[trans] เส้นทางของ BLACKPINK จากคนแปลกหน้า สู่พี่สาวน้องสาว และสู่ดาวเพลงป๊อปที่เจิดจรัส
📌 กรุณานำออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมด หากมีข้อผิดพลาดตรงไหน รบกวนแจ้งที่ทวิตเตอร์ @thepaleblood ค่ะ 📌
พวกเธอคือเกิร์ลกรุ๊ปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีแต่เพลงฮิตแล้วฮิตอีก แต่ก่อนที่พวกเธอไปถึงจุดนั้น เจนนี่ จีซู ลิซ่า และโรเซ่ได้กลายเป็นครอบครัวเดียวกัน
ในย่านที่ค่อนข้างธรรมดาของกรุงโซล สำนักงานใหญ่ของ YG Entertainment ตั้งตระหง่านสูงราวกับยานอวกาศใหญ่ยักษ์เหนือแม่น้ำฮัน YG เป็นหนึ่งในค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ สร้างสรรรค์ศิลปิน K-pop รวมถึงนักแสดงและโมเดลระดับนานาชาติมากมาย ตึกใหม่ของ YG ที่เปิดตัวขึ้นในปี 2020 ขยายขึ้นเหนือพื้นดิน 9 ชั้นและขยายลงใต้ดินอีก 5 ชั้น ชั้นที่อยู่เหนือพื้นดินจะสว่างและโปร่งโล่ง ประกอบด้วยห้องประชุมที่มาพร้อมหน้าต่างบานใหญ่ โรงอาหารพนักงาน และแม้แต่ภัตตาคารเฝอ พนักงาน YG นับร้อยเดินขวักไขว่ไปมา มีจออยู่ทั่วทุกที่ซึ่งฉายภาพศิลปินมีชื่อของ YG
ชั้นใต้ดินให้ความรู้สึกเหมือนเป็นถ้ำลับ นี่คือที่ที่เหล่าศิลปินฝึกซ้อมกันในสตูดิโอเต้นและห้องอัดเสียง เด็กฝึกของค่ายปนเปไปกับนักร้องดัง และยังเป็นที่ที่ BLACKPINK เกิร์ลกรุ๊ปที่ป๊อปที่สุดของโลก กำลังอัดเพลงในอัลบั้มถัดไปของพวกเธออยู่ อัลบั้มแรกนับตั้งแต่การระบาดของโควิดในช่วงแรก เมื่ออัลบั้มนี้ (ที่จะปล่อยออกมาสักช่วงในปีนี้) เสร็จสมบูรณ์ กิจกรรมมากมายก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง พนักงาน YG จะได้มีเรื่องใหม่ ๆ ให้กระพือออกไปและส่งสาว ๆ ทั้ง 4 คน เจนนี่ จีซู ลิซ่า และโรเซ่ไปสู่ความสำเร็จมากมาย
เจนนี่ที่เหมือนกับเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ ของเธอในช่วงบ่ายเดือนเมษายนนี้ แต่งตัวง่าย ๆ และแต่งหน้าน้อยมาก เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนอธิบายถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น “ช่วงนี้…ฉันคิดทุกวันเลยว่า ‘โอเค ฉันจะเตรียมตัวสำหรับสองปีถัดไปที่ยุ่งสุด ๆ ยังไงดี’ ” เธอกล่าว สลับไปมาระหว่างภาษาเกาหลีและอังกฤษ หลังสัมภาษณ์เสร็จ เธอก็กระโดดขึ้นเครื่องบินไปร่วมงาน Coachella และแวะเข้าร้าน Flagship ของแบรนด์แว่นตา Gentle Monster เจนนี่เป็น Ambasssador สำหรับแบรนด์ดังกล่าวรวมถึง Chanel ส่วนเมมเบอร์อีกสามคนก็คล้าย ๆ กันด้วยแรงรักจาก Celine (ลิซ่า) Saint Laurent (โรเซ่) Dior (จีซู) และอีกมากมาย ในปีนี้ก่อนหน้านี้ สาว ๆ ทั้งสี่เดินทางไปทั่วปารีสเพื่อนั่งเก้าอี้แถวหน้าของแฟชั่นวีค
BLACKPINK เป็นหนึ่งในศิลปินจากเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด พวกเธอเป็นศิลปินที่มียอดติดตามบน Youtube สูงที่สุด คุณสามารถเห็นพวกเธอได้ทุกที่บนถนนทั่วกรุงโซล ตั้งแต่จอเล็ก ๆ ในลิฟต์ไปจนถึงป้ายโฆษณาบนตึกสูงระฟ้า แม้แต่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังยกความดีความชอบให้พวกเธอเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกวัฒนธรรมจาก “การมอบความหวังและความสุขให้กับผู้คนมากมายทั่วโลก” ในสหรัฐอเมริกา BLACKPINK เติมเต็มอารีนาและได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังอย่าง Lady Gaga และ Cardi B “ในแง่การบริหารและธุรกิจ พวกเรามีมุมมองและวิสัยทัศน์ต่ออเมริกาและประเทศนอกเอเชียเป็นของตัวเอง” กล่าวโดยแดเนียล ฮง ซีอีโอของ YG สาขาสหรัฐฯ “ใครบ้างจะไม่อยากขึ้นแสดงในอเมริกา”
