแล้ว" "โว้ย!!! อะไรของพวกแก เกิดเป็นลูกชายเหมือนกัซะเปล่า จะไปสนใจพี่สาวแบบยัยนี่ทำไม???" "หยวนเหอ.....ขว้างแก้วแตกไปแบบนั้นก็ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกนะ?" "เหยียนอี้ แกน่ะมันน้องสอง ใครสั่งใครสอนให้เรียกฉันด้วยชื่อเฉยๆ!!!" "พอสักทีเถอะครับพี่ๆ!!!" "เรียนเอกประวัติฯเหรอ? อยากทำให้ฉันกับแม่แกขายหน้าก็แล้วกัน" "บังเอิญจังนะ ฉันก็เรียนเอกประวัติเหมือนเธอ" "วิชานี้เหยียนอี้ทำได้ดีกว่าไฉ่เหอเหรอ? สมแล้วที่เป็นลูกเรา" "จำใส่หัวเอาไว้ว่าลูกสาวอย่างแกมันไม่มีค่าอะไรให้พวกฉันหรอกนะ" "รีบๆให้แต่งงานออกๆไปซะ อย่างน้อยก็ได้สินสอดบ้าง" "แต่งกับใครน่ะไม่สำคัญหรอก แต่ออกๆไปจากบ้านนี้ไปสักทีเถอะ" "เจ๊.....อย่าร้องไห้นะ เจ๊ยังมีพี่รอง กับเสี่ยวเจี้ยน แล้วก็ผมนะ?" "เจ๊จะออกจากบ้านนี้ไปจริงๆเหรอฮะ?" "ติดต่อมาบ่อยๆนะ ทางผมหรือน้องสามก็ได้" "เหรอ ตัวซวยนั่นออกจากบ้านไปแล้วเหรอ? ดี หวังว่าคงจะไม่กลับมา" "ที่นี้บ้านเราก็มีแต่ลูกชายซะที"
Broke
"เขามีแฟนแล้วนะ" . "....................." . "ไฉ่เหอ ฉันบอกว่าเขามีแฟนแล้ว" . "เธอพูดถึงใครเหรอ? หลี่หลิง? อย่าเหลวไหลน่ะ" . "ไฉ่เหอ......ฉันเป็นเพื่อนกับเธอมาตั้งแต่ประถม คิดเหรอว่าฉันดูไม่ออก ว่าเธอชอบรุ่นพี่ป.โทคนนั้น วิลเลียมอะไรสักอย่าง" . "เบรนแนนท์..................." . "ไฉ่เหอ เขามีแฟนแล้ว....ผู้หญิงผมสีแดงคนนั้นที่เดินกับเขาบ่อยๆ เขาลงทุนย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยนะ" . "หลี่หลิง เธอดูจะรู้อะไรเยอะดีนะ ยกเว้นวิชาที่สอบไปเมื่อกี้....." . "ถ้าไม่ใช่เธอพูด ฉันคงจะโกรธไปแล้ว เธอก็รู้ ว่าที่บ้านฉันทำหอพัก" . "ไฉ่เหอ ตัดใจเถอะนะ..........." . "............ฉันไม่ได้ชอบเขา" . "มันอาจจะน่าเศร้า ถ้ารักแรกมันจะจบแบบนี้ แต่ ตัดใจเถอะ" . "ฉันไม่ได้ชอบเขา............." . "อย่าร้องไห้เลยน่ะ.........." . "ภูมิแพ้.........ตั้งหากล่ะ" . "ภูมิแพ้ก็ได้..........."
