Dear Porn bots:
I appreciate your interest in my content. I really do. But I’m afraid I can't correspond you. Please stop playing with my feelings everytime I think I have a new follower!!



#iwtv#interview with the vampire#the vampire armand#amc tvl#assad zaman

seen from United States
seen from Georgia
seen from China
seen from United States
seen from Hungary
seen from United States

seen from Canada

seen from United States

seen from Singapore

seen from Israel
seen from Lithuania

seen from Russia
seen from China
seen from Netherlands

seen from Türkiye
seen from United Kingdom

seen from United States

seen from Saudi Arabia
seen from Israel
seen from United States
Dear Porn bots:
I appreciate your interest in my content. I really do. But I’m afraid I can't correspond you. Please stop playing with my feelings everytime I think I have a new follower!!
Broken Illusion chapter 7 {final}
Broken Illusion
░ chapter 7 {final}
░ multi-shot / PG-13
░ kaihun / krishun
░ your illusion cannot be real
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“ผมเป็นคนฆ่าเธอด้วยมือของผมเอง”
เซฮุนก้มมองมือตัวเองตลอดเวลาที่เล่าเรื่อง ดวงตาของเขาแดงก่ำแต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา
“ไม่ว่าตอนนั้นผมจะตื่นหรือหลับ ถึงยังไงผมก็เป็นคนทำ”
จงอินเข้าใจเรื่องทุกอย่างในทันที
เพราะแบบนี้นี่เอง ไม่ว่าจงอินจะสะกดจิตเซฮุนแค่ไหน
เขาก็ไม่มีทางได้รู้เรื่องในวันนั้น เพราะความทรงจำเหล่านี้ถูกปิดผนึกไว้กับอีกตัวตนหนึ่ง
...อีกบุคลิกหนึ่งของเซฮุน
“ตอนเด็กๆ ผมมักจะมีอาการคล้ายความจำเสื่อมอยู่บ่อยๆ เหมือนกับว่าช่วงเวลามันหายไปโดยที่ผมจำอะไรไม่ได้เลย ต่อมาผมถึงได้รู้ ว่า ‘เขา’ มักจะออกมาในเวลาที่ผมถูกทำร้าย...”
“เขาบอกว่า เพราะการสะกดจิตของคุณหมอ อาจทำให้ตัวตนของเขาหายไป เขาเลยบอกเรื่องนี้ให้ผมฟัง...”
ในที่สุดสายฝนก็กระหน่ำเทลงมา
โคมไฟในบ้านกะพริบคล้ายไฟตก จนน่ากลัวว่าไฟจะดับในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง
จงอินเลื่อนมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเซฮุน
เขาไม่พูดอะไรเลยหลังจากฟังเรื่องทั้งหมด เพราะเรื่องราวนั้นไม่ต่างจากที่เขาคิดเท่าไรนัก...
“คุณหมอควรจะแจ้งตำรวจ”
“ผมจะไม่แจ้งตำรวจ”
“แต่ผมเป็นฆาตกร” เซฮุนพยายามสะบัดมืออกจากการเกาะกุมนั้น
“...ไม่ เซฮุน มันเป็นเพราะคุณไม่สบาย” ลำคอของเขาแห้งผากเมื่อพูดคำนี้ออกมา
“คุณหมอ...” ดวงตาของเซฮุนแดงก่ำ เขามองจงอินอย่างไม่เข้าใจ
“คุณเป็นคนไข้คนสำคัญของผมที่ต้องรักษาให้หาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะต้องดูแลปกป้องคุณ
เพราะฉะนั้น...”
“.........”
“ห้ามหายไปจากสายตาผมเด็ดขาด เข้าใจรึเปล่า”
เซฮุนส่ายหน้า... จงอินไม่อาจแปลได้ว่า เซฮุนไม่เข้าใจ หรือไม่ยอมทำตาม
“คุณทำแบบนี้ไม่ได้ ทั้งคุณหมอ ทั้งพี่... พวกคุณทำบ้าอะไรกัน
ทั้งๆที่ผมเป็นคนฆ่าจูยอน ทำไมยังจะต้องปกป้อง”
น้ำตาของเซฮุนหยดลงบนหลังมือของเขา เซฮุนกลั้นเสียงสะอื้นและเงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างปวดร้าว
จงอินมองสายตานั้นแล้วยิ้มน้อยๆ มือขาวเกลี่ยน้ำตาบนผิวแก้มของเซฮุนให้อย่างแผ่วเบา
“เซฮุน ...ตอนที่รักษาคุณ บางครั้ง ‘เขา’ ก็ปรากฏตัวออกมา อาละวาดซะจนผมต้องมัดคุณไว้กับเตียง ในตอนนั้นผมเริ่มสงสัยว่าคุณมีอาการป่วยเป็นโรคสองบุคลิกด้วย จึงสั่งยาให้คุณเพิ่ม รวมถึงสะกดจิตคุณในอีกแนวทางหนึ่ง ดูเหมือนว่าหลังจากนั้น เขาก็เริ่มจะพูดคุยกับคุณด้วยใช่มั้ย?”
เซฮุนเบิกตาโตและพยักหน้า
“คุณเริ่มมองเห็นถึงตัวตนอีกคนหนึ่งของคุณ จนในที่สุดคุณก็รู้ความจริง และสุดท้ายคุณก็กรีดข้อมือตัวเองอีกครั้ง”
จงอินมองไปที่ผ้าพันแผลสีขาวบนแขนซ้ายของเซฮุน
“...ภาพในวันนั้นมันชัดเจนมาก ภาพที่เขาให้ผมดู เขาบอกว่าที่ทำไปก็เพราะต้องการจะปกป้องผม” เซฮุนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา เขาไม่นึกว่าจงอินจะรู้เรื่องนี้ด้วยอีกคน
“คุณมองเห็นเขาจากจิตใต้สำนึกของคุณ แต่ยังมีคนอีกคนที่คุณสร้างขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก...” จงอินเว้นช่วงไปเล็กน้อย เขาเม้มปากแล้วจึงพูดต่อ
“ยังมีจูยอนอีกคน จูยอนคนที่ไม่ใช่คนที่ตายไป แต่เป็นจูยอนคนที่คุณรัก ...คนที่มีผมสีน้ำตาลเข้ม คนที่ชอบดอกไม้สีขาว และรักคุณมากที่สุดในชีวิต จูยอนคนที่คุณเห็นในจินตนาการ คือตัวแทนของพี่ชายคุณ”
จู่ๆแสงไฟในบ้านทั้งหมดก็ดับลง สายฝนยังคงเทกระหน่ำไม่ขาด
“อ๊ะ!” จงอินอุทานขึ้น มือของเขาบีบข้อมือของเซฮุนแน่นขึ้นราวกับกลัวคนตรงหน้าจะหายไป
สายฟ้าแลบลงมาผ่านบานหน้าต่างจนเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของอีกฝ่าย
“เซฮุนนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปหาไฟฉาย”
จงอินปล่อยมือของเซฮุนพร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบในใจ ก่อนจะคลำทางไปยังตู้เก็บของในห้องครัวโดยอาศัยแสงจากฟ้าแลบที่มีเป็นพักๆ
“เจอแล้ว” จงอินยิ้มด้วยความโล่งใจ เขากดปุ่มเปิดไฟฉาย แสงเป็นลำส่องออกมาแม้จะสว่างเพียงน้อยนิดแต่ก็ทำให้อุ่นใจ เขาเดินกลับมายังโต๊ะตัวเดิมอีกครั้ง แสงไฟฉายสาดไปยังเก้าอี้อีกตัวที่ควรจะมีคนนั่งอยู่ ทว่าตอนนี้มันกลับว่างเปล่า
“เซฮุน?”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
สายลมกรรโชกแรงพัดเอาหยาดฝนเม็ดใหญ่มาปะทะใบหน้า เสื้อคลุมตัวหนาหนักแทบไม่ได้ช่วยป้องกันความหนาวเย็นแต่อย่างใด ทว่ามันเหมือนจะไม่มีผลต่อร่างบางที่วิ่งฝ่าสายฝนออกมา
เซฮุนหยุดพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ทันทีที่ถึงทั้งลมและฝนก็สงบลงจนเขาเองต้องหัวเราะออกมา
...แม้แต่ฟ้าฝนยังกลั่นแกล้งเขาเชียวหรือ?
เซฮุนถอดเสื้อคลุมที่เปียกออกมาพาดแขน แล้วตัดสินใจเดินต่อ
แสงจันทร์สว่างช่วยสาดส่องทางไปสู่เนินที่เขาเคยมาเยือนเมื่อตอนกลางวัน
ต้นไม้ใหญ่บนเนินยังคงยืนสงบนิ่งราวกับว่าพายุฝนเมื่อครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เซฮุนแตะที่ลำต้นชื้นของต้นไม้ ก่อนจะเดินไปนั่งที่ชิงช้าตัวเดิม
สัมผัสชื้นตรงที่นั่งและเชือกสากทำให้เขาหวนนึกถึงบางอย่างในอดีต
“...เซฮุน” เสียงเรียกชื่อที่ไม่น่าเป็นไปได้ ทำให้เซฮุนถึงกับสะดุ้งหันกลับมา
“อยู่ที่นี่เอง”
“มาได้ยังไงกันครับ...”
“มาตามหาเซฮุน”
“..........”
“เหมือนตอนนั้นเลยนะ... ตอนที่พี่เจอเซฮุนครั้งแรก เซฮุนก็นั่งอยู่ที่ชิงช้าแบบนี้”
ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร ลึกลงในความเจ็บปวดที่ไม่เคยแสดงออกมาทางคำพูด ทว่าตอนนี้มันกำลังเอ่อล้นออกมาทางดวงตาที่กำลังจดจ้องกันอยู่
“กลับมาหาพี่นะ”
“...ผมไปไม่ได้” น้ำเสียงที่สั่นจนคล้ายจะแตกสลายได้ตอบกลับ
“เซฮุน...” น้ำเสียงของอีกคนก็ไม่ต่างกัน
“ผมกลับไปไม่ได้... ผมกลับไปมีชีวิตแบบเดิมไม่ได้อีกแล้วครับ”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
...เซฮุนไม่ได้อยู่ในบ้านแล้ว จงอินวิ่งหาจนทั่วก่อนจะพบว่ารองเท้าและเสื้อคลุมของเซฮุนไม่อยู่
เขาคว้าเสื้อนอกได้ก็รีบออกไปข้างนอกทันที
จงอินสังเกตเห็นรอยเท้าบนพื้นมุ่งหน้าไปหยุดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ข้างเรือนกระจก ก่อนจะเดินต่อไปตามทางขึ้นเนิน แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือรอยเท้าไม่ได้มีแค่รอยเดียว
“คุณหมอคิม หยุดก่อนครับ”
จู่ๆชายในชุดดำสามสี่คนก็เดินมาล้อมตัวเขาไว้
“พวกคุณเป็นใครกัน?”
“ผมเป็นเลขาของคุณอี้ฟานครับ ผมขอให้คุณหยุดอยู่ตรงนี้หรือกลับเข้าไปในบ้านเถอะครับ”
“ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้ ผมต้องออกไปตามหาเซฮุน”
“คุณอี้ฟานตามไปแล้วครับ” ชายคนนั้นกางแขนกั้นไม่ให้เขาเดินต่อ
จงอินกำมือแน่นด้วยความกังวลใจ เขาทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยหรือ...
