The electronic plank. Part of my current set-up.
seen from Netherlands
seen from United States
seen from Ukraine

seen from Brazil
seen from United Kingdom

seen from United States
seen from United States
seen from Vietnam
seen from Philippines

seen from Indonesia

seen from Malaysia
seen from South Korea

seen from Singapore
seen from Russia
seen from United States
seen from United States
seen from United Kingdom

seen from China
seen from China

seen from Singapore
The electronic plank. Part of my current set-up.
DORKBOT OPENMICSURGERY
กดฟังเสียงด้านบน
PD-Extended Workshop 02 - Wobble Bass
คำแนะนำ: ควรอ่านเรื่องที่สอนเก่าๆมา หรือมีความรู้พื้นฐานบ้างนิดหน่อย
สำหรับตอนนี้จะมาสอนทำเสียงที่มันล้ำๆหน่อย และช่วงนี้กำลังฮิตๆด้วยครับ คือทำเสียงเบสแบบ Dubstep ที่นิยมกันอยู่ตอนนี้
เรามาดูตัว Patch กันเลย
อันนี้เป็นการนำเทคนิกเก่าๆมาใช้หมดเลย ไม่มีอะไรใหม่ 1. Additive Synthesis 2. Subtractive Synthesis 3. LFO (ดูหมวด AM) ถ้าเข้าใจอันนี้ เวลาเล่นกับซินท์เพื่อจะทำ Wobble ก็จะง่ายขึ้นมาหน่อย
จะอธิบายทีละส่วนนะครับ
-ส่วนแรก ก้อนฝั่งซ้าย จะเป็นเสียง Synth ธรรมดาๆที่เอามา Additive กัน [mtof~] คือแปลงค่าmidi เป็นความถี่ แล้วก็ส่งให้ oscillator ต่างๆ -12 คือลงไป 1 octave
ผมแยกความดังสองอัน ให้เสียงต่ำดังกว่าเสียงสูง
วิ่งลงไปผ่าน Overdrive คือดันเสียงให้แตกนั่นแหละ
แล้วก็เข้า [lores~] เป็น Low pass filter เพื่อให้ LFO ทำงาน
จากนั้นออกลำโพง (writesf2 คืออัดเสียงเฉยๆ ไม่เกี่ยวกับเสียง)
-มาดูก้อนของ LFO บ้าง อยู่ฝั่งทางขวา
ผมใช้ค่าอยู่ที่ 0-10 ยิงไปที่ osc~ เพื่อกำหนดความเร็ว ก้อนตัวเลขสองอันต่อมาผมใช้วิธีoffsetมันขึ้นไปเพื่อให้เลขอยู่ระหว่าง 40-1040 เอาไปคุม low pass filter
การใช้ LFO ดูที่ LFO (ดูหมวด AM)
ตัวเลขนั้นจะยิงไปที่ [lores~] เพื่อให้มันcut ความถี่ที่ว่านั้นครับ
ทำตามนี้เป็นอันจบสูตร Wobble bass แล้วไปลองทำกันดูนะครับ
PD-Extended Workshop 01 - Mallet
คำแนะนำ: ควรอ่านเรื่องที่สอนเก่าๆมา หรือมีความรู้พื้นฐานบ้างนิดหน่อย
Tutorial แรกนะครับ สอนทำเสียงง่ายๆก่อนคือเสียงเครื่องเคาะพวก Mallet ต่างๆครับ เพราะมันมองง่ายดี
แค่ทำ Mallet ใช้ Additive ก็ทำได้แล้วครับ จะมาทำกันให้ดูซักนิด
ทำเสียงที่ออกมาแบบ Marimba นะครับ
เราก็ต้องมานั่งนึกก่อนว่าตัวเสียงเป็นอย่างไร สั้นยาวแค่ไหน และน่าจะใช้ Osc ตัวใดมาทำครับ