Meet
ภาพมหาวิทยาลัยที่ดูคุ้นตา นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กลับมา? ต้นบ๊วยต้นนั้นก็ยังอยู่ แล้วมันก็ กำลังบานสวยเชียว นั่นสิ มหาวิทยาลัยนี้ ที่ฉันจบปริญญาตรีจากที่นี่มานี่นะ? . . . "อาเจ๊ครับ!!!!!!!!!" น้ำเสียงร่าเริงบ่งบอกถึงความดีใจของผู้พูดอย่างถึงที่สุด เหลียงเจี้ยนเหวิน ลูกชายคนสุดท้องของบ้านตระกูลเหลียง วิ่งมาหาผู้เป็นพี่สาวที่เขาไม่ได้เจอมาหลายปีแล้ว "ไง? ตัวสูงขึ้นรึเปล่าเสี่ยวเจี้ยน?" เธอหันไปยิ้มอ่อนโญนที่นานๆครั้งจะยิ้มให้เด็กหนุ่มที่วิ่งมา พร้อมกับเรียกเขาด้วยคำเรียกเฉพาะที่เรียกกันในบ้าน "ใช่ไหมล่ะ? ใช่ไหมล่าาาาาา? ผมสูงกว่าเจ๊แล้ว ไม่สิ สูงกว่าพี่ๆทุกคนเลยล่ะ!!!" เอ่ยกลั้วหัวเราะแล้วมายืนเทียบกับหญิงสาว นั่นสิ ฉันสูงแค่อกเด็กนี่ไปแล้วแฮะ...... "นั่นสิ แบบนี้จะลูบหัว ก็ต้องให้เธอย่อตัวลงมาสินะ ว่าแต่ นั่งสิ?" ผายมือไปทางเก้าอี้ตรงข้าม พลางยกชามะนาวขึ้นมาจิบช้าๆ เด็กหนุ่มเดินไปนั่งตามที่อีกคนบอกอย่างว่าง่าย "เจ๊จะอยู่ที่นี่อีกนานไหมครับ? โอ๊ะ ขอโกโก้เย็นครับ!!" หันไปสั่งกับบริกรแล้วหันกลับมาหาผู้เป็นพี่สาวอีกครั้ง "อีกไม่นานก็ต้องกลับแล้วล่ะ คิดถึงเจ๊ใช่ไหมล่ะ?" เธอหัวเราะแล้วยักคิ้วให้น้องชายทีนึง "อืม คิดถึงสิ ผมเจอเจ๊ครั้งสุดท้ายก็ สองปีก่อน ตอนนั้นก็เพราะพี่เหยียนอี้ พาไปสัมนาด้วยที่อังกฤษ" เสียงเขาหงอยลงพลางหลุบตามองโกโก้ที่มาเสิรืฟแล้ว "เหรอ? งั้น.........เจ๊กลับมาอยู่บ้านดีไหม?" เลิกคิ้วถามอีกคนแบบทีเล่นทีจริง "ม!!!! ไม่ได้นะครับ ถึง ถึง ผม พี่รอง กับพี่สาม จะ จะคิดถึงเจ๊แค่ไหน แต่ว่า ถ้าเจ๊จะต้องกลับมาอยู่บ้าน แล้วต้องกลับมาเป็นเหมือน เมื่อ 6 ปีก่อน พวกผมไม่ยอมหรอกนะครับ!!" เขาเงยหน้าขึ้นมาจ้องตาเธออย่างจริงจัง ในแววตานั้นแฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างถึงที่สุด "........งั้นเหรอ? ขอบใจนะ" เธอยิ้มบางๆแต่ก็ซ่อนความดีใจนั่นเอาไว้ไม่มิด "แล้วพ่อกับแม่......เขายังโกรธเจ๊อยู่ ใช่ไหมล่ะ?" ถามพลางหลุบตามองชามะนาวที่พร่องไปกว่าครึ่งแก้ว พวกเขายัง......