Krisyeol fanfic.
Can someone tell me where to read Krisyeol fanfic? I want to read krisyeol fanfic so badddd!

seen from Malaysia

seen from Russia

seen from United States

seen from Malaysia
seen from China
seen from Malaysia

seen from Canada
seen from Poland
seen from China
seen from United States

seen from United States

seen from Malaysia

seen from Kenya

seen from United States
seen from Malaysia
seen from China
seen from China

seen from United States

seen from United States
seen from China
Krisyeol fanfic.
Can someone tell me where to read Krisyeol fanfic? I want to read krisyeol fanfic so badddd!
i ship these twin towers so bad cr: rise+shine
Kris call out Chanyeol
[Fic] Friend: Chapter 5 (KrisYeol) [NC-17][END]
Title: Friend
Couple: Kris x Chanyeol
Author: zephyr
Rating: NC-17
Chapter 5: Status [END]
เหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกเขาจนหงาย เอ๊ะ แล้วทำไมตัวเข้าเด้งกลับมาที่เตียงได้ล่ะ แล้ว...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เฮ่ย!
ตากลมของชานยอลเบิกกว้างขึ้นจนแทบจะถลนออกมา คริสผงกหัวขึ้นมาจากซอกคอของคนข้างใต้ แล้วมองเหมือนยังตกใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้
แต่กับชานยอลตอนนี้น่ะหรอ ที่ตาจะหลุดออกมาก็เพราะกำลังระลึกความหลังอยู่
ท่านี้อีกแล้วสิวะให้ตาย!!! ไม่ช่วยทำให้กูลืมแล้วยังจะทาบทับย้ำเตือนกูอี๊ก!!! ไอ่เชี่ยคริส!!!
“อ๊ากกกกกก!!!”
ชานยอลตะโกนออกมาอย่างสุดกลั้น เขาทนไม่ไหวแล้ว เกลียดที่เขาความจำดี เกลียดที่เขาคิดถึงคืนนั้นอีกแล้ว และที่เกลียดที่สุดก็คือไอ่เชี่ยที่ทับเขาอยู่เนี่ย!!!
“เป็นอะไร ชานยอล! เจ็บตรงไหนหรอ!”
คนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรกับเสียงก่นด่าที่กำลังโลดแล่นในหัวสมองของชานยอลได้แต่ทำหน้าเลิกลั่ก ตอนกำลังจะออกจากห้องน้ำได้ยินเสียงร้องดังลั่น คริสจึงรีบออกมาแล้วผลักชานยอลไปบนเตียงที่น่าจะได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า เจ้าของผมสีทองยันตัวขึ้นกวาดสายตามองไปทั่วตัวของคนข้างใต้ กังวลว่าอีกคนจะเป็นอะไร หรือว่าเป็นตัวเขาที่กระแทกโดนจนกลายเป็นเจ็บตัวซะงั้น
“เป็น! เป็นมากด้วย! มึงกับกูต้องเคลียร์กันวันนี้แหละ กูไม่ไหวกับมึงแล้วเชี่ยคริส! แล้วมึงถอดเสื้อทำไม! ไปใส่เสื้อเลย”
ตาโตที่ถลึงออกมาเรียกได้ว่าอำนาจทำลายล้างแทบจะเท่าโดคยองซู ทำให้คริสค่อยๆยันตัวถอยลงจากเตียงไป ได้แต่เถียงในใจว่า”ก็เพราะใครล่ะ ยังไม่ได้ใส่เลยต่างหาก”
คนบนเตียงหอบหายใจแรง ยันตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ หน้ามนหันไปด้านตรงข้ามกับที่คริสใส่เสื้ออยู่ อาการใจเต้นแรงตอนเห็นคริสเปลือยท่อนบนกลับมาอีกแล้ว ร่างโปร่งรวบรวมเอาอารมณ์ก่อนหน้านี้กลับมาอีกครั้งเมื่อเห็นคนที่แต่งตัวเสร็จแล้วมานั่งทับเข่าเรียบร้อยอยู่ที่ปลายเตียง ตากลมจ้องไปยังคนผมทองเขม็ง
“กูทำอะไรมึงหรอ”
ร่างหนาที่ยังคิดไม่ออกว่าตัวเองไปทำอะไรให้รูมเมทตัวเองเป็นมนุษย์เมนส์ขนาดนี้เอ่ยปากถามขึ้น ความจริงคริสไม่ได้กลัวชานยอลหรอก ออกจะงุนงงผสมเอ็นดูมากกว่า
ไอ่ท่าทางกอดอกทำปากยื่นปากยาวที่ไม่รู้เลยดิ๊ว่าน่ารักมากกว่าน่ากลัวเนี่ย
“มึงรู้เอาไว้ว่าทั้งหมดเนี่ยเป็นเพราะมึงเลย มึงคนเดียว! ถ้ามึงไม่กินเหล้านะ ฮึ่ย! และถ้ามึงไม่เมานะ ชีวิตกูคงหลั่นล้าปาจิงโกะอย่างที่เคยๆเป็นมาแล้ว แต่ที่กูสับสนชีวิตอยู่เนี่ยเป็นเพราะมึงเลย! มึ๊งงงงง!”
“ก็มึงไม่ใช่หรอที่คะยั้นคะยอให้กูแดก”
ชานยอลเหวอไปเล็กน้อย ระลึกเหตุการณ์ในหัว เหมือนว่าเขาทำอย่างที่มันว่าจริงๆ ตะ...แต่มันก็ผิดอยู่ดีนั่นแหละ!
“ไม่รู้อะ มึงนั่นแหละต้นเหตุ! มึงเมา มึงผิด!”
“แล้วกูทำไรผิด”
“มึง...เอ่อ...มึง”
ร่างโปร่งได้แต่อึกอัก ศักดิ์ศรีทั้งหลายทั้งแหล่ผุดขึ้นมาค้ำคออีกครั้ง บางทีเขาก็อยากจะให้คริสจำเรื่องคืนนั้นมันให้ได้เสียตอนนี้ เขาจะได้ไม่ต้องอธิบายอะไรเอง โอ๊ย เอาไงดีวะ!
“ไม่พูดล่ะ กูรอฟังมึงด่าอยู่เนี่ย มีอะไรก็ว่ามา กูไม่รู้ไม่ผิดนะเว่ย”
เป็นคราวที่ชานยอลถูกคุกคามบ้างแล้ว ตาคมที่จ้องมาทำให้คนที่เป็นต่อเมื่อครู่นั่งไม่ติดที่ส่ายตาไปมาหลุกหลิกดูน่าสงสัย ปากล่างถูกกัดจนกลัวจะช้ำ
“ว่าไง มาตะคอกกูปาวๆ เนี่ย ไม่บอกกูคิดค่าด่านะครับ”
“เอ่อ..มึง...”
“ชานยอล”
“โอ๊ย อย่าเร่งได้มั้ย! มึง...อะ..กะ...เอิ่ม...”
“ปาร์คชานยอล!”
“มึงกดกู!!! จบป๊ะ!!!”
ไม่การได้ยินของเขาพังก็เป็นชานยอลที่กำลังเปรียบชีวิตตัวเองกับละครสักเรื่อง เขาทำอะไรนะ!!!
คริสไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีก ส่วนอีกคนตอนนี้ หน้าที่แดงอยู่แล้วก็แดงขึ้นอีกสามเฉดได้
“เออ มึงได้ยินไม่ผิดหรอก กูรู้ว่ามึงจำไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงมันยังไม่เลยเถิดถึงไหนหรอก มึงหลับไปก่อน”
ดวงตาสีน้ำตาลหลุบลงมองมือตัวเองที่เกี่ยวกันไว้แน่น ไม่อยากรับรู้ท่าทางของคริสที่กำลังมองเขา เชื่อขนมกินได้ว่าคริสคงจะรังเกียจน่าดูที่มาเผลอทำอะไรอย่างว่ากับเขา ทำไงได้ เขาเกิดมาสูงชะลูดจนเกินคำว่าน่ารัก มีเสียงทุ้มห่างไกลคำว่าหวาน ไม่มีอะไรที่น่าดึงดูดแบบ “แนวนั้น” เลยสักนิด
“แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ กูรับไม่ได้! มึงมีสิทธิ์อะไรมากดกู! ถึงกูจะไม่มีประสบการณ์แบบชายฉะกันแบบมึง กูก็อยู่บนมาตลอด แล้วทำไมกูต้องโดนกดด้วยวะ!”
คริสย่นคิ้วนิดนึงตอนโดนชานยอลตะโกนใส่หน้า แต่จากข้อความที่ได้รับมันออกจะ “น่ารัก” ไปสักหน่อย จึงช่วยไม่ได้ที่ตากับปากจะยิ้มได้
“ห้าม! ห้ามยิ้มห้ามพูดห้ามขัด ห้ามๆๆๆๆๆ!!! จนกว่ากูจะพูดจบ!”
คนที่หัวเตียงชี้นิ้วสั่งเจ้าของผมสีทองอีกครั้ง ถึงจะยากแต่คริสก็กลับมาหน้านิ่งได้ตามคำสั่ง และก็กลายเป็นชานยอลเสียเองที่เกิดขี้ขลาดไม่กล้ามองคนตรงข้ามอีกรอบ ก้มหน้าก้มตาพูดต่อไป
“ความจริงกูก็เหมือนจะดีขึ้นแล้วหลังจากไม่เจอหน้ามึง อีกอย่างมึงก็จำไม่ได้นั่นยิ่งดีใหญ่ แต่กูดันเกิดอาการแปลกๆตอนที่เห็นมึงเดทกับน้องเถา และตอนพี่เยจินบอกชอบมึง กูเลยกลับมาสับสนอีกรอบ ล...แล้วอี้ชิงก็บอกว่ากูหึงมึง เพราะว่า...”
ร่างโปร่งหลับตาและกัดปากตัวเองอีกครั้ง เขาพูดเองว่าเขาจะเคลียร์ เขาก็ต้องทำให้ได้ ที่เป็นอยู่นี่มันอึดอัดเกินไป
เอาวะ! ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไป!
“กูชอบมึง”
ชานยอลเงยหน้าสบตากับอีกคนที่จ้องมาเหมือนที่เขาพูดออกไปเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เขารู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ก็คริสไม่ได้ชอบเขานี่ ไม่ช็อคก็ให้รู้ไป ขนาดตัวเขาเองยังช็อคเลยที่คนอย่างเขาเนี่ยนะจะชอบรูมเมทตัวเอง แถมเป็นผู้ชายด้วยเหอะ!
“...จริงรึเปล่า”
“กูยังไม่สั่งให้มึงพูด!”
คนตาโตตวาดแว๊ดใส่คนที่เอ่ยปากถามออกมาหลังจากเงียบไปนาน แต่ดูเจ้าของคำถามจะไม่สนใจเสียงตวาดนั้น
“มึงชอบกูจริงรึเปล่า หรือว่าเพราะอี้ชิงบอก”
คราวนี้ชานยอลนิ่งไป สายตาที่ส่งมาไม่มีแววล้อเล่นเจือปนอยู่ทำให้ใบหน้าเล็กหลุบลงอีกครั้ง เขาชอบมันจริงๆใช่มั้ย? เซฮุนกับลู่หานบอกว่าเขาหึงที่เห็นคริสเดทกับเถา อี้ชิงบอกว่าเขาปฏิเสธหัวชนฝาว่าไม่ได้ชอบคริสเพราะศักดิ์ศรีของเขาเอง แล้วเขา... ปาร์คชานยอลจะบอกว่าอะไร
ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้สึกอะไรเพราะคิดว่ายังไงก็ต้องเจอคริสทุกวัน ถึงเรื่องที่เขาขอจะปัญญาอ่อนยังไงคริสก็ต้องทำให้ ถึงเขาจะเอาแต่ใจแค่ไหนคริสก็ไม่เคยบ่นและตามใจเขาอยู่ดี
แล้วตอนที่ไม่มีคริสล่ะ
ถึงเขาจะมีเพื่อนคนอื่นรายล้อม มีสาวสวยควงทุกวันไม่ซ้ำหน้าแต่ก็ไม่มีใครรู้ใจเขาเท่าคริส
ถึงเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองแต่ก็ไม่มีความสุขเหมือนตอนอยู่กับคริส
ถึงเขาจะยังทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรที่คริสจะคบคนอื่นแต่ก็ไม่อยากให้ใครมาดึงความสนใจไปจากคริส
โอ้โห เขารู้สึกอย่างนี้จริงๆหรอ น้ำเน่าโคตรอะ!
“มึงคงยังสับสนสินะ ไม่เป็นไร ฟังกูก่อนละกัน”
เสียงทุ้มเอ่ยขัดความคิดที่เริ่มจะหลุดโลกของชานยอล ส่งผลให้ใบหน้าเรียวเงยขึ้นมาสบตา ก่อนที่เจ้าของใบหน้าคมคายจะพูดต่อ
“มึงเปลี่ยนไปหลังจากเปิดเทอม กูรู้สึกได้ แต่กูไม่ได้เป็นพวกเซ้าซี้ และมึงก็ไม่พูดหรอกถ้าไม่อยาก กูก็เลยเงียบรอให้มึงพร้อมและบอกกูเอง ตื่นเช้ามากูหันไปมองเตียงมึงอย่างแรก หาโพสอิททั่วห้อง เช็คมือถือทั้งวัน เพราะมันเป็นทางเดียวที่มึงจะติดต่อกับกู บอกได้เลยว่าตอนนั้นไม่มีความสุขเลยจริงๆ”
สายตาเหมือนจะตัดพ้อของคริสทำให้ร่างโปร่งรู้สึกผิด นี่เขาทำให้คริสทุกข์ขนาดนั้นเลยหรอ
“แล้วเถาก็เข้ามา กูรู้สึกดีที่น้องเขาทำให้กูมีคนคุยด้วย ทำให้กูได้หัวเราะ ทำให้กูได้มีความสุขขึ้น และทำให้กูลืมเรื่องของเราบ้าง”
คำว่าลืมทำให้ชานยอลใจกระตุก นี่คริสกำลังจะบอกอะไรเขากันแน่ ถ้าจะมาพ่นลำนำรักแพนด้ากับเขาละก็ ไม่ต้องพูดเลยดีกว่า!!!
“ถ้ามึ-!”
