ฝ่ายโสตฯ(โสด)ก็มานะครับผม 😆😆 Teach For Thailand’s annual event. #TeachForThailand #IFTE
seen from Italy
seen from China

seen from Indonesia

seen from India
seen from China
seen from Italy
seen from China
seen from United States
seen from China
seen from India
seen from China
seen from Mexico

seen from United States
seen from Vietnam
seen from Australia

seen from Italy
seen from Germany
seen from United States
seen from China
seen from Indonesia
ฝ่ายโสตฯ(โสด)ก็มานะครับผม 😆😆 Teach For Thailand’s annual event. #TeachForThailand #IFTE
👨🏻🏫📚 With my lovely and talented students. (TFT School Practicum) I am a teacher. It's how I define myself. A good teacher isn't someone who gives the answers out to their kids but is understanding of needs and challenges and gives tools to help other people succeed. That's the way I see myself. #TeachForThailand #TFT (at โรงเรียน วัดอ่างแก้ว ( จีบ ปาน ขำ ))
📚📚 School practicum. Yeahhhh!!! #TeachForThailand #TFT (at โรงเรียน วัดอ่างแก้ว ( จีบ ปาน ขำ ))
ยกระดับไอเดียการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย ต้องไป Teach for Thailand แต่ถ้าอยากยกระดับเรื่องหัวใจ ต้องไปที่ไหนอะเธอ ♥ ถ้าไม่อยากแค่บ่นเรื่องปัญหาการศึกษา ลองเปลี่ยนมาเป็นผู้ลงมือแก้ไขไปด้วยกันสิ ! #ChangeEduTH #clstories #teachforthailand (at จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Chulalongkorn University)
1ปีที่ผ่านมามีป๊ะป๋าคอยดูแล กางปีกปกป้องหนูเสมอ...รักกกกกก | คุณครูพี่เลี้ยง = ป๊ะป๋าาาาา ❤️❤️✨ #ของขวัญรับปริญญา #ป๋าเลือกเอง #TeachForThailand #2ndYear #2015 (at ร.ร คลองหนองใหญ่(ทองคำ ปานขำอนุสรณ์))
การเติบโตของนักเรียน
แขเคยเขียนเรื่องราวของตัวเองกับการสอนนักเรียนคนหนึ่งทุกๆวันหลังเลิกเรียน ในตอนนั้นเราพยายามกันมาก และมันดำเนินไปอย่างเชื่องช้าถึงที่สุดหากเทียบกับการสอนนักเรียนคนอื่นๆแล้ว แต่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา สิ่งที่ปาล์มทำให้เห็นตลอดคือความอดทนพยายาม อดทนถึงที่สุด พยายามถึงที่สุด ทุกเย็นเค้าจะมาโดยที่เราไม่ต้องไปเรียก หรือไปตามเลย แต่ในเทอมสองปาล์มต้องติวโอเน็ทจึงไม่มีโอกาสได้สอนกันอีกเท่าไหร่ เค้าสนใจอะไรแขก็แค่นั่งฟัง ไม่ขัด ในช่วงที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นก็พยายามไปจดในเน็ทมาออกเสียงให้เราฟัง
ปาล์มเคยมาบอกว่าเครียดเรื่องการเรียนต่อหลายครั้ง ตัวเค้าเองอยากเป็นทูต เค้ารู้ว่าเค้าต้องเรียนต่อสายสามัญเท่านั้น และด้วยความสามารถของเขา เขาหนักใจมากในการสอบและคะแนนทั้งหลาย ในตอนนั้นแขดูจากความรู้ความสามารถ ต้นทุนที่เรามี มันน้อยนิดมาก มันแทบไม่เห็นแสง แขเองก็หนักใจมากบอกปาล์มไปว่าเราจะพยายามกัน แต่ผลจะเป็นอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องของอนาคต เราหัดอ่านกันเยอะมาก ตัว s, t, b ตัวอักษรทีละตัว ทีละตัว รวมเป็นคำทีละคำ นั่งท่องเดือน ท่องวัน ท่องตัวเลข ใส่ไปเยอะมาก แต่ก็ล้นออกมากเช่นกัน หลายครั้งที่ทั้งเหนื่อยทั้งท้อ แต่ก็ยอมใจปาล์มมากๆที่ไม่ท้อเลย
ปาล์มดีดตัวเองมาเป็นคนที่เริ่มมีส่วนร่วมในการเรียนภาษาอังกฤษในห้อง เริ่มตอบคำถามได้ เริ่มรู้ว่าครูกำลังพยายามบอกอะไร เข้าใจคำถามที่ครูใช้ในห้องเรียนมากขึ้น เริ่มทำแบบฝึกหัดเองได้ และในการสอบปลายภาค ปาล์มนำตัวเองขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ของห้องในวิชาภาษาอังกฤษ เราเชื่อว่าตัวเค้าเองก็ภูมิใจอยู่ไม่น้อย