ไม่ตัองการฉัน อยู่เหมือนเดิม ไหมนะ? "ก็.........." เจี้ยนเหวินเม้มปากเล็กน้อยแล้วเงียบไป เหมือนเป็นคำตอบให้คนตรงหน้านี่เป็นอย่างดี เมื่อเห็นแบบนั้น ก็คงไม่ควรจะถามต่อ "แล้วพี่ใหญ่ของเธอเป็นยังไงบ้าง? ยังเผด็จการ เอาแต่ใจ ขี้โวยวายเหมือนเดิมรึเปล่า?" เธอหัวเราะเมื่อคิดถึงน้องชายที่ห่างกับเธอสองปีคนนั้นขึ้นมา "ยังเหมือนเดิมเลยครับ" ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อ่ะ เจ๊ระวังนะ พี่ใหญ่น่ะชอบมาแถวนี้บ่อยๆ อย่าให้พี่ใหญ่เจอนะ เดี๋ยวเจ๊จะยุ่งเลยล่ะ"เขายื่นหน้ามาใกล้ๆผู้เป็นพี่แล้วตอบจริงจัง "งั้นเหรอ? แย่จังนะ" เธอหัวเราะก่อนจะหันกลับไปดูนาฬิกา "อา เดี๋ยวเจ๊คงต้องกลับไปที่ไซท์งานแล้วล่ะ วันนี้โดดมานานไปแล้ว" บอกอีกคนอย่างเสียดาย "เอ๋???? เจ๊จะกลับแล้วเหรอครับ? แล้ว เมื่อไรจะได้เจอกันอีกล่ะ?" เขาเบ้ปากเหมือนเด็กเล็กๆเวลามีอะไรไม่ได้ดั่งใจ "ก็ ก็ลองถามพี่รองเธอดูสิ ว่าจะว่างพาเธอไปธัมเบอร์เลียเมื่อไร" พูดพลางลุกขึ้นแล้วคว้าเป้มาสะพายก่อนจะวางเงินพอดีกับค่าชามะนาวและโกโก้ไว้บนโต๊ะ "เจ๊ไปแล้วนะ?" หันไปบอกเด็กหนุ่มที่ท่าทีเศร้าลงถนัดตากว่าเมื่อครู่ ดูคล้ายหูลู่หางตกยังไงอย่างนั้น "กอดเจ๊หน่อยได้ไหม?" เขาเงยหน้ามาถาม เหมือนจะมีน้ำตาคลอหน่วยอยู่หน่อยๆ "เอาสิๆ" เธอหัวเราะแล้วเดินไปกอดน้องชายแน่นๆพลางลูบหลังเบาๆ "เป็นเด็กดี เชขื่อพี่รองเธอเยอะๆนะ มีอะไรก็โทรมา" "............." ไม่มีการตอบรับใดๆ แต่รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆหน่อยๆ "เจ๊ไปแล้วนะ" เขย่งตัวลูบหัวน้องชายเบาๆอีกทีแล้วผละออก ก่อนจะโบกมือให้อีกครั้งแล้วเดินไป ทิ้งให้เด็กหนุ่มนั่งหงอยมาโกโก้เย็นที่ตอนนี้น้ำแข็งละลายหมดแล้ว อยู่ที่โต๊ะคนเดียว
002
".......สำหรับสถาปัตยกรรมโดดเด่นของแถบอินเดียใต้นั้น คือซุ้มโคปุระขนาดใหญ่...." น่าเบื่อ...... . . คาบประวัตติศาสตร์ศิลปะอินเดียอีกแล้ว ที่ลงน่ะ ก็เพราะเลือกเสรีเหลืออีกตัวเดียว แล้วก็ไม่รู้จะลงอะไรต่างหาก หลับดีไหมนะ? ว่าแบบนั้น แต่ก็ไถลลงมานอนกับโต๊ะแล้วนี่นา เบื่อจัง . . . "ขอนั่งด้วยนะครับ?" ภาษาจีนสำเนียงแปร่งหู่แบบที่เธอเคยได้ยิมมาแล้วครั้งหนึ่งดังขึ้นจากทางขวา เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปพยักหน้าเบาๆแล้วเขยิบที่ให้ ก้มหน้าหลุบตามองโต๊ะซ่อนใบหน้าแดงๆเอาไว้ แสร้งทำเป็นมองเลคเชอร์เหมือนสนใจเนื้อหาวิชาเรียนเหลือเกิน แต่ก็คงมีแต่วิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำให้เธอซ่อนความอายแบบนี้เอาไว้ได้ "..........." ค่อยๆลอบมองทางด้ายขวาของตัวเอง ร่างสูงที่นั่งข้างๆจดจ่ออยู่กับสไลด์ตรงหน้าจนไม่ได้สนใจอะไรรอบตัว ดูเหมือนจะมาสาย? นั่นสิ วิชานี้พวกป.