[แปล] สัมภาษณ์นิตยสาร @star1 ฉบับเดือนมิถุนายน 2019 - เฉิน
เฉิน ชายที่เบ่งบานหลังจาก 7 ปีเต็ม
กดดู/อ่านไฟล์ภาพขนาดใหญ่: i.imgur.com/MPgmtQS.jpg ถ้าอยากอ่านเฉพาะข้อความ กด keep reading ข้างล่างได้เลยนะคะ
Source: x Eng trans: jen/shutupkimjongdae Thai trans: patr or @ssainted
ในสถานะที่เป็นเมมเบอร์ของ EXO, เมมเบอร์ของยูนิต EXO-CBX เป็นทั้งนักแต่งเพลง และนักร้องเพลงประกอบละคร (OST) ที่แข็งแกร่ง แม้เฉินจะได้รับสมญานามที่ดีมามากมายแต่เขาก็ไม่เคยละเลยทำผลงานอะไรออกมาแค่เพียงผิวเผิน เฉินประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่เคยพบพานมาก่อนตั้งแต่วินาทีแรกที่การเดบิวต์ของเค้าได้ทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหว เขาเติบโตขึ้นในฐานะศิลปินเดี่ยวที่ครองใจผู้ฟังทั่วไปด้วยเพลงบัลลาดหลังการลงแรงที่มุ่งมั่นตั้งใจ วันนี้เราจะมาพบกับ เฉิน ผู้ชายที่ได้ปลูกดอกไม้แสนงดงามของตัวเองขึ้นมา กับอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเขา ‘April, and a flower’ หลังจาก 7 ปีที่เดบิวต์เข้ามาในวงการเพลง
สำหรับคุณใบไม้ผลิเมษานี้คงเป็นเดือนที่ยุ่งน่าดูเลยสิ ยังมีคอนเสิร์ตพิเศษในฐานะสมาชิก EXO-CBX อีกครับ เพราะงั้นตอนที่โปรโมทกิจกรรมเดี่ยวจบผมก็ต้องบินไปญี่ปุ่นเพื่อเตรียมตัวขึ้นคอนเสิร์ตทันที เมษาปีนี้ผมใช้มันไปอย่างมีประสิทธิภาพมากจริง ๆ ไม่ว่าจะงานเดียวหรือยูนิต แล้วพอได้กลับมาที่เกาหลีก็ได้พักเต็มที่เลยทั้งวัน ได้ดินเนอร์กับเมมเบอร์ทุกคนแล้วก็ได้มีช่วงเวลาที่ดีด้วยครับ
ตั้งแต่เดบิวต์มาจนได้โซโล่ก็ 7 ปีพอดี ตอนเตรียมอัลบั้มนี้อยู่ใจของคุณคิดเรื่องแบบไหนกัน? ที่จริงแล้วผมได้ออกอัลบั้มเดี่ยวเร็วกว่าที่คิดไว้นะครับ เพราะไม่มีใครที่รู้จุดอ่อนของผมดีเท่าตัวผมเอง เลยอยากพัฒนาจุดอ่อนตรงนั้นเพื่อที่จะโชว์ด้านที่เป็นผู้ใหญ่และดีกว่าให้เห็น โชว์ด้านที่สมบูรณ์แบบออกมา แต่ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อยู่ดี ๆ มันรู้สึกว่าถ้ามัวแต่ทำแบบนี้ก็คงไม่มีที่สิ้นสุดกันพอดี คิดว่าไม่ควรจะต้องมาเครียดกับการเตรียมพร้อมขนาดนี้แล้วลองทำมัน เผชิญหน้ากับมันไปเลยน่าจะดีกว่ามั้ย ก็เลยพูดกับทางบริษัทไปครับว่าถ้าต่อให้รู้สึกว่าตัวเองยังบกพร่อง ผมก็จะเรียนรู้ ฝึกฝน แล้วก็พัฒนาตัวเองไปในระหว่างทางที่เลือกไปแล้วนั่นก็แล้วกัน แต่มองจากข้างนอกแบบนี้คุณก็ดูไม่เห็นจะมีข้อบกพร่องอะไรเลย