อัลบั้มเต็มล่าสุดของพวกเธอที่มีชื่อเรียกง่าย ๆ ว่า The Album มียอดขายราว ๆ 1.2 ล้านอัลบั้มในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังปล่อยออกมาในปี 2020 ส่งให้ BLACKPINK เป็นเกิร์ลกรุ๊ป K-pop วงแรกที่มียอดอัลบั้มถึงหนึ่งล้าน ในไตรมาสแรกของปี 2021 YG รายงานถึงรายรับที่ก้าวกระโดดขึ้นจากปีก่อนถึง 84% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก BLACKPINK ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของพวกเธอเป็นส่วนหนึ่งของกระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลี (Korean Wave) ที่หมายถึงความนิยมในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
“ฉันภูมิใจในตัวพวกเธอมาก เหมือนฉันกำลังถูกรัก/เป็นที่รักอยู่เลยค่ะ” คำพูดจากจองยูจอง หญิงสาววัย 23 ปีจากปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ จองเป็นบลิ๊งค์ หนึ่งในแฟนคลับ BLACKPINK หลายล้านคนทั่วโลก “เวลาฉันเห็นพวกเธอได้ถ่ายรูปหรือขึ้นแสดงกับศิลปินดังระดับโลกเหล่านี้ ฉันจะรู้สึกภูมิใจค่ะ ข้อเสียก็คือพวกเราไม่ได้เห็นพวกเธอในเกาหลีบ่อยขนาดนั้น”
บทเพลงของ BLACKPINK นำเสนอแรงพลังสุดกระหึ่มและชวนดึงดูดที่ทั้งทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวาและติดหู พวกเธอทำเพลงฮิตสุดปังต่าง ๆ ผสานบีทฮิปฮอปอันทรงพลังเข้ากับแนว House, EDM และอีกมากมาย MV ของพวกเธอเต็มไปด้วยสีสันตระการตาและท่าเต้นเจ๋ง ๆ ที่สื่อถึงลักษณะเด่นของ YG อย่าง “Swag” ซึ่งถูกติดไว้ตัวใหญ่ ๆ ในห้องน้ำห้องหนึ่งของบริษัท และยังสื่อถึงผู้หญิงที่ไม่พึ่งพาใครและดุดัน “แทนที่จะขับเน้นความน่ารักหรือความเป็นผู้หญิง” ยูจองกล่าว “ความมั่นใจของ BLACKPINK เหมือนจะมาจากความมั่นใจในตัวเองค่ะ อารมณ์แบบ ‘ถ้าเธอไม่ชอบฉัน เธอจะต้องเสียใจ! ฉันทั้งน่ารักและเท่ แค่เธอไม่รู้’ ”
BLACKPINK ตัวจริงนั้นติดดินมาก พวกเธอชอบเสียงหัวเราะและคุยกันไม่มีหยุด “คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจในตัวฉัน แต่ฉันไม่รู้สึกเหมือนเป็นศิลปินระดับโลกเลยค่ะ” จีซูพูดเป็นภาษาเกาหลีขณะอยู่ในห้องประชุม ใส่มาสก์สีเบจที่เธอมักดึงลงมาเพื่อจิบกาแฟเย็น “ฉันยังคงเป็นคน ๆ นั้นที่เริ่มฝึกตอนอยู่ม.ปลาย สถานะทางสังคมของฉันอาจเปลี่ยนไป แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันก็ยัง...เป็นตัวฉัน”
“พวกเราอยากเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ ยิ่งกว่าใครค่ะ” เจนนี่กล่าว “แน่นอนว่ามันก็มีตอนที่พวกเราคุยกันเรื่องอิทธิพลที่เราอาจเป็น แต่เรื่องที่พวกเราชอบคุยกันจริง ๆ คือเรื่องหมาแมว ของอร่อย ๆ และสถานที่สวย ๆ”
BLACKPINK มาจากพื้นเพแตกต่างกัน ลิซ่า (ชื่อจริง: ลลิษา มโนบาล) วัย 25 ปีมาจากประเทศไทย แดนเซอร์และแรปเปอร์ที่แรปเป็นภาษาต่าง ๆ ราวกับพ่นไฟ โรเซ่ (โรเซนน์ แชยอง พัค) อายุ 25 เช่นกัน เกิดที่นิวซีแลนด์และโตขึ้นที่ออสเตรเลีย เธอเป็นเมนโวคอลที่ชอบเล่นกีตาร์และขึ้นไฮโน้ตได้ด้วย “เสียงทอง (เสียงสวรรค์)” อย่างที่แฟน ๆ ชอบเรียก เจนนี่คิมวัย 26 ปี แรปเปอร์หลักของวงโตที่โซลและนิวซีแลนด์ก่อนเข้า YG ในปี 2010 เธออาศัยอยู่กับคุณแม่ในกรุงโซลในปีที่ผ่านมา ใน BLACKPINK ไม่มีลีดเดอร์แต่เจนนี่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนผู้นำในบางครั้ง นิ่งและสงบ คอยตอบคำถามยาก ๆ ในนามของวง และคิมจีซูวัย 27 ปี เติบโตขึ้นที่กุนโป ห่างออกไปทางใต้ของสำนักงานใหญ่ YG 20 ไมล์ เธอเป็นลีดโวคอลและนักประสานเสียงผู้เชี่ยวชาญ ทั้งยังมีไหวพริบและเยือกเย็นในการให้สัมภาษณ์
ทุกวันนี้ BLACKPINK พยายามใช้เวลาอันเงียบสงบนี้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ ให้ได้มากที่สุด “รู้สึกเหมือนกำลังได้ชาร์จแบตให้ตัวเองค่ะ” จีซูกล่าว “ชีวิตฉันช่วงนี้ไม่ยุ่งมากเท่าไรเพราะเรายังไม่ได้มีงานแสดงเพลงเยอะ ๆ ฉันอยากคัมแบคพร้อมเพลงใหม่ไว ๆ แล้วค่ะ ฉันอยู่คนเดียวแต่คุณพ่อคุณแม่ก็อยู่ในอพาร์ตเมนต์หลังเดียวกัน พวกเราเลยกินข้าวด้วยกัน”
เมื่อไม่นานมานี้ ลิซ่าเองก็เพิ่งกลับไปกรุงเทพเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีเพื่อฉลองวันเกิดของตัวเอง “คุณแม่และคุณพ่อของฉันอายุเยอะขึ้นทุกวันค่ะ” เธอกล่าวด้วยความคิดถึงเป็นภาษาอังกฤษและเกาหลี “ไม่ว่าเมื่อไรที่มีเวลา ฉันก็อยากกลับไปเมืองไทย ไม่อยากเสียเวลาค่ะ อยากเจอพวกเขาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้”
