practica de dibujo :v
asara por : https://alanitaperez.tumblr.com/

seen from United States
seen from United States

seen from Malaysia

seen from Malaysia

seen from Malaysia
seen from United States

seen from Pakistan
seen from China

seen from Türkiye

seen from United States

seen from United States

seen from United States

seen from Canada

seen from United States

seen from United States
seen from Pakistan
seen from United Arab Emirates
seen from China
seen from T1
seen from China
practica de dibujo :v
asara por : https://alanitaperez.tumblr.com/
ETDA จัดใหญ่ Digital Foresight Symposium เผยผล Foresight Research ฉายภาพอนาคตดิจิทัลในทศวรรษหน้า
กรุงเทพฯ, 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565 – สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) (Electronic Transactions Development Agency) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือพาร์ทเนอร์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา FutureTales Lab จัดงานใหญ่ ETDA Digital Foresight Symposium 2022 “Future Ready: Advancing Thailand for Digital Forward” เพื่อเปิดผล Foresight…
View On WordPress
AI for Financial Services
🤓Live! 9:30 am - 11:00 am AI in Financial Services By Alex Smith, Senior Cloud Solution Architect Manager, Microsoft APAC . 11:15 am - 11:30 am Introduction to Microsoft AI Business School By Pawish Jaishuen, Public Sector Director, Microsoft (Thailand)
ดีอี จัด Thailand Cybersecurity 2019 อัปเดตภัยคุกคามใหม่
ดีอี เดินหน้าเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลตามกรอบ SIGMA ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ด้าน ชี้ความปลอดภัยทางไซเบอร์ยังเป็นเรื่องสำคัญ หลังข้อมูลจากไทยเซิร์ตพบปี 2018 ได้รับแจ้งเหตุและประสานงานรับมือภัยคุกคามทั้งสิ้น 2,520 ครั้ง รูปแบบภัยคุกคามพบมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ ภัยจากการบุกรุกหรือเจาะเข้าระบบ ฉ้อโกงหรือหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ และการบุกรุกหรือการเจาะระบบได้สำเร็จตามลำดับ พร้อมเปิดงาน Thailand Cybersecurity 2019 เพื่ออัปเดตเทรนด์ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ยุคใหม่ งาน Thailand Cybersecurity 2019 มีแม่งานคือ ETDA ซึ่งได้จับมือกับ RSA® Conference และ CYBERTECH Global Events จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Cybersecurity Digital Transformation ให้คนไทยพร้อมรับ-ปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย ด้วยเวทีสัมมนาผู้เชี่ยวชาญมาอัปเดตและแชร์เทรนด์ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ยุคใหม่ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ยังเดินหน้าสานต่อพันธกิจการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลตามกรอบ SIGMA ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ด้าน ได้แก่ S (Cyber Security) การปกป้องคุ้มครองข้อมูล ทั้งข้อมูลส่วนตัว องค์กรและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ห่างไกลจากภัยไซเบอร์, I (Digital Infrastructure) เน้นให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่น โครงการหมู่บ้านประชารัฐ ให้ชุมชนได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต เคเบิลใต้น้ำและ smart city, G (Digital Government) เน้นวางยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น ประชาชนเข้าถึงภาครัฐดียิ่งขึ้น M (Digital Manpower) เน้นพัฒนาบุคลากรกำลังสำคัญในการเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศสู่ความเป็นดิจิทัล 4.0 และ A (Digital Applications) สื่อกลางที่ช่วยเปิดอุตสาหกรรมประเทศไทย ทั้งธุรกิจที่มีอยู่ในตลาดแล้วและธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้าน“Security”ด้านสำคัญที่ส่งเสริมให้ด้านอื่นๆ ทั้ง infrastructure government applications รวมทั้งด้าน manpower สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาระบบสารสนเทศ ถูกคุกคาม โจมตีจาก “ภัยไซเบอร์” อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ European Parliament พบสถิติภัยคุกคามไซเบอร์ของโลกที่น่าสนใจ ประจำปี 2018 คือ 92% ของการติดมัลแวร์มาจากช่องทางอีเมล์ และ Web-based attacks มีแนวโน้มการโจมตีระบบ CMS เพิ่มขึ้น รวมทั้ง Web application/injection attacks - SQL injection is the most common ส่วนฟิชชิ่งถูกใช้เป็นช่องทางการกระจายมัลแวร์ถึง 90% และเป็นต้นเหตุของ data breaches ถึง 72% ขณะที่ DDoS หรือ การจู่โจมเว็บไซต์เป้าหมายโดยอาศัยการรุมจู่โจมจากหลายๆ ที่พร้อมๆ กัน ส่วนไทยจากสถิติการรับมือภัยคุกคามของไทยเซิร์ต ปี 2018 พบว่า ได้รับแจ้งเหตุและประสานงานรับมือภัยคุกคามทั้งสิ้น 2,520 ครั้ง รูปแบบภัยคุกคามพบมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ ภัยจากการบุกรุกหรือเจาะเข้าระบบ (Intrusion Attempts) รองลงมาคือการฉ้อฉล ฉ้อโกง หรือหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ (Fraud)และการบุกรุกหรือการเจาะระบบได้สำเร็จ (Intrusions) "ภัยคุกคามไซเบอร์จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนไม่ควรมองข้าม กระทรวงดิจิทัลฯ มีภารกิจในการควบคุม กำกับดูแลและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) ให้เป็นไปตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมธุรกรรมออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ อีกทั้งยังมีบทบาทใหม่ในการเป็น Regulator ที่กำกับดูแลการทำธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์" ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ในอนาคตจะมี 2 หน่วยงานใหม่ อย่างสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและดำเนินงานในการส่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการทำธุรกรรมออนไลน์ อีคอมเมิร์ซพร้อมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนไทยให้ก้าวสู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ที่มีความมั่นคงปลอดภัยมีมาตรฐานทัดเทียมนานาชาติ ซึ่งการสร้างความมั่งคงปลอดภัยไซเบอร์นี้ ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแต่เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องเดินหน้าลงมือทำไปพร้อมกัน ด้านนางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กล่าวว่า การจัดงาน Thailand Cybersecurity 2019 ครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการจัดงานใหญ่ด้าน ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่มีจุดเริ่มต้นจากงาน Thailand Cybersecurity Week 2017 ในปี 2560 ต่อเนื่องมาสู่งาน “Big Change to Big Chance” ในปี 2561 ในโอกาสครบรอบ 8 ปีเอ็ตด้าซึ่งไฮไลต์หนึ่ง คือ งานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภายใต้การขับเคลื่อนของเอ็ตด้าเพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญว่า “ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นเรื่องของทุกคน”และมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ “งาน Thailand Cybersecurity 2019” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Cybersecurity Digital Transformation เพื่อให้คนไทยพร้อมรับ-ปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย นับเป็นงานอีเวนต์ระดับสากล โดยการผนึกกำลังกับ อาร์เอสเอ คอนเฟอเรนซ์ (RSA® Conference) และไซเบอร์เทคโกลบอล อีเวนต์ (CYBERTECH Global Events) องค์กรชั้นนำของโลกในการจัดอีเวนต์ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ที่ได้นำงาน RSA®C UNPLUGGED และ CYBERTECH ASIA 2019 มาจัดพร้อมกันเพื่อแชร์ประสบการณ์ด้าน Cybersecurity ระดับโลก ด้วยมุมมองและข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
งานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรและบริษัทชั้นนำด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติเป็นจำนวนมาก ในการจัดงานครั้งนี้องค์กรภาครัฐ เอกชน ประชาชน นิสิตนักศึกษา ฯลฯ สามารถร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น พร้อมร่วมฟังเวทีสัมมนาที่มีสปีคเกอร์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและไทยกว่า 25 คน มาให้ความรู้มาร่วมอัปเดต และแชร์เทรนด์ซีเคียวริตี้ใหม่ๆ เช่น The Next Chapter for AI: Ethics and Governance - Data Governance and Privacy Program Management - Regulator& Roles and Responsibilities - Cyberthreat Landscape in Thailand and the Asia Pacific Region ฯลฯ พร้อมชมนิทรรศการนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จากองค์กรชั้นนำทั่วโลกมากมายและการเปิดโต๊ะให้เจรจาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Cybersecurity” ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม Read the full article
