No more lyric that tells a lie and No more music that makes money. I know It's contradiction. Because maybe I love it.
NIGHTMARE : Quints

Kiana Khansmith
NASA
Sade Olutola

No title available
art blog(derogatory)

roma★

oozey mess
noise dept.

shark vs the universe

Product Placement
🩵 avery cochrane 🩵

Andulka
Fai_Ryy
h
No title available
"I'm Dorothy Gale from Kansas"
The Bowery Presents

Love Begins
Aqua Utopia|海の底で記憶を紡ぐ
Cosimo Galluzzi

seen from United States

seen from Canada

seen from United States

seen from Malaysia
seen from United States

seen from United States

seen from Brunei

seen from Malaysia
seen from United States
seen from United States
seen from United States

seen from Germany
seen from United States

seen from Brazil
seen from United States

seen from Russia

seen from United States

seen from United States
seen from United States
seen from United States
@nightvision-by-nightmare-th
No more lyric that tells a lie and No more music that makes money. I know It's contradiction. Because maybe I love it.
NIGHTMARE : Quints
Happy 15th Anniversary
「Hidden+A」
:จากสัมภาษณ์เรื่องเพลงที่เขียนให้hideในอัลบั้ม 「MAD THEATER」โซโล่ของHitsugi Hits ความหมายของคำว่า 「hidden」ก็คือ「ซ่อน」ใช่มั้ยล่ะ จริงๆแล้วชื่อเพลง「Hidden+A」น่ะ มันคือรากฐานของตัวผมที่ถูกซ่อนไว้อยู่นะ เอ๊ะ? hideซังเหรอ? Hits ใช่ แล้วตัวอักษร 「A」 ที่เหลือที่ถูกเพิ่มเข้าไปน่ะ คืออะไรรู้มั้ย? เอ……DNA? Hits ถูกต้อง เพลงนี้น่ะ เป็นความรู้สึกของผมที่มีต่อhideซังนั่นแหละ เพราะว่าได้รับการถ่ายทอดDNAของhideซังมาไงล่ะ อีกส่วนหนึ่งของการทำเพลงนี้ก็คือ นึกไปถึงความรู้สึกตอนที่ได้ยินข่าวว่าhideซังเสียชีวิต ก็เลยเขียนมันออกมา
ก็มีช่วงกลางของเพลงที่เขียนว่า “จินตนาการถึงแผนที่” น่ะ อันนี้คือช่วงตอนทำวง ตอนนั้นhideซังอายุแล้ว25ล่ะ ก็ได้วาดภาพไว้ว่าตอนที่hideซังอายุ30ก็จะต้องเป็นอย่างงั้นอย่างงี้แน่เลย กลายเป็นว่าแผนที่สำหรับตัวผมน่ะ จบลงที่hideซังเสียชีวิตตอนอายุ33ใช่มั้ยล่ะ? ในช่วงอายุเท่านั้น ผมใช้ชีวิตเปลืองมากเลย ไม่สามารถเขียนแผนที่ถึงhideซังได้อีกแล้ว แต่ทว่าทางเดินของผมก็ยังต้องดำเนินต่อไป ในขณะที่รอยเท้าได้เพิ่มขึ้นข้างในตัวผม เลยบอกกับตัวเองว่า “ถึงไม่มีแผนที่ ก็ต้องเดินด้วยตัวเองให้ได้นะ” แล้วเขียนออกมา ตอนปี2014 ก็เลยตัดสินใจซื้อกีต้าร์Signatureของhideซังมาเล่น