โท ลงได้นี่นะ......... คิดพลางลอบมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มไปพลางๆ . . อย่างน้อยก็ แก้เบื่อเวลาเรียนได้ล่ะนะ....... ผมหยักศกสีทอง ตาสีฟ้าใส แว่นกรอบเหลี่ยม จมูกโด่งเป็นสัน โด่งมากๆเลยล่ะ....... . . เสียงอาจารย์บรรยายสไลด์ยังคงดังอยู่เรื่อยไป แต่ดูเหมือนเด็กสาวจะไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่บนสไลด์นั้น เธอทำเหมือนฟุบหลับไป แต่ก็ลอบมอง คนข้างๆตลอดเวลา กระทั่งหมดคาบ เด็กสาวค่อยๆทำเหมือนเพิ่งตื่นแล้วเก็บของตัวเองลงกระเป๋าอย่างอ้อยอิ่งเหมือนเสียดายเล็กๆ ก่อนจะรู้สึกหนักๆบนหัวเหมือนมีมือใครมาวางเอาไว้เบาๆ เธอค่อยๆหันไป แล้วก็พบว่าเจ้าของมือนั้นก็คือคนที่เธอนั่งจ้องเขามาทั้งคาบนั่นเอง เขายิ้มบางๆ สายตาทอดอ่อนโยนมา รอยยิ้ม ที่ทำเธอใจเต้น จนควบคุมตัวเองไม่ได้ "เมื่อคืนนอนไม่พอสินะครับ? ปี 3 ก็แบบนี้แหละ พยายามเข้านะ?" เค้ายิ้มตบท้ายก่อนจะเดินหายไป ทิ้งเอาไว้แต่เด็กสาวที่ยืนค้างอยู่แบบนั้นเกือบครึ่งค่อนชั่วโมง..... "ปละ......เปล่าสักหน่อย......."
001
"ไม่ทราบว่า ภาคโบราณคดีไปทางไหนเหรอครับ?" . . . ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนเปิดเทอม ประมาณปลายมีนา แบบนี้ ดอกบ๊วยกำลังเริ่มบานทีละน้อย ทั่วทุกพื้นที่ในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยดอกบ๊วย มันก็สวยดี แต่ก็ยังไม่พอที่จะดึงดูดเด็กสาวผมยาวที่กำลังร้อนรนเพราะทำก้นภาชนะดินเผาแบบชิงไป๋ลวดลายปลาคู่หายไป เธอเพิ่งไปยืมมาจากผู้เป็นพ่อแท้ๆ ชิ้นนั้นเป็น Small find ด้วย (โบราณวัตถุชิ้นพิเศษ) เธอยืมมันมาเพื่อที่จะเอามาทำรายงานแท้ๆ ไปไหนนะ เมื่อเช้าก็ยังอยู่แท้ๆ? เธอเดินวนไปมา ระหว่างทางเชื่อมตึกภาคประวัติศาสตร์ กับภาคโบราณคดี เดินก้มหน้าย้อนไปตามทางที่เดินผ่านเมื่อเช้า ทำไมนะ? ไม่เจอ? ถ้าคุณพ่อรู้? นั่นมันยิ่งกว่าหายนะ!!!! ทำยังไงดีนะ? ทำยังไงดี? นั่นสมอลล์ไฟด์ด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว พอยิ่งกลัวก็ยิ่งร้อนรนจนเธอแทบคลั่ง . . . "ไม่ทราบว่า ภาคโบราณคดีไปทางไหนเหรอครับ?" ภาษาจีนสำเนียงแปร่งหูเรียกเธอให้ตื่นจากภวังค์ เด็กสาวหันไปมองด้วยสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย เมื่อเห็นเขาผงะ จึงค่อยๆคลายคิ้วที่ขมวดลง "อ....