โรเซ่ผู้เพิ่งเป็นโควิดไปเมื่อสี่สัปดาห์ก่อนกล่าวขออภัยสำหรับการไอแห้ง ๆ ของเธอขณะเคี้ยวข้าวผัดของร้านเฝอตุ้ย ๆ ตอนยังเป็นเด็กน้อยในเมลเบิร์น เธอจะเล่นเปียโนและกีตาร์และร้องเพลงจนดึกดื่น จนพ่อแม่และพี่สาวของเธอ อลิซ (ซึ่งตอนนี้ล้วนอาศัยอยู่ในโซล) ต้องผลัดกันมาบอกให้เธอหยุด เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรเซ่ได้จับกีตาร์เป็นครั้งแรกหลังไม่ได้จับมานาน เธอเล่าเป็นภาษาเกาหลีและอังกฤษถึงการอัดเสียงลงบน iPad การค้นหา การเล่น และการทดลอง “ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นเลยตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมาค่ะ” เธอบอก “ฉันยุ่งวุ่นวายกับชีวิตมาก ถึงขั้นบอกแม่ว่า ‘หนูอยากอยู่คนเดียวสักสองสามวัน’ แม่เลยไม่ได้แวะมาหา”
ถึงจะประสบความสำเร็จมหาศาล เส้นทางของ BLACKPINK ก็ไม่ได้ง่ายเลย ในขณะที่เรื่องหมาแมว ของอร่อย และที่สวย ๆ ย่อมเป็นหัวข้อบทสนทนาอย่างแน่นอน พวกเธอก็ยังได้คิดถึงคำถามที่ใหญ่ขึ้นมาเกี่ยวกับดนตรี เสียงของแต่ละคน และตัวตนที่เป็น นอกตึกสำนักงานใหญ่ที่จอแจของ YG ท่ามกลางร้านขายของเล็ก ๆ สัญลักษณ์ “เราล้างรถของคุณด้วยมือ” และตึกอพาร์ตเมนต์ธรรมดา ๆ ชื่อ “Korea Proud” ชีวิตช่างเงียบสงบนัก
ดอกซากุระร่วงหล่นราวกับหิมะทั่วทั้งตรอกซอกซอยของย่านฮับจองดง ย่านนี้คือช่วงเวลาวัยเยาว์ของ BLACKPINK พวกเธอใช้ชีวิตวัยรุ่นตอนเป็นเด็กฝึกอยู่ที่นี่ อยู่ไกลจากครอบครัว ร้อง แรป และฝึกเต้นวนไปมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน พวกเธอไม่ย่อท้อแม้แต่นิดกับการได้ปล่อยเพลงและแสดงต่อหน้าสาธารณชน “เดบิวต์ เดบิวต์ เดบิวต์” ลิซ่ากล่าว “นั่นคือเรื่องเดียวที่อยู่ในหัวพวกเราค่ะ”
“พวกเราอยู่ในโหมดเซอร์ไวเวิล” เจนนี่พูด “ทุก ๆ เดือน เพื่อน ๆ ของเราต้องกลับบ้านไป จะรู้สึกเครียดก็ดี รู้สึกลำบากก็ดี ความรู้สึกพวกนั้นเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญคือการได้เดบิวต์ค่ะ”
YG Entertainment ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ได้สร้างศิลปิน K-pop ชื่อดังระดับโลกอย่าง BIGBANG และ 2NE1 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของ BLACKPINK ทั้งคู่ เมมเบอร์ทั้ง 4 คนของ BLACKPINK ผ่านการออดิชั่นและเข้ามาเป็นเด็กฝึกใน YG ในเวลาต่าง ๆ กัน เจนนี่เป็นคนที่อยู่มานานที่สุด ใช้เวลาเป็นเด็กฝึกอยู่ 6 ปีก่อนพวกเธอจะได้เดบิวต์ด้วยซิงเกิ้ล “Whistle” และ “Boombayah” ในปี 2016 จีซูฝึกมา 5 ปี เท่ากันกับลิซ่าที่จากกรุงเทพมาเป็นเด็กฝึกในปี 2011 โรเซ่เข้ามาในปี 2012 จากการคว้าอันดับ 1 จากผู้เข้าแข่งขัน 700 คนในการออดิชั่นของ YG ที่ซิดนีย์ เธอจากครอบครัวและชีวิตในเมลเบิร์นมาตอนอายุ 15 และเดินเข้าสู่สำนักงานใหญ่ของ YG พร้อมสะพายกีตาร์ตัวเดิมที่เธอยังเล่นอยู่ในทุกวันนี้ “กีตาร์ตัวนี้อายุมากกว่า 10 ปีแล้วค่ะ” โรเซ่เสริม “อายุเยอะกว่าหมาของฉัน แฮงค์ ซะอีก”
วันนั้นคือวันที่สาว ๆ ทั้ง 4 ได้เจอกัน ร้องเพลงอย่างสนุกสนานอยู่ในห้องครัวของหอ YG ในชุดนอนจนถึงเช้า มีเด็กฝึกคนอื่น ๆ อีกหลายคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นานหลายปีในการฟอร์มวง BLACKPINK แต่อาจจะด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิต เมมเบอร์ 4 คนสุดท้ายของวงถูกจัดให้อยู่ในหอห้องเดียวกันตั้งแต่วันแรก ๆ โรเซ่เพิ่งจะเช็ดน้ำตาบอกลาพ่อแม่มาก่อนเจอเข้ากับเพื่อนร่วมวง “ฉันว่าเจนนี่พูดว่า ‘แชยอง เล่นอะไรให้พวกเราฟังหน่อย!’ ” โรเซ่นึกย้อน เธอถูกเพื่อน ๆ เรียกชื่อด้วยทั้งแชยองและโรซี่ “พวกเรานั่งล้อมวงรอบโต๊ะกินข้าวพร้อมกีตาร์ของฉัน พี่จีซูประสานเสียงเก่งมากเลยค่ะ”