อย่างแรกที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังบกพร่องอยู่ ก็คือตอนที่ต้องร้องเพลงเดี่ยว 4 นาทีทั้งเพลงด้วยตัวคนเดียวครับ เพราะตอนอยู่กับวงมันก็ร้องแค่บางท่อนเท่านั้น แต่พอมาอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้ รู้สึกลำบากมากครับกับการที่จะต้องมารักษาความลื่นไหลในตัวเพลงให้ได้ สำหรับผมมันยากมากนะที่จะต้องเลือกว่า ‘อยากทำเพลงแนวไหนกันแน่’ ถามตัวเองแบบนี้มานานมากเพราะเพลงมันก็มีตั้งหลากหลายแนว ใช้เวลาอยู่สักพักเลยครับถึงทำให้รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวผมต้องการอะไรกันแน่ ที่จริงแล้วการที่อัลบั้มของคุณมีแต่เพลงบัลลาดมันก็ทำให้เป็นจุดเด่นออกมาเหมือนกัน ตอนแรกเราก็แอบคาดหวังเพลงที่มีจังหวะเร็วจากคุณนะเพราะคุณเองก็มาจากวงเต้นแบบ EXO ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่าผมอยากทำเพลงแนวไหนกันแน่เหมือนกันนะครับ สิ่งที่ผมอยากทำกับเสียงเพลง ดนตรี ไม่ใช่แค่การที่ได้รับเพลงมาแล้วร้องออกไป แต่ผมอยากจะสื่อสารข้อความและอารมณ์ความรู้สึกผ่านเพลงนั้น ๆ ด้วย ผมว่าบัลลาดก็เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ดีนะครับ เป็นความตั้งใจของผมเองที่ใส่แต่แทร็กบัลลาดเข้าไป แต่สิ่งนึงที่ไม่ได้ตั้งใจไว้แต่แรกก็มีนะ คือผมไม่ได้รู้ก่อนอะว่าทุกเพลงมันจะเป็นแต่เพลงอกหัก ตอนรวบรวมแทร็กอยู่ผมแค่หวังจะสื่ออารมณ์ที่อยากจะปลอบประโลมผู้คนแค่นั้นเอง แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่เห็นครับ อัลบั้มหน้าก็จะพยายามหาเพลงที่มีเนื้อหารัก ๆ ใคร่ ๆ มาใส่บ้างก็แล้วกัน (หัวเราะ)
ในฐานะที่เป็นเมมเบอร์ของ EXO วงที่ประสบความสำเร็จมาก แน่นอนว่าตอนประกาศเดบิวต์โซโล่ผู้คนก็ต้องคาดหวังมาก รู้สึกกดดันหรือรู้สึกเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบบ้างมั้ย? แน่นอนครับ เพราะผมเป็นเมมเบอร์คนแรกที่ต้องมาปล่อยอัลบั้มเดี่ยวคนแรกในเกาหลีจากเมมเบอร์ EXO ทุกคน แน่นอนว่าต้องรู้สึกกดดันอยู่แล้ว ผมคิดหนักมาก ๆ ว่าจะต้องทำอัลบั้มแบบไหนถึงจะออกมาตรงกับความคาดหวังของทุกคน ตอนที่เตรียมตัวอยู่ใช้เวลากับการคิดเรื่องนี้อยู่นานมากครับ แล้วทัศนะตอนนั้นมันก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปช้า ๆ ว่าที่จริงแล้วผมก็รู้สึกขอบคุณที่ทุกคนคาดหวังในตัวผมมากขนาดนี้นะ แต่แทนที่จะต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อที่จะไปทำอัลบั้มให้ตอบสนองความคาดหวังแบบนั้น