เอ่อ คือ ผม เจอ นี่ ที่บันได เลยคิดว่าจะเอาไปคืน ที่ เอ่อ ภาคโบราณคดี" เขากระอักกระอ่วนเล็กน้อย มือค่อยๆชูถุงก้นภาชนะดินเผาที่เด็กสาวกำลังหาอยู่ขึ้นมา เธอเบิกตากว้าง ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือตกใจก่อนดี "ของ ของฉันเองค่ะ คือ คือ ขอบคุณนะคะ แล้วก็ขอโทษด้วยเมื่อกี้ คือ ขอบคุณ จริงๆค่ะ!!" เธอรวบถุงนั้นมาแล้วยิ้มกว้างจนตาหยีดีใจอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนนานมา นานมากเหลือเกิน พลางโค้งประหลกๆ ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงข้ามได้แต่ยิ้ม.....ยิ้มแต่เพียงบางๆเท่านั้น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นของเขาหรี่มองเธออย่างอ่อนโยน เพราะอะไรก็ไม่รู้ถึงละสายตาไปจาก สายตาที่จ้องมานั่นไม่ได้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ หัวใจถึงเต้นระรัว ใบหน้าถึงร้อนผ่าวจนไร้การควบคุมเช่นนี้ ชั่วขณะนั้น เพียงสายตาสบกันแค่นั้น รอบยิ้มนั่น สำหรับเด็กสาวแล้ว นั่นคือแสนนาน . . . . "วิลล์คะ? เจอไหม?" เสียงหวานดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ปลุกทั้งคู่ขึ้นจากภวังค์ ชายหนุ่มเอี้ยวตัวผ่านเด็กสาวไป "อืม เจอแล้วล่ะ เด็กคนนี้ทำหายน่ะ ดูเหมือนจะเป็นนักศึกษาที่นี่"เขาตอบเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงบริทิชเพราะสะดุดหู เด็กสาวเม้มปากช้าๆ ก้มหน้าหลุบตามองพื้นเหมือนทำอะไรไม่ถูก "งั้นเดี๋ยวผมไปก่อนนะครับ ขอบคุณ คุณมากนะ คุณ......." เขาหันกลับมาพูดกับเธอเป็นภาษาจีนสำเนียงแปร่งหูเช่นเคย "ไฉ่เหอค่ะ เหลียงไฉ่เหอ นักศึกษา เอ่อ ตึกนั้น ภาควิชาประวัติศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ค่ะ" เด็กสาวแนะนำตัวทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่ ตอนนี้หน้าเธอมันต้อง แดงมาก......แน่ๆ "อ่อ....วิลล์ วิลเลียม เบรนแนนท์ กำลังจะมาเรียนปริญญาโทที่นี้ ภาคเดียวกับคุณ ยังไงก็ ยินดีที่ได้รู้จักครับ" เขายิ้มกว้างให้เธออีกครั้ง ก่อนจะเดินไป วิลเลี่ยม เบรนแนนท์ วิลเลี่ยม เบรนแนนท์..... เธอพึมพำเบาๆพลางกอดก้นภาชนะชิงไป๋ลายปลาคู่เอาไว้แนบอกที่ตอนนี้หัวใจมันเต้นแรงจนนึกว่าจะหลุมออกมาแล้ว . . . . . วิลเลี่ยม เบรนแนนท์.........
(ชิงไป๋ = เครื่องเคลือบเนื้อดีในสมัยราชวงศ์ชิง มีลักษณะเด่นคือมักจะทำแต่สีขาวเท่านั้น จึงเรียกว่า "ชิงไป๋" มีความสวยงามมาก)
From somewhere
"ศจ.มิล่า" เสียงหนึ่่งดังขึ้นในขณะที่ฉันกำลังล้างเชิร์ด อ่อ คริส นักศึกษาปริญญาโทที่ฉันเป็นที่ปรึกษาธีสิสของเข้า
.
"ไง?" ฉันวางแปรงสีฟันที่ตอนนี้กลายเป็นแปรงล้างโบราณวัตถุลง
.