“พวกเราเริ่มจากนั่งบนเก้าอี้แล้วค่อย ๆ ขึ้นไปอยู่บนโต๊ะ” ลิซ่าพูดกลั้วหัวเราะในการสัมภาษณ์ของทั้งวง “แล้วทุกคนก็ประมาณว่า ‘วู้ววววว’ มันสนุกมากเลย”
“เก้าอี้ของฉันหันเข้าหาหน้าต่างห้องครัวค่ะ จำได้ว่าพระอาทิตย์ลอยขึ้นมา” จีซูบอก
“พระเจ้า พวกเราโชคดีมากที่เพื่อนบ้านไม่มาเคาะห้องบ่น” โรเซ่หัวเราะคิกคัก
“ถ้าวันนั้นเธอนอนเร็ว เธออาจจะเศร้ากว่าเดิมก็ได้นะ” เจนนี่บอกโรเซ่อย่างห่วงใย
ในอพาร์ตเมนต์ขนาด 3 ห้องนอนที่มีกำแพงสีขาวซึ่งจางลงจนเป็นสีงา สาว ๆ ทั้ง 4 แชร์ห้องนอน 2 ห้องด้วยกัน ส่วนผู้จัดการของพวกเธอนอนในอีกห้องที่เหลือ พวกเธอใช้วิธีเป่ายิงฉุบเพื่อตัดสินว่าใครจะใช้ห้องน้ำเดี่ยวในตอนเช้าเป็นคนแรก
“การไปซื้อของกินเป็นอะไรที่สนุกมากค่ะ” โรเซ่เล่าถึงความทรงจำ “พวกเราจะทำอาหารกินด้วยกันหลังฝึกมาทั้งวัน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ทุกอย่างเป็นอาหารแช่แข็งหมด แต่ฉันยังคงคิดถึงรสชาติของของพวกนั้น”
“ฉันทำไข่คนด้วยนมค่ะ” เจนนี่บอก
“แล้วเราก็กินมันกับแยมสตรอว์เบอร์รี” โรเซ่ช่วยเสริม “มันอร่อยนะคะ”
พวกเธอต้องสนิทกันเข้าไว้ เพราะชีวิตของการเป็นเด็กฝึกต้องเสียสละอะไรหลายอย่าง ระบบการฝึกของ K-pop ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก Motown ในสหรัฐอเมริกาและ Johnny’s Entertainment ในญี่ปุ่นมักเผชิญกับคำวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง มันไม่มีการการันตีความสำเร็จซึ่งแปลว่าเด็กฝึกทั้งหลายอาจติดอยู่ในความไม่แน่นอนเป็นปี ๆ หลักสูตรการเรียนแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท สำหรับ YG สมาชิก BLACKPINK ในอนาคตต่อมาต้องผ่านระบบการสอบรายเดือนที่เข้มงวด เด็กฝึกต้องแสดงทั้งแบบเดี่ยวและเป็นทีมให้กรรมการดู คิดทุกอย่างเองตั้งแต่ท่าเต้นไปจนถึงการแต่งตัว
“เมื่อไรมันจะจบลงสักทีนะ? อารมณ์แบบ เมื่อไรกัน? พวกเราต้องสอบทุกเดือนเลยหรอ?” ลิซ่าผู้ไม่ได้พูดภาษาเกาหลีมาตั้งแต่แรก (T/N: หมายถึงไม่ได้เป็นคนที่พูดภาษาเกาหลีเป็นภาษาแม่) แต่ตอนนี้กลับพูดได้คล่อง “ฉันจะโทรหาคุณแม่ [ที่ไทย] บอกแม่ว่าอยากออกแล้ว แม่ก็จะบอกให้ฉันอดทนไว้อีกปี อดทนไว้ค่ะ”
“ถ้าฉันรู้สึกว่ากำลังลำบาก ฉันก็จะไปห้องน้ำ ปล่อยโฮออกมาแล้วก็ไปต่อค่ะ” โรเซ่บอก “เหมือนฉันอยู่ในระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเลย ถ้าคุณบอกให้ฉันไปเป็นเด็กฝึกอีกครั้ง ฉันคงทำไม่ได้แล้ว”
นอกเหนือจากชั่วโมงการฝึกอันยาวนาน เด็กฝึกทั้งหลายยังมีข้อบังคับแตกต่างกันไป BLACKPINK ถูกห้ามไม่ให้เดต ขับรถ และดื่ม ถึงแม้อาจจะไม่ชัดเจนว่าพวกเธอทำตามกฎอย่างเข้มงวดมากน้อยแค่ไหน ครั้งหนึ่ง โรเซ่เคยพูดในรายการ TV ของเกาหลี Radio Star ว่า “ข้อห้ามพวกนี้สามารถต่อรองกับบริษัทได้ค่ะ พวกเขาแค่ไม่อยากให้เราไปทำลับหลัง”
บรรดาเมมเบอร์เล่าว่าพวกเธอเข้าชั้นเรียนเกี่ยวกับสุขภาพจิต รวมถึงเข้ารับการบำบัดด้วย แต่สุดท้ายพวกมันก็ไม่ได้ช่วย “พวกเราเจอปัญหาเดียวกัน เพราะงั้นถ้าเราคุยกันเองมันจะดีกว่าค่ะ” จีซูกล่าว
“พวกเราก็แค่อดทนไว้” เจนนี่เสริม
ความยากลำบากในการเดินทางของ BLACKPINK และความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของพวกเธอค่อย ๆ จางหายไปเมื่อเมมเบอร์ทุกคนอยู่ด้วยกัน สองสามวันก่อนที่พวกเราได้พบกันที่ YG พวกเธอนั่งอยู่ในห้องพักเรียบ ๆ ขณะรอถ่ายโฟโต้ชู้ต (เผื่อคุณสงสัย เมมเบอร์ของ BLACKPINK ชอบหันซ้ายถ่ายรูปมากกว่า ยกเว้นแต่จีซูที่ชอบหันขวา) เมื่อโรเซ่ชี้ลิปสติกที่ติดอยู่บนฟันของลิซ่า ลิซ่าก็ยิ้มยิงฟันกลับไป จีซูร้องออกมาตอนยุงบินหนีไปจากเธอ ส่วนเจนนี่ก็เอาเปลือกถั่วมาสวมเป็นเล็บปลอม หญิงสาวทั้งสี่หวีดร้องพร้อมเสียงหัวเราะ นึกย้อนถึงวันวานตอนเป็นเด็กฝึกที่ห้องพักเต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวกและไออุ่นของห้องครัว