มือหนายกขึ้นปิดปากคนตรงข้ามเอาไว้ก่อนจะทันได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาก่อนที่จะพูดต่อ
“นั่นมันก็แค่การลืมชั่วคราวชานยอล เถาบอกเลิกกูเมื่อคืน เพราะกูเอาแต่คิดถึงมึงนั่นแหละ...กูลองมาคิดๆดูแล้ว ทั้งที่กูคบกับเขาแบบแฟนแต่กูกลับไม่รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปเหมือนที่รู้สึกกับมึง ตอนนี้กูรู้แล้วว่าทำไม และคิดจะหาเวลาเหมาะๆบอกความรู้สึกของกูให้มึงฟัง แต่ไม่คิดว่าโอกาสจะมาเร็วขนาดนี้...”
“กูชอบมึง”
ชานยอลไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งที่เขาได้ยินคือความจริง คริสเนี่ยนะชอบเขา ไอ่อู๋อี้ฟานเนี่ยนะ!
มือบางคว้าหมับเข้าที่แขนแกร่งก่อนที่จะกระชากออกให้มันหยุดปิดปากเขาเสียที ก่อนที่จะสาดคำพูดใส่หน้าอีกคนแบบไม่รู้จะห้ามปากตัวเองยังไงแล้ว
“มึงชอบกูตอนไหน บอกให้มันเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง! ปล่อยให้กูซังกะตายสับสนชีวิตอย่างนี้มึงสนุกมากใช่ปะ นี่ถ้ากูไม่บอกมึงก่อนนี่ชาตินี้กูจะรู้มั้ย!”
ชานยอลตะโกนออกมาเสียงดังลั่น ไหนๆ จะโบ้ยความผิดให้มันแล้วก็ให้มันสุดไปเลยละกัน
รู้มั้ยว่ามันยากนะที่จะดีใจแล้วไม่ยิ้มเนี่ย!
“ก็กูเพิ่งรู้นี่! แล้วกูจะรู้มั้ยว่ามึงก็ชอบกูอะ! กูไม่รู้หรอกว่ากูชอบมึงตอนไหนและกูก็ไม่แคร์ด้วย! แค่รู้ไว้ว่าความรักกูเป็นของจริงก็พอแล้ว และอย่างน้อยกูก็ยอมรับความจริง ไม่เหมือนมึงหรอกปฏิเสธตัวเองอยู่ได้ แล้วตกลงคิดออกยังว่าชอบกูจริงหรือเปล่า”
คริสยกมือขึ้นกอดอกปากยื่นเลียนแบบท่าของคนตรงข้ามก่อนหน้านี้เป๊ะ มึงอย่านึกว่าทำแล้วจะน่ารักนะเว่ย!
คนตัวเล็กกว่านิ่งรวบรวมสติ พยายามเรียบเรียงคำพูดในหัว ก่อนจะเอ่ยต่อ
“อี้ชิงบอกว่า...” ตาโตช้อนขึ้นสบตาคมที่จ้องมาแป๊บนึงก่อนจะว่าต่อ “ถ้ายังไม่แน่ใจให้พิสูจน์”
คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยเหมือนเป็นเชิงถามว่าพิสูจน์ยังไง ชานยอลไม่ตอบแต่หายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วหายใจออกช้าๆ เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ในเมื่อพูดออกมามันยากก็ทำเลยละกัน
คริสมองอีกคนที่เขยิบเข้ามานั่งใกล้เขาจนเข่าชนกันด้วยความงุนงง
ด้วยสิ่งที่กำลังจะทำค่อนข้างจะไม่ธรรมดาโดยเฉพาะกับคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนมาตลอด อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของชานยอล ประกอบกับพออยู่ใกล้กันแบบนี้ ถูกสารภาพรักไปเมื่อกี้ แล้วถูกมองด้วยดวงตาทรงเสน่ห์ของคนตรงหน้า ช่วยไม่ได้ที่ใบหน้าหวานจะขึ้นริ้วสีแดงขึ้นอีกสองเฉด เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมรูมเมทคนนี้ถึงมีคนมากรี๊ดนักกรี๊ดหนา
ร่างโปร่งตะโกนสู้โว้ยอยู่ในใจก่อนที่มือบางทั้งสองข้างจะยกขึ้นประคองหน้าเจ้าของผมสีทองไว้แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าประทับริมปากตัวเองกับของอีกฝ่าย ดวงตากลมปิดสนิททำเป็นไม่สนใจตาที่เบิกกว้างขึ้นก็คนถูกกระทำ
เหมือนมีกระแสอะไรบางอย่างแล่นปราดไปทั่วร่างคนทั้งสองหลังจากปากแตะกันแต่ไม่มีใครคิดจะถอนปากออกมา อย่างที่บอกมันไม่ใช่สิ่งที่จะเรียกว่าธรรมดาสำหรับชานยอลเลยสักนิด เขาไม่เคยคิดอยากจะจูบคริสมาก่อนจนกระทั่งหลังจากคืนนั้นเขาก็เริ่มจ้องปากอีกคนเหมือนเป็นกิจวัตร อย่ามาหาว่าเขาโรคจิตแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่อยากได้มันอีก
เขาใจเต้นแรงแต่ไม่รู้สึกอึดอัด กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด มือบางเลื่อนลงมาที่อกซ้ายของคนตรงข้ามแล้วเทียบกับใจของเขาเอง หัวใจคริสกำลังเต้นแรงไม่ต่างกัน นั่นทำให้เขาเชื่อว่าเรากำลังรู้สึกแบบเดียวกัน แค่นี้น่าจะพอแล้วสำหรับการพิสูจน์ของชานยอล ร่างโปร่งถอนริมฝีปากออกมา ลืมตาขึ้นมองใบหน้าคมในกรอบผมสีทองนิ่งนาน
ถึงอีกคนจะจำไม่ได้ แต่เขาไม่เคยลืม สายตาที่ทอดมองเขาตอนนี้เหมือนกับคืนนั้น แววตาที่บอกว่ารักเขาคนเดียว และความแปลกประหลาดในครั้งนั้นได้เปลี่ยนเป็นความรู้สึกเต็มตื้นที่เอ่อล้นเข้ามาในหัวใจ
ความจริงเราอาจจะรักกันมานานแล้วก็ได้
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เจ้าของร่างหนาจะถามขึ้น
“รู้หรือยัง”
“อืม รู้แล้ว”
คำตอบจากอีกฝ่ายทำให้เจ้าของคำถามยกยิ้มอย่างพอใจ เรียกให้คนตอบยิ้มตามไปด้วย
“แต่กูเริ่มไม่แน่ใจอีกแล้วอะ ขออีกรอบได้มั้ย”
ชะเรดดดดดดดด นี่มันจะให้เขาขำใช่มั้ย สนุกมากเลยมึง ตลกร้ายมากกกกกกกกกก
ถึงคริสจะทำหน้านิ่งแบบที่ชอบทำ แต่แค่มองตามันก็รู้แล้วว่าไอ่คริสอู๋กำลังแกล้งเขา!