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
ฝนที่หยุดตกไปแล้ว รวมทั้งพายุหนักเมื่อครู่ราวกับความฝันที่พัดผ่าน และชำระล้างทุกสิ่งให้หายไป ทิ้งไว้เพียงความบริสุทธิ์สดชื่นของบรรยากาศหลังฝนเท่านั้น
เซฮุนเดินตามหลังพี่ชายลงเนินไปช้าๆ เขามองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น
วันนี้ช่างเหมือนกับวันนั้น... วันที่อี้ฟานไปรับเขาครั้งแรก
แต่เซฮุนกลับกลัวจนต้องหนีมาหลบอยู่ที่สนามเด็กเล่น นั่งเหม่อลอยอยู่บนชิงช้า
จนกระทั่งอี้ฟานตามหาเขาจนเจอ...
เพียงแค่เอื้อมมือไปเขาก็สามารถสัมผัสตัวได้แล้ว อีกแค่นิดเดียวก็จะได้จับมือคู่นั้น...
แต่เซฮุนก็ไม่ทำ เขาได้แต่มองอี้ฟานจากข้างหลัง และจะทำเพียงแค่นั้น
“เซฮุน” อี้ฟานหยุดยืนและหันหลังกลับมาหา
“ครับ?”
“ทำไมเดินช้าจัง” อี้ฟานคว้ามือของน้องชายแล้วจูงให้เดินต่อ เซฮุนมองมือที่เกาะกุมมือของเขาไว้...
“พี่อี้ฟาน... รู้อะไรมั้ยครับ”
“หืม?”
“มือของพี่ มันเย็นมากๆเลย”
เซฮุนก้มหน้าไม่ให้อี้ฟานเห็นน้ำตาที่กำลังไหลลงมาของเขา
มือของพี่ชายบีบกระชับให้แน่นขึ้นอีก คล้ายกลัวว่าคนๆนี้จะชักมือหนีไป
“อืม นั่นสิ... แต่มือของเซฮุนอุ่น ช่วยทำให้พี่หายหนาวได้นะ”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
จงอินเดินกลับไปกลับมาอย่างกระสับกระส่าย จนกระทั่งเขาเห็นเซฮุนเดินกลับมาพร้อมอี้ฟาน
“คุณเซฮุน!”
“คุณหมอ ขอโทษที่หายออกไปนะ” เซฮุนเอ่ยขอโทษทันทีที่เห็นเขา
“ไม่เป็นไรหรอก คุณกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว” จงอินยกมือขึ้นเสยผมแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาหันไปสบตากับอู๋อี้ฟานที่กำลังจ้องเขาอยู่
“คุณคริส”
“คุณหมอคิม”
ทั้งสองเอ่ยทักกันเพียงแค่นั้นแล้วไม่พูดอะไรต่อ จนกระทั่งมือของเซฮุนถูกดึงไปยังรถสีดำของอี้ฟาน
“คุณจะพาเซฮุนไปไหนครับ” จงอินถามอย่างร้อนใจ
อี้ฟานเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบ “คุณจำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอ”
“ต้องสิครับ ในเมื่อผมเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของคุณเซฮุน”
“อืม ถ้าอย่างนั้น... ก็รู้เอาไว้เลยนะ”
อี้ฟานเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพูดกับจงอินตรงๆ
“ผมทำเรื่องให้เซฮุนออกจากสถานบำบัดนั้นแล้วย้ายไปรักษาที่อเมริกาแทนแล้ว ได้ยินว่าด็อกเตอร์สตาร์คเคยเป็นอาจารย์ของคุณด้วยนี่ครับ ถ้ายังไงช่วยส่งประวัติการรักษาของเซฮุนตามไปให้ด้วยล่ะ ลาก่อน...”
อี้ฟานยกริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะขึ้นไปนั่งในรถ
เซฮุนมองผ่านหน้าต่างที่ติดฟิล์มสีดำออกมาคล้ายกับจะกล่าวลา
แล้วขบวนรถทั้งสามคันของอู๋อี้ฟานก็แล่นออกไป...
แต่จงอินยังตั้งตัวไม่ติด
เขาไม่อยากจะกล่าวลา เขาไม่เคยคิดจะลาจากเซฮุนเลยตั้งแต่เริ่มรักษาคนนี้ๆ
แม้ว่าจงอินจะทำได้เพียงแค่มองแสงไฟจากรถคันนั้น เลือนหายไปกับความมืดรอบกายก็ตาม
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
จงอินรดน้ำต้นไม้ในห้องทำงานของตัวเองอย่างเหม่อลอย
อากาศภายนอกหนาวมากขึ้นเรื่อยๆ จนเขาคิดว่าอีกไม่นานหิมะคงจะตก
ดอกไม้สีแดงและสีขาววางสลับกระถางกันอย่างจงใจ แต่ก็ดูสวยดีในแบบที่เขาคิด
“เหม่อจังเลยนะคุณหมอ”
“ชานยอลเองเหรอ” น้ำเสียงเขาดูผิดหวัง
“เออ ฉันเองนี่แหละ” ชานยอลขยี้ผมคนผิดหวังเล่นอย่างหมั่นไส้
“แกชอบมาเล่นห้องฉันจังนะ”
“ก็ห้องแกดอกไม้สวย ...สงสัยนานแล้วว่าทำไมมีแต่สีขาวกับสีแดง ไม่คิดจะปลูกสีอื่นบ้างรึไง?”
“ก็ฉันชอบ...” จงอินหลุบตาลงมากระถางกุหลาบแดงที่เขาเฝ้าทะนุถนอมจนมันออกดอกสวย แม้ว่าเจ้าของเดิมของมันจะจากไปเป็นปีแล้วก็ตาม
“ว่าแต่ป่านนี้คุณเซฮุนจะเป็นยังไงบ้างน้า คงจะหายดีแล้วนะว่ามั้ย” ชานยอลพูดขึ้นลอยๆถึงคนที่ไปรักษาตัวต่อที่อเมริกา
“เดือนก่อนเห็นด็อกเตอร์สตาร์คบอกว่าแทบจะหายขาดแล้ว ...เขา...มีคนดูแลเอาใจใส่ที่ดีมากๆ”
“นั่นสินะ ถ้าเอาดาวบนฟ้าลงมาได้ คุณพี่ชายคงทำไปแล้ว”
ชานยอลยิ้มแล้วลอบมองปฏิกิริยาของเพื่อนรัก เจ้าตัวยังทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจทั้งที่ความจริงข้างในคงห่อเหี่ยวน่าดู
เซฮุนไปอเมริกาพร้อมกับคริสเมื่อปีก่อน หลังจากกลับจากบ้านที่ชานเมืองของจงอินได้หนึ่งเดือน
จงอินติดต่อไปยังด็อกเตอร์สตาร์คซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคที่เซฮุนกำลังเป็น
โชคดีว่าจงอินเคยเรียนกับเขามาก่อน จึงทำให้จงอินสามารถสืบถามอาการและความเป็นไปของเซฮุนได้ง่ายขึ้น
ซึ่งดูเหมือนว่าอาจารย์ของเขาจะเข้าใจเป็นอย่างดี ถึงกับอีเมลล์รายงานการรักษากลับมาให้ทุกสัปดาห์
ส่วนคดีของอิมจูยอนก็ปิดลงด้วยข้อสรุปว่า เป็นการฆ่าตัวตาย...
เพราะหลักฐานและพยานบุคคลไม่เพียงพอ อีกทั้งทางตำรวจยังถูกกดดันจากอิทธิพลของตระกูลอู๋ จึงต้องปิดคดีไปในรูปนี้
คนที่รู้เรื่องนี้ดีอย่างจงอินก็เลือกที่จะเงียบ รวมถึงชานยอลที่แม้ยังสงสัยแต่ก็ไม่พูดถึงมันเช่นกัน
“คุณหมอคิมคะ มีแขกมาขอพบค่ะ”
หัวหน้าพยาบาลวัยกลางคนเคาะประตูตามมารยาท แม้ว่าประตูนั้นจะเปิดอ้าอยู่แล้ว
“ใครมาเหรอครับ เขาแจ้งชื่อไว้รึเปล่า?” จงอินหยุดมือและวางบัวรดน้ำอันเล็กไว้บนขอบหน้าต่าง
“ไม่ได้แจ้งค่ะ เขารอพบคุณหมออยู่ที่สวนดอกไม้ค่ะ” คุณพยาบาลอมยิ้มให้จงอินที่ยังทำหน้างุนงง เพราะแทบไม่เคยมีใครมาหาเขาถึงที่ทำงานแบบนี้
“ใครกัน? น่าแปลกจริงๆ”
“เจ้าหนี้แกรึเปล่า” ชานยอลเอ่ยแซวเล่น
“ไม่มีโว้ย”
“หรือจะเป็นสาวๆที่แกไปหลอกไว้”
“ฉันไม่เคยหลอกใคร ไอ้บ้านี่หุบปากได้แล้ว”
จงอินเดินล้วงกระเป๋าออกไปจากห้อง ทิ้งให้ชานยอลหัวเราะไล่หลังมา
“โชคดีนะเพื่อน”
จงอินเดินย่ำเท้าไปยังสวนดอกไม้ด้านหลังสถานบำบัด
ในใจสงสัยว่าเป็นใครกันที่มาหาเขาถึงนี่ แถมยังรออยู่ที่สวน...
เขาคิดถึงใครคนหนึ่ง แต่ก็ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองมากนัก
จนกระทั่งมองเห็นแผ่นหลังบางที่กำลังย่อตัวลงไปหาดอกไม้ใกล้ๆ
“คุณเซฮุน...”
“อ๊ะ คุณหมอ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”
โอเซฮุน คนที่เขาเพิ่งจะคิดถึงเมื่อครู่นี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา และกำลังยิ้มให้เขา
“คุณ... สบายดีนะครับ” จงอินรู้สึกว่าลำคอของตัวเองแห้งผาก เสียงที่เปล่งออกไปก็ดูไม่ใช่ตัวเองเอาเสียเลย
“สบายดีครับ แล้วคุณหมอสบายดีมั้ย ดูผอมลงนะ” เซฮุนเดินเข้ามาใกล้จนจงอินมองเห็นได้ถนัด ใบหน้าหวานของเซฮุนดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมก็ดูจะยาวขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย...
“ผมน่ะเหรอ ฮ่าๆๆ ปกติผมเป็นคนกินน้อยอยู่แล้วครับ”
เซฮุนทำหน้ามุ่ยอย่างไม่ชอบใจ “ไม่ดีเลยนะ เป็นหมอเองแท้ๆ”
“คุณเซฮุนกลับมานานแล้วหรือยังครับ” จงอินถามสิ่งที่เขาอยากรู้ ระหว่างที่สองขาพาตัวเองเดินตามเซฮุนไปเรื่อยๆ
“สามวันได้แล้วครับ ...ตรงนั้นมีต้นไม้ต้นใหม่ขึ้นเหรอครับ?” เซฮุนเดินชมสวนที่ไม่ได้เห็นมาเกือบปีอย่างเพลิดเพลิน ช่างดูใจเย็นผิดกับจงอิน ที่ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นแรงจนเหมือนมันจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว
“ด็อกเตอร์สตาร์คเขาว่ายังไงเกี่ยวกับอาการของคุณบ้างครับ”
“อืม... ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าเขาให้ผมกลับมาอยู่เกาหลีได้เหมือนเดิมแล้วล่ะครับ”
“ดีจังเลยนะครับ”
“นั่นสินะ ผมน่ะ...คิดถึงที่นี่อยู่ไม่น้อยเลย” เซฮุนมองไปรอบๆตัวอย่างคิดถึง รอยยิ้มบนใบหน้านั้นช่างเหมือนกับเด็กที่ดีใจเมื่อได้กลับบ้าน
“แล้วคนที่นี่ล่ะคิดถึงมั้ย?” จงอินพูดเสียงเบาพร้อมกับหลุบตาลงต่ำ จู่ๆเขาไม่กล้ามองหน้าเซฮุนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“ว่ายังไงนะครับ?”