มันคงจะดีกว่าถ้าผมโชว์ตัวตนที่แท้จริงของผมออกมา ผมอยากแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่สดใหม่แต่ก็เป็นตัวจริงของผมที่ไม่เหมือนภาพลักษณ์ของผมคนเก่าที่สร้างมาจนถึงทุกวันนี้ คุณได้เขียนเพลงนึงด้วย เพลง ‘Flower’ พอได้ฟังดูแล้ว มันก็ดูเหมือนกับว่าตัวคุณจะเป็นคนที่เซนซิทีฟอารมณ์อ่อนไหวมาก ๆ คนนึงเหมือนกันนะ คีย์หลักของอัลบั้มนี้คือการปลอบโยน แล้วผมก็คิดว่าการปลอบใครเนี่ยมันก็มีหลายแบบมาก ตัวอย่างนะครับ อย่างเวลาปลอบคนที่เพิ่งอกหักหรือปลอบเพื่อน ผมแค่อยากจะเอาทุกอย่างนั้นมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ผมลองคิดดูไปถึงว่าอะไรคือต้นตอของการปลอบโยนขั้นรากสุดของมันกันนะ ผลสรุปก็คือเวลา เวลาครับ ความเจ็บปวดหรือความคิดที่ติดตามคุณมันจะค่อย ๆ เลือนลางไปเองกับเวลา ผมเขียนเพลงเกี่ยวกับฤดูกาลเปรียบแทนเป็นกระแสวังวนของเวลา ผมมองว่าในชีวิตคนเรามันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะมีความสุขได้ตลอดเวลา แล้วก็ได้เจอแต่อะไรดี ๆ เท่านั้น เลยอยากจะบอกออกไปว่ามามีศรัทธากันเถอะ ลองเชื่อดูนะ เพราะอย่างดอกไม้ที่พอถึงจุด ๆ นึงก็ต้องร่วงโรยไป แต่แล้วสุดท้าย ยังไงมันก็จะผ่านไป ในตอนที่ฤดูใหม่มาถึงมันก็จะพาความหวังใหม่มาให้คุณ เหมือนที่เหล่าดอกไม้แต่ละดอก ๆ ก็จะค่อย ๆ กลับมาเบ่งบานได้อีกครั้งเหมือนกัน การทำอัลบั้มอัลบั้มนึงขึ้นมานี่มันก็เหมือนการที่ดอกไม้ดอกนึงบานขึ้นมาเลย แล้วดอกไม้ของคุณล่ะ เบ่งบานอย่างสวยงามหรือเปล่า? ดอกไม้ดอกนี้ออกมาสวยกว่าที่ผมจินตนาการไว้อีกครับ เมื่อไรก็ตามที่ได้แนะนำอัลบั้มนี้ของผมขึ้นมา ตัวผมก็มักจะได้สปอตไลท์จากการที่ได้เขียนเพลงหรือไม่ก็การที่ร้องเพลง(ได้ดี)เสมอ แต่ที่จริง การที่อัลบั้มนี้ปล่อยออกมาได้มันก็เพราะทุกคนนะครับ ทั้งพนักงานที่บริษัททุกคน คุณผู้กำกับ แล้วก็สต๊าฟทีมงานที่ร่วมทำงานด้วยกันมา ตอนที่เตรียมการอัลบั้มนี้ตัวผมได้ลองอะไรในสิ่งที่ไม่เคยได้แตะต้องมาก่อน ได้ลองทำสิ่งที่ไม่มีความรู้ตรงนั้นเลยด้วยซ้ำเยอะมาก เพราะแบบนี้แล้วผลที่ออกมาเป็นอัลบั้มอัลบั้มนี้มันก็เลยดูเท่แล้วก็มีความหมายสุด ๆ ไปเลยครับ