“เชี่ยคริส! ก็กูบอกว่ารู้แล้วไง ไม่ต้องทดสอบอะไรแล้ว”
“นั่นมึงอยากรู้ใจตัวเองหนิ ตอนนี้กูสับสน อยากรู้ใจตัวเองมั่งอะ มา...อีกรอบ”
คริสยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มือหนาคว้าใบหน้าหวานมารับจูบจากตัวเอง ไม่สนใจอีกคนที่ได้แต่ร้องเฮ่ยไม่ครบคำเพราะโดนปิดปากไปเสียก่อน ไม่ทันคิดว่านั่นจะทำให้ร่างหนาสอดลิ้นเข้ามาให้โพรงปากของตนได้
ปากที่ดูดดึงกลีบปากบางทีละนิดและเรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดอย่างช่ำชองทำให้ร่างโปร่งเผลอสนองกลับโดยง่าย ชานยอลเอียงหน้าสอดลิ้นรับกับของคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ต่างฝ่ายต่างรุกไล่เพื่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายคุมเกมและแล้วชัยชนะก็ตกเป็นของคริส มือบางที่ตั้งใจจะผลักอีกคนออกไปกลับไล้ขึ้นไปเกี่ยวคอลงมาให้บดเบียดแนบชิดกว่าเดิม คริสตอบรับการกระทำนั้นจนเจ้าของปากแดงเผลอครึมครางออกมาอย่างลืมตัว
“ชานยอล”
คริสถอนริมฝีปากออกมาอย่างแสนเสียดายแต่เพราะเขาต้องการจะบอกอะไรบางอย่างที่สำคัญมากกับคนตรงหน้า สภาพปรือตาหอบฮั่กกับปากเขานั้นทำให้ช่วยไม่ได้ที่จะแตะปากกับปากอิ่มอีกครั้งก่อนพูดต่อ
“คบกับกูนะ ไม่ใช่แบบเพื่อน แต่แบบที่คนรักเขาทำกัน...ได้มั้ย”
ให้ตายเหอะ! ตั้งแต่ลืมตาดูโลกปาร์คชานยอลเพิ่งเคยโดนผู้ชายขอคบครั้งแรก ใจจะเต้นแรงไปไหน แล้วหน้าของเขาจะร้อนไปเพื่ออะไรนักหนาวะเนี่ย! แล้วไม่ต้องทำหน้าอ้อนได้มั้ยจะหัวใจวายตายแล้วเฮ่ย!
“อะ...อืม”
ร่างโปร่งสบตาคมอีกครั้งก่อนที่เป็นฝ่ายเริ่มจูบเสียเองราวกับยืนยันคำตอบ คริสรับการกระทำน่ารักนั้นอย่างยินดี ทาบตัวเข้าหาให้แนบแน่นมากกว่าเดิม แลกจูบกันจนพอใจ ริมฝีปากหนาก็เปลี่ยนที่หมายมาที่ซอกคอกรุ่น มือข้างนึงเกี่ยวคอเสื้อยืดลงมา ก่อนจะขบเม้มที่ไหปลาร้าของอีกฝ่ายจนขึ้นสี ร่างโปร่งครางเสียงต่ำข้างหูของร่างหนาด้วยความเสียวซ่าน และนั่นยิ่งทำให้คนกระทำอยากจะสร้างรอยเพิ่มขึ้นอีก
“กูรักมึง...คริสรักชานยอลนะ”
หลังจากเอ่ยคำรักหวาน คริสก็กลับมามอบจูบให้คนตรงหน้าอีกครั้งราวกับเสพติด โดยไม่รู้ตัว ชานยอลถูกประคองให้นอนหงายลงกับที่นอนอย่างเชื่องช้าโดยที่ร่างหนาขยับตัวขึ้นทาบทับและยังคงปรนเปรอความสุขไม่หยุดเพื่อดึงความสนใจไม่ให้อีกคนรับรู้ถึงการกระทำต่อไป มือหนาไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงกลางลำตัว ก่อนจะล้วงผ่านบอกเซอร์สีเข้มเข้าไปด้านใน
อีกคนเหมือนจะสติกลับมาเมื่อถูกล่วงล้ำไปที่ใหม่ สะบัดหน้าหยุดจูบเสียอย่างนั้น มือที่เคยเกี่ยวคอหนาไว้ถูกกดเอาไว้เหนือหัวยังผลให้ชานยอลพยายามกระชากข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมทันที
แล้วกูอยากรู้มากว่ากูมาอยู่ท่านี้(อีกแล้ว)ได้ไง!!!
“อย่านะมึง อะ...บะ...บอกว่าอย่าไง๊!”
นอกจากไม่รู้จะต้องทำยังไงให้แขนตัวเองหลุดออกมาได้แล้ว ก็ไม่รู้จะทำยังไงให้ไอ่หื่นกามนี่มันหยุดเอามือรูดขึ้นๆลงๆได้อีก อะไรๆก็ไม่ได้อย่างใจสักอย่าง
พิสูจน์บ้านบิดามึงดิ เลยเถิดได้ขนาดนี้!!!
“ปะ....ปล่อยดิเว่...อือ”
แม้แต่เสียงตัวเองก็ยังจะคุมไม่ให้มันกระเส่าขนาดนี้ไม่ได้เลย!
“ก็จะช่วยปล่อยอยู่นี่ไง”
เฮ่ย อย่าหลงประเด็น! นิยามคำว่า “ปล่อย” ของมึงกับของกูเหมือนกันเปล่าวะ!
ไม่ใช่แค่มือเท่านั้น ปากหนาก็เคลื่อนลงมาขบเม้มตรงคอให้ขึ้นเป็นรอยสีกุหลาบก่อนไล้ลิ้นซ้ำลงไป ทำให้เสียงโวยวายเมื่อครู่แปลงเป็นเสียงครางหวานหูอีกครั้ง มือใหญ่คลายแรงจับแขนเล็กลงแล้วเคลื่อนมือมาตรงเอว ลูบขึ้นพร้อมกับเลิกเสื้อยืดของคนข้างล่างขึ้น สะกิดตุ่มสีชมพูจนขึ้นเป็นไต
มึงพากูออกทะเลไปไหนวะ โอ้ยสติกู กลับม๊า!
“หยุด!! หยุดก่อนนะมึง ฟังกูก๊อนนน! ขอร้อง...นะ คริส”
เสียงออดอ้อนถูกเปล่งออกมาพร้อมกับมือเล็กที่พยายามอย่างยิ่งที่จะดันหัวของคนที่กำลังวุ่นวายกับอกตัวเองหยุดทำให้สติกระเจิดกระเจิงเสียที จนคนที่ทำราวกับละเลียดขนมแสนหวานยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนที่โวยวายจนหอบ หรือไม่ก็เพราะใครบางคนทำให้หอบเนี่ยแหละ ก่อนจะถามด้วยสายตาว่ามีอะไรจะพูดก็พูดมาเร็วๆ!
“เราก็รู้กันแล้วไงว่าเรารักกันอะ คบกันแล้วด้วย งั้นหยุดแค่นี้ก่อนเหอะว่ะ”
ก็มันแปลกอะ อยู่ด้วยกันมานานเป็นปีแบบไปไหนไปกัน เพิ่งจะรู้ว่าชอบกันเมื่อกี้ แล้วนี่จะเปลี่ยนเป็นเอาไหนเอากันแบบทันทีทันใด มันก็...นะ
“คราวนี้กูไม่ได้แดกเหล้า รับรองกูไม่หยุดกลางคันหรือจำไม่ได้อีกแน่”
“ไม่ใช่เว่ย!”
ชื่อเสียงเพลย์บอยสุดกู่ของกูต่างหากล่ะไอ่เชี่ย! เดี๋ยวมันหายลงรูเพราะกูโดนเข้ารูนี่แหละ (หมายเหตุ: ประเด็น(ที่ยังเป็นประเด็นของมันคนเดียว))
“หรือรู้สึกไม่ดี?”
“อ...เอ่อ”
คำถามนี้ตอบไม่ยากแต่ไม่อยากยอมรับ รักษาเกียรติยศชื่อเสียงกูบ้าง!