【LIVE】 ナイトメア - Alice
ภาพลักษณ์นี้มันมีความเป็นตัวฉันอย่างเข้มข้นมาก แบบสองบุคลิกน่ะ ครั้งหนึ่งเคยดู "Alice in Wonderland" แบบยาวๆในTV แล้วก็มักจะกลับไปดูหนังและอ่านเรื่องนี้อีกครั้ง แต่ก็ไม่เคยเข้าใจมันเลย ฉันชอบปาฏิหาริย์ในเรื่องนี้นะ ฉันเป็นคนประเภทที่ดึงดูดกับเรื่องราว ตลอดจนเพลงและเนื้อหาที่ลึกลับทุกประเภท อย่างเพลง "Minna no Uta" ของ NHK มันมีความเชื่อบางอย่างที่ฉันไม่อาจจะเข้าใจ แต่มีผลต่อการเขียนของฉันอย่างมาก จะบอกว่า ฉันใส่ความยากให้คนฟังงั้นเหรอ? ก็อาจจะเป็นไปได้นะ ฉันอยากจะคิดว่า "มันคืออะไร?" และสะท้อนบางส่วนออกมาในเพลงของฉัน
Sakito พูดถึงเพลง "Alice"
ナイトメア - 縷々~lulu~
SHOXX vol.170
Interviewer : ให้ฮิทสึงิพูดถึงเพลง 縷々~lulu~ หน่อย เห็นว่าขั้นสุดท้าย คุณได้เขียนเนื้อเพลงร่วมกับซากิโตะด้วย
Hitsugi : ตอนซากิโตะเอาสเก็ตช์มาให้ดู ฉันรู้สึกว่าฉันชอบเพลงนี้จัง
เหมือนกับว่าคำพูดในเพลงมันชัดเจนมาก แล้วซากิโตะก็มั่นใจ เลยทำมันออกมา
แต่ตอนที่ถามเขาว่า ถ้าให้ฉันลองเขียนท่อนของเธอดูล่ะ เขาก็ดันตอบตกลงแบบง่ายมาก ทั้งที่ยังพูดไม่จบเลย(หัวเราะ) ก็เลยได้เขียนเนื้อเพลงร่วมกันในวันถัดมา
Interviewer : มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจหรือเปล่า?
Hitsugi : คำพูดมากมายเหล่านั้นมันออกมาจากตัวฉันเอง แล้วก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับซากิโตะเลย แน่นอนว่าสิ่งที่จะเขียน ฉันแค่ให้คำเขาไปและซากิโตะก็ใส่มันลงไปคู่กับคำและวลีของเขาอีกแค่สองสามคำ
Interviewer: ซากิโตะว่ายังไงบ้าง?
ซากิโตะบอกว่า เขาจินตนาการถึงทะเลเวิ้งว้างหรือไม่ก็ถนนโล่งในตัวเมืองและแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องผ่านเข้ามาในห้องที่ว่างเปล่า
ส่วนมุมมองของฉันคือพื้นที่ว่างเปล่าเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทะเล ท้องฟ้าหรือทุ่งหญ้า ซึ่งไม่มีแม้แต่สีสัน แค่รู้สึกว่าอยู่ในที่ว่างๆโดยปราศจากความกังวลใดๆทั้งสิ้น
แล้วก็ถามตัวเองออกมาว่า "ฉันมาทำอะไรที่นี่?" นั่นคือมุมมองของฉัน
Arena 37°C March, 2009
Q : คิดยังไงกับเสียงของตัวเอง?
Sakito : ก็ปกตินะ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องชอบและไม่มีเหตุผลที่จะไม่ชอบมันน่ะ ไม่มีอะไรเลย โดยเฉพาะความเซ็กซี่ แล้วก็ไม่ใช่จุดขายของฉันด้วย(หัวเราะ)