ย้อนกลับไปตอนเป็นเด็กฝึก บางครั้งเหล่าเมมเบอร์จะคิดแผนโดดการฝึก หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวของคุณครูมันฝรั่ง นักออกแบบท่าเต้นที่อยู่มาอย่างยาวนานของ YG ซึ่งเป็นคนสอนเต้นให้ BLACKPINK (ครูมันฝรั่งผู้มีชื่อจริงว่าคิมฮีจองนี้ได้ชื่อเล่นมาจากตอนอยู่ประถม ในตอนนั้นการเรียกชื่อเพื่อนในห้องด้วยชื่อผักผลไม้เป็นที่นิยมอย่างมาก) “เธอเป็นเหมือนตำนานค่ะ ทุกคนเลยกลัวเธอ” โรเซ่บอก
“แต่พวกเราเต้นกันทุกวันจริง ๆ บางครั้งเราเลยอยากพักมาก ๆ” จีซูเริ่มเล่า “เพราะฉะนั้น ในวันหนึ่ง…”
“ไม่เอาน่า” ลิซ่าร้องกลั้วเสียงหัวเราะ
“อ๊ากกกก!” ลิซ่าร้องออกมา พยายามปกป้องความลับของพวกเธอเป็นครั้งสุดท้าย
“พวกเราดึงหนึ่งในสายเคเบิ้ลมากมายออกจากลำโพงและพูดว่า ‘ห๊ะ? ทำไมเสียง (เพลง) ไม่ออกล่ะ?’ ” จีซูเล่าต่อไม่หยุด “คลาสของเรายาว 1 ชั่วโมง สุดท้ายแล้ววิศวกรก็มาซ่อมมัน ภายใน 30 นาที”
“แต่แม้แต่เวลา 30 นาทีนั้นก็มีค่ามาก ๆๆๆ เลยค่ะ” เจนนี่บอก
“พวกเราเป็นเด็กมีปัญหาจริง ๆ” โรเซ่เล่าไปหัวเราะไป
“ฉันว่าจนถึงตอนนี้ คุณครูมันฝรั่งก็ยังไม่รู้เรื่องนี้เลยค่ะ” จีซูกล่าว
BLACKPINK มีส่วนร่วมในทุก ๆ ขั้นตอนของกระบวนการสร้างสรรค์ ตั้งแต่การระดมสมองคิดคอนเซปต์ไปจนถึงการแต่งตัวในขั้นสุดท้าย พวกเธอยังเป็นนักเขียนเพลงร่วมในเพลงดังอย่าง “Lovesick Girls” และอีกหลาย ๆ เพลง รวมถึงเพลงโซโล่ของตัวเองซึ่งบางเพลงก็เป็นเพลงฮิตระเบิดด้วย
“พวกเราไม่ได้แค่คอยรอรับเพลงที่เสร็จแล้วค่ะ ”จีซูกล่าว”พวกเรามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ตั้งแต่สร้างรากฐาน แต่งเติมฟีลลิ่ง แลกเปลี่ยนความเห็นกัน กระบวนการทำเพลงตรงนี้ทำให้ฉันภูมิใจกับดนตรีของพวกเราค่ะ ถ้าพวกเราได้เพลงสำเร็จรูปมาแล้ว มันจะรู้สึกเหมือนเป็นเครื่องจักร ฉันชอบการมีกระบวนการทำเพลงมากกว่า เพราะพวกเราได้พูดว่า ‘ถ้าเพิ่มตรงนี้เข้าไปในเนื้อเพลงล่ะ? ถ้าเพิ่มท่านี้เข้าไปในท่าเต้นล่ะ?’ ”
หัวใจสำคัญในดนตรีของพวกเธอคือเท็ดดี้พัค โปรดิวเซอร์หลักของ BLACKPINK ประโยคที่แสนจะเป็นเอกลักษณ์อย่าง “BLACKPINK in your area!” ซึ่งปรากฏอยู่ในเพลงของพวกเธอหลาย ๆ เพลงก็มาจากเท็ดดี้
“อปป้า (พี่เขา) กำกับทุกอย่างสำหรับ BLACKPINK เลยค่ะ” ลิซ่ากล่าวโดยใช้คำเรียกสำหรับผู้ชายที่อายุมากกว่า “เขารู้จักเราดีมาก” เธอกล่าวต่อ “และผลักดันพวกเราหนักมาก ‘อีกรอบ อีกรอบ อีกรอบ’ พี่เขาจะพูดแบบนี้”
“วันหนึ่งเขาก็จะโทรหาฉันแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย บอกว่า ‘โย่ เจนนี่ พวกเราต้องเร่งเครื่องแล้ว’ ” เจนนี่บอก “เขาเป็นเหมือนนาฬิกาปลุก คอยเตือนให้พวกเราไปต่อในทางดนตรี ที่เขาต้องทำก็แค่โทรมาว่า ‘เฮ้ เป็นไงบ้าง?’ แล้วฉันก็จะแบบว่า ‘โอ้มายก็อด’ ตึงเครียดขึ้นมาเลย แต่มันเป็นความตึงเครียดที่ดีที่ BLACKPINK ต้องการค่ะ”
เท็ดดี้เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีจากลอสแองเจลิสซึ่งมีชื่อเสียงในสื่อกระแสหลักของเกาหลีในช่วงปลายทศวรรษ 1990 แรกเริ่มเป็นแรปเปอร์ในวงบอยแบนด์ฮิปฮอปที่โปรดิวซ์โดย YG “1TYM” พวกเขามักถูกมองเป็นรุ่นพี่ของ BIGBANG ผสานการแรป เต้น และลุคที่ดูดีตามแบบฉบับวงไอดอล K-pop ทั่ว ๆ ไปเข้าด้วยกัน “ความเป็นฮิปฮอปมันซึมเข้าไปถึงกระดูกของเท็ดดี้” เจนนี่พูด “และพวกเราก็รับสืบต่อมาค่ะ”
คงเป็นเรื่องยากถ้าจะพูดถึง K-pop โดยไม่พูดถึงหัวใจหลักที่เต้นเป็นทำนองฮิปฮอป MTV ซึ่งเปิดตัวขึ้นในปี 1981 ได้รับการถ่ายทอดสดในเกาหลีผ่าน AFKN บริการถ่ายทอดสัญญาณของกองทัพสหรัฐฯ ทหารเกณฑ์อเมริกันและชาวเกาหลีเต้นตามเสียงเพลงในไนท์คลับใกล้ฐานทัพสหรัฐฯ ในกรุงโซล ตั้งแต่เพลงของ New Jack Swing ไปจนถึง Michael Jackson Seo Taeji and Boys บรรพบุรุษคนสำคัญของไอดอล K-pop ในปัจจุบันก็เริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการดวลเต้นที่คลับ Moon Night ในย่านอีแทวอน