เสียงฟังกลมๆ เราก็เลยลองเอา sine wave มาใช้ ส่วนความยาว Envelope พวกนี้จะเป็น curve โค้งครับ เราก็ใช้ [curve~]
และเราก็กำหนด Harmonic ของมันครับ บางที วิธีแกะเสียง แกะจากการดู EQ ได้
สร้างเสียงหลักก่อนครับ แล้วทีนี้ค่อยมากำหนด Harmonic มัน (ตอนนี้เสียงจะยังไม่ออก เพราะติด [*~] เพื่อต่อ Envelope)
และก็มากำหนด Harmonic เอาครับ ส่วนเทคนิกนั้นต้องมาจากการสังเกตุล้วนๆ ดูwave ฟังเสียง
กิ่งที่แตกออกมาคือเสียงย่อยนะครับ osc ผมกำหนดไปเป็น คูณ 4, 8 และ 0.5 โดยต่อเข้ากับความดังที่น้อยกว่า บางทีพวกนี้กว่าจะหาค่า harmonic มันได้ต้องมานั่งสุ่มเลขดูครับ
ตอนนี้เสียงยังไม่ออกอยู่ดีนะ รอสร้าง Envelope ก่อน
เข้าขั้นตอนสร้าง [curve~] คือเราจะแบ่งความยาวเสียงกับความยาว harmonic ออกจากกันครับ
จะเห็นว่าสร้างไว้สองอันนะครับ วิธีสร้างให้ดูจากบทความเก่านะครับ
อันแรก ด้านซ้าย จะเห็นว่าเสียงสั้นกว่าข้างขวา เพราะว่าถ้าเสียงมามากไป มันจะเหมือนตีเหล็กครับ
อันที่สอง เสียงยาวกว่า ไว้คุมเสียงหลักอย่างเดียว
ทั้งสองอันนี้จะมี Envelope เป็นรูปโค้งขึ้น ยอดแหลม แล้วก็โค้งลงมานะครับ เป็นลักษณะของ Marimba
เมื่อทำตามภาพได้แล้ว ทีนี้ลอง Bang ดูครับ และลองปรับความถี่ดู เสียงจะออกมาเหมือน Marimba เลยทีเดียว
มีวิธีประยุกต์เป็นเครื่องเคาะอื่นๆได้อีกเช่น Xylophone รูปแบบของมันเสียงสูงจะเด่น ทำโดยการสลับ Harmonic กับเสียงหลักดู ให้เสียงสูงกลายเป็นเสียงหลัก และเอาเสียงธรรมดากับต่ำ ให้เบามากๆ แล้วก็สลับ curve~ ดูครับ
หวังว่า Tutorial นี้จะช่วยเรื่องการสังเคราห์เสียงได้มากขึ้นนะครับ
"Echoes" phil_wc live at BACC
19 March 17:00 - 20:00
Ambient music live. with Puredata, Ableton live.
At Bangkok Art and Cultural Center
PD-Extended Learning Memo Week 5
วันนี้พูดเรื่อง Subtractive Synthesis กับ Enverlope อีกแบบนึง
--
Subtractive Synthesis
คือการเอาเสียงที่ได้มาแล้วนั้น (จะได้ด้วยวิธีการใดก็ตามอย่าง Additive) มาหักออกเหมือนชื่อ โดยใช้ Filter ต่างๆ คัดความถี่บางย่านออก ขึ้นอยู่กับชนิดของ Filter
บน PD ครั้งนี้จะเรียน object หลักๆ สี่อันตามรูป
object พวกนี้วิธีใช้คล้ายกันหมด สามารถต่อแทนกันได้
เริ่มที่ [lop~] คือ Low pass filter ครับ
วิธีใช้ input แรกรับสัญญานเสียง input สองรับค่าว่าจะให้ผ่านถึงเท่าไร เช่น
ลองใช้ square เสียง harmonic มันเยอะ
กล่อง number ที่เป็น 500 คือ กรองความถี่ที่มากกว่า 500 ออก ครับ
--
[hip~] คือ Hi pass filter คล้ายกับ Low pass คือ คัดความถี่ต่ำออก