“อ๋อ เปล่าหรอกครับ... ว่าแต่คุณเซฮุนจะกลับมาอยู่เกาหลีถาวรเลยรึเปล่าครับ” จงอินพูดเสียงดังกลบเกลื่อน
“...ตอนนี้คงยังไม่ได้”
เซฮุนเหม่อมองใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอยู่ชั่วขณะก่อนจะพูดต่อ “ผมยังไม่พร้อมจะอยู่ที่นี่เท่าไหร่ ทั้งๆที่ผมคิดถึงเกาหลีมาก คงต้องใช้เวลาสักพักนะครับ”
จงอินพยักหน้าเข้าใจ เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นที่นี่มันเลวร้ายเกินกว่าจะใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียวที่จะลืมมัน
“...ถึงยังไง ผมก็จะกลับมาที่เกาหลีแน่นอน ฮะๆๆ แต่ถึงตอนนั้นผมคงไม่มีบ้านให้อยู่เหมือนเดิมแล้วสิ”
“ทำไมล่ะครับ”
“พี่อี้ฟานขายบ้านเดิมไปแล้วครับ แล้วก็...พี่คงจะไม่กลับมาเกาหลีอีก”
“หา?”
จงอินอุทานอย่างแปลกใจ ...ทั้งที่อู๋อี้ฟานทั้งรักทั้งหวงเซฮุนมากขนาดนั้น แต่ทำไมถึงยอมปล่อยให้เซฮุนกลับมาเกาหลีคนเดียว คุณหมอหนุ่มจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเซฮุนคล้ายจะหาคำตอบ
“ผมน่ะรักพี่ชายมากนะครับ เพราะว่ารักมากๆ ผมถึงต้องกลับมา”
“เพราะถึงยังไงคำว่าพี่น้องของเราก็จะต้องอยู่ตลอดไป”
จงอินพยักหน้า
เขาเข้าใจที่เซฮุนพูด เข้าใจในสิ่งที่เซฮุนเลือกดี
ถึงแม้ทางที่เซฮุนเดินนั้นปลายทางอาจไม่สุขสมหวังกับคนที่เขารักก็ตาม
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วความรักอย่างเดียวก็มิอาจเอาชนะทุกสิ่งได้
ช่วงเวลาหนึ่งปีที่เซฮุนอยู่กับพี่ชายที่อเมริกา อาจเกิดอะไรหลายๆอย่างที่จงอินเองก็ไม่อาจรู้
“กลับมาคราวนี้ผมกับพี่มาจัดการอะไรหลายๆอย่างเลยครับ พี่อี้ฟานกลับมาโอนบ้านให้เจ้าของใหม่ จัดการงานที่บริษัท ส่วนผมเองก็จะมองหาที่อยู่ใหม่ไปพลางๆ” เซฮุนพูดพร้อมรอยยิ้ม มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความเศร้าเหมือนก่อนอีกแล้ว เซฮุนก้มลงมองนาฬิกาก่อนจะเอ่ยต่อ
“อีกเดี๋ยวพี่ก็จะวนมารับผมแล้วล่ะครับ ผมคงจะต้องกลับไปอเมริกาอีก... แล้วอีกสักพักเราคงได้เจอกันใหม่”
“ลาคุณหมอตรงนี้เลยนะครับ”
จงอินยิ้มแล้วเอ่ยคำลากับเซฮุนเบาๆ ...อีกสักพักของเซฮุนไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่เขาจะถือว่านั่นคือคำสัญญา
เซฮุนโบกมือลาแล้วเดินย้อนกลับออกไปตามทาง เพื่อที่จะออกจากประตูรั้วของสถานที่นี้อีกครั้ง...
“คุณเซฮุนครับ!”
จู่ๆ จงอินก็ตะโกนเรียกจนเซฮุนหันกลับมา
“คุณรู้รึเปล่าว่าผมอยู่บ้านคนเดียว แล้วบ้านผมก็กว้างมากๆเลยนะ เอ่อ...กว้างพอที่จะเลี้ยงแมวหรือหมาสักตัวสองตัวถ้าคุณชอบ แล้วก็มีเปียโนด้วย”
เซฮุนมองจงอินอย่างงงๆ แต่ก็ยังตั้งใจฟังต่อ
“ถึงจะไม่ได้อยู่กลางเมือง แต่ก็ใกล้สถานีรถไฟมากเลยนะครับ แถวนั้นอาหารอร่อยๆเยอะมากเลย หรือถ้าเบื่อๆอยากเปลี่ยนบรรยากาศ เราขับรถไปบ้านเรือนกระจกที่เราเคยไปด้วยกันก็ยังได้”
จงอินพูดรัวเร็วจนแทบหายใจไม่ทัน เขาหยุดสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด ในขณะที่เซฮุนยังยืนนิ่งและจ้องมองเขาด้วยดวงตากลมใส
“คือว่าบ้านมันกว้างเกินไป ผมเลยคิดว่า ถ้าคุณมาอยู่ด้วยก็คงจะดี... น่ะครับ”
จงอินพูดจนจบประโยค เขากำมือแน่นด้วยความตื่นเต้นกับคำตอบที่กำลังจะเกิดขึ้น
...เซฮุนยิ้มน้อยๆ ดูเหมือนจงอินกำลังพยายามจะช่วยเขาหาที่อยู่ให้ ด้วยการเสนอแชร์บ้านให้อยู่ด้วยกันสินะ
“คุณหมอใจดีจริงๆนะครับ”
“ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ ผมก็ยินดี แต่ว่าคงต้องรออีกสักพักนะครับ คุณหมอรอได้มั้ยครับ?”
เซฮุนยิ้มให้จงอินอีกครั้ง สายลมหนาวพัดมาจนเซฮุนต้องยกมือขึ้นมาทัดผมไว้ข้างหู...
“รอได้สิครับ ผมยินดีที่จะรอ” จงอินเดินเข้ามาหาจนทั้งสองคนใกล้กันมากขึ้นอีกครั้ง
“ขอเพียงแค่คุณเซฮุนตอบตกลง...”
มือของจงอินยกขึ้นเพื่อช่วยเกลี่ยปอยผมของเซฮุนให้เข้าที่เข้าทาง ดวงตากลมสุกใสเหมือนลูกแก้วจ้องมองมาที่เขาไม่กะพริบ
“แล้วอีกสักพัก... เจอกันใหม่นะครับ”
[ end ]
Broken Illusion chapter 6
Broken Illusion
░ chapter 6
░ multi-shot / PG-13
░ kaihun / krishun
░ your illusion cannot be real
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
...เสียงเพลงที่แสนสดใส แต่จงอินกลับบอกว่าฟังแล้วช่างเปลี่ยวเหงาเสียเหลือเกิน
เซฮุนเล่นมันซ้ำไปซ้ำมาระหว่างที่รอจงอินทำอาหาร
เพลงๆนี้จะไม่เหงาได้ยังไงกัน ...เซฮุนคิดในใจ
ก็เพลงนี้เป็นเพลงที่พี่แต่งให้กับเขานี่นา
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“ไม่น่าเชื่อว่านอกจากเล่นเปียโนเก่งแล้ว คุณหมอยังทำอาหารอร่อยด้วย”
...สปาเก็ตตี้ชามโตหมดลงอย่างรวดเร็ว ด้วยฝีมือคนไข้ที่เมื่อชั่วโมงก่อนยังบ่นหิวอยู่ตลอดเวลา
“สปาเก็ตตี้ซอสกุ้งนี่เป็นเมนูหากินของผมเลยนะ ทำเป็นอยู่อย่างเดียวนี่แหละ”
“มีอะไรที่คุณหมอทำไม่เป็นอีกบ้างน้า... เห็นทำได้ทุกอย่าง”
“มีสิ...”
จงอินยิ้มเล็กน้อย ทว่าแววตาขี้เล่นกลับจางหายไป
“หืม? อะไรเหรอ”
“อ่านใจคนไง”
เสียงช้อนส้อมกระทบกับจานดังคั่นระหว่างบทสนทนา หากไม่มีการพูดคุยมันคงเงียบเสียจนน่าอึดอัด
เซฮุนใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้อย่างตั้งใจ เหมือนไม่ได้ใส่ใจคำตอบของอีกฝ่ายมากนัก
“ผมได้ยินว่าคุณหมอทำได้นี่นา”
“หมายถึงการบำบัดด้วยการสะกดจิตน่ะเหรอครับ?”
“หมายถึงวิธีที่คุณหมอใช้รักษาผมนั่นแหละ”
เซฮุนยิ้ม ก่อนจะหั่นกุ้งออกเป็นคำเล็กๆ
“ถ้าคุณหมอทำได้จริง คุณหมอก็คงรู้แล้วสินะ ว่าในใจของผมมีอะไรอยู่บ้าง”
“...เซฮุน”
จงอินจ้องมองใบหน้าที่ว่างเปล่าของเซฮุนด้วยความกังวลใจ
เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือบาง แต่เซฮุนดึงหลบออกไปก่อน
เสียงฟ้าร้องดังคำราม พร้อมๆกับลมที่พัดผ้าม่านจนปลิวไสว
บานหน้าต่างตีปึงปังกับขอบวงกบจนดูคล้ายว่าบ้านหลังนี้กำลังโกรธ
“สปาเก็ตตี้อร่อยมากจริงๆ ขอบคุณที่เลี้ยงนะครับ” เซฮุนก้มหัวให้จงอินที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“เซฮุนชอบผมก็ดีใจครับ”
“ขอบคุณจริงๆครับ สำหรับทุกอย่าง...”
เซฮุนยังคงยิ้มบางๆ ท่ามกลางลมที่พัดโหมหนักขึ้น
แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ได้สนใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเลย
“คุณเซฮุน ความจริงแล้วผมน่ะ...” จงอินเว้นจังหวะไปเล็กน้อยคล้ายกำลังตัดสินใจ “ผมสะกดจิตของคุณเพื่อดูความทรงจำในอดีตจริง แต่ว่า...เรื่องในวันนั้น ไม่ว่าจะทำยังไง ผมก็ดึงมันออกมาไม่ได้เลย”
เซฮุนจ้องมองใบหน้าของจงอินตลอดเวลา ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นฉายแววไม่แน่ใจออกมาเล็กน้อย
“เป็นความจริง ผมไม่รู้ว่าตกลงแล้วใครเป็นคนร้าย คุณอยู่ที่ไหนตอนที่คุณจูยอนเสียชีวิต หรือว่าเกิดเรื่องอะไรก่อนหน้านั้น ผมไม่รู้จริงๆครับ...”
“.....”
“ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้คุณนึกมันออกอีกครั้ง แต่จะเป็นไปได้มั้ยที่คุณจะช่วยเล่าให้ผมฟังที”
ทั้งสองต่างเงียบกันไปอีกครั้ง จงอินก้มมองมือของเซฮุนที่เกาะกุมอยู่บนขอบโต๊ะ
“ผมนึกว่าคุณรู้ไปแล้วเสียอีก ถ้าคุณไม่รู้ ผมก็ยินดีที่จะเล่าครับ”
เซฮุนยิ้มบางก่อนจะเริ่มต้นเล่า...