“ความเป็นมาของฮิปฮอปในเกาหลีไม่ได้เริ่มต้นจากแรปเปอร์และดีเจ แต่เริ่มจากบรรดาแดนเซอร์ที่เอาเพลง New Jack Swing มาแสดง” บล็อกเกอร์ T.K. Park และนักวิจารณ์เพลง คิมยองแดจาก Vulture เขียนไว้ “การที่เพลงฮิปฮอปในเกาหลีเติบโตได้เพราะแดนซ์คลับมีความหมายโดยนัยอย่างลึกซึ้งซึ่งสามารถเห็นได้ใน K-pop กระแสหลักในปัจจุบันนี้… อัตลักษณ์ของฮิปฮอปเกาหลีในการเป็นเพลงสำหรับใช้เต้นหลั่งไหลเข้าสู่วงไอดอล K-pop กระแสหลักทั้งหลาย โดยเฉพาะเมื่อผ่านมือโปรดิวเซอร์ YG”
ยางฮยอนซอก หนึ่งในสมาชิก Seo Taeji and Boys และเป็นผู้เข้าแข่งขันผู้เป็นตำนานของ Moon Night ได้ตั้งค่าย YG Entertainment ขึ้นในเวลาต่อมา ในช่วงเวลาที่เพลงป๊อปเกาหลีเริ่มมองข้ามชายแดนประเทศไป ค่ายเพลงแห่งนี้สร้างวงฮิปฮอปอย่าง Jinusean และ 1TYM จากนั้นก็ประสบความสำเร็จกับ BIGBANG ในช่วงกลางทศวรรษ 2000 (หยางลาออกจากตำแหน่งในปี 2019 ท่ามกลางขอกล่าวหามากมายที่เกี่ยวพันกับคนดังที่สุดของค่ายบางคนซึ่งรวมถึงการค้ามนุษย์และปกปิดข่าวฉาวเกี่ยวกับยาเสพติด)
เท็ดดี้แทบไม่เคยให้สัมภาษณ์ ในปี 2013 เขาบอกกับสำนักข่าวเกาหลี OSEN ว่าเขาจะเข้านอนตอน 9.00 น. และตื่นตอน 15.00 น. ในช่วงที่ตื่น/ใช้ชีวิตอยู่ก็จะทำเพลงเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้เท็ดดี้จะอยู่เบื้องหลังเพลงฮิตที่ประสบความสำเร็จบนชาร์ตมากมาย เขากลับบอกว่าเขาไม่ได้ชอบเพลงฮิตติดชาร์ตโดยมีเหตุผลคือ “ผมอยากกินอาหารที่บรรจงทำด้วยมือในร้านเก่า ๆ โทรม ๆ มากกว่าอาหารแฟรนไชส์ที่มีขายอยู่ทั่วอย่างกับมันมีปีก”
ตำนานอย่าง Deux, The Movement Crew และ Verbal Jint มองว่าฮิปฮอปเกาหลีเป็นมากกว่าไอดอล K-pop แต่ศิลปินติดป้าย YG ที่มีเท็ดดี้เป็นศูนย์กลางนี้เป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับความนิยมทั่วโลกมากที่สุดอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย ด้วยศักยภาพของ BLACKPINK ดนตรีสุดล้ำ ผสมจิตวิญญาณความ Swag และมั่นใจในตัวเองของ YG เข้ากับช่วงเวลาของความเปราะบางและบีทสุดเจ๋ง “Love to Hate Me” ทำให้นึกถึง R&B ในทศวรรษ 2000 “How You Like That” เต็มไปด้วยจังหวะเพลงแทร็ปและท่อนเด่นของเพลงที่ร้องซ้ำไปซ้ำมาแสนติดหู (พบได้ทั่วไปในเพลงของ BLACKPINK) “Crazy Over You” อัดแน่นด้วยบีทฮิปฮอปแบบเรโทร กลิ่นอายของบอลข่าน (T/N: หมายถึงพื้นที่คาบสมุทรบอลข่านทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป) และท่อนร้องที่มีลูกเล่นต่าง ๆ อย่าง “Simple is so so, I need that oh no/Don’t you know I’m loco” ที่ลิซ่าแรปอย่างเชี่ยวชาญ
“ฮิปฮอปอยู่ในสายเลือดของฉันค่ะ” ลิซ่ากล่าว เธอเพิ่งปล่อยเพลงโซโล่เป็นครั้งแรกด้วยซิงเกิ้ลที่เท็ดดี้เป็นคนเขียน “Lalisa” เป็นการผสมระหว่างการแรป, EDM, เสียงริฟเบส และแม้กระทั่งเครื่องเสียงไทยโบราณแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก ส่วนซิงเกิ้ลโซโล่อีกเพลง “Money” ก็โค่น Drake และขึ้นเป็นอันดับ 1 ในชาร์ต Rap Digital Songs Sales ของ Billboard
“ฉันไม่คิดว่าฮิปฮอปเกี่ยวกับการแรปอย่างเดียวเท่านั้น ดูอย่าง Rihanna สิคะ เธอทำให้ทุกอย่างเป็นฮิปฮอปได้ ทุกคนมีคำนิยามให้ฮิปฮอปแตกต่างกันไป” เจนนี่ผู้ชื่นชอบ Brockhampton กล่าว (เธอได้ไปดูพวกเขาที่ Coachella ด้วย)
“สำหรับฉัน มันคือจิตวิญญาณของความเท่ค่ะ บรรยากาศของเพลง ความ swag แล้วแต่คุณจะใช้คำ ฮิปฮอปของ BLACKPINK คือสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน” เธอกล่าวต่อไป “พวกเรา สาว ๆ ในช่วงวัย 20 ปีทั้งสี่คนจากพื้นเพที่แตกต่างกัน กำลังใช้ภาษาเกาหลีและอังกฤษถักทอเพลงป๊อปโดยใช้เพลงฮิปฮอปเป็นพื้นฐาน บางทีถ้าแรปเปอร์ที่เท่มาก ๆ ในอเมริกา คนที่ทำ ‘เพลงฮิปฮอป’ จริง ๆ มาดูพวกเรา ภาพที่เห็นก็อาจจะดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังทำเรื่องต่าง ๆ อยู่บ้าง ฮิปฮอปของเราไม่ได้เป็นแนวต่อต้าน แต่เรากำลังทำอะไรที่เจ๋งสุด ๆ อยู่ค่ะ นี่มันฮิปฮอปแบบไหนเนี่ย? ฉันก็ไม่รู้ค่ะ! แต่มันเท่!”
