พบกันยามเช้าอีกครั้งในวันที่ห้า ขอให้เราต้อนรับวันใหม่ด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส เชื่อว่าตอนนี้หลายคนมีความรู้สึกดี อารมณ์ดีเพราะเป็นวันศุกร์ หลายคนอาจกำลังคิดถึงสิ่งที่จะทำในเย็นนี้ค่ำนี้ อาจมีการนัดเลี้ยง อาจมีการไปพบปะเพื่อนฝูง หรือไปช้อปปิ้ง พอนึกแล้วก็มีความสุขอารมณ์ดี แต่จะดีกว่านั้น หากเราพาใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นก็อย่าไปจมอยู่กับมันมาก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดีหรือสิ่งไม่ดีก็ตาม บางคนอาจมีความวิตกว่าเย็นนี้มีงานต้องสะสางมากมาย เพราะเป็นวันทำงานสุดท้ายในรอบสัปดาห์ ก็อย่าเพิ่งไปพะวงกับพันมาก ให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน บางคนอาจมีความรู้สึกขุ่นมัว เพราะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเมื่อวาน อาจมีการกระทบกระทั่งกับเพื่อน ถูกตำหนิติฉิน ต่อว่าด่าทอ หรืองานมีอุปสรรค เหตุการณ์มันเกิดขึ้นในอดีตเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็อย่าปล่อยให้อารมณ์หมองมัวหรือตกค้างมาจนถึงวันนี้ . อะไรที่เกิดขึ้นไปแล้ว ก็ให้มันผ่านเลยไปเหมือนกับสายลม ชำระใจของเราให้สะอาดผ่องใส ไหนๆ ตอนเช้าอากาศดี ก็อย่าให้ขยะหรือพิษที่ไปเก็บรับมาเมื่อวานหรือวันก่อนๆ มันตกค้างอยู่ในใจ เวลาเรามีขยะอยู่ในมือ จะเป็นกล่องนมหรือขวดน้ำพลาสติกที่ดื่มหมดแล้ว เราก็อยากจะทิ้งทันที หลายคนถึงกับโยนลงข้างทางโดยไม่รอที่จะทิ้งลงถังขยะ ขยะในมือเราอยากจะทิ้งเร็วๆ ไวๆ แต่ทำไมขยะในใจเราถึงเก็บค้างเอาไว้ บางทีก็หวงแหนไม่ยอมปล่อยไม่ยอมวาง ยิ่งขยะในใจยิ่งต้องวาง แล้วก็อย่าไปฉวยเอาขยะในปากคนมาใส่ไว้ในใจด้วย ขยะในใจมีมากอยู่แล้วไม่พอ ก็ยังไปหยิบขยะในปากคนมาใส่ไว้ในใจ แล้วก็ไม่ยอมชำระสะสางออกไปจากใจ แต่ถ้าเรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน ขยะเหล่านี้จะละลายหายไปได้ง่าย . การมาอยู่กับปัจจุบัน ความหมายหนึ่งคือ การที่เราพาจิตพาใจมาอยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหน จะอาบน้ำ ถูฟัน ล้างหน้า แต่งตัว สวมเสื้อผ้า ใจเราก็อยู่กับสิ่งนั้น อันนี้เรียกว่าอยู่กับปัจจุบัน รวมถึงงานการที่เรากำลังวางแผนว่าอาทิตย์หน้าจะทำอะไร ถึงแม้อาทิตย์หน้าจะเป็นอนาคต แต่ถ้าเราตั้งใจที่จะวางแผน ก็ถือว่างานนั้นคือปัจจุบัน เราอาจมองย้อนกลับไปถึงชีวิตและงานการในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันนี้ แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นอดีต แต่ถ้าเราใคร่ครวญเพื่อการประเมินปรับปรุงแก้ไข อันนี้ก็ถือว่าเป็นปัจจุบัน ‘ปัจจุบัน’ ในพุทธศาสนา ไม่ได้หมายถึงเฉพาะขณะนี้ตรงนี้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงงานที่เรากำลังทำในบัดนี้ แม้จะเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับอนาคตหรือสัมพันธ์กับอดีตก็ตาม . ‘อยู่กับปัจจุบัน’ ยังหมายถึงการที่เราชื่นชมให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรามีอยู่ สิ่งที่เสียไปแล้วก็ไม่ไปเสียดายอาลัยอาวรณ์ สิ่งที่ยังมาไม่ถึงหรือสิ่งที่ยังไม่มีเราก็ไม่พะวง หลายคนเป็นทุกข์เพราะนึกถึงสิ่งที่ยังไม่มี คนอื่นเขามี iPhone รุ่นใหม่ Samsung Note 9 ไอ้เราไม่มีก็เสียใจ เด็กๆ คนรุ่นใหม่เป็นอย่างนี้เยอะ ผู้ใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ไม่ใช่น้อย อันนี้เรียกว่าไม่อยู่กับปัจจุบัน ‘อยู่กับปัจจุบัน’ ด้วยการชื่นชมและให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรามีอยู่ เช่น ตอนนี้เราควรจะรู้สึกขอบคุณที่เรายังมีลมหายใจ ขอบคุณที่เรามีวันใหม่ การที่เรามีวันใหม่และยังมีลมหายใจ อันนี้เรียกว่าเป็นโชคก็ได้ เพราะหลายคนไม่มีโอกาสที่จะได้อยู่มาจนถึงวันนี้ นอกจากเรามีวันใหม่แล้ว ถ้าเรายังมีสุขภาพดีอยู่ ไม่เจ็บไม่ป่วย ตายังมองเห็น หูยังได้ยินดี มือขายังทำงานได้ปกติ เดินเหินไปไหนมาไหนได้ เราก็ควรขอบคุณที่เรายังมีสิ่งเหล่านี้อยู่กับตัว ขอบคุณที่เรายังมีคนรักอยู่รอบข้าง หลายคนอาจสูญเสียคนรักในครอบครัวไป บางทีก็เป็นไปอย่างกะทันหัน แต่ถ้าเรายังมีคนที่เรารักอยู่รอบข้าง เราก็ควรรู้สึกขอบคุณ หรือการที่เรายังมีบ้าน มีงานทำ อันนี้คือสิ่งที่เราควรจะชื่นชมและขอบคุณเช่นเดียวกัน . เรามีสิ่งดีๆ มากมายอยู่กับตัวและอยู่รอบตัว มันเป็นสิ่งที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน เราควรเห็นคุณค่า ชื่นชม และขอบคุณที่ยังมีสิ่งนี้อยู่ เพราะอนาคตมันไม่แน่ สิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้ แต่วันหน้าก็จะแปรเปลี่ยนไป กำลังวังชาก็อาจจะลดน้อยถอยลง ทรัพย์สมบัติก็อาจจะร่อยหรอ การหายใจที่เคยสะดวกก็อาจจะเริ่มติดขัด ตาก็เริ่มฝ้าฟาง หูก็เริ่มได้ยินอะไรไม่ชัด ยังไม่ต้องพูดถึงคนรักที่อาจจะจากไปทีละคนสองคน มันยังไม่เกิดก็จริง แต่ว่ามันจะเกิดในวันหนึ่งข้างหน้า พูดอย่างนี้ไม่ใช่เพื่อให้หดหู่ มันยังไม่เกิดก็อย่าไปเสียอกเสียใจ แต่การนึกถึงก็เพื่อกระตุ้นให้เราตระหนักว่า วันนี้เรายังโชคดีที่ยังมีสิ่งดีๆ มากมาย ขอบคุณ เห็นคุณค่า และชื่นชม จะทำให้เรามีความสุขได้ง่าย ยังไม่ต้องมีอะไรใหม่ก็ได้ แค่สิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้มันก็เป็นเหตุผลที่จะทำให้เรามีความสุข ขณะเดียวกันก็ไม่ประมาท ยิ่งเราไม่ประมาทเท่าไหร่ ยิ่งเราตระหนักว่าสิ่งที่เรามีวันนี้ ต่อไปอาจจะสูญไป เราจะใช้ให้มีคุณค่ามากขึ้น คนรักของเรา วันหน้าเขาอาจจากเราไปทีละคนสองคน เพราะฉะนั้นขณะที่เขายังอยู่กับเรา เราก็ปฏิบัติดีกับเขาอย่างเต็มที่ เวลาคุยกับเขาก็อยู่กับเขาด้วยใจเต็มร้อย ไม่ใช่ไปพะวงเรื่องงาน