[บทสัมภาษณ์] 130924 - EXO│2 " EXO คือหนึ่งทีม "
เราสามารถอธิบายได้อย่างเดียวว่ามันคือสิ่งที่น่าตกใจ ปรากฏการณ์ที่เอ็กโซได้แสดงออกมาคือหนึ่งในสิ่งที่เราไม่อาจคาดฝันที่จะได้เจอกับหลุ่มรุ๊กกี้ที่เพิ่งเดบิวท์หนึ่งปีที่แล้ว 'Growl' ที่ได้ปล่อยตัวออกมาเมื่อเดือนที่แล้วยังคงติดท๊อป 5 ในชาร์ทเพลง อีกทั้งอัลบัมแรกของพวกเค้า 'XOXO' และอัลบัมรีแพ็คเก็จมียอดขายรวมกันเกิน 7แสนอัลบัม เปิดตัวด้วยเพลง 'MAMA' ในเดินเมษายน 2012 หลังจากที่พักหายไปเป็นเวลาเกือบปี พวกเค้าได้ส่ง 'Wolf and Beauty' ออกมา และตอนนี้ก็สามารถพูดได้เลยเค้าสามารถตีตราชื่อ 'EXO'ได้สำเร็จกับเพลง 'Growl' และตั้งแต่เดบิวท์ สมาชิกที่เคยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มก็ได้กลับมารวมตัวกันเหมือนกับการแนะนำตัวของพวกเค้า “WE ARE ONE" และแสดงความสามารถในระดับที่สูงขึ้น เพื่อที่จะถามพวกเค้าว่าทำอย่างไรถึงได้เติบโตมาอย่างก้าวหน้าขนาดนี้ <IZE> ได้เจอกับเอ็กโซ การสัมภาษณ์ที่จะถูกเปิดเผยเป็นระยะเวลาทั้งหมด4วัน วันที่สองนี้ เราได้นำเรื่องการฝึกซ้อมของพวกเค้า และการที่ได้ไปร่วมรายการ <Immortal Song>มานำเสนอ ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถติดตามเรื่องราวของ ซูโฮ แบคฮยอน เฉินและเลย์ ได้อย่างระเอียด
คุณค่าของการฝึกซ้อมของทีม
มีการเตรียมการฝึกซ้อมอย่างไรสำหรับเพลง 'Growl'? ในบรรดาสมาชิกทั้งหมด น่าจะมีคนที่ถนัดเรื่องร้องเพลงหรือแล๊พอยู่แล้วตั่งแต่เริ่มใช่ไหม
SeHun : สำหรับการเต้นเริ่มตั้งแต่ช้วงการเป็นเด็กฝึกหัดของเรา เราจะเริ่มฝึกทักษะการเต้นตั้งแต่พวกการโยกย้ายใหห้เข้ากับจังหวะ และก็จะเริ่มเพิ่มความยากไปเรื่อยในระดับถัดไป เพราะในตอนนั้น พวกเราจะถูกตัดสินเป็นรายบุคคล พวกเราจึงต้องควบคุมเกณสำหรับคนที่เต้นเก่งและคนที่เต้นไม่เก่งให้อยู่ในความพอดี เพราะฉนั้นเมื่อเรามาอยู่รวมกัน เรสจะโฟกัสไปที่สมาชิกที่เต้นเก่งให้เค้าเป็นจุดสนใจ เพื่อที่จะได้ช่วยสมาชิคที่ยังไม่ถนัดเรื่องเต้นนัก
Kai : แม้กระทั่งหลังจากที่เราเดบิวท์แล้ว เรายังต้องศึกษาในเรื่องที่เรายังไม่ถนัดนัก และก็ช่วยสอนในสิ่งที่เราถนัด ยกตัวอย่างเช่นถ้าพี่ชานยอลรู้สึกว่าเค้ายังขาดในเรื่องทักษะการเต้น เค้าก็จะไปหาสมาชิกที่เต้นเก่งและปรึกษาว่าเค้าควรจะฝึกศ้อมอย่างไรดี และเพราะมันเป็นการซ้อมที่รวมทั้งกลุ่ม เราจึงพยายามที่จะซ้อมออกมาให้องศาท่าเต้นของทุกคนตรงกันมากที่สุด
Chen : ในช่วงการโปรโมตเพลง 'Wolf and Beauty'และ 'Growl' ผมได้มีโอกาศนอนร่วมห้องกับไค และทุกวันหลังจากการฝึกซ้อมก่อนที่เราจะเข้านอนพวกเราจะคุยกันบ่อยมาก มันบทสนทนาเช่น "วันนี้มันเป็นอย่างนี้, พรุ่งนี้ฉันน่าจะลองทำอย่างนี้ดู" ถึงแม้ว่าเค้าจะเป็นน้องแต่ก็ยังมีหลายอย่างที่ผมสามารถเรียนรู้ได้จากเค้า เวลาที่เราฝึกซ้อม ไคมักจะพยายามปรับให้เท่ากับระดับของผมและสอนผมในเรื่องการเต้น มันจึงทำให้ผมซึมซับมันได้ง่ายขึ้น หลังจากที่รับฟังแล้ว ในการซ้อมครั้งต่อไปผมก็จะทำตามอย่างที่ไคเคยบอกและเสริมความเป็นตัวเองเข้าไปอีก และเมื่อถึงตอนนั้นหากไม่ยังไม่ดี ไคก็จะเข้ามาช่วยปรับมันอีก