“จะให้หยุด?”
“ค...คือ”
ก็เพิ่งจะรู้ว่าคำถามง่ายๆที่ต้องการคำตอบแค่ “ใช่” กับ “ไม่” มันตอบยากก็วันนี้อะ!
“ไม่ค้างหรือ?”
“ก...ก็”
โอ๊ย แต่ละคำถามมันเนี่ย มีแต่จะทำให้กูเป็นติดอ่างซ้ำซ้อนว่ะ ไอ่เชี่ย!
“ไม่ต้องคิดแล้ว มึงพูดเองไม่ใช่หรอว่าเรารักกัน เพราะฉะนั้นรู้สึกอย่างเดียวก็พอ”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน นิ้วเรียวยาวเกลี่ยคลายรอยย่นตรงหว่างคิ้วของคนตัวเล็กกว่าอย่างแผ่วเบา ไม่รู้ว่าชานยอลเป็นคนหลอกง่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ เพียงแค่สบตากันก็เหมือนจะหลุดกันไปอีกโลกหนึ่งที่ไม่ต้องสนใจอะไรอีกต่อไป ก่อนที่หน้าทั้งสองจะเคลื่อนเข้าหากันช้าๆ มอบจุมพิตให้กันและกันจนลืมเลือนทุกสิ่ง
เรียวนิ้วสอดเข้ากับผมสีทอง มือขยับไปตามแรงอารมณ์ที่เริ่มจะสูงขึ้น ปล่อยให้อีกฝ่ายสำรวจอย่างเต็มที่ ตอนนี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหายไปหมดแล้วเหลือเพียงความรู้สึกเสียวซ่านที่แผ่ไปทั่วตัว ภายใต้อกบาง หัวใจของชานยอลกำลังเต้นระรัวเพราะความตื่นเต้น แน่ล่ะว่าเขาไม่เคยโดนทำแบบนี้มาก่อน ถึงจะเอ่ยปากห้ามแต่เขากลับไม่รังเกียจสัมผัสจากคริสแม้แต่น้อย กลับรู้สึกเหมือนควบคุมตัวเองได้น้อยลงเรื่อยๆ และอยากให้สัมผัสอีกไม่หยุด
เป็นเรื่องจริงที่ผ่านมาเขาชอบแต่ผู้หญิงและไม่เคยคิดว่าจะรักผู้ชายคนไหนได้ แต่ตอนนี้เขารู้แค่ว่าเขารักคริส...ผู้ชายคนเดียวในโลกที่เขาจะรู้สึกแบบนี้ด้วย
ชานยอลรักคริสจริงๆ
ใบหน้าคมเงยขึ้นมองคนด้านล่างที่ปรือตามองมา นัยน์ตาหวานฉ่ำเยิ้มเพราะอารมณ์ที่ถูกปลุก เสียงหอบน้อยๆนั้นคล้ายจะเรียกให้มาทำให้หอบขึ้น จรดริมฝีปากลงไปอย่างตะกละตะกลาม ร่างแกร่งถอดกางเกงวอร์มและบอกเซอร์ของคนข้างใต้ออกในคราวเดียวแล้วโยนทิ้งตามเสื้อยืดที่ถูกถอดไปก่อนหน้า ไม่ยินดียินร้ายว่าจะไปตกตรงส่วนไหนของห้อง มือหนากลับมาทำหน้าที่ให้ความสุขต่อไป ร่างบางบิดไปมา มือเปะป่ายไปทั่วแผ่นหลังกว้างก่อนจะเคลื่อนมือมาที่อกแกร่งไล่ลงไปที่ขอบเสื้อยืด ช่วยอีกฝ่ายถอดออกอย่างเร่งรีบ
“ไล่ไปใส่เสื้อทำไมไม่รู้ แล้วก็มาถอดให้เอง”
คริสเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะกับการกระทำของชานยอลที่โยนเสื้อของเขาลงพื้นไปอย่างไม่ใยดี คนข้างใต้ถลึงตาแยกเขี้ยวใส่อีกคน ขู่ฟ่อออกมาเสียงแข็ง
“พูดมาก จะทำไม่ทำ ถ้ากูเปลี่ยนใจแล้วไม่ต้องมาอ้อนวอนนะ”
ร่างหนาหัวเราะในลำคอก่อนจะก้มลงมอบจูบหวานปิดปากคนปากแข็งให้อ่อนหวานอีกรอบ มือยาวเร่งจังหวะขึ้น เจ้าของหน้าคมละจูบออกมาฝากรอยสีกุหลาบไปทั่วผิวเนียน ทำเอาร่างข้างใต้บิดเร่ามากกว่าเดิม สะโพกบางขยับตามการชักนำของคนด้านบน มือเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่น ด้วยแรงกระตุ้นอันยากจะต้านทานทำให้กล้ามเนื้อกลางลำตัวแข็งขึงรวดเร็วจนตัวเองยังแปลกใจ
ปากเล็กกัดหลังมืออีกข้างเพื่อกั้นเสียงน่าอายของตัวเอง จนคริสต้องมาดึงออกแล้วมอบจูบหวานให้แทน อกบางกระเพื่อมขึ้นลงหอบหายใจแรงด้วยใกล้ถึงฝั่งเต็มที ก่อนที่ทั้งร่างจะกระตุกเกร็งปลดปล่อยทั่วมือยาวและหน้าท้องของทั้งคู่
ระหว่างที่ชานยอลนอนหลับตาหอบ คริสก็ถอดกางเกงตัวเองออก เผยท่อนกลางลำตัวตื่นตัวเต็มที่ ร่างสูงแทรกตัวเข้าไประหว่างขาเรียวที่จับชันขึ้น ก่อนจะโน้มประทับปากลงบนกลีบปากนิ่ม ลิ้นร้อนสอดเข้าไปหาความหวาน มอมเมาร่างบางให้หลงในรสจูบ ถึงจะยังอ่อนล้าแต่คนข้างใต้ก็ตอบสนองกลับมา
ร่างหนาละจากปากบางมาพรมจูบไปทั่วร่างขาว เรียวลิ้นที่ไล้วนตรงท้องน้อยทำให้กล้ามเนื้อกระตุกเกร็งจนแกนกายเริ่มตื่นขึ้นอีกครั้ง มือหนาจับแกนกลางของคนข้างใต้ก่อนอ้าปากครอบครองเอาไว้ทั้งอันและรูดขึ้นลงเรียกเสียงครวญครางจากร่างบาง แรงกระตุ้นจากทั้งเรียวลิ้นและนิ้วยาวยังผลให้มือบางที่สอดไว้กับผมสีทองดึงขยี้จนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง คริสฮัมเสียงต่ำในลำคอ แรงสั่นนั้นยิ่งทำให้กล้ามเนื้อดุนดันโพรงปากร้อน นิ้วอีกข้างที่ยังชุ่มด้วยน้ำจากคนที่กำลังครวญครางก็สอดเข้าไปในช่องทางคับแคบ
“อ๊ะห์ คริส!”