"แผล ไม่เจ็บแล้วใช่ไหมครับ?" เขายิ้ม ยิ้มกว้างตาหยีเชียว
.
"หืม? ไม่นี่ จริงๆมันก็ไม่เจ็บมาตั้งนานแล้วล่ะ" ฉันยิ้ม แล้วก้มหน้าก้มตาล้างเชิร์ดจากหลุม S1W28 จากควอแดนท์ที่ SWQ ระดับที่ 0-40 cmdt หรือ 0-30 cm ปกติ
.
"เอ่อ ผมขอโทษนะครั้บที่ชวนศจ.มาฟิลด์ทั้งๆที่ศจ.ยังไม่หายดี" เขาบอกแบบนั้นแล้วลงมานั่งตรงข้ามกับฉันแล้หยิบถุงโบราณวัตถุ อ่อ ถุงกระดูกน่ะที่ขุดได้วันนี้มาแล้วเทใส่ถังน้ำอีกถังหนึ่งก่อนจะเริ่มล้าง
.
"ไม่นี่ ฉันก็หายดีแล้ว หมอก็แค่พันแผลให้มันน่ากลัวแค่นั้นเอง"ฉันพูดกลั้วหัวเราะพลางล้างเชิร์ดไปเรื่อย อันนี้ลายสวยดีนะ เป็นเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์ชิง
.
"ศจ.ครับ?"
.
"หืม?" ฉันเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีเขียวนั่นพอดี คริสเป็นคนที่ตาสวยนะ คิ้วเขาเข้มๆ ตัวสูง ตัวใหญ่เหมือนผู้ชายคอร์เคซอยทั่วไป
.
"ศจ. เอ่อ มีแฟน รึยังครับ?" เขาถาม แก้มซีบสีเรื่อๆเล็กๆ ทำเอาฉันยิ้มออกมา นี่คง? รวบรวมความกล้ามานานงั้นสิ?
.
"ยัง"ฉันตอบ แล้วก้มหน้าขัดเชิร์ดต่อเหมือนไม่หยี่ระอะไร
.
"งั้น.........ผม เอ่อ ชอบศจ. ไม่สิ คุณมิล่า มาตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณมิล่าสัมภาษณ์ผม เพราะงั้น......."เขาพูดกระอึกกระอัก มือไม้ปัดป่ายได้จนฉันกลัวว่ากระดูกในถังนั้นจะแตกรึเปล่า?
.
"..........ขอบคุณนะ แต่ฉันเห็นเธอเป็นแค่ลูกศิษท์เท่านั้น แล้วก็ เรียก ศจ.มิล่า ดีกว่านะ" ฉันตอบแล้วเอาเชิร์ดอันสุดท้ายขึ้นจากน้ำแล้วตากบนหนังสือพิม.....ชิ้นนี้กับอีกชิ้น ต่อกันได้นี่นะ
.
.
.
เขาเงียบไปนานพอดู นานเท่าไรก็ไม่รู้สินะ เพราะฉันบังเอิญกำลังมองลวดลายปลาคู่บนเครื่องเคลือบชิงไป๋อยู่น่ะนะ
.
"เก็บไป คิดดู ได้ไหมครับ?" เสียงเขาหงอยลงพอดู แต่ฉันก็ไม่ทันได้หันไปดูเพราะเห็นว่าถ้าลองต่อดีๆอาจจะได้ชามเต็มใบก็ได้ คงต้องไปบอกศจ.เคิร์กแล้วสินะ
.
"ขอโทษนะ ฉันมีเรื่องต้องคิดเยอะเหมือนกัน จะให้เก็บอีกเรื่องไปคิดก็คงจะลำบาก อ่อ ธีสิสเธอบทสุดท้ายจำเป็นต้องแก้นะ ไม่งั้นฉันคงให้ผ่านไม่ได้ แล้วก็อย่าเอาเรื่องนี้ไปคิดมากจนเสียงานเสียการล่ะ และสุดท้ายกระดูกน่ะ แช่น้ำไว้นานขนาดนั้นมันจะเปื่อย และศจ.เคิร์กจะขึ้นแบล๊คลิสเธอได้"
.