“เรื่องในวันนั้น คนที่ฆ่าจูยอน...คือผมเอง”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
คริสมองน้องชายที่ค่อยๆประคองหญิงสาวคนรักขึ้นมาอย่างทะนุถนอม สายตาของทั้งสองสบตาเพียงชั่วขณะและเป็นคริสที่หันหนี
“พี่กำลังจะทำอะไรน่ะครับ?”
ทว่าคริสไม่ตอบ กลับหมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องไป
“จูยอน เป็นยังไงบ้าง มันเกิดอะไรขึ้น” เซฮุนถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
แต่สายตาของอีกฝ่ายที่มองกลับมามันแตกต่างไปจากเดิม
“วันนี้ฉันได้รู้อะไรหลายอย่างเหลือเกินเซฮุน”
จูยอนจ้องมองเซฮุนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบอกอะไรบางอย่าง...
ร่างบางดันตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปยังชั้นหนังสือเก่าที่แทบไม่มีคนหยิบมาอ่าน นอกจากจะมาทำความสะอาด
เธอหยิบหนังสือที่ชั้นล่างสุดออกสามเล่มแล้วเอื้อมมือล้วงไปข้างในชั้น
ก่อนจะหยิบหนังสือปกกำมะหยี่เล่มเล็กๆเล่มหนึ่งออกมา
“...จูยอน” เซฮุนอุทานออกมาทันทีที่เห็นหนังสือเล่มนั้นชัดๆ
เธอยื่นหนังสือเล่มนั้นมาตรงหน้าของเซฮุน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอดูบิดเบี้ยวอย่างประหลาด
“ทำไมต้องหลอกฉันว่าคุณรักฉัน ใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ทำแบบนี้ทำไมเซฮุน”
“ฉันเชื่อมาตลอดว่าเซฮุนรักฉัน... แม้แต่เซฮุนยังหลอกฉัน ไม่มีใคร...ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว”
“เรื่องที่คุณเคยรักใครคนนั้น ฉันเข้าใจมาตลอด แต่ว่า...สุดท้ายคุณก็ลืมเขาไม่ได้ ใช่มั้ย?”
“แล้วยิ่งเขาคนนั้น...คือพี่ชายของคุณเอง มันยิ่งน่าสะอิดสะเอียนที่สุด”
อิมจูยอนขว้างหนังสือเล่มนั้นใส่หน้าเซฮุนแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น
เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วยกมือขึ้นปิดหน้า
เซฮุนค่อยๆหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาช้าๆ หนังสือที่เขาคุ้นเคยดี...
...มันคือไดอารี่ของเขาเอง...
“จูยอน” เซฮุนเรียกเธอด้วยเสียงแผ่วเบา มือบางแตะลงที่ไหล่ ทว่าถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี
“นอนพักก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปเก็บดอกไม้มาให้ ดอกไม้สีขาวที่คุณชอบไง”
เซฮุนยังพูดกับเธอด้วยเสียงอันอ่อนโยน เขาก้าวเท้าแล้วหันหลังออกไปจากห้อง
ทิ้งให้อิมจูยอนยังนั่งอยู่ตรงนั้น...
เซฮุนถือตะกร้าและกรรไกรออกไปตัดดอกไม้ด้วยท่าทางปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขายังคงเลือกดอกลิลลี่สีขาวให้จูยอนอย่างที่รู้ว่าเธอชอบ
เมื่อตัดดอกไม้เสร็จเรียบร้อย เขาจึงหันมามองไดอารี่ปกกำมะหยี่ที่วางอยู่ข้างๆตัว
เซฮุนหยิบพลั่วออกมาแล้วเลือกจุดที่ว่างใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาค่อยๆขุดหลุมที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก
มือบางปาดเหงื่อที่ไหลมาตามหน้าผาก แล้วขุดต่อจนได้ความลึกที่ต้องการ
เซฮุนมองไดอารี่ในมืออยู่ชั่วครู่ สุดท้ายมืออันสั่นเทาก็หย่อนมันลงไปในหลุม
...แล้วฝังกลบมันลงไป เหมือนฝังอดีตและความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน
“จูยอน ผมตัดดอกลิลลี่มาให้”
เซฮุนกลับเข้ามาในห้องส่วนตัวอีกครั้งพร้อมกับดอกลิลลี่เต็มตะกร้า กลิ่มหอมอ่อนๆของมันลอยฟุ้ง
“จูยอน คุณอยู่ที่ไหน?”
ทว่าจูยอนไม่ได้อยู่ในห้องนอน เซฮุนเดินหาเธอจนทั่ว
ในที่สุดก็พบว่าเธออยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นสอง กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์อะไรบางอย่างในมือถือ ข้างกายมีกระเป๋าเดินทางใบย่อมอยู่ด้วย
“จูยอนทำอะไรน่ะ?” เสียงเรียกของเซฮุนทำให้เธอสะดุ้งน้อยๆ แต่แล้วเธอก็ก้มลงพิมพ์มันต่อจนเสร็จ
“ฉันตัดสินใจแล้วเซฮุน ฉันจะไป”
“ว่ายังไงนะ...”
“ฉันจะไปจากบ้านนี้ ฉันจะไม่อยู่เป็นตุ๊กตาโง่ๆให้คุณหลอกใช้ไปวันๆอีก”
จูยอนผุดลุกขึ้นแล้วเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเดินทางมากระชับในมือ
เซฮุนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก พยายามที่จะคว้าข้อมือของเธอเอาไว้
แต่ปลายแหลมของมีดเล่มโตกลับยื่นเข้ามาหาเขาเทน
“อย่ามาแตะต้องตัวของฉัน”
“จะ จูยอน”
เซฮุนก้าวถอยไปข้างหลัง สายตาจ้องมองมีดนั้นอย่างสับสน
“ปล่อยฉันไป อ้อ...ถ้าจะให้ดีช่วยเซ็นต์เช็คให้ฉันสักสิบล้านทีสิ อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ฉันอุตส่าห์อยู่เป็นไม้กันหมาให้คุณมาตั้งนาน”
เซฮุนช้อนสายตาขึ้นมองคู่หมั้นอย่างไม่เข้าใจ
“จูยอน ผมไม่ได้...ตั้งใจจะหลอกคุณ”
“จะเซ็นต์มั้ย? จะให้ชั้นไปมั้ย? ไม่อย่างนั้น ข้อความนี้ฉันจะส่งไปหาซึงวานแน่ๆ” เธอยื่นโทรศัพท์มือถือให้เซฮุนดูผ่านๆ จากนั้นก็เริ่มอ่านข้อความที่ตนเองพิมพ์
“...รู้มั้ยว่าพี่น้องตระกูลนี้มีความลับที่น่าอดสูยังไง พวกเขารักกันมาก รักแบบที่ไม่สมควรจะรักกันได้ ทั้งๆที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกันและยังเป็นผู้ชายเหมือนกันด้วย... น่าสมเพชมั้ยล่ะ ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป พวกคุณไม่มีวันได้ผุดได้เกิดในสังคมแน่ๆ”
อิมจูยอนส่ายมีดปลายแหลมนั้นไปมา สีหน้าและแววตาของเธอราวกับคนเสียสติ
ใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ทว่าเซฮุนกลับมีสีหน้าที่เรียบเฉยอย่างประหลาด แววตาที่เขามองเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“คุณคิดจะบอกเรื่องนี้ให้สามีเก่าของคุณรู้เหรอ?”
เซฮุนก้าวเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆอย่างไม่สนใจมีดที่ขวางอยู่ตรงหน้า
“ใช่ จะทำไมล่ะ”
“ส่งมันมาให้ผม” เซฮุนยื่นมาออกมาข้างหน้า
“ไม่!!!”
เซฮุนจับมือข้างที่ถือมีดอยู่แล้วบีบมันอย่างแรงจนจูยอนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มีดปลายแหลมตกลงสู่พื้นแล้วกระเด็นออกห่าง
“ชะ เซฮุน ฉันเจ็บ”
“ก็คุณไม่ยอมส่งมันมาให้ผม” เสียงของเซฮุนราบเรียบจนน่ากลัว เซฮุนที่อยู่ตรงหน้าของอิมจูยอนตอนนี้ราวกับเป็นใครที่เธอไม่รู้จัก
“ปล่อยฉัน มะ ไม่อย่างนั้นฉันจะกดส่ง” จูยอนแตะปลายนิ้วไปที่ปุ่ม แต่ก็ถูกมืออีกข้างของเซฮุนจับเอาไว้ก่อน โทรศัพท์มือถือแบบฝาพับร่วงหล่นลงบนพื้นและปิดฝาลงดังฉับ
“คุณไม่ควรทำแบบนี้เลย เซฮุนเจ็บปวดมากนะ”
มือของเซฮุนเลื่อนไปที่คอที่ยังมีรอยช้ำอยู่ของจูยอน
“เซฮุนเขาไว้ใจคุณมาก สุดท้ายแล้วคุณกลับคิดจะหักหลังเขา”
“ชะ เซฮุน ปล่อย” มือบางค่อยๆกดย้ำไปที่รอยเดิมนั้นช้าๆ
“แปลว่าที่พี่อี้ฟานพูดก็จริงน่ะสิ ที่ว่าคุณเป็นผู้หญิงหิวเงิน ทั้งๆที่เซฮุนไม่เคยคิดจะเชื่อคำพูดพวกนั้นเลยแท้ๆ”
“.....” ร่างบางพยายามทั้งบีบทั้งจิกข้อมือบางของเซฮุน แต่ดูเหมือนเซฮุนจะไม่สะทกสะท้านเลย
“คุณใจร้ายเหลือเกิน ผมจะทำยังไงกับคุณดี”
จูยอนแทบไม่มีอากาศหายใจทั้งยังหูอื้อตาลายไปหมด แต่ด้วยสัญชาติญาณต้องการเอาตัวรอด
เธอใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเตะไปที่ช่วงท้องของเซฮุนอย่างแรง
เซฮุนเซถอยหลังไปด้วยความจุก มือปล่อยจากลำคอของจูยอนในที่สุด
ร่างบางตะเกียกตะกายไปหยิบมีดที่ตกอยู่ขึ้นมาอีกครั้งหมายป้องกันตัว
เธอหอบหายใจอย่างแรงเพราะเกือบจะขาดอากาศ
“ถะ... แค่กๆ ถอยออกไปนะ”
ตัวของจูยอนไถไปตามผนังหวังให้มันเป็นที่พึ่ง อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงประตูแล้ว
เซฮุนพยายามยันตัวลุกขึ้นจากพื้นที่มีดอกลิลลี่ตกกระจายอยู่เกลื่อน
“กลับมานะ” แขนยาวของเซฮุนเอื้อมไปคว้าผมสีดำยาวของจูยอนไว้ จนเธอกรีดเสียงด้วยความเจ็บปวด
จูยอนตอบโต้ด้วยการเหวี่ยงมีดไปหา ปลายมีดเฉี่ยวโดนท่อนแขนซ้ายของเซฮุนจนมีเลือดไหลออกมา
สุดท้ายแล้วเซฮุนต้องเข้าไปยื้อแย่งมีดจากมือของจูยอนออกมาก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงเจ็บตัวอีก
แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเพราะจูยอนดิ้นไปดิ้นมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี
สุดท้ายความที่อีกฝ่ายมีกำลังมากกว่า มีดปลายแหลมกลับหันเข้าหาตัวเธอเอง
“อ๊ะ...” เสียงของเซฮุนดังขึ้นพร้อมๆกับร่างของอิมจูยอนที่ค่อยๆทรุดลงไป
รอยเลือดสีแดงค่อยซึมออกเป็นวงกว้างบนชุดสีขาวที่เธอสวมอยู่
“มันไม่ควรจะจบแบบนี้เลยนะจูยอน...” เซฮุนกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าช่างเย็นชานัก
น้ำตาไหลออกมาจากตาคู่สวยของอิมจูยอน เธอพยายามอ้าปากคล้ายจะพูดอะไร แต่มันไม่มีเสียงออกมา
“ถ้าเซฮุนตื่นขึ้นมาเขาคงเสียใจมาก... และยิ่งถ้าเขารู้ว่า
...เขาเป็นคนแทงเธอด้วยมือของเขาเอง เขาคงเจ็บปวดอย่างที่สุด”
เสียงที่ออกมาจากปากของเซฮุนเรียบเย็นยิ่งนัก
ดวงตากลมโตหรี่มองภาพตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึก
มือที่ชุ่มไปด้วยเลือดของอิมจูยอนยกขึ้นมาช้าๆ แล้วสัมผัสที่แก้มของเซฮุนอย่างแผ่วเบา
ดวงตากลมของเธอพยายามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
แรงเฮือกสุดท้ายของคนใกล้ตาย เอ่ยปากถามด้วยเสียงอันสั่นเทา
“คุณ...เป็น...ใคร ?”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
ทิวทัศน์ภายนอกหน้าต่างรถยุโรปหรูหราของอู๋อี้ฟานมีเพียงความมืดสนิท
ไม่ต่างอะไรกับจิตใจอันมืดหม่นของเขาในตอนนี้
แม้ภายนอกเขาจะดูนิ่งสงบเยือกเย็น แต่เมื่อใดที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้องชาย
ในใจกลับยิ่งร้อนรุ่มเป็นทวีคูณ
...โดยเฉพาะตั้งแต่ที่เซฮุนพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในชีวิต
“อีกไกลแค่ไหน”
ตาคมเหลือบมองป้ายบอกทางที่แสงไฟรถสาดให้เห็นเป็นระยะ
รถของเขาวิ่งออกมานอกเมืองเป็นระยะเวลากว่าชั่วโมงแล้ว
“อีกประมาณครึ่งชั่วโมงครับท่าน” คนที่นั่งด้านหน้ากับคนขับหันมาบอก
คริสพยักหน้าแล้วหลับตาลง แม้ว่าในใจจะยังคิดถึงเรื่องของเซฮุนตลอดเวลา
เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเซฮุนถึงไว้ใจคนแปลกหน้าให้พาออกมาไกลถึงขนาดนี้ได้
ยิ่งคิดยิ่งทำให้เขากลัว ...กลัวว่าจะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยดังเช่นเรื่องของอิมจูยอน
...ผมกำลังทำให้เรื่องนี้ถูกต้อง...