ชานยอลงอตัวขึ้นมาด้วยไม่คุ้นเคยกับสัมผัส ปากหนายังคงรูดขึ้นลงตามจังหวะการขยับนิ้วเข้าออก นิ้วเรียวยาวเร่งจังหวะและถูกสอดเพิ่มเข้าไปอีกนิ้วเพื่อขยายทางให้กว้างกว่าเดิม ใบหน้าขาวที่แดงเพราะสัมผัสเร่าร้อนเอียงแนบจมไปกับหมอน
ทั้งที่มือยังคงขยับต่อไป คริสยืดตัวขึ้นก่อนจะแนบตัวลงทาบทับร่างบางอีกครั้ง ริมฝีปากหนาดูดดึงเนื้อนิ่มที่ต้นคอไล่ขึ้นไปเลียขอบปากแดงที่กัดจนแทบปริแตกราวกับจะออดอ้อนให้เปิดปากมาต้อนรับลิ้นร้อนให้เข้าไปเกี่ยวกระหวัดอีกครั้ง ชานยอลยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ขบเม้มเรียวลิ้นของคนข้างบน ผินหน้ามารับให้เข้าไปสำรวจด้านในทั้งที่ตาโตยังปิดแน่น ร่างบางวาดแขนพาดไหล่ของอีกฝ่ายไว้ จิกเล็บเข้าที่หลังกว้างเพื่อระบายความเจ็บที่เริ่มแทนที่ด้วยความสุขสม
คนข้างใต้เหมือนจะปรับตัวได้แล้วเพราะกลับมากระหวัดลิ้นแข่งกับคริสอีกครั้ง นิ้วเรียวขยับอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เหมือนจะโดนจุดสำคัญ ปากบางเผยอครางเสียงดัง มือหนากระแทกย้ำลงไปอีกหลายครั้งพร้อมกับเพิ่มจำนวนนิ้วไปจนรู้สึกว่าช่องทางน่าจะพร้อมแล้ว มืออีกข้างปาดเอาน้ำรักตรงหน้าท้องมาชะโลมแกนกลางของตัวเองออกจะสอดเข้าไปแทนมือที่เบิกทางเมื่อครู่
“อ๊ะ ไม่เอา! เอาออกไป อ่ะห์ ค...คริส! ไม่!”
ชานยอลอ้าปากร้องออกมาพร้อมกระถดตัวหนีด้วยความเจ็บปวดจากการลุกร้ำอันแปลกใหม่ แต่เหมือนอีกคนจะไม่ฟัง มืออีกข้างจับขาเรียวที่เริ่มตั้งท่าจะถีบให้มาเกี่ยวเอวของเขาไว้แล้วลูบต้นขาขาวสลับกับบีบขยำตามแรงอารมณ์ภายในอันเร่าร้อน
“ทนหน่อยนะ อย่าเกร็ง”
“ค...คริส อึก เจ็บ มันค...คับ อ่าห์”
คริสกัดฟันหักห้ามแรงอารมณ์ที่ระเบิดได้ทุกเมื่อ คิ้วเข้มขมวดจนแทบผูกกัน เขารู้ว่านี่เป็นครั้งแรกของชานยอล ถ้าไม่ระวังต้องเจ็บมากแน่ๆ
ร่างหนาดันแกนอันใหญ่เข้าไปทีละน้อยเพื่อให้ร่างข้างใต้คุ้นชิน ช่องเล็กที่ตอดรัดทำให้เจ้าของใบหน้าคมครึมครางออกมาอย่างไม่อาจกลั้นประสานกับเสียงครางต่ำที่กระตุ้นให้ร่างหนาสอดเข้าไปลึกขึ้น ก่อนที่จะดึงออกจนเกือบถึงปลายแล้วกระแทกเข้าไปใหม่ ทำอยู่อย่างนั้นจนชานยอลยกตัวขึ้นมาจูบเขาเหมือนเป็นสัญญาณว่าให้เริ่มขยับได้แล้ว
เสียงเนื้อเสียดสีและเสียงครางดังระงมไปทั่วห้อง อารมณ์โลดแล่นสูงขึ้นทุกที ถึงจะสะเปะสะปะแต่ปากของทั้งสองก็ยังคงแลกลิ้นกันอย่างตะกรุมตะกราม เม็ดเหงื่อเกาะพราวตามผิวเนียนด้วยอุณหุภูมิร่างกายสูงจนแทบปะทุไหม้ มือหนาจับขาเรียวมาพาดไว้ที่ไหล่กว้าง สอดแกนกลางลึกเข้าไปอีก แรงกระแทกกระทั้นถูกเร่งจังหวะถี่รัวอย่างไม่อาจจะควบคุม
“อ๊ะ! ค...คริส ตรงนั้..อ่ะห์! แร...งอีก”
เสียงขาดๆหายๆของชานยอลทำให้คริสกดสะโพกลงไปสัมผัสปมประสาทด้านในเร็วแรง กล้ามเนื้อที่เริ่มหดเกร็งทำให้เขารู้ว่าคนข้างใต้ใกล้ถึงฝั่งเต็มที ตัวเขาเองก็เช่นกัน มือหนากลับมารูดแกนกลางของร่างบางอีกครั้งเรียกเสียงครางต่ำจากปากแดงได้ดังกว่าเดิมจนแทบเปลี่ยนเป็นคำราม ร่างหนาปล่อยให้อีกคนจิกเล็บลงที่หลังแกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่าน ทั้งมือและสะโพกยังคงทำหน้าที่อย่างหนักจนร่างทั้งสองกระตุกเกร็งรุนแรงและปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน
คริสถอนตัวออกมาจากร่างโปร่ง ปล่อยขายาวที่พาดไหล่ของเขาให้ลงราบกับที่นอนแล้วพลิกตัวนอนแผ่ข้างกัน ทั้งสองแข่งกันหอบหายใจชั่วครู่ก่อนที่มือใหญ่ยกขึ้น หมายจะทาบลงเกี่ยวนิ้วเรียว แต่ยังไม่ทันจะทำสำเร็จ อีกคนก็ดึงมือกลับเสียก่อน
“ไม่ต้องมาจับเลย”
ฟังเสียงก็รู้ว่าเพลียแค่ไหนแต่ยังจะพยายามแสดงให้รู้ว่ากำลังไม่พอใจ เอาให้ตรงเลยดีกว่า คริสรู้ว่าน้ำเสียงอย่างนี้คืองอน ยังผลให้ร่างหนาพลิกตัวขึ้นไปคร่อมคนขี้งอนอีกครั้งแล้วก้มลงแตะปากอย่างง้องอน
“เจ็บมากหรอ”
“มึงลองมาโดนเสียบบ้างมั้ยล่ะ!”
เพราะยังขยับไม่ได้สะดวกนัก จึงได้แต่ยกมือขึ้นกอดอก สะบัดหน้าเรียวหนีมือใหญ่ที่ลากไล้แก้มเนียน คริสหัวเราะในลำคอกับพฤติกรรมน่ารักของคนข้างใต้ ปากยื่นๆนี่มันน่าทำให้ช้ำนัก!
“แล้วใครบอกว่าให้แรงอีก”
“หุบปากไปเลย เชี่ยคริส!”
คนโดนว่าไม่พูดอะไรอีกตามสั่ง ยันแขนกักร่างบางไว้ในอ้อมแขนแล้ว จับหน้าหวานมารับจูบอีกรอบ
“อื้อ! แล้วนี่มาจูบทำไมอีก!”
“ไม่ให้พูดก็จูบละกัน”
“คริส!”
“ว้า ไม่ค่อยแน่ใจแล้วอะว่าชานยอลรักคริสคนนี้รึเปล่า พิสูจน์หลายๆรอบไปเลยละกัน”
“พอแล้ว...อื้อ!...อ่ะห์...คริส!!!”