B-PASS เมษายน 2009
Sakito : ช่วงที่เลวร้ายที่สุดสำหรับฉันคือตอนทำเดโม่ก่อนอัดจริงในสตูดิโอ(หัวเราะ) รู้สึกไม่ชอบมันเลย ยกตัวอย่างเช่น เวลากำลังเรียบเรียง ก็มักจะมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า "ทำไมไม่ได้สักทีวะ??"
Ruka : ซากิโตะจะมืดมนมากระหว่างการฝึกซ้อมสำหรับเดโม่
Interviewer : แล้วก็จะอารมณ์ดีขึ้นตอนอัดใช่มั้ย?
Ruka : เปล่าเลย เย็นชากว่าเดิมต่างหาก (หัวเราะ)
Ni ~ ya : อาการจะดีขึ้นตอนเริ่มมิกซ์เสียงแล้วน่ะ
Hitsugi : แล้วก็จะค่อยๆมีความสุขมากขึ้นตอนเริ่มทัวร์! (หัวเราะ)
วันเด็ก...เลยว่าจะเขียนเรื่องตอนเด็ก
เมื่อวานอ่านเรื่องวัยเด็กของรุกะซัง
เขาบอกว่าตอนเด็กช่วงย้ายจากโตเกียวไปอยู่เซ็นไดใหม่ๆ จะมีร้านอาหารหนึ่งที่ครอบครัวชอบไปกัน บังเอิญว่าข้างๆเป็นลานไอซ์สเก็ต ก็เลยชอบไปแอบดูบ่อยๆ เป็นจุดเริ่มต้นให้รุกะเป็นนักกีฬาไอซ์ฮ็อกกี้ในเวลาต่อมา
และหลังจากนั้นด้วยความที่ตัวสูงใหญ่ เลยทำให้ฟาวล์บ่อย เป็นสิงห์ข้ามสนามตลอด จนรู้สึกว่าไม่รุ่ง ก็เลยเลิกเล่น
-------------
อีกเรื่องเป็นเรื่องคริสต์มาส รุกะซังบอกว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงประมาณป.1-2 เชื่อมั่นมาตลอดว่าซานตาคลอสมีจริง เพราะว่าได้ของขวัญตลอดเลย แต่มีคริสต์มาสอยู่ปีหนึ่งที่เขาแอบตื่นขึ้นมาเพราะอยากเห็นซานตาคลอส แล้วก็ได้พบว่าคุณลุงซานต้านั้นก็คือพ่อของเขาเอง รุกะซังเลยได้รู้ความจริง
Event Talk "TABOO", มิถุนายน 2014
「พฤติกรรมต้องห้ามของผู้หญิง(TABOO)」 Sakito 「ใส่ถุงน่องทั้งที่ยังไม่ได้โกนขนขา」 Ni~ya 「ปากเสีย」 Yomi 「ไม่โกนขนทุกที่(ไม่เฉพาะขา)」 Ruka 「เดินสูบบุหรี่โดยไม่คำนึงว่าเป็นผู้หญิง」 Hitsugi 「กินมูมมาม」
NIGHTMARE : Mother's Day 2005
วันนี้(11พฤษภาคม)วันแม่ ทำอะไรให้แม่กันบ้างมั้ย?
---
Hitsugi : แค่โทรไปเท่านั้นล่ะ แล้วก็บอกแม่ว่าขอบคุณ
Sakito : ปีนี้ยังไม่ได้ให้อะไรเลย ปีที่แล้วให้ผ้าเช็ดหน้าเป็นของขวัญล่ะ คิดว่าจะส่งเมลล์ไป แต่อย่างคำว่า「ขอบคุณ」เนี่ยคงไม่ออกจากปากชั้นหรอก555 คงส่งไปว่า 「ยินดีด้วย」แบบว่าแตกต่างไง ดีมั้ย 555
Ni~ya : ปีนี้ ถ้าจะให้พูดถึงวันนี้ จริงๆก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่าเป็นวันแม่ล่ะ 555 ปีที่แล้วซื้อกระเป๋าหลุยส์ฯให้ล่ะเพราะว่าแม่ใช้รุ่นตั๊กแตนอยู่ด้วย ซื้อของแท้ให้เลยนะ