จีซูนั่งอยู่ในห้องประชุมของ YG ที่อยู่สูงเหนือแม่น้ำฮันอันกว้างใหญ่ ผู้คนรู้จักเธอว่าเป็นคนตลกในบรรดาเมมเบอร์ แต่วันนี้เธอเงียบและจริงจัง คิดใคร่ครวญถึงคำถามใหญ่ ๆ และสวมหมวกที่เขียนว่า “เมื่อเวลาผ่านไป มันจะดีขึ้น” จีซูเป็นเมมเบอร์คนเดียวที่ยังไม่ได้ปล่อยเพลงโซโล่ แม้จะมีเสียงลือหนาหูว่าเธออาจปล่อยโซโล่ในสักช่วงในปีนี้ “ฉันยังไม่แน่ใจว่าตัวเองอยากปล่อยเพลงโซโล่แค่ไหนค่ะ” เธอกล่าว “เพลงที่ฉันฟัง เพลงที่ฉันทำได้ และเพลงที่ฉันอยากทำ ฉันควรจะเลือกอันไหนนะ? ฉันชอบเพลงที่มีเครื่องดนตรีเยอะ ๆ ฉันชอบวงนู้นวงนี้และเพลงร็อค ผู้คนอยากได้เพลงแบบไหนจากฉันกัน? มีคำถามที่ขัดแย้งกันวุ่นวายเต็มไปหมดเลยค่ะ”
มันชัดเจนว่า BLACKPINK กำลังมุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มกำลัง แต่เบื้องหลังภาพความสมบูรณ์แบบของเพลงป๊อปนี้ เหล่าเมมเบอร์ยังคงมองหาเส้นทางของตัวเองในฐานะศิลปินเดียวอยู่ พวกเธอแต่ละคนล้วนมีงานเดี่ยว สำหรับจีซูเป็นงานแสดง ส่วนสาว ๆ อีก 3 คนก็ได้ปล่อยซิงเกิ้ลซึ่งรวมถึงเพลงฮิตปังบางอัน แม้แนวดนตรีโดยรวมอาจไม่ได้ต่างจากแนวเพลงของ BLACKPINK มากนักเนื่องจากเท็ดดี้มีส่วนร่วมในเพลงส่วนใหญ่
“ฮิปฮอปเป็นแนวเดียวที่ฉันทำได้ดีหรือเปล่านะ?” ลิซ่านึกสงสัย “ถ้ากลายเป็นว่าฉันทำแนวไทยโบราณได้ดีด้วยเหมือนกันล่ะ?” เพลงโซโล่ปี 2021 ของเธอ “Lalisa” มีภาพและเสียงดนตรีไทยแบบต่าง ๆ อยู่ด้วย เธอยกศิลปินอย่าง Rosalía ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง “Rosalía เจ๋งมากเลยค่ะ เธอมีวัฒนธรรมสเปนของเธอเองที่อยู่ในตัวเธอและมีอิทธิพลต่อเพลงของเธอ… ฉันอยากรู้ว่าตัวเองจะขยายไปได้ถึงขนาดไหน ทั้งในแง่ของดนตรี แง่ของการเต้น รู้สึกเหมือนฉันยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกค่ะ”
“เจนนี่ที่คุณเห็นมาจนถึงตอนนี้เป็นแค่การซ้อมค่ะ” เจนนี่พูด เธอเป็นเมมเบอร์คนแรกที่ปล่อยโซโล่ในปี 2018 ด้วยเพลง “Solo” ที่เธอผสมเสียงร้องอันนุ่มนวลเข้ากับการแรปสุด Swag ตามบุคลิกของเธอ (MV มียอดวิวบน Youtube มากกว่า 800 ล้านครั้ง) “ฉันมีอะไรที่ชอบหลายอย่าง ฉันชอบการร้อง การแรป การเต้น ฉันใส่ทั้งหมดนั่นเข้าไปได้ในเพลงเดียว ฉันมีความหลากหลายตรงนั้นค่ะ”
จะสนุกหรือไม่สนุก การทำเพลงก็เต็มไปด้วยความกดดัน สาว ๆ ทั้งสี่ย้อนนึกถึงเรื่องนั้นในช่วงเบรกจากการถ่ายโฟโต้ชูด “ตอนที่สนุกที่สุดก็คือตอนก่อนเราเริ่มทำมันค่ะ” จีซูกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ
“หรือตอนที่มันกลายเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว” เจนนี่พูดพลางหัวเราะคิกคัก
“ตอนฉันอัดอะไรสักอย่างเป็นครั้งแรกค่ะ” โรเซ่กล่าว “ฉันตื่นเต้นมากเพราะฉันไม่รู้ว่ามันจะดีกว่านี้ได้ยังไง มันก็เลยสนุก ฉันอิจฉาช่วงเวลานั้นค่ะ พอเป็นตอนนี้ ไม่ว่าจะพยายามหนักแค่ไหน ส่วนหนึ่งของตัวฉันก็ไม่เคยพอใจเลย”
“นั่นมันเป็นโรคทางอาชีพ” ลิซ่าบอกกับโรเซ่ “และฉันก็รู้สึกเหมือนกันเป๊ะ”