มีเวลาก็ให้เวลากับเขาอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ผัดผ่อน “เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน” คนที่ผัดผ่อนแล้วก็ใช้คาถา “เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน” เสียใจมานักต่อนักแล้ว . เมื่อเราตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้ ให้เรารับรู้ถึงสิ่งดีๆ ที่เรามีอยู่ในวันนี้ ร่างกาย สุขภาพ กำลังวังชา คนรักที่อยู่รอบข้าง งานการที่แม้จะหนักแต่ก็ยังเป็นสิ่งที่เรารัก บ้าน อาหาร ฯลฯ ถ้าเราเปิดใจชื่นชมเห็นคุณค่าสิ่งเหล่านี้เราจะมีความสุข ไม่มีเหตุผลที่เราจะวิตกหรือจะทุกข์เลย แล้วก็นำสิ่งความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ไปยังที่ทำงานด้วย แต่ก่อนจะถึงที่ทำงาน ระหว่างเดินทางเจอรถติดก็รักษาใจอย่าให้จิตตก เสียเวลาแล้วก็อย่าให้เสียสติเสียอารมณ์ เวลาเจอไฟแดงแทนที่จะหงุดหงิดว่า “เอาอีกแล้ว” ให้เราลองมองเสียใหม่ว่า เขามาเตือนให้เราหยุดฟุ้งซ่าน เขามาเตือนให้เราหยุดวิตกกังวล เขามาเตือนให้เราอยู่กับปัจจุบัน ใช้ไฟแดงเป็นเครื่องเตือนใจ ให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน แล้วเราจะรู้สึกรักไฟแดงมากขึ้น เราจะเป็นทุกข์กับมันน้อยลง . ไปทำงาน เราก็ไปด้วยใจที่ผ่องใส เวลาทำงานแล้วเผลอเครียดขึ้นมาก็มีสติรู้ทัน แล้วก็วาง ที่จริงแค่รู้ทันมันก็วางไปเองแล้ว มีคำพูดคำจาของเพื่อนบางคน กระทบหูแล้วมันตกค้างอยู่ในใจ ไม่ใช่แค่ตกค้างแต่ยังทิ่มแทงเผาลนใจ ก็ลองสังเกตเห็นความรู้สึกขุ่นมัว เห็นความรู้สึกหงุดหงิดที่เกิดขึ้น แค่เห็นก็ช่วยได้เยอะแล้ว นี่คือการเจริญสติเหมือนกันนะ เพราะถ้าเราไปจมอยู่กับอารมณ์นั้น เราไม่ได้อยู่กับปัจจุบันแล้ว ถ้าเราไม่รู้เนื้อรู้ตัว ใจเราก็ไม่ได้อยู่กับงานแล้ว การมีสติในเวลาทำงานก็คือ ‘ใจอยู่กับงาน’ อยู่กับงานด้วยใจเต็มร้อย ไม่ไปพะวงถึงงานการอีกมากมายที่รออยู่ แล้วก็ไม่เก็บเอาคำพูดเมื่อชั่วโมงที่แล้วเมื่อห้านาทีที่แล้วของใครบางคนมารบกวนจิตใจ วางมันลง อันนี้เรียกว่าทำงานอย่างมีสติ สติทำให้เรารู้ทันอาการของใจ เวลามันฟูมันแฟบ เวลามันยินดียินร้าย เวลาดีใจเสียใจ แค่รู้เท่านั้นจิตก็จะกลับมาสู่ความปกติ แล้วก็กลับมาสู่งานที่เรากำลังทำ . ขอให้วันนี้ วันศุกร์ เป็นวันที่เรามีสติ มีความรู้ตัวทั่วพร้อมตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าสายบ่ายเย็น ให้มีจิตใจแช่มชื่นเบิกบาน แม้จะหลงบ้างก็กลับมารู้ ให้ ‘ตัวรู้’ มันครองใจเรา เพื่อนำพาความสดชื่นความปลอดโปร่งมาสู่เรา อันจะนำมาซึ่งความสุข เป็นวันศุกร์ที่เต็มไปด้วยความสุข และเป็นสุขที่ไม่ได้เกิดจากความหลง เป็นความสุขที่เกิดจากความรู้ตัวทั่วพร้อม แล้วพบกันอีกทีเย็นนี้ #ปลุกสติออนไลน์ #พุทธิกา #ธรรมะเปลี่ยนชีวิต #ชีวิตเปลี่ยนสังคม