เขาเงียบไปสักพัก แต่ฉันก็ไม่ได้หันไปมองหรอกนะ ได้ินแต่เสียงแปรงเบาๆ คงจะเริ่มล้างกระดูกนั่นแล้วสิ
.
"ฉันขอตัว"
.
ฉันเดินออกมา ด้วยความรู้สึก ก็ไม่อะไรสักนิด ฉันก็ไม่ใช่สาวน้อย อายุอานามก็ไม่ใช่น้อย เรื่องสารภาพรักแบบนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก และ คริส เวนเนลส์ นักศึกษาปริญญาโทที่ดูร่าเริงและมุ่งมั่น ยิ้มกว้าง เขาชอบยิ้มกว้างตาหยีเสมอ ไม่ค่อยท้อถอยอะไรง่ายๆ สุภาพบุรุษ เป็นคนดี
.
เป็นคนดี......กว่าวิลล์ตั้งเยอะ แต่ฉัน ก็ไม่ชอบเขา ถ้าเมื่อกี้.........ตอบรับไปมันจะเป็นยังไงนะ? แต่ถ้าจะให้คบกับใครทั้งๆที่ไม่ได้รัก มันก็คงไม่ได้ ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น
.
คิดๆดูมันก็ตลกดีนะ ฉันที่ยังไม่หายดี แผลก็ยังเจ็บๆตึงๆอยู่ แต่ที่ฉันมาไกลจนถึงที่จีนนี่ก็คงเพราะอยากจะลองเดินทางแล้วก็คิดอะไรนิดหน่อยล่ะมั้ง
.
ได้ห่างกับเรื่องไม่สบายใจทางนั้น สักแป๊บล่ะนะ รึจะกลับบ้านเลยดี? ไม่หรอก หนีคงไม่ดี ตลกดีนะทั้งๆที่ เขาร้ายกับฉัน ขนาดนี้ แต่ ฉัน ก็ยัง รู้สึก........อยู่ดี
.
กิ่งบ๊วยไหวลู่ลม พัดพาให้กลีบดอกบ๊วยที่เพิ่งบานร่วงลงมาบ้าง ฉันกระชับผ้าคลุมไหล่เล็กน้อยแล้วเงยหน้ามองกิ่งบ๊วยนั่น
.
ฉันยังรักเขาอยู่........งั้นเหรอ?
.
พรุ่งนี้เสี่ยวเจี้ยนจะมาหา ไปนอนเถอะ
(เขียน : ฝ่าบาทไม่มาตำหนักข้า ตั้งสามเดือนแล้ว! /โดนต่อย)
((เติม : เมื่อไรข้าจะได้เลื่อนขึ้นเป็นฮองเฮานะ?))
((คอนเซ็ปคือวาดหนุ่มๆสาวๆเชื้อสายจีนในอพาร์ทเมนท์นี้ในชุดประจำชาติไงล่ะ!!))
((เอามาปล่อยก่อนไปฟิลด์ เพราะดูแล้วคงได้มาทำต่อหลังฟิลด์ = อีกครึ่งเดือน))
((จึงอัดอั้นตันใจ อยากปล่อยออกมาก่อน ;w; จริงๆนั่งทำมาจะอาทิตย์นึงละ))
((อันนี้เป็นเซ็ทสาวหมวย จริงๆเหลือเซ็ทหนุ่มๆอีก 3 คนที่ยังไม่ได้วาดคือ อาตี๋เบรน เสี่ยวไป๋ ไรลี่ย์))
((อ้าก มาภาวนาให้มันเสร็จเถอะ ไม่สิ ต้องเสร็จแน่ๆค่า ;w; ))
"ชั่วพริบตาเดียว หนึ่งดวงจิตที่แน่วแน่ ถูกลิขิตให้เป็นดั่งแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟ
รู้ทั้งรู้ว่ามันคือหายนะ แต่ก็ไม่อาจขัดขืน"
"ไม่พบกันจะดีที่สุด ไม่คิดถึงกันจะดีที่สุด เป็นหนทางเดียวที่เราจะไม่หลงรักกัน
แต่ละก้าวที่เรากรายผ่านกัน กลับเป็นก้าวที่ทำให้ใจเราถลำลึกลง"
"รู้ทั้งรู้ว่าจุดจบมันจะแสนขมขื่น แต่ฉันก็ยังไม่อยากจะหนีไป"
((เพลงที่ฟังแล้วคิดถึงเจ๊น่ะ มันช่างเหมาะกับความรักของเจ๊กับแฟนเก่าอะไรเช่นนี้ = =;))
((สภาพเจ๊วันนี้.....))