จีซูชอบการสรรค์สร้าง ชอบการก่อร่างเพลงตั้งแต่เป็นเพียงแค่แบบร่างกับทีมผู้เชี่ยวชาญ แต่ในบางครั้งบางคราว เธอก็ต้องเผชิญกับคำถามให้ขบคิดถึงเป้าหมายและความกดดันของการมีชื่อเสียง “จริง ๆ แล้วฉันชอบอะไรกันแน่?” เธอถาม “มันยังคงเป็นปริศนาอยู่ค่ะ ฉันชอบการแสดงบนเวทีแต่ก็ไม่ได้ชอบอยู่ในสปอตไลท์เสมอไป คิดว่าคงต่างจากเมมเบอร์คนอื่น ๆ พวกเธอชอบอยู่ใต้สปอตไลท์/ชอบที่ได้รับความสนใจ รู้สึกมีพลังจากผู้คนที่มาดูพวกเรา และรู้สึกซึมเล็กน้อยเมื่อการแสดงจบลงและความเงียบโรยตัว ฉันต่างออกไปนิดหน่อย เวลาอยู่บนเวที ฉันจะคิดถึงการไม่ทำพลาด บางครั้งการแสดง (บนเวที) ก็รู้สึกเหมือนเป็นการสอบมากกว่าอะไรที่สนุกจริง ๆ”
ลิซ่าพูดถึงช่วงเวลาของการต่อสู้กับเสียงของเธอเอง “หนึ่งปีนั้นระหว่าง ‘As If It’s Your Last’ [2017] และ ‘Ddu-du Ddu-du’ [2018] เป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับฉันค่ะ” เธอกล่าว นั่งอยู่ใต้แสงไฟสลัวของสตูดิโออัดเพลงที่ชั้นใต้ดินของ YG “ฉันร้องเพลงไม่ได้ พอเข้าสตูดิโอไปอัดเพลงก็ไม่มีอะไรออกมาเลย ฉันร้องไห้เพราะรู้สึกเหมือนเป็นตัวถ่วงทีม เท็ดดี้ผลักดันฉันหนักมาก ‘เธอทำไม่ได้หรอ? ไม่ พยายามมากกว่านี้ กลับเข้าไป’ เพราะเท็ดดี้ ฉันถึงผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ค่ะ”
เจนนี่ฝึกพิลาทีส โยคะ ต่อยมวย และการออกกำลังแบบอื่น ๆ เป็นประจำเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ “สำหรับฉัน จนถึงตอนนี้แล้ว ถ้าร่างกายแข็งแรงดี ฉันจะรู้สึกมีความสุขมากขึ้นและสุขภาพจิตดีขึ้น…การมีคนดี ๆ อยู่รอบตัวที่คุณสามารถเชื่อใจได้ก็มีส่วนด้วย” เธอเสริม “รวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วยค่ะ”
ตอนนี้ BLACKPINK กำลังเร่งปล่อยเพลงใหม่ ปล่อยเพลงฮิตสุดปังออกมาอีกเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับการเป็นหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของพวกเธอซึ่งยังคงมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด “ฉันหมายถึงว่า BLACKPINK จะอยู่ไปอีก 10 ปีใช่ไหมล่ะคะ? ถึงตอนนั้นพวกเราคงใกล้ 40 แล้ว” ลิซ่ากล่าว “สักวันหนึ่งพวกเราคงแต่งงานหรืออะไรแบบนั้นกัน แต่ฉันก็เห็น Spice Girls กลับมารวมตัวกันในคอนเสิร์ตรวมวง สักวันพวกเราทำแบบนั้นเหมือนกันได้ไหม? ตอนนั้นฉันจะยังเต้นแบบตอนนี้ได้อยู่ไหมนะ?” จากนั้นก็หัวเราะร่า
“ถึงพวกเราจะอายุ 70 และใช้ชีวิตแตกต่างกัน ฉันก็ยังคงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น BLACKPINK ค่ะ” เจนนี่พูด “มันคงฟังดูเลี่ยนมากแต่ฉันไม่คิดว่าในใจฉัน BLACKPINK จะมีวันสิ้นสุดลงเลย มันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของฉัน คุณปฏิเสธครอบครัวตัวเองไม่ได้หรอก”
เมื่อปีก่อน โรเซ่ปล่อยซิงเกิ้ลโซโล่แรกของเธอ “On the Ground” เมื่อฉันถามว่าเนื้อเพลงท่อน “Everything I need is on the ground (ทุกสิ่งที่ฉันต้องการอยู่บนพื้นนี้นี่เอง)” มีความหมายยังไงสำหรับเธอ โรเซ่เงียบไป ผมบลอนด์ยาวประบ่าปรกหน้าเธอขณะที่เธอหรี่ตาลงเพื่อโฟกัส “หมายถึงพวกเราที่เป็นแค่คนธรรมดาค่ะ อาจจะเมื่อปีครึ่งหรือสองปีก่อน จำได้ว่าพวกเรานั่งกินอาหารกัน มีพวกเรา4คนและเท็ดดี้ พวกเราเป็นแค่คนหิวทั่วๆไป เราไปที่ร้านอาหาร หิวไส้กิ่ว อาหารอร่อยมากเลย นี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเรารู้สึกเหมือนเป็นคนทั่วๆไป แค่เราได้นั่งกินอาหารกับคนที่เรารักค่ะ”
source: Rolling Stone - https://www.rollingstone.com/music/music-features/blackpink-lisa-jennie-rose-jisoo-new-music-1354784/
TH: twitter - thepaleblood