...อะไรคือถูกต้อง? ที่เซฮุนบอกว่าจะหมั้นกับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้น่ะเหรอที่ว่าถูกต้อง...
...พี่ครับ พี่ก็รู้ เราก็รู้อยู่แก่ใจ...
...เซฮุน หยุดคิดจะทำอะไรบ้าๆ ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่ยอมรับผู้หญิงคนนั้น...
...แล้วพี่จะยอมรับเรื่องไหนได้ พี่อี้ฟาน เราอย่าถลำลึกลงไปมากกว่านี้เลย...
น้ำตาของเซฮุนในวันนั้นทำให้เขาเจ็บปวดเจียนตาย
เขายอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเพียงเพื่อรักษารอยยิ้มของเซฮุนไว้
ในขณะที่เซฮุนก็ยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกป้องเขาเช่นกัน
...ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือทรัพย์สมบัติอะไรนั่นมันไม่สำคัญเลย...
...แต่นั่นมันคือชีวิตของพี่นะครับ...
...เซฮุนก็รู้ว่าอะไรสำคัญสำหรับพี่ที่สุด...
...ถ้าผมทำให้คุณพ่อกับพี่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ผมก็ไม่มีค่าพอจะเป็นสิ่งสำคัญของพี่หรอกครับ...
เพราะข่าวลือมากมายตั้งแต่เขาปฏิเสธการหมั้นหมายและดูตัวจากคุณหนูตระกูลดัง
ทำให้ผู้เป็นพ่อที่ยังอยู่ไกลถึงอังกฤษต้องโทรมาถามความเป็นไปที่เกิดขึ้น
ข้ออ้างของอี้ฟานที่บอกว่ายังไม่พร้อมจะมีครอบครัวและสนใจแต่เรื่องงานอย่างเดียว ไม่ทำให้พ่อของเขาพอใจ
สุดท้ายกลายเป็นเซฮุนที่ถูกพ่อไล่ซักถามเพราะเป็นคนที่เขาใกล้ชิดมากที่สุด
ความกดดันทำให้เซฮุนตัดสินใจจะหมั้น เพื่ออะไรอย่างนั้นหรือ?
...เพื่อทำให้เขาตัดใจยังไงล่ะ
“หึ”
อี้ฟานแค่นหัวเราะด้วยความสมเพชตัวเอง
สุดท้ายเมื่อเซฮุนหมั้นกับอิมจูยอนแล้ว พ่อก็จัดการหาคู่หมั้นให้เขาด้วยอีกคนเสร็จสรรพ
เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธแล้ว ในเมื่อเหตุผลนั้นหันหลังให้กับเขา
แต่หลังจากเกิดเรื่องคดีฆาตกรรมของอิมจูยอน
คู่หมั้นของเขาก็เป็นฝ่ายถอนหมั้นไปก่อน แม้แต่พ่อก็ยังเลิกที่จะตอแย
และยังเป็นฝ่ายช่วยเขาโดยใช้อิทธิพลเพื่อปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด
...จบเรื่องนี้เมื่อไหร่ ผมกับเซฮุนจะไปจากที่นี่
เขาบอกพ่อไว้ในครั้งล่าสุดที่คุยกัน ถึงแม้พ่อจะคัดค้านแค่ไหนก็จะไม่สนใจอีกแล้ว
ทันทีที่คดีปิด เขาจะพาเซฮุนไปจากเกาหลีทันที
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
{ t b c }
Broken Illusion chapter 5
Broken Illusion
░ chapter 5
░ multi-shot / PG-13
░ kaihun / krishun
░ your illusion cannot be real
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“รอยแผลเกิดจากของมีคม ...ค่อนข้างคมมากทีเดียว กรีดเป็นแนวยาวตั้งแต่ข้อพับลงมาจนถึงข้อมือ”
แสงอาทิตย์ยามบ่ายพยายามที่จะส่องลอดผ่านอากาศขมุกขมัว จนสุดท้ายกลับเหลือเพียงลำแสงเล็กๆเท่านั้น
“โชคยังดีที่แผลไม่ลึกมาก ไม่อย่างนั้น...”
“โชคยังดีจริงๆ”
จงอินนึกถึงผ้าพันคอผืนนั้น ดูเหมือนว่าเซฮุนจะใช้มันซับเลือดที่ไหลออกมา
“มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน เซฮุนไปเอามีดมาจากไหน?” ชานยอลถามเสียงเข้ม จนเหล่าพยาบาลทุกคนต้องก้มหน้าด้วยความกลัว
“ดูเหมือนจะเป็นมีดปอกผลไม้ที่หายไปใช่มั้ย คุณพยาบาลจาง”
นางพยาบาลอายุน้อยคนหนึ่งสะดุ้งเมื่อถูกเรียกชื่อ เธอถึงกับตัวสั่นด้วยความกลัว
“...คะ ค่ะ”
“เป็นเพราะความสะเพร่าของคุณที่ไม่เก็บมีดให้ห่างมือคนไข้... คุณซอจัดการด้วยนะครับ” ชานยอลหันไปพูดกับหัวหน้าพยาบาลที่พยักหน้ารับรู้อยู่ข้างๆ สาวน้อยคนนั้นน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเสียใจ
แม้ภายนอกจะหนาวเย็นสักเพียงไหน แต่ห้องผู้ป่วยห้องนี้ก็ยังอบอุ่นอยู่เสมอ
แสงสลัวที่มาจากภายนอกเป็นแสงเดียวที่ทำให้ห้องสว่าง ซึ่งมันไม่ได้ทำให้สว่างมากเท่าไหร่นัก แต่จงอินก็ไม่เปิดไฟด้วยเกรงจะรบกวนการนอนของคนป่วย
...ผ้าพันแผลสีขาวที่พันอยู่บนแขนซ้ายของเซฮุนมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย จงอินแตะมันเบาๆราวกับว่ามันจะแตกสลาย
ใบหน้าซีดเซียวที่ยังหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานแม้ยามหลับ
“ผมจะช่วยคุณได้ยังไง”
จงอินทรุดตัวลงนั่งข้างๆเตียง เขาใช้มือท้าวคางแล้วก้มลงมองใบหน้าของคนที่ยังหลับใหล
“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะเซฮุน” น้ำเสียงของจงอินแฝงไปด้วยความเจ็บปวด ยิ่งเขาได้เห็นแผลเป็นเดิมๆที่ถูกกรีดซ้ำไปแล้วหลายครั้ง ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มมีน้ำตาซึมออกมาด้วยความปวดใจ
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่กันหนอ...
แสงสลัวด้านนอกนั้นหายไปแล้ว มีเพียงความมืดสนิทเข้ามาแทนที่
เปลือกตาบางกะพริบช้าๆ ก่อนจะค่อยๆลืมขึ้นมา เซฮุนรู้สึกคอแห้งผาก ซ้ำยังเจ็บร้าวไปทั้งท่อนแขน
“รู้สึกตัวแล้วเหรอครับ”
“...คุณหมอ”
ถ้วยน้ำถูกยื่นมาตรงหน้าราวกับถูกอ่านใจ เซฮุนพยายามยกมือขึ้นมารับแต่ไม่อาจทำได้
“ผมช่วย” หลอดสีขาวถูกนำเข้ามาใช้เพื่อให้คนป่วยดื่มได้สะดวกยิ่งขึ้น
“ขอบคุณมาก” เซฮุนกระซิบตอบเบาๆ สายตาเขายังดูเลื่อนลอยราวกับจับต้นชนปลายใดๆไม่ถูก
“แขนข้างนั้นคงต้องพักฟื้นครั้งใหญ่ ...มันบอบช้ำมาก”
เซฮุนเหลือบตาลงไปมอง แขนซ้ายของเขามันเจ็บจนรู้สึกชา “ผมไม่ได้ตั้งใจ ...มันเกิดขึ้นอีกแล้ว”
น้ำตาเม็ดโตไหลลงมาจากหางตา จงอินพยักหน้าเข้าใจพลางเกลี่ยน้ำตานั้นออกให้
...แต่ยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหลออกมา
“ผมอยากหนีไปไกลๆ”
“จริงเหรอ?”
“ถ้าอยู่ไกลๆจากที่นี่ ...จากทุกคนได้ ก็คงจะดีกว่านี้”
เซฮุนหลับตาลงคล้ายกำลังหนีความจริง ถึงแม้ว่าพอลืมตาขึ้นมาทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมก็ตาม
“ผมจะพาคุณออกไป”
จู่ๆจงอินก็คว้ามือของเซฮุนขึ้นมากุมไว้พร้อมกับพูดแปลกๆ
“...ออกไป?”