วิธีใช้แบบเดียวกัน ลองเปลี่ยน [lop~] เป็น [hip~] ค่า 500 จะเป็นกรองความถี่ที่น้อยกว่า 500 ออก ครับ
--
[bp~] คือ Band pass เลือกให้ผ่านเฉพาะบางความถี่
ช่องกลางคือ ความถี่ตรงกลางที่ให้ผ่าน ช่องขวาเป็นค่า Q (คล้ายๆ amplitudeที่แปรผกผัน ยิ่งน้อยยิ่งดัง)
--
[lores~] คือ low pass ที่มีการยกขึ้นของแอมปลิจูดที่ตัดด้วย ดังรูป
ตรงที่นูนขึ้นคือค่ายกครับ
input ตรงกลาง คือตัดความถี่ที่มากกว่าออก ฝั่งขวาคือค่าความดัง ห้ามเกิน 1 ครับ
ถ้าลองเล่นกับเสียง Noise จะเหมือนที่เขาใช้ในเพลง electronic นั่นเลย
----
Enverlope อีกแบบนึงของวันนี้คือการใช้ [curve~] ชึ่งใช้แทนที่ [vline~] ได้
คือการทำให้ enverlope ของเราเป็นกราฟโค้งครับ ไม่ตรงเป็นเส้นตรง
วิธีใช้ของเจ้านี่จะแปลกกว่า [vline~] ตรงที่สามารถรับได้ทีละค่าเท่านั้น เราจึงใช้ดีเลย์ [del ] ช่วยยิงอีกคำสั่ง
สร้าง [curve~] ขึ้นมา ใช้ bang ช่วยยิงครับ และสั่ง message แรก 1 1 ,หนึ่งอันแรกคือ amplitude หนึ่งอันที่สองคือเวลา อันนี้ก็คือการยิงเสียงให้ดังขึ้นมาทันที
ต่อมาใช้ [del 2] คือ delay แค่ 2 millisecond
เพื่อเข้า message ที่สอง 0 700 -0.5 , 0 คือ amplitude 700 คือระยะเวลา อันที่สามคือ ความโค้งครับ
ความโค้งนี้เราจะใช้ ตั้งแต่ -1 ถึง 1 ซึ่งจะเป็นดังนี้
x>0
x<0
จากpatch ที่เห็น ใช้เป็น -0.5 คือเสียงจะตกลงแบบรูปข้างล่าง Envlope แบบนี้ใช้กับพวกเครื่องเคาะเช่น พวก Mallet instrument
ส่วน Output ของเจ้านี่ก็ไปต่อฝั่งขวาของ [*~] ตามปกติครับ
คราวหน้าจะ workshop ซักเสียงให้ดูครับ
End of line_
PD-Extended Learning "Put"
คราวนี้เราจะมาอัพสั้นๆบอกซักเล็กน้อยเกี่ยวกับของต่างๆใน Put ครับ
จะเห็นว่าเราสามารถเอาอะไรมาใช้ได้บ้าง
ผมเรียงตั้งแต่ Object-Hslider ให้ดู เพราะใช้บ่อย ที่เหลือเดี๋ยวค่อยว่ากัน ไม่ก็ไปลองเองดูนะ
อันแรก Object เปรียบเหมือนโมดูลต่างๆเพื่อใช้พิมใส่ว่าจะให้มันทำอะไร
สอง Message เป็นเหมือนเขียนคำสั่งเพื่อสั่งงานให้กับ Object พิมเข้าไป แล้วคลิก ก็คือ bang คำสั่งที่พิมไป
สาม Number น่าจะรู้อยู่แล้ว ป้อนเลขเข้าไปแล้วกด enter ไม่ก็เลื่อนเลขได้ หรือกด shift+เลื่อน เพื่อความละเอียด
สี่ Symbol อันนี้ยังไม่ได้ใช้ สามารถพิมสัญลักษณ์ได้
ห้า Comment เอาไว้เหมือนโน๊ตเข้าไปว่าอันนี้อะไรยังไง
หก Bang ไว้เพื่อยิงให้ทำงานทีนึง
เจ็ด Toggle ไว้เหมือนเปิดปิดสวิชท์
แปด Number2 อันนี้ไม่ค่อยทราบ ไว้บอกทีหลัง
เก้ากับสิบ slider ทั้งหลายแหล่ สามารถใช้เป็นตัวเลื่อนค่าต่างๆซึ่งกำหนดได้จาก Properties
อัพกันสั้นๆแค่นี้ครับ