ได้ทำงานร่วมกับพอลคิมที่แต่งเพลง ‘Sorry not sorry’ ให้ เป็นยังไงบ้าง? ผมเป็นแฟนตัวยงของคุณพอลคิมเลยครับ ผมเป็นคนขอร้องตรงนี้กับบริษัทไป แล้วคุณพอลคิมเค้าก็ยินดีที่จะช่วยทำเพลงให้ ตอนแรกกังวลมากเลยว่าจะร้องเพลงของเค้าออกมาได้ดีพอรึเปล่า เพราะตัวเค้ามีชื่อเสียงในเรื่องการเขียนเพลงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมาก ๆ เพราะงั้นผมเลยฝึกแล้วฝึกอีก ฝึกหนักมาก ๆ สุดท้ายแล้วคุณพอลคิมเค้าก็ชอบผลลัพธ์ที่ออกมาด้วย โล่งมากเลย การได้ทำเพลงนี้ทำให้ได้รับมิตรภาพดี ๆ กลับมาครับ อยากทำงานร่วมกับเค้าอีกในเพลงดี ๆ ต่อไปถ้ามีโอกาสครับ
คุณได้อันดับ 1 ในชาร์ตเพลงเกาหลี แล้วก็ที่หนึ่งบน iTunes 33 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่อัลบั้มแรกของคุณเลยแหนะ ตกใจมากครับเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้อะ ตั้งแต่เตรียมการขั้นแรกผมก็กดดันมากอยู่แล้ว แต่หลังจากที่เปลี่ยนมุมคิดว่าแทนที่จะมองว่าเป็นภาระ ก็คิดซะว่าได้โชว์ตัวตนของตัวเองซะสิ ตอนนั้นก็เลยไม่ได้กดดันถ้าอันดับบนชาร์ตจะออกมาไม่ดี ไม่ได้คาดหวังไว้สูงเลย แต่พอได้ผลลัพธ์ดีเกินคาดแบบนี้ผมก็ชักจะกดดันอีกแล้วแหละ แต่ผมก็มีความสุขนะที่ได้รู้สึกท้าทายแบบนี้ เริ่มยัดคำถามให้ตัวเองอีกแล้วล่ะว่า “จะโชว์ความเป็นตัวเองแบบไหนออกมาอีกดีนะ?”
พออัลบั้มนี้ปล่อยมาคุณก็ได้ฉายาว่า ‘เฉินที่เราไว้ใจที่จะฟัง’ ต้องใช้กฎเกณฑ์หรือไปทำอะไรมาถึงได้ไปทิ้งความประทับใจแบบนั้นไว้ได้? ผมอายนะครับ มันรู้สึกแปลก ๆ ถ้าจะต้องโดนเรียกด้วยชื่อเล่นอะไรพวกนี้ ปกติผมก็ไม่เสิร์ชอ่านบล็อกรีวิวหรืออ่านคอมเมนท์ด้วย เพราะไม่อยากลืมตัวหลงไปกับมันหรือเปลี่ยนไป เลยไม่ขออ่านอะไรในโลกออนไลน์ดีกว่า อยากพัฒนาไปเรื่อย ๆ เงียบ ๆ ผมอยากพยายามเต็มที่ในสิ่งที่ตัวผมเองอยากทำครับ
เราคิดว่าเสน่ห์ของคุณคือเสียงที่ใส ไฮท์โน้ตที่ทรงพลัง แล้วก็ความมั่นคงของเสียงดีที่เวลาแสดงสด แล้วในความคิดของคุณล่ะอะไรคือเสน่ห์ของตัวคุณเอง? ตอนที่เตรียมอัลบั้มนี้อยู่ก็ทำให้ผมคิดขึ้นมาเหมือนกันครับว่า “อะไรคือจุดแข็งของฉันกันแน่นะ? เพราะว่ามีช่วงเสียงสูง/กว้างกว่าคนอื่นน่ะหรอ?” คิดแบบนี้ตลอด เอาตามตรงผมเองไม่เคยรู้สึกพอใจในเสียงของตัวเองเลยครับ ถึงจะพยายามเต็มที่แล้ว แต่พอย้อนกลับไปฟังเสียงที่อัดไว้หลายครั้ง ๆ ผมก็จะคิดตลอดว่า “ทำไมร้องออกมาแบบนั้นล่ะ?” ตอนนี้เลยไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรที่พอจะถือว่าเป็นจุดแข็งของผมได้เลยครับ แต่ถึงแบบนั้นผมเองก็มีเป้าหมายสำหรับอนาคตข้างหน้าเหมือนกันนะ ผมน่ะอยากเป็นคนที่สามารถสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้อยากซื่อสัตย์จริงใจ โดยที่ไม่ต้องปรุงแต่งหรือพยายามฝืนจนเกินไปครับ