“เราหนีไปด้วยกันดีมั้ย”
รอยยิ้มบางของจงอินดูเหนื่อยอ่อน ...ทว่าหนักแน่น เซฮุนมองรอยยิ้มนั้นด้วยความแปลกใจ
“จะไปได้ยังไง ทำแบบนี้มัน...”
“แค่เซฮุนเชื่อใจผม”
ดวงตาของจงอินส่งประกายแรงกล้า แม้เซฮุนไม่มั่นใจเลยว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง แต่เขาเองก็...
“ผมเชื่อคุณ”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
จากสถานบำบัดย่านชานเมืองมาถึงที่แห่งนี้ ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ยิ่งสำหรับคนที่ขับรถเร็วอย่างจงอินด้วยแล้ว
แต่ครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าเดิมเพราะมีคนที่สำคัญนั่งมาด้วย ถึงแม้เขาคนนั้นจะหลับตลอดทางก็ตามที
...ทำไมเซฮุนถึงเชื่อเขานะ
จงอินคิดเรื่องนี้หลายครั้ง และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจ แม้จะไม่เข้าใจเหตุผลก็ตาม
เซฮุนกำลังหลับสนิทอยู่ข้างๆเขา แขนข้างซ้ายนั้นอาการดีขึ้นตามลำดับ
จงอินแตะเบาๆที่ไหล่ พลางเรียกชื่อเซฮุนเพื่อปลุกให้ตื่น
“ที่นี่เป็นบ้านเกิดของผม เวลาผมไม่สบายใจก็ชอบหลบผู้คนมาที่นี่ล่ะ”
รถเคลื่อนตัวเข้ามาจอดกลางสวนเพาะพันธุ์ไม้ดอกแห่งหนึ่ง มีเรือนเพาะชำเรียงตัวอยู่ตลอดสองข้างทาง ภายในนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้พันธุ์ต่างๆแยกกันไปในเรือนแต่ละหลัง
“ที่นี่คือ?”
“เป็นสวนของครอบครัวผมเอง”
เซฮุนก้าวลงมาจากรถ สายลมเย็นเฉียบเข้ามาปะทะผิวในทันที ทว่าเรือนเพาะชำเหล่านั้นกลับตั้งอยู่อย่างสงบราวกับไม่รับรู้เรื่องใดๆจากโลกภายนอก
“สวยมากเลยนะ”
“อมาริลลิสที่ผมเคยให้คุณก็มาจากที่นี่แหละ” จงอินยิ้มอย่างภูมิใจก่อนจะส่งมือมาข้างหน้า “เข้าไปดูในบ้านกันเถอะ”
บ้านสองชั้นหลังเล็กๆทำจากไม้ทั้งหลัง รอบๆบ้านไม่มีสิ่งใดอื่นนอกจากต้นไม้ใหญ่สองต้น ทุ่งหญ้าและแปลงผัก
ตัวบ้านอยู่ห่างจากเรือนเพาะชำออกมาพอสมควร
“อย่างกับบ้านของภูติแน่ะ”
“ภูติเหรอ?”
“อืม... บ้านหลังเล็กจิ๋วอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและป่าไม้ ไม่รู้ข้างในจะมีแม่มดอยู่ด้วยรึเปล่านะ” เซฮุนพูดพลางหัวเราะคิกคัก ทำให้จงอินหันมาหรี่ตามองอย่างแปลกใจ
“อย่าหาว่าผมพูดเล่น ที่นี่อาจจะมีแม่มดจริงๆก็ได้นะ” จงอินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เอ๋?”
จงอินเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปในบ้านก่อน ทิ้งให้เซฮุนยืนทำตาโตอยู่ข้างหลัง “...มีจริงๆเหรอ”
ภายในบ้านมีฝุ่นจับตามเครื่องเรือนอยู่บางๆ มีการตกแต่งอย่างเรียบง่าย ข้าวของเครื่องใช้มีไม่มากนัก
จงอินเปิดม่านหน้าต่างทุกบานออกทำให้บ้านที่มืดมิดสว่างไสวขึ้นมาทันที
“ไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอ”
“นานๆทีถึงจะมาอยู่น่ะ”
“อย่างน้อยแม่มดก็น่าจะทำความสะอาดบ้างนะ”
“หือ?” จงอินหันมาเลิกคิ้ว แล้วส่ายหน้ากับคำพูดไร้เดียงสานั้น
“รายนั้นขี้เกียจสุดๆเลยล่ะ”
“แล้วเค้าอยู่รึเปล่า?” เซฮุนเดินเข้ามาอยู่ข้างๆเขาราวกับหาที่พึ่งพลางมองไปรอบๆ จงอินพยายามกลั้นหัวเราะไว้อย่างสุดชีวิต
“เอ นั่นสิๆ ตั้งแต่เข้ามาก็ไม่เห็นเลย สงสัยเขาจะกลัวคุณนะ” จงอินหันไปมองเซฮุนที่ตอนนี้หลบไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขาแล้ว
“ดีแล้ว ผมไม่อยากเจอหรอก”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
เสียงรองเท้าราคาแพงกระทบกับพื้นกระเบื้องจนมันดังก้องไปทั้งทางเดินเล็กๆ
ประตูห้องทำงานของชานยอลถูกกระชากออก จนน่ากลัวว่าจะหลุดติดมือออกมา
“นี่มันเรื่องอะไรกัน เซฮุนหายไปไหน?”
อู๋อี้ฟานก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ชานยอลกลืนน้ำลายลงคอ
“คือ... อย่างที่แจ้งไปน่ะครับ หมอคิมพาเขาออกไปรักษาตัวนอกสถานที่สักสามสี่วัน”
“นอกสถานที่งั้นเหรอ? เพื่ออะไร?”
“ผมเองก็ไม่ทราบนะครับ แต่ผมคิดว่าเขาคงมีเหตุผล...”
“เหตุผลอะไร? ทั้งที่น้องผมยังเลือดอาบแขนอยู่อย่างนั้นน่ะเหรอ ที่สำคัญทำไมถึงไม่มาขออนุญาตผมก่อน”
คริสโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามจะควบคุมอารมณ์ให้เย็นลงอย่างยากลำบาก
“บอกมาว่าหมอคิมพาเซฮุนไปที่ไหน”
“ต้องขอโทษจริงๆ ผมไม่ทราบครับ”
“ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ? พวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไง ห๊า!!!” แก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะถูกปัดลงบนพื้นจนแตกกระจาย ชานยอลสะดุ้งตกใจเมื่อเศษแก้วชิ้นหนึ่งกระเด็นมาอยู่แทบเท้า
“ผมส่งคนไปตามหาเองก็ได้ มันไม่ยากหรอก ...แล้วพอเซฮุนกลับมา ผมจะให้เขาออกจากที่นี่ทันที” คริสชี้นิ้วใส่หน้าชานยอลที่มองมาอย่างตกใจ เขาเชื่อว่าอู๋อี้ฟานทำได้ทุกอย่างและอีกไม่นานก็คงรู้ว่าบ้านของจงอินอยู่ที่ไหน ...เจ้าจงอินนำความลำบากมาให้เพื่อนแท้ๆ แล้วเขาควรจะทำยังไงดี?
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
เสียงเปียโนขาดๆหายๆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
ทำไมมันถึงขาดๆหายแบบนั้นกันล่ะ ...หรือเปียโนหลังนี้จะเก่าเกินไป
“จำโน้ตไม่ได้เลย”
“คุณความจำสั้นชะมัด” จงอินที่นั่งมองอยู่ห่างๆพูดกลั้วหัวเราะ ทำให้ได้รับสายตาโหดๆกลับไปจากบุคคลที่นั่งอยู่หน้าเปียโน
“หมอเพิ่งจะสอนผมเมื่อกี้เองนะ” ดูท่าเซฮุนจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาพยายามทบทวนเพลงที่จงอินเล่นให้ฟังก่อนหน้านี้
“โอ๊ย...”
“เจ็บแขนเหรอครับ”
“นิดหน่อย”
เซฮุนลูบแขนตัวเองเบาๆ แล้วเริ่มต้นเล่นเพลงใหม่ แต่เพลงที่เขากำลังเล่นนั้นกลับเป็นเพลงอื่น
“นี่ไม่ใช่เพลงที่ผมสอนสักหน่อย”
จงอินเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง มองปลายนิ้วของเซฮุนที่ยังเล่นเพลงๆหนึ่งไม่ยอมหยุด
“...เพลงนี้ เป็นเพลงที่พี่เคยแต่งเล่นๆ” ท่วงทำนองอันสนุกสนานราวกับฤดูใบไม้ผลิ แต่กลับแฝงไปด้วยอารมณ์แห่งความเหงา เซฮุนยังบอกอีกว่าเพลงนี้พี่ชายของเขาแต่งตอนยังอยู่ที่อังกฤษและเพิ่งอายุ 19 เท่านั้น เขาตั้งอกตั้งใจเล่นเพลงนี้จนจบ
“ไม่รู้ทำไม ...ผมรู้สึกว่าเพลงนี้มันเหงามาก”
“เหงาเหรอ?”
“เป็นความรู้สึกที่โดดเดี่ยวและเรียกร้องหาใครสักคนอยู่ ทำนองนั้นน่ะครับ” จงอินออกความเห็น โดยไม่ลืมสังเกตสายตาที่เปลี่ยนไปของเซฮุน
“ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นเลยนะ ทำนองมันสดใสออกจะตาย”
แล้วเซฮุนก็ตัดบทสนทนานี้ด้วยการชวนจงอินออกไปเดินเล่นข้างนอก
แม้ว่ายิ่งอยู่นอกเมืองแบบนี้ลมยิ่งแรง แต่นั่นดูจะไม่ได้เป็นการรบกวนเซฮุนแต่อย่างใด
...ใช่แล้วล่ะ เพราะเซฮุนชอบอากาศเย็น ถึงแม้มันจะทำให้เขาเป็นหวัดอยู่เสมอ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากพี่ชายและคิมจงอิน
...ถัดจากหลังบ้านจงอินไปไม่ไกล คือเนินเขาขนาดย่อมที่มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านใบอยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยรอบคือทุ่งหญ้าที่ขึ้นสูงจนถึงเอว เมื่อมีลมพัดหญ้าทุกต้นจะพลิ้วไหวเอนไปในทางเดียวกัน ดูงดงามแต่ช่างเปลี่ยวเหงา
เซฮุนเดินไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดพัก จุดมุ่งหมายของเขาคงจะเป็นต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ในขณะที่จงอินเพลิดเพลินกับการเก็บดอกหญ้ามาได้ช่อใหญ่ เซฮุนก็เดินไปจนถึงต้นไม้นั้นก่อนแล้ว
“ทำอะไรอยู่น่ะ?”
เซฮุนป้องปากตะโกนถาม จงอินไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มและชูดอกหญ้าในมือขึ้นมา
“สวยดีนะว่ามั้ย?”