แผนนอนกลางวันก็เอวังด้วยประการฉะนี้
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“กูว่ามันเดินแปลกๆ”
“ดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะ”
“มีรอยแดงๆที่คอด้วยอะ”
“กระผมว่างานนี้ เรียบร้อยแล้วชัวร์ขอรับ”
“พวกมึงช่วยแคร์ว่ากูนั่งอยู่ตรงนี้หน่อยได้มะ”
ชานยอลได้แต่โยนมินิคุกกี้เข้าปากอย่างหงุดหงิด ตั้งแต่เขาเดินมานั่งที่โต๊ะ พวกมันก็เอาแต่นินทาระยะเผาทั้งเป็นไม่จบสิ้นเสียที
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะไอ่อู๋อี้ฟานคนเดียว!
บอกให้หยุดแ-ม่งก็ไม่หยุด เอาแต่พิสูจน์ความรักบ้าบออะไรของมันน่ะ แคร์บ้างเหอะว่านี่ครั้งแรกของเขา แล้วยังทำรอยซะเต็มตัวเปรียบเทียบได้กับโดนมดทั้งรังรุมกัดทั้งตัว เขาลากสังขารออกจากห้องมาได้นี่ก็สิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลกแล้ว ดีนะที่แค่มาส่งข้อสอบเทคโฮมที่เขาทำเสร็จแล้ว จะฝากไอ่ฮุนมาส่งก็ไม่ได้เพราะต้องเซ็นชื่อต่อหน้าอาจารย์ ไม่งั้นเขาไม่เดินกะเผลกมาให้เป็นท็อคออฟเดอะแก็งค์แบบนี้หรอก
“อ่าว วันนี้มานั่งโต๊ะได้เว้ย ไม่ต้องควงสาวคนไหนไปเที่ยวหรอ”
พวกคณะวิศวฯ รวมทั้งไอ่สูงตัวปัญหา (ของชานยอล) เดินมาวางเป้ลงที่โต๊ะ แบคฮยอนกำลังจะนั่งลงข้างชานยอลที่นั่งอยู่ริมสุดของม้านั่ง แต่ยังไม่ทันที่ขาจะสอดเข้าไปในช่องระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้ พวกคยองซูก็ยกมือร้องห้ามกันเสียงดัง
“เฮ่ย ไอ่หมาแบค มึงนั่งตรงนั้นไม่ได้ นั่นที่ของเพื่อนคริสเว่ย”
“ใช่ขอรับคุณแบคฮยอน มานั่งข้างผมละกันนะขอรับ”
“นี่พวกกูกลัวมึงห่างไอ่ยอลนานเกินไปนะเนี่ย เพื่อนคริส”
“ใช่ซี่กูมันไม่สำคัญ พวกมึงไม่ต้องสนใจหรอก”
เพื่อนทั้งฝูงยังไม่หยุดยั้งที่จะแซวเจ้าของผมหยิกหยอยที่เปลี่ยนจากง๊องแง๊งมาเป็นทำหน้าบูดปากยื่นงอนเต็มสูบ แบคฮยอนเดินไปนั่งข้างเฉิน ส่วนจงอินไปนั่งแทรกกลางคู่ชานม ส่วนอีกคนน่ะหรอ ก็ข้างคนขี้วีนนั่นแหละ
สงสัยกันล่ะสิว่าทำไมปาร์คชานยอลถึงมานั่งโต๊ะได้เหมือนที่หมาแบคว่า ไม่ใช่เพราะคริสอู๋ยึดมือถือของเขาไปเช็คข้อความหรือดีลีทเบอร์ของพวกสาวๆในอาณัติของเขาออกไปหรอก นอกจากเรื่องที่มันทำให้การเดินของเขาผิดปกติไป มันก็แค่....
โอ๊ะ สาวโทรมา!
“Selected vip wouldn’t it be mind-blowingly awesome…ฮัลโหล ครับ...”
ถึงเสียงจะทุ้มเหมือนกันแต่นั่นไม่ใช่เสียงชานยอลแน่นอน รูมเมทที่นั่งข้างกันชิงรับสายก่อนที่เจ้าของมือถือจะคว้าได้ทัน ร่างโปร่งได้แต่กระฟัดกระเฟียดหงุดหงิดมองคนหน้าหล่อลากดินด้วยสายตาขุ่นเคือง
ส่วนตอนนี้เดอะแก๊งค์กำลังประพฤติตัวมีมารยาท เรียกได้ว่างดงามทุกกระเบียด เงียบกริบตั้งใจฟังท่านอู๋กันหมด ตามธีมของวันนี้คือ “เรื่องชาวบ้านคืองานของเรา”
“อ้อ ชานยอลพูดอย่างนั้นหรือครับ”
คริสเว้นช่วงแล้วหันมาหรี่ตามองเจ้าของมือถือให้ขนคอลุกเล่นๆ ก่อนที่กรอกเสียงลงไปต่อ
“พี่ต้องขอโทษแทนชานยอลด้วยจริงๆ เขาคงจะลืมน่ะครับว่าเย็นนี้มีเดทกับพี่”
“อูวววววววว!”
กูมีเดทกับมึงเมื่อไหร่ไอ่เชี่ยคริส! แล้วพวกมึงจะโห่ร้องหาซากอ้อยอะไร๊!!!
อีกครั้งที่คริสหันมาเอามือปิดปากคนตั้งท่าจะโวยวายได้ทันเหมือนจะอ่านใจได้ ไม่แค่นั้นยังส่งสายตายียวนกวนประสาทมาให้อีก ปากก็กรอกเสียงเกลี่ยกล่อมสาวในลิสต์ของชานยอลให้เลิกโทรมาอย่างถาวร
ดูเหมือนคนหน้าหล่อไม่เบื่อที่จะทำหน้าที่บอกเลิกให้อย่างมีประสิทธิภาพ เอาให้ถูกคือเขาชินแล้ว ทำต่อไปจนตลอดชีวิตมันจะเป็นอะไรไป เขารู้ว่านี่คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
แต่อย่าลืมว่าโลกนี้ยังมีคำว่า “ข่าวลือ” อยู่นะ
คนโดนปิดปากนั่งเคี้ยวฟัน เตรียมระเบิดเต็มที่หลังจากอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว ถึงเขาจะเคยขอให้มันเลิกนัดให้บ่อยๆ แต่คราวนี้กูไม่ได้ขอและกูไม่ต้องการ!
นี่คือสาเหตุทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้ปาร์คชานยอลมานั่งห่อเหี่ยวอยู่ตรงนี้
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะมึงคนเดียวเลย ไอ่อู๋อี้ฟาน!!!
“โอ๊ย! กัดทำไมเนี่ย!”
คริสสะดุ้งโหยง สะบัดมือจ้องหน้าคนที่แปลงร่างเป็นหมาบ้าไปแล้ว
“ก็มึงเอามือมาปิดปากกูทำไมล่ะ!”