Ruka :ชั้นก็ลืมไปเลยล่ะ … แถมก็เกลียดการพูดขอบคุณอีกต่างหาก555 ตอนม.ปลายเคยวางแผนว่าจะซื้อดอกคาเนชั่นให้ แต่สุดท้ายก็ไปอยู่กับเพื่อนเฉยเลย ก็ไม่รู้จะต้องทำหน้ายังไงนี่นา
Yomi :คิดไว้ว่าจะส่งโทรเลขแต่ก็กลายเป็นส่งแฟ็กซ์ไปแทน…แล้วก็โทรหาอีกที
ผมไม่ได้รับแรงบันดาลใจทางด้านดนตรีจาก visual kei เมื่อผมเปิดนิตยสาร ผมรู้สึกว่าคนสมัยนี้จำนวนมากอยากจะเป็นvisual kei เพราะมันคือ visual kei ภาพลักษณ์ของเรากลับทำให้เราเศร้าเสียเองและนั่นเป็นเพราะว่าเรากำลังจะออกจากการฝังหัวในแนวดนตรีประเภทนี้ แน่นอนว่า ผมอยากก้าวออกไปและขยายขอบเขตของผม เพลงของเราไม่ได้จัดอยู่ในประเภทของ visual kei ในทางตรงกันข้าม เราได้กระโดดข้ามอะไรหลายๆอย่าง และผมอยากจะทำmelodyให้มันแตกต่างมากและมากขึ้นไปอีก
— Sakito(Zy #45 ,2009)
BLOMAGA VOL.67 - YOMI & HITSUGI INTERVIEW(Valentine's Day)
มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์บ้างไหม?
H:วาเลนไทน์เหรอ...ก็ไม่มีอะไรพิเศษนะ
แล้วสมัยเรียนเคยได้ของอะไรหรือเปล่า?
Y:ไฟท์บังคับก็ต้องเป็นช็อกโกแลตสินะ
จนถึงตอนนี้ มีอะไรที่ได้รับแล้วรู้สึกประหลาดใจบ้างไหม?
H:ก็อย่างเช่นGODIVA มันเป็นช็อกโกแลตที่แพงอยู่นะ ตอนที่ได้ก็รู้สึกว่า นี่มันอะไรกันเนี่ย
Y:เมื่อเร็วๆนี้เหมือนว่าจะมีคนส่งกางเกงในบ็อกเซอร์มาให้ด้วยล่ะ。
ได้ใจไปครองเลยสิ。
Y:อ๊า อยากจะบอกว่าดีใจมากเลยนะ ที่มีของอย่างอื่นนอกเหนือจากช็อกโกแลตน่ะ
แล้วชอบกินของหวานกันไหมล่ะ?
H:ก็ไม่ค่อยกินเท่าไรนะ
ยังไงก็ชอบเหล้ามากกว่าสิ?
H:นั่นสิ สงสัยจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าช็อกโกแลตที่ผสมเหล้าก็มีอยู่ใช่ไหมล่ะ แต่ก็ไม่ชอบเลยนะ
งั้นขอเปลี่ยนเรื่องนิดละกัน อาหารอะไรที่ชอบทานมากที่สุดเหรอ?
H:แล้วแต่ช่วงเวลาน่ะ แต่ล่าสุดชอบดื่มไวน์ แฮม แล้วก็ชีส
บางทีอาจเพราะ อะไรที่มันแตกต่างกันมันมักจะดึงดูดกันละมั้ง เช่นว่า เติบโตมาในที่ที่ต่างกัน แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องฐานะทางการเงินหรอกนะ อย่างซากิโตะน่ะ เป็นคนใฝ่เรียนมาก แถมยังตัดสินใจจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยอีกด้วย ในขณะที่ฉันมันก็แค่พวกทำงานพาร์ทไทม์ไปวันๆ
Hitsugi NIGHTMARE
คำว่า "สมาชิก" กับ "เพื่อน" มันมีความต่างกันอยู่ แน่นอนว่าสมาชิกของวงดนตรีมันไม่ใช่ครอบครัวหรือว่าพี่น้องอยู่แล้ว แต่มันคือคนที่ใช้เวลาร่วมกันยาวนานมากที่สุด เพราะฉะนั้น มันเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษ ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกของเพื่อนรวมอยู่ด้วย