“ดอกหญ้าเนี่ยนะ” เซฮุนย่นจมูกทำท่าเหมือนจะจาม แล้วหันหน้าหนีออกไป
“คุณแพ้เหรอ ขอโทษนะ ...แต่ผมชอบดอกหญ้า นี่ก็ตั้งใจเก็บมาให้คุณ”
จงอินยิ้ม ก่อนจะเดินออกไปเพื่อนำดอกหญ้านั่นไปวางทิ้ง
แต่เซฮุนกลับเป็นฝ่ายเรียกเอาไว้
“ก็... ก็ไม่ได้แพ้อะไรมากมายหรอกนะ จริงๆก็สวยดี”
เซฮุนรับดอกหญ้าที่จงอินจัดเป็บช่อไว้ให้ ...เขาก้มหน้าแล้วแอบยิ้มกับดอกไม้ในมือ
ใช่ว่าอีกคนจะมองไม่เห็น จงอินยิ้มก่อนจะสะกิดให้เซฮุนหันไปมองอะไรข้างหลัง
...ใต้ต้นใหญ่มีชิงช้า
“คุณหมอ... นอกจากดอกไม้ เปียโน คุณหมอยังสนใจอะไรอีก?”
เซฮุนนั่งอยู่บนชิงช้า โดยมีจงอินเป็นคนไกวอยู่ข้างหลัง เขาคิดทบทวนเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“คนไข้ ...ละมั้ง”
“เอ๋? เป็นหมอก็ต้องสนใจคนไข้อยู่แล้ว ผมหมายถึงงานอดิเรกอื่นๆต่างหาก”
“อย่างอื่นเหรอ... ผมร้องเพลงเก่งนะ”
เซฮุนหันกลับไปมองจงอินที่ยิ้มอย่างภูมิใจแล้วเบะปาก
“ไม่น่าเชื่อ”
“จริงๆนะ เสียงผมใครๆก็บอกว่าดียังกับทงบังชินกิ เดี๋ยวร้องให้ฟังก็ได้ดีมั้ย?” ยังไม่ทันที่เซฮุนจะตอบ จงอินก็เริ่มร้องเพลงขึ้นมา เขาคงจะเสียงดีจริงๆแต่ครั้งนี้ดูคล้ายจะแกล้งให้เซฮุนปวดประสาทเล่นๆ
“ไม่เอาๆๆๆ” เซฮุนยกมือขึ้นปิดหูอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่าทางทนไม่ไหวกับเสียงร้องของคุณหมอเอามากๆ
“นี่อย่าดิ้นสิเดี๋ยวตก...”
จงอินปล่อยมือจากเชือกที่ไกวอยู่แล้วหันมารวบตัวคนบนชิงช้าไว้แทน
เซฮุนอุทานอย่างตกใจ พอหันหลังกลับไปก็เจอกับใบหน้าที่แสดงความเป็นห่วงของจงอิน
“ตกใจมากเหรอ ขอโทษนะ” จงอินกระซิบบอกเบาๆ เซฮุนรีบหันหน้ากลับก่อนจะส่ายหน้า แม้ว่าสีหน้าจะดูไม่ดีนัก
เขายังนั่งโยกตัวอยู่บนชิงช้าและกำลังคิดถึงอะไรเรื่อยเปื่อย ในขณะที่จงอินตั้งหน้าตั้งตารอคอยพระอาทิตย์ตกดิน
หลังจากที่ต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองพักใหญ่ เป็นเซฮุนที่ทำลายความเงียบขึ้นมา
“คุณรู้อะไรมั้ย?”
“ว่ายังไงครับ”
“คุณเป็นคนที่อ่อนโยนและใจดีมาก” เซฮุนเว้นจังหวะไปสักพัก สีหน้าของจงอินดูแปลกใจไม่น้อยกับคำพูดนี้
“แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็เดาไม่ออกเลยว่าคุณคิดอะไรอยู่ ...อย่างเช่นเรื่องที่พาผมออกมาที่นี่”
ในดวงตาใสซื่อของเซฮุนเต็มไปด้วยความสงสัยจริงๆ
“แต่คุณก็ยังเชื่อผมอยู่ใช่มั้ย”
“...ใช่”
“ไม่ใช่ว่าคุณเดาไม่ออก แต่คุณไม่ยอมเปิดใจรับรู้ต่างหาก” จงอินยิ้มให้เขา มืออันอบอุ่นลูบศีรษะของเซฮุนอย่างอ่อนโยน คำพูดของจงอินยิ่งทำให้เซฮุนงงหนักกว่าเดิม
“ผมต่างหากที่เดาใจคุณไม่ออก” สายตาของจงอินหยุดอยู่ที่แขนซ้ายของเซฮุน ที่ถูกผ้าพันแผลขาวสะอาดพันไว้กว่าครึ่ง
เซฮุนก้มลงมองแขนของตัวเองอยู่สักพัก ก่อนสูดหายใจลึกคล้ายตัดสินใจได้
“ผมมีอะไรจะบอก...”
จงอินที่นั่งอยู่พยักหน้าพร้อมที่จะรับฟัง เซฮุนเบนสายตาออกไปทางอื่น จ้องมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้า
“ผมจำได้ ...ผมจำเรื่องวันนั้นได้แล้ว
...วันที่จูยอนตาย”
แสงสุดท้ายของวันค่อยๆจมหายไปท่ามกลางขุนเขา มันบอกลาท้องฟ้าอย่างอ้อยอิ่งอยู่สักพัก ความมืดก็เข้ามาแทนที่ พระจันทร์สีซีดเห็นเป็นเพียงแสงสลัวอยู่หลังหมู่เมฆ
…ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“คุณผู้ชาย... ทราบแล้วครับว่าอยู่ที่ไหน”
น้ำเสียงนิ่งเรียบของลูกน้องกลับปลุกให้คริสตื่นจากภวังค์ได้
เขากำลังจิบไวน์พลางดูโทรทัศน์อยู่ แต่เรื่องที่ในจอสี่เหลี่ยมกำลังพูดถึงนั้น เขากลับไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย
ในสมองของเขาเฝ้าแต่คิดถึงเรื่องเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งลูกน้องเดินเข้ามาหา
“จริงเหรอ?”
“รถพร้อมอยู่แล้วครับ”
แก้วไวน์ถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใสใจ โชคดีที่มันตกลงบนพรมนุ่ม ไม่อย่างนั้นคงจะแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี
ร่างสูงของอี้ฟานลุกขึ้นมาจากโซฟา โดยมีสาวใช้หยิบเสื้อโค้ทและผ้าพันคอมาส่งให้อย่างรู้หน้าที่
“ดี งั้นไปกันเลย”
ความกังวลใจดูเหมือนจะถูกโยนทิ้งไปได้เปราะหนึ่ง
ทีนี้ก็เหลือเพียงแค่พาเซฮุนกลับมาเท่านั้น
...ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน พี่ก็ตามหานายจนเจอมาตลอด อย่าลืมสิ
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
{ t b c }
Broken Illusion chapter 4
Broken Illusion
░ chapter 4
░ multi-shot / PG-13
░ kaihun / krishun
░ your illusion cannot be real
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“ตอนนี้คุณคริสทำผมสีทองก็จริง แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน...”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?”
“เพราะความจริงแล้ว สีผมของอิมจูยอน...”
“คุณหมอคะ แย่แล้วค่ะ!!”
“เกิดอะไรขึ้น?” ทั้งชานยอลและจงอินต่างหันไปหาต้นเสียงทันที นางพยาบาลสาวที่กำลังสูดลมหายใจเข้าปอดละล่ำละลักพูด
“คุณโอเซฮุนหมดสติไปค่ะ”
“ดิฉันเจอคุณเค้าข้างล่างค่ะ นอนอยู่ที่แปลงดอกไม้ และพอดีพี่ชายของเธอมา...” พยาบาลสาวอธิบาย
จงอินตรวจดูอาการของเซฮุนโดยมีอี้ฟานที่ไม่ยอมห่างไปไหนอยู่ข้างๆ สีหน้าของเขาดูกังวลใจไม่น้อย
“ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่หลับไปนะ”
“หลับหรอครับ?”
“ผลข้างเคียงจากการรักษาน่ะครับ อย่าห่วงไปเลย”
อู๋อี้ฟานยังขมวดคิ้วอย่างไม่วางใจ
“เซฮุน ได้ยินพี่มั้ย?”
เซฮุนหลับสนิทอยู่บนเตียง ร่างบางถูกปกคลุมด้วยผ้านวมหนาให้ความอบอุ่น
มือใหญ่ของพี่ชายกุมมือที่เย็นเฉียบเอาไว้แน่น เขายกมือนั้นขึ้นมาแนบกับแก้มของตัวเองอย่างทะนุถนอม
“คุณคริสครับ...”
“ผมจะอยู่ดูเซฮุนเองครับ” เสียงทุ้มกล่าวหนักแน่นจนชานยอลต้องถอยออกมา พอจะหันไปหาเพื่อนอีกคนปรากฏว่าจงอินไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว
“อื้อ...” เปลือกตาบางกะพริบถี่ๆเพื่อขับไล่ความมึนงง รู้สึกได้ว่าใครบางคนกุมมือเขาเอาไว้อยู่ตลอด
“เซฮุน รู้สึกตัวแล้วหรอ”
“คุณหมอ?”
“เปล่า ...นี่พี่เอง”
“พี่ ...ทำไมมาอยู่ที่นี่ ไม่ไปทำงานหรือไง” ร่างบางยันตัวเองขึ้นมานั่งช้าๆ
“รู้สึกเป็นยังไงบ้าง ปวดหัวรึเปล่า? ให้พี่ตามหมอมั้ย”
“พี่อี้ฟาน” เสียงเรียกแผ่วเบาทำให้คริสหยุดพูด น้ำเสียงแบบนั้นของเซฮุนที่เขาไม่ได้ยินมานาน...
เซฮุนดึงมือของเขาให้นั่งลง ซึ่งคริสก็ทำตามอย่างว่าง่าย
“พี่เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย?”
“เซฮุน...” ความรู้สึกของคริสตอนนี้คล้ายกับต้นไม้ที่เหี่ยวเฉากำลังได้รับการดูแล เขาฝืนหยดน้ำตาที่กำลังจะไหลเอาไว้
“สบายดีสิ เป็นห่วงก็แต่เรานั่นแหละ”
“ผมหรอ? นั่นสินะ ...รู้สึกเหมือนไม่ได้เจอพี่นานแล้ว”
“พี่มาเยี่ยมเราทุกวัน แต่เราก็ไม่รู้ตัว”
“จริงหรอ?”
“ใช่ บางทีพี่ก็มาตอนเราหลับ บางทีก็มาตอนเราไม่อยู่ที่ห้อง บางทีเราก็ไปเล่นเปียโน...”
“อย่างนี้นี่เอง”
เซฮุนหลับตาคล้ายกำลังนึก บางอย่างก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจำได้ แม้ในช่วงที่เขารู้สึกเหมือนกำลังฝันไปก็ตาม
“เราดีขึ้นแบบนี้ อีกไม่นานก็จะได้กลับบ้านแล้วสิ” รอยยิ้มที่แทบจะไม่ได้เห็นจากคริสเลยปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาดึงมือของเซฮุนขึ้นมาแนบกับแก้มอีกครั้ง
“แต่ผมไม่อยากกลับไปบ้านนั้นเลย...”
“จงอิน แกมาอยู่นี่เอง” ชานยอลเดินตามหาเพื่อนของเขาเสียทั่ว “เป็นอะไรน่ะ?”
“เขาดีขึ้นมากเลยนะ อีกไม่นานก็คงจะจำอะไรได้...” จงอินยืนมองแปลงดอกไม้ที่เซฮุนคอยดูแลพลางครุ่นคิด
“แล้วนั่นไม่ดีหรือไง แปลว่าเขากำลังจะหาย” ชานยอลตอบให้ ทั้งๆที่รู้ดีว่าถ้าเซฮุนจำอะไรได้เมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าเขาจะต้องกลับมาเจ็บปวดอีกครั้ง
“นายรู้ดีชานยอล...”