หมาบ้าลุกขึ้นมาจากโต๊ะทันทีที่ว่าจบ เขาเคืองมากจริงๆนะที่คริสทำอย่างนี้ไม่หยุดตั้งแต่คืนที่ปรับความเข้าใจกัน
ความจริงก็โกรธมันทุกรอบแหละ เขารู้ว่าไม่ควรจะหม้อสาวเหมือนเดิมแล้ว เพราะเขามี...เอิ่ม...”คนรัก” แล้วอะนะ...แต่แบบ...ขอเวลาฉลองสละโสด (?) อีกแป๊บนึงได้ปะละ อุตส่าห์จีบมาได้อะ เสียดายชื่อเสียงเพลย์บอยอะ...ขอเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกอดอีกสักทีก่อนลาได้ปะละ! (ดูมัน)
ร่างสูงของอีกคนลุกขึ้นมาจากที่นั่งมาประจันหน้ากับคนที่เชิดหน้าปากยื่นเตรียมว๊ากต่อ แต่เจ้าของผมสีทองกลับพูดขัดเสียก่อน
“จะให้ปิดปากแบบนี้ก็ไม่บอก”
ว่าเสร็จก็คว้าคอคนตัวเล็กกว่ามาประกบปากทันทีที่พูดจบ คริสดูดเล็มริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่งราวกับจะเรียกร้อง มือหนาโอบรอบเอวแบบบางไว้ดึงเข้ามาให้แนบชิดกว่าเดิม
และตามประสาคนไวไฟ ชานยอลเผยอปาก รับจูบจากอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล มือที่ตกอยู่ข้างตัวค่อยยกขึ้นกำเสื้อของคนตรงข้ามไว้จนยับยู่พร้อมกับเอนตัวให้เข้าหาร่างหนาใกล้ขึ้น
เดอะแก๊งค์ยกมือปิดปากที่อ้าจนน่ากลัวกรามจะค้าง และยังคงรักษามารยาทไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยไม่มีใครร้องออกมาสักแอะ แต่ก็กลัวว่าเพื่อนจะหาว่าไม่ใส่ใจ แต่ละคนเลยใช้มืออีกข้างล้วงเอามือถือขึ้นมา เปิดฟังก์ชั่นถ่ายรูป และกดชัตเตอร์โดยที่ยังคงไม่ได้รับความสนใจใดๆจากคู่รูมเมทที่ยืนเชื่อมสัมพันธไมตรีกันกลางมหาลัย
แล้วมาง๊องแง๊งจะให้พวกกูแคร์ มึงแคร์พวกกูมากเลยดิ๊
มีแต่อี้ชิงที่ยิ้มในหน้าส่ายหัวกับพฤติกรรมประเภท “(คนทำ)ไม่แคร์สื่อแต่สื่อขอแคร์” จะว่ามันไม่แคร์ก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะเขาพอจะเดาออกว่าเพื่อนสมัยเด็กอย่างคริสทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
ตรรกะง่ายๆ ด้วยมนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงอดไม่ได้ที่จะสังเกตพฤติกรรมคนที่อาศัยรวมกันอยู่เสมอ แม้จะไม่รู้จักกันก็ตาม ประกอบกับคนหน้าตาดีเกินมาตรฐานมักเป็นที่จับตามอง แล้วมาทำพฤติกรรมโจ่งครึ่มอย่างเช่นจูบกันในที่สาธารณะย่อมเป็นจุดสนใจ และนอกจากชื่อเสียงเรื่องเปลี่ยนคู่ควงบ่อยของทั้งสองคนแล้วก็มีข่าวลือที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง อย่างเช่น สองคนนี้คบกันอยู่ปล่อยออกมาหนาหูอยู่พอสมควร
จากการกระทำของคนที่อยู่ในบริเวณนี้ทั้งหมดอี้ชิงก็รู้แล้วว่าเรื่องที่คริสอู๋และปาร์คชานยอลจูบกันกลางมหาลัยคงเป็นอะไรที่ได้รับการกล่าวขาน บอกต่อ ใส่สีตีไข่ด้วยอัตราการแพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าไวรัสในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแน่ๆ ยิ่งมีไอ่เดอะแก๊งค์ที่เก็บภาพไว้คนละช็อตสองช็อตด้วยนะ การันตีผลงานพันเปอร์เซ็นต์อะ
เจ้าของใบหน้าหล่อกระซวกใจนามอู๋อี้ฟานก็แค่ขอใช้ปัจจัยทั้งหมดนั้นรวมกันกับ ”น้ำใจ” จากคนรอบข้างคนละนิดคนละหน่อย เพื่อลบคนที่เคยติดพันออกไปให้หมดในคราวเดียว ก็น่าจะคุ้มค่ากับการ ”ประกาศ” แบบไม่สนใจโลกครั้งนี้
และที่สำคัญ...ปราบนิสัยหม้อไม่เลิกของรูมเมทตัวดีได้บ้างล่ะนะ
ในที่สุดคริสก็ยอมละจากปากแดงแต่ยังไม่ยอมห่างออกมา แนบหน้าผากกับอีกคนแล้วจ้องตาโตไม่วาง ชานยอลหน้าขึ้นสีจนแทบจะระเบิดตัวเองได้อยู่แล้วเพราะความเขินอาย แต่ก็สบตากับอีกคนไว้ไม่หลบเช่นกัน
“อย่านัดสาวที่ไหนอีกรู้มั้ย”
“งือ...ก็ได้”
ถึงจะอยากประท้วงออกไปแต่ก็ได้แค่เบะปาก ถึงจะเสียดายชีวิตเพลย์บอยตัวพ่อ แต่เขาตัดสินใจได้แล้ว ปาร์คชานยอลก็ลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับว่าเขารักคริสและอยากจะคบกับคริสในฐานะคนรัก
“ห้ามเดตกับใครนอกจากชั้น”
“เออ กูรู้แล้วน่า”
“พูดเพราะๆด้วย”
“เหอะ! คร้าบบบบ พ่อ”
“พ่อทูนหัวนะ”
“อยากเป็นอะไรก็ตามใจ”
ว่ามาถึงตรงนี้ มองตากันไม่เท่าไรก็เริ่มปรือ ปากที่ส่งเสียงพูดกันเมื่อกี้ก็เริ่มเคลื่อนเข้าหากันอีกครั้งด้วยอำนาจแม่เหล็ก(รัก)ที่มองไม่เห็น และทำท่าจะหลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวอีกรอบ
“ฮัลโหลเทส หนึ่งสองสามสี่ ฮัลโหล แอดเทนชั่นพะลีส”
ลู่หานขัดจังหวะความหวานที่เริ่มจะแผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า เรียกร้องความสนใจจากทั้งคู่ให้หันมาสนใจประชากรร่วมโลกใบนี้บ้างอะไรบ้าง
“โอ๊ย หมั่นไส้คร้าบบบบบ”
“หวานกันซะกูจะสำลักออกมาเป็นน้ำตาลกรวด”
“คราวนี้แน่ใจแล้วใช่มั้ยขอรับว่าเป็นอะไรกัน”
“อัพเดตสเตตัสด้วยครับเพื่อน”
“พวกกูไม่รับคำตอบคนดังนะเว่ย”
แซวพวกมันไปงั้นแหละ เห็นกันอยู่ว่าพวกเขารู้ก่อนที่เจ้าตัวจะเข้าใจความรู้สึกตัวเองกันเสียอีก แต่ภาพคนหน้านิ่งเปลี่ยนเป็นคนขี้อ้อน และคนที่เคยทำแต่สาวเขินมาอายม้วน มาหน้าแดงเสียเองอย่างนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจจะควักมือถือมาถ่ายอีกรอบแล้ว
“แฟน/แฟน”
คำที่จะบอกให้ทุกคนรู้ต่อจากนี้ไป
THE END