"เลิกบุหรี่แล้วนะ" "เลิกยังไง" "ก็ไม่สูบไง" "แค่นั้น?" "อือ ไม่เห็นจะซับซ้อนตรงไหน"
หลังจากรู้จักคุณได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนฉันก็เลิกสูบบุหรี่ โดยที่ไม่ได้มีใครร้องขอให้เลิกทั้งนั้น คุณเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่ารังเกียจผู้หญิงที่ทำตัวเป็นสิงห์อมควัน จู่ๆ ฉันก็อยากเลิกขึ้นมาเสียเฉยๆ
ฉันบอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ได้ติดบุหรี่ เพียงแค่สูบไปเพราะไม่มีอะไรทำ น้อยนักที่จะตอบตามความจริงว่าคิดถึงผู้ชายบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต และเขาก็เป็นคนที่ถูกปกคลุมด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ อยู่เสมอ กลิ่นจะเด่นชัดขึ้นหากไล้จมูกไปตามนิ้วมือ
พอหยุดได้สักสองวันก็โหยหามันไม่ต่างจากที่เคยอาวรณ์ต่อความรัก ไม่สูบบุหรี่แล้วเวลาที่เหลืออยู่ก็ไม่รู้ว่าจะเผาผลาญไปกับสิ่งใด ดังนั้นโดยที่ไม่รู้ตัว ฉันคิดถึงคุณ คิดถึงประโยคตอบกลับสำหรับคำถามที่ไร้สาระ คิดถึงเวลาที่คุณหายไปครึ่งค่อนวันโดยที่ไม่ได้ไปคลุกตัวอยู่กับใคร แต่อยู่กับเตียง คิดถึงน้ำเสียงเวลาตั้งใจเล่าเรื่องบางเรื่อง คิดถึงสายตาที่ไม่เคยหลบหลีกหากจะสบตากัน
ฉันอาศัยอยู่บนโลกใบนี้น่าจะครึ่งหนึ่งของชีวิตแล้วด้วยซ้ำ ผ่านวัยหนุ่มสาวมาก็นานมากแล้ว คุณเองก็เช่นกัน ตัวเลขบอกอายุของคุณมากกว่าฉันเสียอีก แต่ถึงอย่างนั้นเวลาที่เราพูดคุยหรืออยู่ด้วยกันมันกลับลดจำนวนตัวเลขให้น้อยลงจนเหมือนว่านี่คือเฟิร์สเลิฟ ทั้งประหม่าและประดักประเดิด เก้กังและขวยเขิน
คุณสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย แต่นิ้วของฉันยังว่างเปล่า ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย คุณกล้าดีอย่างไรมาทำให้ผู้หญิงตกหลุมรักทั้งที่แต่งงานแล้ว คุณบอกกับเธอว่าอย่างไรในวันที่มาค้างคืนกับฉัน เพียงคืนเดียวเท่านั้นที่คุณก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว แต่รู้ไหมว่าความรู้สึกมันเดินหน้าไปไกลแค่ไหน รู้ไหมว่าฉันต้องการให้คุณสัมผัส รู้ไหมว่าฉันสาปแช่งให้เธอตาย บอกสิว่ารักฉัน แล้วฉันจะยอมเป็นเมียเก็บของคุณ