🎉🎉🎉 มาเจอกับพวกเรากันที่งาน #ThailandCybersecurity2019 โรงแรม Centara Grand Central Ladprao อยู่กันยาวๆจนถึงเย็น มาร่วมแชร์ความรู้กับพวกเราที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ Cyber Security เพื่อป้องกันภัยคุกคามของคุณ ได้ด้วย #Gigamon นะคะ 💚🧡 #ETDA #Cybertech #RSA #Cybersecurity #cyberawareness #ITSecurity #nForceSecure #ITThailand #ITDistributor #ThaiITDistributor #eKYC #KYC #SSL #IoT #เราคือร้อยเปอร์เซ็นต์ไอทีดิสตริบิวเตอร์สัญชาติไทย ศึกษาโซลูชั่นเพิ่มเติมได้ที่ www.nforcesecure.com หรือปรึกษาเราได้ที่ 02-2740984 และ Line@ nForceSecure IT Security ทุกคำถามมีคำตอบ เราพร้อมตอบแบบไม่กั๊ก .... เพราะเราคือ nForce Secure ... Thai IT Distributor https://www.instagram.com/p/By6jlRqg18C/?igshid=17to1e2nsbyqq
สุรางคณาไม่ต่ออายุผอ. ETDA ใหม่เล็งเส้นทางการเมือง
"สุรางคณา" เตรียมลงจากตำแหน่งผู้อำนวยการ ETDA ในเดือนมิถุนายนนี้ แม้กฎหมายใหม่ให้ต่ออายุได้ เตรียมออกไปทำงานกับเอกชนด้านการสร้างแพลตฟอร์ม เพื่อพัฒนาประเทศ ก่อนจะเข้าสู่วงการการเมืองในอีก 2 ปีนับจากนี้ สำหรับแผนงานประจำปี 2562 ของ ETDA ที่วางไว้นั้นจะเป็นการเตรียมความพร้อมรับความท้าทายเพื่อยกระดับการทำงานตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่กำหนดบทบาทชัดเจนในการเป็นผู้กำกับดูแลในเชิงการประชาสัมพันธ์ที่ครอบคลุมเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และไซเบอร์ ซิเคียวริตี้ สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA กล่าวว่า ในเดือนมิ.ย.นี้ จะครบวาระในการดำรงตำแหน่งผอ.ETDA ซึ่งนับว่าตนเองได้ดำรงตำแหน่งนี้มาเป็นเวลา 8 ปี จำนวน 2 วาระๆ 4 ปี ซึ่งแม้ว่าตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ... ) พ.ศ. ... )ฉบับใหม่ ให้ผอ.คนเก่าสามารถต่ออายุได้ อีก 2 วาระ ก็ตาม แต่ตนเองเห็นว่าองค์กรมีความเข้มแข็งแล้ว จึงอยากเปิดโอกาสให้มีคนใหม่เข้ามาบริหารงานบ้าง ส่วนตนเองนั้นตั้งใจว่าจะออกไปทำงานกับเอกชนที่เกี่ยวกับการสร้างแพลตฟอร์มใหญ่ไปให้ประเทศซึ่งเป็นสิ่งท้าทายที่น่าทำ ก่อนที่อีก 2 ปีข้างหน้า อาจจะมีความสนใจในการลงเล่นการเมือง สำหรับแผนงานประจำปี 2562 นี้ จะต้องมีการเตรียมความพร้อมรับความท้าทายเพื่อยกระดับการทำงานตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ... ) พ.ศ. ... ตามที่ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อ เดือน ม.ค.2562 นั้น ETDA จะทำหน้าที่ด้านการกำหนดมาตรฐานด้านต่างๆ เพื่อรองรับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ดิจิทัล ไอดี โดยการกำกับดูแลนั้นที่จะเป็นการออกมาตรฐานนั้น อาจจะมีความคาบเกี่ยวกับภารกิจของหน่วยงานที่ดูแลเรื่องของโอเพ่น กอฟเวอร์เมนต์ และการทำดาต้า แชร์ริ่ง รวมถึงเรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะด้วย จึงต้องมีการวางบทบาทที่ชัดเจน ในการเป็นผู้กำกับดูแลในเชิงการประชาสัมพันธ์ที่ครอบคลุมเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และไซเบอร์ ซิเคียวริตี้ที่มีร่างกฎหมายเฉพาะเข้ามาดูแล ทั้งนี้เมื่อพิจารณาแล้วมีอย่างน้อย 2 ธุรกิจบริการที่ควรผลักดันให้มีการกำกับดูแลโดยเร็ว เรื่องแรกได้แก่ การกำกับดูแลผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนอกจากการยกระดับของผู้ประกอบการแล้ว ยังทำให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างระบบในทางเทคนิคของผู้ให้บริการแต่ละราย โดยธุรกิจบริการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ธุรกิจบริการที่ 2 ได้แก่ การให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันถือเป็นระบบที่มีความสำคัญต่อขั้นตอนการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมากจึงมีความจำเป็นต้องดู และเพื่อให้การประกอบธุรกิจดังกล่าวมีระบบที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย ซึ่งการทำให้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความน่าเชื่อถือ คือภารกิจหลักของการรักษาและเสริมจุดแข็งของ ETDA ซึ่งบทบาทที่ท้าทายในการพัฒนาอีคอมเมิร์ซไทย นอกเหนือจากการเข้ามาของบริษัทข้ามชาติแล้ว การสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นจากการใช้สมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก "ตัวเลขมูลค่าอีคอมเมิร์ซที่เติบโตต่อเนื่องมาหลายปี โดยในปีที่ผ่านมาโตถึง 14.04% ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรมีโลคอล แพลตฟอร์มของตัวเอง จึงเป็นที่มาของโครงการ “ยัง ทาเลนจ์” ซึ่งเป็นที่ที่รวบรวมข้อมูลสินค้าและบริการ ไปจนถึงการเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางที่ทั้งเวิร์กฟอร์ซ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถนำไปใช้ต่อยอดและพัฒนาธุรกิจได้" อย่างไรก็ตาม ในยุคดิจิทัล ดิสรัปชั่นที่มีการเติบโตมูลค่าอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่งก็เกิดปัญหาจากการซื้อขายสินค้า และบริการทางออนไลน์ ซึ่งETDAเองไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยที่ผ่านมามีการแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212OCC ของETDAเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จากสถิติข้อมูลในปี 2560 มีจำนวน 9,987 ครั้ง เป็น 17,558 ครั้ง ในปี 2561 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า โดยพบว่า เกิดจากการซื้อสินค้าแต่ได้รับของไม่ตรงสเปก ผิดสี ผิดขนาด หรือไม่ได้รับสินค้า อีกทั้งยังมีผลกระทบในเรื่องการซื้อขายสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่มีมาตรฐาน ทำให้ผู้ซื้อสินค้าได้รับอันตรายไปกระทั่งเสียชีวิต รวมถึงความยุ่งยากในการได้รับการชดเชยเยียวยาเมื่อเกิดปัญหา ดังนั้น ในปีนี้ETDAก็จะเข้ามากำกับดูแลในส่วนนี้อย่างเข้มข้นมากขึ้นเพื่อปกป้องผู้บริโภคออนไลน์ ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA Read the full article
ETDA จับมือสถานศึกษาเร่งพัฒนาคนอีคอมเมิร์ซไทย
ETDA เดินหน้าขับเคลื่อนอีคอมเมิร์ซไทย ลงนามความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำขยาย Young talent Platform ส่งเสริมให้เกิดบุคลากรด้าน e-Commerce และพัฒนากำลังคนขึ้นมารองรับในอนาคต พร้อมร่วมมือกับ สคบ. สนับสนุนการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ให้ก้าวทันสถานการณ์เทคโนโลยีดิจิทัล นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า จากการเปิดตัว “Young Talent Platform” และ e-Commerce Park โดยเริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนั้น ETDA ยังมุ่งหวังขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอื่น โดยการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมและสนับสนุนด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีปรัชญาในการสร้างคนที่มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยี เพื่อป้อนเข้าสู่โลกการทำงานอย่างแท้จริง ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการเจ้าของกิจการต่างต้องการทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะความสามารถที่หลากหลาย โดยการที่ มทร.พระนคร มีเครือข่ายและนักศึกษาอยู่ทั่วประเทศนั้น จะช่วยให้การพัฒนาและสร้างกำลังคน (Workforce) ในอุตสาหกรรมดิจิทัล ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นไปอย่างครบวงจร รวมทั้งอำนวยความสะดวกและสร้างแรงจูงใจในการรวมตัวของผู้ประกอบการในการติดต่อค้าขายระหว่างกันด้วย กรอบความร่วมมือนั้นจะเน้นการพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในยุคดิจิทัล สำหรับการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดบุคลากร (Workforce) ที่มีความรู้และทักษะที่ทันสมัยในยุคดิจิทัล เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และ Enterprise โดยการจัดฝึกอบรมให้กับนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ ความสามารถรองรับการทำ e-Commerce จัดหาและสนับสนุนทรัพยากร อาทิ บุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีความพร้อมทางด้านองค์ความรู้ บุคลากร คณาจารย์ และทีมนักศึกษาที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม การเผยแพร่องค์ความรู้ การอบรม ให้คำปรึกษา แนะนำทางด้าน e-Commerce แก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจ พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ธุรกิจให้สามารถใช้เครื่องมือการตลาดออนไลน์เพื่อส่งเสริมการทำงานอย่าง ครบวงจร ในความร่วมมือครั้งนี้ ยังเป็นการพัฒนาบัณฑิตและบุคลากรให้มีคุณภาพตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นพันธกิจหรือบทบาทหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยด้วย ด้าน รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร. พระนคร) กล่าวว่า มทร.