วันหนึ่งในช่วงปิดเทอมนักเรียนม.3หลายคนโพสท์ขึ้นเฟสบุ๊คถึงที่เรียนต่อของตัวเอง มีนักเรียนของเราจำนวนหนึ่งเลือกเรียนสายสามัญจึงโพสรายชื่อคนที่สอบติดในห้องนั้นเข้ามา แขเห็นชื่อนักเรียนที่โพสคนนั้นสอบติด แขไม่แปลกใจอะไรเพราะพวกเขาต่างเป็นนักเรียนที่เก่งอยู่แล้ว สายตาไล่ตามรายชื่อลงมาเห็นชื่อนักเรียนห้องอื่นของเราที่ก็ติดเหมือนกัน จนในที่สุดก็เหลือบไปเห็นชื่อของปาล์ม ติดอยู่ในสายภาษาอังกฤษ-คณิตศาสตร์ ตอนนั้นพูดอะไรไม่ออกเลย
เมื่อวานนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของปีที่ 2 ในฐานะครูในโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทำงานเสร็จกำลังเก็บของเคลียร์งานหลายอย่าง ปาล์มเดินมารอหน้าห้อง บรรยากาศเหมือนเดิมทุกๆวัน ต่างกันที่วันนี้ปาล์มไม่ได้เดินมาจากห้อง3/2 แต่มาไกลจากชั้นม.4โรงเรียนใหม่ของเขา ปาล์มเดินมาและบอกว่า “ครูต่างชาติที่โรงเรียนใหม่ผม ชมเรื่องการออกเสียงผมมาก ชมต่อหน้าเพื่อนๆทั้งชั้นว่าผมเก่งเรื่องการออกเสียงที่สุด ผมพยายามอ่าน แล้วตอนนี้ผมก็พยายามศึกษาด้วยตัวเองอยู่ด้วย” ปาล์มเล่านั่นเล่านี่อีกมาก ตอนนั้นสมองเบลอจำอะไรไม่ค่อยได้ จำได้แค่ดวงตาฉายแสงคู่นั้น .... ดวงตาที่ภาคภูมิใจ แตกต่างจากดวงตาเศร้าสร้อยของเด็กที่ถูกเพื่อนล้อเป็นประจำ ... โตขึ้นแล้วสินะ
19-05-2015
Teachers, the Destiny Changers (เหล่าคุณครูผู้ฝืนโชคชะตา)
คนเราเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน... คุณว่าจริงไหม...ที่มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับชะตาที่ถูกกำหนดขึ้นมาให้เผชิญ และถูกกำหนดมาให้ไม่เท่าเทียมกัน? คนแต่ละคนเกิดมาในครอบครัวที่ต่างกัน อยู่ในสังคมที่ต่างกัน มีความสามารถและสภาพร่างกายต่างกัน ได้พบเจอกับคนต่างกันออกไปในชีวิต ส่งผลให้เด็กเหล่านั้นเติบโตไปโดยได้รับประสบการณ์และโอกาสที่ไม่เหมือนกัน ถูกบ่มเพาะให้เติบโตมาอยู่ในส่วนที่ต่างกันของสังคม บ้างก็ว่าสิ่งเหล่านี้ถูกตั้งโดยลิขิตสวรรค์ บ้างก็ว่าถูกเขียนโดยพระผู้เป็นเจ้าหรือเทพยดา บ้างก็ว่าถูกกำหนดโดยกรรม...เราพยายามนิยามความไม่เหมือนกันในชีวิตของบุคคลแต่ละคนที่ดูเหมือนจะไม่มีเหตุผลนี้ในหลายรูปแบบ เช่น พรหมลิขิต กรรมบันดาล หรือโชคชะตา เป็นต้น ธรรมชาติ มันก็สร้างมนุษย์มาแบบนี้...
"ในเมื่อธรรมชาติสร้างมนุษย์มาให้ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว คนเรามันก็ต้องได้รับโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกันก็ถูกแล้วนี่..."
มันก็ใช่... คนเราคงจะไม่ได้รับโอกาสเหมือนกันหมด ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ (เช่น ความสามารถ ฐานะ สภาพสังคม) ทำให้ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้เรียนสูง ๆ ไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสที่จะร่ำรวย ไม่่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้ทำงานที่ชอบและมีความสุข ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสยืนอยู่จุดสูงสุดในด้านต่าง ๆ และคงไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสฝึกตนเองจนได้พบความสงบในใจขั้นสูง
และไม่ใช่... แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จ แต่คนทุกคนควรมีโอกาสที่จะฝัน พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะใฝ่หาสิ่งที่ตัวเองต้องการจากใจ... เด็กที่เติบโตโดยไม่เชื่อในตัวเองและความฝัน ก็ควรมีโอกาสที่ได้รับความเชื่อมั่นจากคนอื่น... เด็กที่ถูกเลี้ยงดูโดยขาดความรัก ก็ควรมีโอกาสที่ได้รับความรักจากผู้อื่น... เด็กที่โตมาอย่างโดดเดี่ยวและไร้พลัง ก็ควรมีโอกาสได้พัฒนาตัวเองและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม... เด็กที่ถูกโชคชะตาขีดเขียนชีวิตมาอย่างโหดร้าย ก็ควรมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือ เพื่อที่จะฝืน ต่อสู้ และชนะโชคชะตานั้นดูซักครั้ง... อืม... แล้วใครกันนะ ที่จะช่วยพวกเขาเหล่านี้...