คุณน่าจะรู้ถึงคุณค่าของการฝึกเป็นทีม
Luhan : มันเป็นอะไรที่มีคุณค่ามากครับ ถ้าผมฝึกคนเดียวทักษะของผมก็จะเพิ่มขึ้นในในระดับที่ช้า แต่เมื่อเราล้อมรอบไปด้วยเพื่อนๆที่เต้นเก่ง ผมก็จะเรียนรู้สิ่งที่ดีได้เยอะและเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
Chen : ก่อนที่ผมจะเข้ามาอยู่กับค่ายนี้ ผมไม่เคยแตะต้องสิ่งที่เกี่ยวกับการเต้นมาก่อนเลย และช่วงเวลาการเป็นเด็กฝึกหัดของผมก็สั้นมากด้วยเช่นกัน แต่เมื่อได้มาเดบิวท์กับกลุ่มที่เน้นเรื่องการแสดงบนเวทีแล้ว ในตอนแรกมันเป็นอะไรที่ยากลำบากมากครับ แต่อย่างไรก็ตามสมาชิกหลายคนก็มักจะมาช่วยผมและฝึกซ้อมด้วยกัน ไมว่าจะเป็นช่วงเช้าตรู่หรือช่วงดึก และไม่นานผมก็สามารถทำตามพวกเค้าได้ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะยากลำบากขนาดไหน ผมคิดว่าผมสามารถทำทุกอยางได้ถ้ามีสมาชิกคนอืนๆอยู่ ผมคิดว่าการที่ผมสามารถเต้นอยู่บนเวทีได้ในตอนนี้ก็ต้องขอบคุณสมาชิกทุกคนครับ
ในช่วงการฝึกซ้อม มีกฏอะไรไหมที่จะคอยตัดสินทุกอย่่าง
SeHun : ไมมีอะไรที่เราจะตัดสินได้ครับ ไม่มีการบังคับให้ใครคนใดคนนึ่งฝึกซ้อมคนเดียว เพราะพวกเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันและออกเดินทางพร้อมกัน เลยไม่มีทางที่ใครสักคนจะมาสายในการซ้อมได้
Xiumin : สำหรับตอนนี้มันคือ ถ้าถึงช่วงเวลาที่ต้องทำ ก็ทำให้ถูกต้อง
BaekHyun : เพราะพวกเราตั้งใจฝึกซ้อมกันทุกคน จึงไม่มีเรื่องแบบ "วันนี้ต้องฝึกมากกว่าสี่ชั่วโมง" ถ้าภายในสิบสองคน ใครคนใดคนหนึงไม่อยากซ้อม เราจะรับฟังคนๆนั้นและปล่อยให้เค้ากลับไปพัก ส่วนใครที่อยากซ้อมต่อก็สามารถทำได้เป็นสวนบุคคล แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ยังไงพวกเราก็ยังฝึกซ้อมร่วมแปดชั่วโมงในวันที่มีการฝึกซ้อม เพราะพวกเราต้องเตรียมตัวให้สมบูรณ์แบบทีสุดและเพื่อแสดงด้านใหม่ๆของเราให้ทุกคนเห็น
Chen : โดยเฉพาาะหลังช่วงโปรโมต 'MAMA' เราหยุดพักเป็นเวลานาน เราจึงฝึกซ้อมอย่างหนักเช่นกัน
ในสถานการณ์ที่สมาชิกคนใดคนหนึงอาจจะเหนื่อยมากถึงขั้นเป็นลมได้ ใครคือคนที่อดทนจนถึงที่สุด
Baekhyun : ถ้าเรารู้สึกว่าเราไม่ไหว พวกเราก็จะพักด้วยกัน เพราะเราจะไม่สามารถมารู้สึกเหนื่อยได้ในวันพรุ่งนี้ถ้าเราต้องฝึกซ้อมมากกว่าคนอื่นๆแค่หนึ่งชั่วโมง
Lay : ถ้าจากมุมมองของผม ผมคิดว่าทุกคนก็อดทนได้ดีเท่าๆกัน ถ้าเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เราก็จะสั่งแฮมเบอร์เกอร์มากิน แล้วเราก็จะมีพลังขึ้นมาอีกครั้ง (หัวเราะ) มีครั้งหนึ่งผมเคยคิด "ทำไมทุกครั้งที่เราสั่งแฮมเบอร์เกอร์มากิน พวกเราต้องมีพลังขึ้นมาทันทีเลย" และผมก็คืดว่า ตอนที่เรากิน น้ำหนักเราก็จะเพิ่ม และเพราะพวกเราต้องออกกำลังกาย จึงทำให้เราฝึกซ้อมหนักขึ้น และถ้าคนสร้างบรรยากาศประจำวงอย่างแบคฮยอนทำให้บรรยากาศน่าฮึกเหิม เราก็จะรวมพลังด้วยกัน
Immortal Song
แบคฮยอนคือคนที่รู้วิธีทำให้บรรยากาศดีขึ้นเมือทุกคนรู้สึกเหนือยใช่ไหม?