อะไรที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้คุณค่อย ๆ โชว์สีสันของตัวเองออกมาเรื่อย ๆ ทั้งในฐานะเมมเบอร์ EXO, EXO-CBX แล้วก็ศิลปินเดี่ยว เฉิน แบบนี้หรอ? ผมว่าการที่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองสำคัญมากนะ เหมือนชื่อเล่นของผมที่คือ ‘คนติดบ้าน’ ผมจะชอบชาร์จพลังให้ตัวเองด้วยการใช้เวลาอยู่คนเดียว เพราะตัวผมอยู่ในจุดที่จะต้องมอบพลังให้คนอื่นน่ะครับ แถมส่วนตัวก็ชอบออกไปเจอผู้คนในชีวิตประจำวันตลอดด้วย เวลาพักผ่อน ผมก็จะพักเหมือนโทรศัพท์มือถือที่ถูกเสียบชาร์จทิ้งไว้เงียบ ๆ ในบรรยากาศสงบ ๆ ที่ทำให้ผ่อนคลาย เมื่อไรที่ผิดพลาดบนเวทีแล้วรู้สึกเครียด หรือบางหนที่ถึงขนาดเกิดเรื่องแย่ ๆ ขึ้นมาก็มี ผมก็จะทำใจให้นิ่ง แล้วก็ผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวเอง แบบนั้นแล้วเวลาจะเปลี่ยนไปทำอะไรอย่างอื่นใหม่ ๆ มันก็จะทำให้ผมทำได้ โดยที่ไม่รู้สึกว่ามีอะไรมารั้งหรือคาใจน่ะครับ
ปีนี้ก็เป็นปีที่ 7 แล้วที่ EXO เดบิวต์มา EXO มีความหมายยังไงสำหรับเฉิน? ทุกอย่างมันเหมือนครอบครัวจริง ๆ การที่ได้ทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกับกลุ่มคนที่นิสัยต่างกันออกไปเนี่ย บางคนเค้าก็จะทำอะไรที่ตัวเค้าสนใจ มุ่งมั่นน่าตื่นเต้นตลอดเวลา บางคนก็เรื่อย ๆ ราวกับทุกอย่างสำหรับเค้าคือการได้พัก การได้ทำความเข้าใจ ลองใส่ใจมอง แล้วก็เต็มใจที่คอยจะแนะนำกัน คอยนำทางกันและกันทั้งที่เราแตกต่างกัน มันทำให้ผมอยากขอบคุณเมมเบอร์ที่วิ่งด้วยกันมาจนถึงจุดนี้ครับ พวกเค้ามีค่ากับผมเหมือนเป็นพี่น้องแท้ ๆ เลย
ลีดเดอร์ของคุณ ซูโฮ เค้าพูดว่า “เรารู้สึกขอบคุณทุกครั้งที่แฟน ๆ พูดว่า ‘ขอบคุณนะที่เป็น EXO’ ชาติหน้าถ้าเลือกได้ผมก็อยากเกิดเป็น EXO อีก” แล้วคุณล่ะรู้สึกเหมือนกันรึเปล่า? ถ้าเกิดชาติหน้าแล้วยังเป็น EXO ได้ก็คงดีมากเลยครับ สิ่งนึงที่ดีที่สุดที่ได้มาเป็น EXO คือการได้พบเจอผู้คนดี ๆ มากมาย ทั้งเมมเบอร์ทุกคน พี่ ๆ เมเนเจอร์ สต๊าฟ แล้วก็แน่นอนครับ แฟน ๆ ของเรา การได้เป็น EXO ผมได้เจอแต่คนที่ดีทั้งนั้น รู้สึกดีทุกครั้งเวลาที่ได้ยินคำของแฟน ๆ บอกว่า ‘ขอบคุณนะที่ร้องเพลง’ ความจริงที่ว่ามีคนชอบที่ผมร้องเพลง ก็เท่ากับว่าคุณได้รับการยอมรับจากเค้า ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดก็สิ่งนี้นั่นแหละครับที่พาตัวผมก้าวไปข้างหน้าได้เรื่อย ๆ