พระนคร ได้ลงนามความร่วมมือในการการส่งเสริมและสนับสนุนด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครมีความพร้อมทางด้านองค์ความรู้ บุคลากร คณาจารย์ และทีมนักศึกษาที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม การเผยแพร่ องค์ความรู้ การอบรม ให้คำปรึกษา แนะนำทางด้าน e-Commerce แก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจ พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ธุรกิจให้สามารถใช้เครื่องมือการตลาดออนไลน์เพื่อส่งเสริมการทำงานอย่างครบวงจร ในความร่วมมือครั้งนี้ ยังเป็นการพัฒนาบัณฑิตและบุคลากรให้มีคุณภาพตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นพันธกิจหรือบทบาทหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ขณะเดียวกันในภาคของความร่วมมือ ETDA ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อร่วมกันพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุน การคุ้มครองผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Consumer Protection) ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาปัจจุบัน และการรับมือกับสถานการณ์ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความรู้ ยังส่งเสริมยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยกลไกทางดิจิทัลร่วมกัน โดยได้รับเกียรติจาก นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเดียวกันที่จะพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์ (Online Consumer Protection) อย่างครบวงจร ซึ่งสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งสองหน่วยงานก็มีความมุ่งมั่นในการทำงานเชิงรุกหลายมิติ โดยบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ และได้ความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งความร่วมมือนั้นเน้นใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1. พัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Consumer Protection) ตลอดจนการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของผู้ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ต่างฝ่ายต่างใช้ข้อมูลในการคุ้มครองผู้บริโภค พัฒนาเครื่องมือ ระบบหรือกลไกทางดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งจะนำไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะ Big Data เพื่อยกระดับกิจกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Consumer Protection) แลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Consumer Protection) และ 4. จัดหาและสนับสนุนทรัพยากร เช่น บุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ส่วนทางด้านกิจกรรมของงาน Thailand e-Commerce Week 2019 ที่น่าสนใจ จะเน้นที่การสร้างศักยภาพและพัฒนาองค์ความรู้สำหรับคนรุ่นใหม่กับ New Gen Make Money ทำธุรกิจได้ ในขณะเรียนหนังสือ สำหรับนักศึกษาที่สนใจในธุรกิจ e-Commerce / สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้ Go Viral พร้อมเทคนิคการถ่ายภาพที่สะกดใจคนดู โดย ลีเกด - ศุภวัลย์ พูลเจริญ / เจาะลึกเทคนิคดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง "สุดยอดกลเม็ด การทำโฆษณาผ่าน Facebook" พร้อมชมเหล่า Young Talent โชว์กึ๋น การวางแผนธุรกิจ มุมมองพัฒนาปรับปรุงสินค้าชุมชนให้โดนใจกับการประกวด Business Pitching "การพัฒนาสินค้าชุมชนสู่ตลาดออนไลน์" กิจกรรมในวันสุดท้าย เน้นเรื่อง Click for Money หาเงินง่าย แค่ปลายนิ้วสัมผัส โดยจะได้พบกับผู้แทนบริการ Digital Content & Service ชื่อดังอย่าง iflix, Jook และVIU มาเผยเคล็ดไม่ลับการบุกตลาดออนไลน์ ดึง Users จาก Offline TV สู่ Online Platforms / เสวนา New Gen for New Jobs เด็กรุ่นใหม่กับ Skills ที่ผู้ประกอบการ e-Business ต้องการ โดย HR Recruitment และ Platforms ชั้นนำของไทยอย่าง Getlink, JobsDB, Jobtopgun, JobBKK / พบกับเน็ตไอดอลยอดนิยม ปอนด์-ภริษา ยาคอปเซ่น ที่มาเล่า"ความตั่ง" อย่างมีตัวตนกับ "แจ้" พี่สาวของชาวเน็ต / เสวนา "รู้งี้เริ่มนานแล้ว!" e-Marketplace กับช่องทางสร้างยอดขายหลักล้าน โดย e-Marketplace ชั้นนำของไทย เป็นต้น นอกจากนี้ ตลอดการจัดงาน ยังจัดให้มี Workshop ได้แก่ ทำ Resume ให้ปัง เสริมพลัง ก่อนทำงานจริง โดย JobsDB., เคล็ดลับกระตุ้นยอดซื้อซ้ำจากลูกค้าประจำผ่าน LINE@,การสร้างแบรนด์พร้อมกับเทรนด์ตลาด อีคอมเมิร์ซ 2019 โดย JD CENTRAL, ขายเร็ว เก็บเงินง่าย ส่งได้ทันที : จากเรียนรู้ สู่ลงมือทำ รวม 3 แอปเด่น โดนใจพ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่... ใช้งานยังไงให้เวิร์ค โดย ไปรษณีย์ไทย พร้อมแหล่งรวมตลาดนัดคนหางาน JOB MATCHING ด้านไอที อีคอมเมิร์ซ และดิจิทัล, รวมร้านออนไลน์ชื่อดัง ให้มาช็อป ชิม ชิลล์ตลอดงานอีกด้วย ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA Read the full article