ไปรพ.มา ปรากฎว่าที่หัวนั่นต้องเย็บ แถมตาคิ้วขวาบวมอีก
แก้มขวาที่เมื่อวานแค่ช้ำๆแท้ๆทำไมวันนี้มันบวมได้ขนาดนี้นะ? = =
อา.....ฉันคงอธิบายแค่นี้ เพราะไหนจะที่แขน ขา และช่วงลำตัวอีก
คุณหมอจะให้นอนรพ.ดูอาการแต่ฉันคิดว่าคงไม่จำเป็นหรอกนะ
กลับมาอยู่มพาร์ทเมนท์ดูจะ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด มากกว่า....
จูลี่ยังมือเบากว่าพยาบาลพวกนั้นเป็นไหนๆ = =
ป.ล.ลาหยุดกับทางมหาวิทยาลัยแล้ว แย่จังนะ ต้องขาดงานจนได้
**เปิดเพลงฟังระหว่างตรวจธีสิส**
**เปิดเพลงฟังระหว่างทำงาน**
วันนี้รูมเมทย้ายเข้ามาแล้ว
เป็นเด็กที่คล้ายๆเสี่ยวหยวนมาก โดยเฉพาะอารมณ์ขี้โมโหนั่น
แต่ที่น่าสนใจคือ นี่ตั้งหากล่ะ
เด็กคนนั้นไม่ยอมบอกชื่อ ก็เลยตั้งชื่อให้เองว่า "เสี่ยวเหม่ย"
ฝากตัวด้วยนะจ๊ะเสี่ยวเหม่ย ; )
"เจ็บมาตลอดเลยใช่ไหม? เธอก็คิดว่า ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายเสียสละด้วยล่ะ? ใช่ไหม? หืม?"
.
"...เพราะว่าทนมาตลอด ก็ไม่ผิดที่เธอจะรู้สึกแบบนั้น แต่ไม่ต้องทนอีกแล้วนะ"
.
"ไม่ต้องแล้ว เก่งมากๆเลยนะที่ทนมาตลอด แต่ตอนนี้นะ ถ้าเจ็บก็บอกว่าเจ็บ เธอไม่ต้องทนอีกแล้ว มันมากพอแล้ว นะ?"
.
"แล้วคุณมิล่า...ต้องทนเจ็บโดยที่ไม่บอกใครเหมือนกันเหรอครับ..."
.
"..........ในโลกนี้ไม่ได้มีแต่เธอคนเดียวหรอกนะ ทีนี้ เราเสมอแล้วนะ......?"
.
.
.
"เสมอกันแล้วนะ?"
#401
โยฮันน์ คีฟท์ (Yohan Kib)
ผู้ชายที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดตลอดเวลา(?)
เพศ : ชาย
วันเดือนปีเกิด : 08/06/1988
อายุ : 24
เชื้อชาติ/สัญชาติ : ธัมเบอเลีย
ลักษณะภายนอก : สูง 181 หนัก 64 ผมสีน้ำตาลออกแดงๆ ตาสีน้ำตาลเข้ม
อาชีพ : นักเรียนเตรียมเอนท์สัตวแพทย์ (แต่เอนท์ไม่ติดสักที)
...
ไง....รูมเมท = =
(มุมผปค.: เย้มาแล้วๆๆๆๆ เค้า เค้ารักคุณนายดู๋ดี๋ตั้งกะเห็นชื่อค่ะ ฝากด้วยนะคะ ;v;)