BaekHyun : ตัวอย่างเช้น ถ้ามีคนเต้นท่าผิด ผมก็จะทำให้ทุกคนหัวเราะโดยการเรียนแบบท่านั้นด้วยวิธีที่ตลกขึ้นไปอีก ไม่ใช่ว่าผมพูดอะไรตลกแล้วทำให้บรรยากาศดีขึ้นหรอกครับ (หัวเราะ)
เพราะเป็นที่คอยสร้างบรรยากาศประจำวง สำหรับการออกราการ <Immortal Song> คุณได้ไปกับเฉินแค่คนเดียว และเพราะต้องทำตัวให้ซีเรียสขึ้น มันทำให้ตื่นเต้นมากไหม
Baekhyun : ถ้ามองในด้านนึง เพราะนั่นเป็นโชว์แรกของเราที่เราสองคนต้องร้องเพลงต่อหน้าผู้คนมากมายโดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนเอ็กโซ มันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากครับ อาจเพราะว่าเป็นอย่างนั้น เพราะปกติผมเป็นคนที่ไม่รู้สึกตื่นเต้นเวลาอยู่บนเวที แต่ในวันนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นมากเลย
Chen : ในขณะที่กำลังร้องเพลงอยูผมเห็นมือของแบคฮยอนสั้นแรงมากครับ (หัวเราะ) หลังจากนั้น ครั้งต่อไปที่เราไปออกรายการเราก็ไปพร้อมกับสมาชิกที่เพิ่มขึ้น และก็น่าจะดูออกว่าความแตกตางระว่างการมีสมาชิกหลายๆคนกับการไม่มีมันแตกต่างกันมากขนาดไหน
สำหรับสมาชิกคนอื่นๆที่ได้ไปร่วมรายการในภายหลัง เค้าสามารถปรับตัวได้เร็วไหม
D.O : ความจริงแล้วเวลาอยู่บนเวที ผมจะเป็นคนที่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าใครเพื่อน และเพราะว่า รุ่นพี่ จอนยองรก นั่งอยู่ข้างหน้าพวกเราในรายการ <Immortal Song> ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ร้องเพลงไหม
Kai : ในรายการนั้น ทุกอย่างเป็นการถ่ายสด แต่เพราะเป็นอย่างนั้นจึงทำให้เราไม่ได้มีการฝึกซ้อมกับวงดนตรีก่อน พวกเราขึ้นโชว์เป็นลำดับสุดท้าย และเพราะขึ้นช้าจึงทำให้มือกีตาร์ต้องเล่นโน๊ตนาน (หัวเราะ) ถ้าเราได้ซ้อมกับวงดนตรีกอนหน้านั้นหรือถ้าเรามีประสบการณ์มากกว่านี้เราคงจะควบคุณสถานการณ์ได้มากกว่านี้ แต่เพราะความตื่นเต้นบวกกับการที่ได้ฝึกซ้อมน้อย จึงทำให้เราทำพลาด ถึงแม้ว่าเราอาจจะทำออกมาได้ดีกว่านี้ แต่เราก็พยายามอย่างเต็มที่
การโปรโมตในประเทศจีน
ไม่วาจะอย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่าการที่พวกคุณได้เข้าร่วมในรายการแบบนั้น การที่ EXO-K และ EXO-M โปรโมตร่วมกัน เป็นอะไรที่มีความหมายมาก เพราะความจริงแล้ว เฉินและชิวหมินเดบิวท์ในฐานะของสมาชิก EXO-M มันเป็นเรืองยากไหมกับการที่ต้องโปรโมตในทีๆไม่คุ้นเคย