Thai e-Commerce has grown up to 3.2 trillion baht
ETDA reveals that Thai e-Commerce grew the most in ASEAN with changes in consumer behaviour in 2018, estimating that the value would shoot up to 3.2 trillion baht. The number of internet users has grown 4 times over the past 10 years, and many Thai-International platforms have grown to support the number of online shoppers, along with increasing confidence in e-Payment and faster logistics and delivery services. Service providers have chosen to use Big Data to analyse the behaviour and needs of consumers, while AI is being used to develop the quality of the product and services through uses of Chatbots. Trends show that growth will continue with the arrival of 5G, creating new innovations that will lift up the quality of life for consumers. Mrs. Surangkana Wayuparp, the President of Electronic Transactions Development Agency (Public Organization) or ETDA, Ministry of Digital Economy and Society (DE) revealed that the results of surveys that value of e-Commerce in Thailand has grown consistently between 8-10% per year. ETDA has been collecting these statistics since 2014. When comparing the number of internet users over the past 10 years, there were only 16.1 million internet users in 2008; latest information revealed that in 2017, there were 45.2 million users. This reflects the change in consumer behaviour that has come as a result of the changes in technology and communication devices, as well as the reduction of the price of these devices and services, which has resulted in more people having more online access. This has resulted in the e-Commerce market of Thailand growing as well, including increasing numbers of both buyers and online sellers, which is also in line with the growth of platforms by Thai and international businesses. “Thailand is a country that has considerable strengths in the B2C sector - one of the biggest growths in ASEAN. Comparing the value between 2016 and 2017, we found that there was a growth in value of around 160 billion baht. Part of that value has been created from the growing confidence in e-Payment technology, the increased convenience, and the better logistics, which has resulted in more and more consumers turning to use online markets. When looking at the opportunities for products and services, we see that the online department store business have grown because of promotions that draw in customers, the credibility of the service as well as the confidence in the existence of the sellers’ shops. with Facebook at the top of the list, utilising “Boosted Posts” and “Boosted Ads” to reach more customers and accurate target groups. The sector of online digital marketing has also grown since 2017 by about 69.92%, with Facebook at top of the list, both in terms of “Boosted Posts” and “Boosted Ads” to reach more customers more accurately. 100% of service providers have made more use of information, or Big Data, in developing the e-Commerce business by bringing in the analysis of consumer behaviours to develop new products that will meet the needs of the consumers. 