Sakito NIGHTMARE
SH : Zy35 ,1กรกฎาคม2007
ーตอนคุณสองคนเจอกันครั้งแรก คุณจำความประทับใจที่มีต่อกันและกันได้หรือไม่?
ฮิทสึงิ : จำได้สิ ไม่เคยลืมเลย ตอนนั้นได้ไปดูการแสดงดนตรีในงานวัฒนธรรมของจังหวัด ถึงจะไม่ได้ไปโรงเรียน แต่เสียงก็ดังมาถึงที่บ้านเลยล่ะ เพื่อนก็เลยชวนว่า "ไปกันเถอะ" แล้ววงดนตรีสมัยมัธยมปลายของซากิโตะก็ออกมา
คิดในใจว่า 'เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนักดนตรีเลยนะเนี่ย!'(หัวเราะ)
ซากิโตะ : พอไลฟ์จบ ก็เข้าไปที่หลังเวที จนถึงตอนนี้ก็ไม่ลืมเลยล่ะ ชุดเอี๊ยมเต็มตัวสีส้ม ผมบลอนด์ มีรอยเจาะอันนึง คิดในใจว่า "โอ้~นี่มันแยงกี้ชัดๆ 555"(หัวเราะ)
ーเหมือนกำลังจะมาหาเรื่องงั้นสิ? (หัวเราะ)
ซากิโตะ : อื้ม รู้สึกเหมือนเจ้านี่จะพูดประมาณว่า "นายนี่โคตรเจ๋งเลยว่ะ" บางทีนั่นอาจจะเป็นคำพูดแรกเลยก็ได้มั้ง แต่จากนั้นก็มีคำพูดต่อมาว่า "ไม่คิดจะทำวงที่เป็นมืออาชีพดูบ้างเหรอ?"
ーเอ๊! ทันทีเลยเนี่ยนะ?(หัวเราะ)
ฮิทสึงิ : ก็คนที่เล่นไลฟ์ก็ต้องอยู่ในวงดนตรีสิ!(หัวเราะ) จะว่าไปถึงฉันจะเล่นกีต้าร์ แต่ก็ไม่มีวงเป็นของตัวเองหรอกนะ ประมาณว่า"หมอนี่มันยังไงกันแน่?" (หัวเราะ)
ซากิโตะ : สรุปว่าคำพูดคำแรกของฉันที่ตอบออกไปก็คือคำว่า "ก็ดี" (ทุกคนฮา) สงสัยบรรยากาศรอบข้างมันพาไป แล้วก็ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกยังไงอยู่ด้วยตอนนั้น...
ーการที่ไม่ตอบว่า"ตกลง"ไม่คิดว่าความน่ากลัวจะตามมาเหรอ?(หัวเราะ)
ซากิโตะ : จริงๆถ้าเจ้านี่พูดออกมาแล้วล่ะก็ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นแยงกี้เลยล่ะ กลายเป็นความรู้สึกปกติมากขึ้นอีกเท่าตัวเลย(หัวเราะ)
ฮิทสึงิ : รูปวันนั้นยังอยู่ที่บ้านอยู่เลยนะ
ซากิโตะ : เหมือนว่าฉันจะใส่เสื้อยืดสกรีนลายสัตว์ด้วย(หัวเราะ)
ฮิทสึงิ : เออใช่! (ระเบิดหัวเราะ) แล้วทุกคนก็ไปกินข้าวกัน นั่งคุยกัน มีทั้งสมาชิกในวงของซากิโตะ ฉันกับเพื่อน ทุกคนไปด้วยกันหมดเลย จากนั้น ซากิโตะก็ให้ยืมกีต้าร์ ได้เล่นกีต้าร์ร่วมกับเขามันตื่นเต้นชะมัด!
ฉันน่ะ ถึงจะฝึกซ้อมแกะเพลงของXที่บ้านตลอด แต่เรื่องการผสมผสานระหว่างกีต้าร์ปกติกับโซโล่ล่ะก็ ยังไงก็ทำคนเดียวไม่ได้หรอกนะ เพราะงั้นเวลาที่ได้เล่นคู่กันเลยรู้สึกว่า 'ว้าว นี่มันยอดไปเลย!'