Chen : ตอนที่ทางค่ายถามผม "เราจะมีทีมเกาหลี และ ทีมจีน นายคิดว่าไง?" ผมตอบกลับไปทันทีเเลยว่าผมอยาเข้าร่วมกับทีมจีน แน่นอนว่าครอบครัวของผมต้องหวงผมมากในตอนแรก เพราะผมไม่ได้ปรึกษาพวกเค้าก่อนแล้วก็ตอบตกลงไปเลยเพราะผมอยากทำอยางนั้นจริงๆ แต่หลังจากเดบิ้วท์และไปประเทศจีนในครั้งแรกจนถึงตอนนี้ ผมคิดว่าตัวเองเลือกถูกแล้ว ถึงแม้วาจะมีกำแพงด้านภาษามากลั้นระหวางผมกับแฟนๆชาวจีน แค่เหตุผมที่ว่าผมสามารถให้เค้าได้ยินเพลงของผมได้ ผมก็ดีใจมากแล้วครับ บางครั้งแฟนๆก็ถามผมวาทำไมไม่เลือกโปรโมตที่เกาหลี แต่ก็นั่นแหละครับยังไงเอ็กโซก็คือหนึงทีม แค่เพราะผมเดบิ้วท์ในฐานะ EXO-M ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่มีโอกาสเจอแฟนๆชาวเกาหลีได้ และในตอนนี้ที่ได้มาอยู่รวมกันอย่างนี้ ผมไมคิดวาตัวเองขาดอะไรไป
ถึงจะเป็นอยางนั้น, เคยรู้สึกว่ามีอะไรที่ปรับตัวยากบ้างไหม
XiuMin : เป็นเรืองภาษามากกว่า เพราะไม่ว่าเราจะเดินไปไหนทุกป้ายก็จะถูกเขียนด้วยตัวอักษรจีน และทุกคนก็พูดภาษาจีน ทำให้ผมไม่เข้าใจ เพราะผมไมได้ไปหลังจากทีมีการเรียนรู้ภาษาอีกคล่องแคล่วแล้ว อย่างไรก็ตาม เพราะผมปรับตัวเข้าได้ดีแล้ว หูที่เอาไว้ฟังและตาที่เอาไว้ดูได้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก เวลาผมเห็นป้ายเป็นภาษาจีน ผมก็จะพูดขึ้นมาว่า "อ้อ เรารู้คำนี้หนิ" ผมจะพูดอย่างนี้ได้ไหมว่า เวลาไปประเทศจีนผมรู้สึกถึงความผูกพันธ์
เวลาที่คุณเหนื่อย สมาชิกคนอื่นๆใน EXO-M คงจะช่วยคุณได้เยอะ
XiuMin : มันเป็นเรืองที่ทำให้ผมโล่งอกมากกับการที่่เพื่อนๆคนจีนของเราสามารถพูดเกาหลีได้ดี อ้า แต่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะพวกเค้าพูดภาษาเกาหลีได้ดี ถึงแม้เราจะอยู่ที่ประเทศจีน แต่เราก็ยังพูดคุยกันได้อย่างสบาย ทำให้ทักษะภาษาจีนของผมไม่พัฒนาเท่าไหร่ (หัวเราะ)
Tao : พูดตามตรงนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ที่เมืองจีน เพื่อที่เราจะไม่ลืมภาษาเกาหลี เราเลยคุยกับพี่เป็นภาาษาเกาหลีครับ
XiuMin ; ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ทั้งให้และรับจากกันและกัน
EXO-K ก็ได้เริ่มการโปรที่จีนแล้วเช่นกันเริ่มตั้งแต่ปีนี้ รู้สึกเห็นด้วยกับปัญหาของทั้งสองคนนี้ (ชิ่วหมิน,เฉิน)ไหม?
Baekhyun : ภาษาจีนเป็นภาษาที่ยากมากเป็นพิเศษครับ การออกเสียงคำต่างๆมันเยอะและยากกันมากสำหรับหลายๆคน ถ้าคุณไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศจีนหรือเรียนภาษาจีนเป็นเวลานาน มันเป็นอะไรที่ยากมากครับ แต่เพราะสองคนนี้ได้โปรโมตที่จีนมาก่อนแล้วจึงมีผลดีมากครับ ตอนที่เราต้องอัดเพลงเป็นภาษาจีนเพราะเราไม่รู้อะไร มันเลยเป็นเรื่องที่ยากมาก
Chen : เพือนๆทุกคนก็เก่งเหมือนกันกับ แต่ผมไม่คิดว่าทักษะเค้าจะดีกว่าผมตอนช่วงเดบิวท์นะ (หัวเราะ)
source: Ize translation cr; nahbit @ exok-trans please take out with full credits do NOT repost on tumblr
แปลภาษาไทยโดย : fc_jenny @ EXO cafe Thailand