92.85% of service providers also use this information to create their marketing strategies, and 85.71% use Big data to analyse the different environmental elements that might impact buyer decisions so that they can plan the distribution of their products accordingly. Artificial Intelligence (A.I.) has been used to improve the quality of products and services. The top use for A.I. is in the service sector, such as the use of Chatbots to provide information to customers quickly, and for CRM purposes (69.23%). The second highest use of AI is in other areas of business, such as Claims analytics, Underwriting (23.07%) and use in consumer behaviour analytics and decision making for management, both of which come in at 15.38%. At the same time, Thailand is stepping into the 5G era, which is resulting in many new innovations that will lift up the quality of life for people, whether it is the use of drones for delivery and drones for security reasons, 360 degrees video streaming and livestreaming, 3D virtual reality for educational purposes,etc. These new innovations will help to drive Thai e-Commerce to develop even further because, statistically, Thaialnd has over 45 million internet users (in 2018), 124.8 million mobile subscribers (2019), 44 million people using LINE messenger (2019), 52 million Facebook users (2019), and there is a trend that points to the value of e-Commerce in Thailand reaching up to 3.2 trillion baht (2019), especially during different holidays and events, such as 11.11, 12.12, Black Friday etc. During these times, e-Commerce businesses hold a variety of promotions that help their marketing. In the past year, businesses have had sales values of up to 1.44 billion baht, with sales of up to 1.7 million individual products sold over the course of 3 days. The most popular types of products are childrens’ consumer products, electronics, smartphones, and cosmetics and skincare. At the same time, Social Commerce is also growing strongly. Thai people are choosing to buy through Social Commerce as the second most popular platform after e-Marketplaces because it is a platform that makes selling and buying easier, reducing the barriers between the sellers and buyers, and increasing the power of negotiation for buyers, allowing buyers to have more choices. In addition, there is another aspect of e-Commerce that consumers give importance to: logistics. Logistics has also developed in response to consumer needs with tracking services that accurately track purchases and delivery, which allows for more confidence in buying from online shops. There are also many choices for logistics services available with high competition among them, which results in increased customer satisfaction since these services now cover a larger area, and is not just centered in big cities. As a result, it is possible to drive Thai e-Commerce to the international market, especially when looking at the strengths of Thailand, which is the 4th most popular destination to visit of the world, and the popularity of Thai products among varied countries, such as: Vietnam, where Thai consumer products are very popular, as well as cosmetics and childrens’ products. Indonesia, where Thai snacks are incredibly popular. India, where Thai spices and cosmetics are popular. China, where Thai cosmetics, herbal remedies, and clothes and bags are popular. The strengths of Thai products are able to create opportunities for e-Commerce businesses with a unique identity and distinctive elements that stand out from others’. To continue to build market value even more, ETDA is cooperating with many partners in both public and private sectors, as well as educational institutions, to support the development of an e-Commerce Silicon Valley through their Young Talent Platform. Creating a workforce that will be able to support Thai e-Commerce businesses in all aspects, and taking Thailand’s e-Commerce businesses to the international level in the future. Related Link ETDA Read the full article