“ฉันรู้อะไรงั้นรึ?”
“...ว่าใคร เป็นคนฆ่าอิมจูยอน”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
ชายคนหนึ่งสวมหมวกลงมาปิดแทบจะครึ่งใบหน้า
เขายืนอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่จนเรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์ และหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“อย่ามาหาฉันอีกเลย ขอร้องล่ะ”
“ได้ดิบได้ดีแล้วก็ไล่ผัวเก่าเลยหรอ อย่าลืมสิว่าเธอทำอะไรไว้กับฉันบ้าง!”
“ฉันให้เงินตามที่คุณต้องการแล้วนี่”
“แค่นั้นจะพออะไร”
“คนเลว”
“แกกล้าว่าฉันหรอ ...นังฆาตกร”
หยดน้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นออกมาเพราะเกินจะฝืนกลั้น จูยอนยกมือขึ้นปิดหูและส่ายหัวไปมาราวกับเสียสติ
“เธอมันฆาตกร!!! นางแพศยา อย่าหวังว่าจะมีความสุขเลย” ชายคนนั้นพยายามจะดึงมือที่ปิดหูของเธอออก แต่ทว่าน้ำเสียงทรงอำนาจจากด้านหลังหยุดการกระทำนั้นไว้
“นั่นใครน่ะ?”
ร่างบอบบางหันกลับมาหาต้นเสียงอย่างตื่นตระหนก ในขณะที่ชายคนนั้นรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
“เปล่า ไม่ใช่ ...นั่นใครก็ไม่รู้”
“เธออย่ามาโกหก ฉันเเห็นกับตา” คริสก้าวเท้าเข้ามาหาอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ มือใหญ่ฉุดเอาข้อมือบางของจูยอนให้เดินไปด้วยกันอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ
“ที่แท้เธอมาหลอกเซฮุนจริงๆ อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด”
“ฉันเปล่านะ”
“โกหก! แล้วนั่นคงเป็นสามีเก่าของเธอสินะ ...หรือคนใหม่กันล่ะ” คริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยามเหยียด
“ไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ แต่เซฮุนจะเชื่อฉัน” จูยอนยกยิ้มอย่างเลื่อนลอยให้อีกฝ่าย ที่ตอนนี้โกรธจนแทบคลั่ง
“คุณเกลียดฉัน อิจฉาฉันเพราะเซฮุนรักฉันใช่มั้ย อึ้ก...” มือใหญ่บีบเข้าที่ลำคอเล็กนั้นอย่างง่ายดาย ราวกับจะปลิดมันไปได้ทุกเมื่อ
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้”
“ปะ ปล่อย แค่กๆ ฉะ ฉัน หายใจ...ไม่ออก” จูยอนพยายามดึงมือของคริสออก แต่มันไม่ได้ทำให้เขาเบาแรงลงเลยสักนิด
“เซฮุนไม่ได้รักเธอหรอก เขาแค่สงสารเธอ”
“แค่ก ไม่ ...เซฮุน ช่วย...” มือที่พยายามไขว่ขว้าขอชีวิตนั้นเริ่มจะหมดเรี่ยวแรง
“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก จะไม่มีใครได้เห็นเธออีกตลอดไป...”
“พี่ทำอะไรน่ะ!!!”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“มันยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐานของฉันกับจงแดเท่านั้น”
“นายเล่ามาเถอะ ฉันอยากฟัง”
“เรื่องราวในวันนั้นไม่มีใครรู้นอกจากคริสกับเซฮุน ถ้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังทุกคนคงคิดว่าคนร้ายเป็นคริสไม่ต้องสงสัย เพราะจากท่าทางทีเขาแสดงออกว่าเกลียดเธออย่างชัดเจน และคงไม่มีใครคิดว่าเซฮุนเป็นคนทำแน่นอนใช่มั้ย?”
“ใช่...”
“นั่นคือสิ่งที่คริสต้องการล่ะ ...ให้ทุกคนคิดว่าเขาเป็นคนทำ เพื่อปกป้องใครบ้างคน ใครคนบางคนที่สำคัญสำหรับเขามาก...”
“เขากำลังปกป้องน้องอยู่อย่างนั้นหรอ”
“ใช่”
ชานยอลปล่อยให้จงอินจมอยู่กับความคิดซักพัก จึงพูดขึ้นมาต่อ
“รอยช้ำนั้นฉันคิดว่าอู๋อี้ฟานเป็นคนทำ แต่เขาก็คงเปลี่ยนใจเพราะเซฮุนเข้ามาช่วย สาวใช้บอกว่าทันทีที่เซฮุนเข้าไป ไม่นานอู๋อี้ฟานก็ขับรถออกจากบ้านไปเลย”
“แต่พอเขากลับมาที่บ้านหลังจากนั้น ปรากฏว่าเรื่องก็ได้เกิดขึ้นแล้ว”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
ความผิดหวังและเสียใจในดวงตาของน้องชายยังแจ่มชัดอยู่ในมโนภาพของเขา แม้จะเหยียบคันเร่งไปไกลแค่ไหนภาพนั้นมันก็ไม่มีทางลบเลือนไปจากใจเขาได้...
“โธ่เว้ย!!!” ...เขาไม่ได้คิดจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นจริงๆเสียหน่อย เพียงแค่คิดอยากจะสั่งสอนเท่านั้น ถ้าจะฆ่าคงทำไปนานแล้ว
สุดท้ายเขาสองมือและขาก็พาตัวเองกลับมาที่บ้านอีกครั้ง บ้านที่แสนจะเงียบวังเวงราวกับบ้านร้างทั้งๆที่ก็มีคนอยู่ ...หรือเซฮุนจะพาผู้หญิงคนนั้นออกไปแล้ว?
“เซฮุน?” คริสลองส่งเสียงเรียกดูแต่ก็ไม่มีใครตอบ พอเขาเรียกถึงครั้งที่สามก็มีสาวใช้โผล่หน้าเข้ามา
“คุณหนูอยู่ข้างบนค่ะ”
ห้องนั่งเล่นชั้นสองอย่างนั้นหรอ? ห้องที่เขาลากอิมจูยอนขึ้นไปเมื่อกี้สินะ เซฮุนทำอะไร ทำไมยังไม่ออกมาอีก…
อู๋อี้ฟานคิดเรื่อยเปื่อยจนไม่นึกอยากจะเข้าไป เขาก้าวเท้ายาวๆหวังจะเดินผ่านไปโดยเร็ว แต่เสียงแปลกๆในห้องมันทำให้เขารู้สึกสังหรณ์ใจ มือเรียวแตะลูกบิดประตูอยู่สักพักจึงตัดสินใจเปิดเข้าไปในห้อง
...สิ่งที่เห็นข้างในทำให้เขาแทบหยุดหายใจ
พื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดเจิ่งนองไปด้วยของเหลวสีแดงที่ไหลเป็นวงกว้าง
มีตะกร้าดอกไม้ตกอยู่ข้างตัวของผู้ที่นั่งอยู่กลางห้อง ...คนผู้นั้นคือโอเซฮุน
รอบๆตัวเขามีดอกลิลลี่สีขาวที่เพิ่งเก็บมาใหม่หล่นอยู่ แต่กลีบดอกขาวบริสุทธิ์ของมันกลับกลายเป็นสีแดง...
เซฮุนโอบกอดใครคนหนึ่งเอาไว้ เสียงพร่ำเรียกชื่อของเธออยู่ตลอดเวลาทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเป็นร่างของใคร
ชุดสีขาวของอิมจูยอนถูกย้อมไปด้วยเลือด ...เช่นเดียวกับชุดของเซฮุน
“เซฮุน... เกิดอะไรขึ้น?”
“พี่...” ดวงตาแดงช้ำหันมามองเขาอย่างโศกเศร้า มือข้างหนึ่งของเซฮุนยังกำมีดทำครัวเอาไว้
“พระเจ้า... เซฮุน นี่มัน...”
เสียงของคริสขาดหายไป เขาไม่สามารถพูดอะไรต่อได้ นอกจากจ้องมองร่างไร้วิญญาณในอ้อมแขนของเซฮุนเท่านั้น
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“คริสคิดว่าเซฮุนเป็นคนฆ่าจูยอน ถึงได้กำจัดหลักฐานทุกอย่างทิ้ง รวมทั้งพาเซฮุนมาหลบอยู่ที่นี่ด้วย
...แต่คริสลืมกำจัดอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้เห็นความสำคัญ นั่นคือดอกไม้”
“ดอกไม้?”
“ใช่ ดอกไม้ที่หล่นอยู่ข้างๆศพนั้นเซฮุนเป็นคนปลูกเอง ลักษณะของดอกก็เพิ่งถูกตัด แปลว่าเซฮุนจะต้องอยู่ในห้องนั้นด้วยก่อนที่จูยอนจะตาย”
จงอินทรุดตัวลงกับเก้าอี้อย่างหมดแรง
“หลังจากวันนั้นเซฮุนก็ป่วย เขาลืมเรื่องที่เกิดในวันนั้นทั้งหมด ฉันเองนี่แหละที่เป็นคนเข้าไปดูแลเซฮุนในตอนนั้น เขาน่าสงสารมาก... บางวันก็จำได้ว่าจูยอนตายไปแล้ว แต่บางวันเขาก็เพ้อคิดว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองนั้น อาจจะเป็นคนฆ่าเธอก็ได้” ชานยอลยังคงเล่าเรื่องราวต่างๆด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทั้งๆที่บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“สุดท้ายคริสก็สร้างเรื่องราวเพื่อให้ทุกอย่างบ่งชี้มาที่ตัวเขาแทนที่จะเป็นเซฮุน ถึงจะเป็นผู้ต้องสงสัยแต่เขาก็หลุดรอดมาได้ทุกครั้งเพราะหลักฐานไม่แน่นพอ”
“มันเรื่องบ้าบออะไรกัน”
“ที่คริสทำน่ะสำเร็จ ในตอนแรกตำรวจสงสัยเขาอย่างมาก พอเซฮุนได้รู้เรื่องที่คริสปกป้องตัวเองไว้ก็ตกใจมาก จนในที่สุดเซฮุนก็ตัดสินใจ...”
“...ฆ่าตัวตาย”
“ใช่... ฆ่าตัวตาย ฆ่าตัวตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยสารภาพความผิดทั้งหมด แต่ทุกครั้งก็ไม่สำเร็จเพราะพี่ชายของเขาช่วยไว้ได้ทัน”
“มันเหมือนกับที่นายสงสัยรึเปล่าจงอิน”
“...ฉันถึงได้ไม่อยาก รักษาเขาอีกต่อไปแล้ว”
“ฉันไม่อยากให้เขาแบกคำว่าฆาตกรเอาไว้ แล้วยิ่งถ้าเขาจำได้ เขาอาจจะกลับมา...”
...ฆ่าตัวตายอีกครั้งก็เป็นได้
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
สายลมยามเย็นพัดแรงจนใบไม้สีแดงร่วงกราวลงมาราวกับสายฝน
เซฮุนนั่งขดตัวอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นตั้งแต่คริสกลับไป
“นั่งตรงนี้อีกแล้ว”
ดวงตากลมเหลือบมองเพียงเล็กน้อยแล้วมองกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ
“มันหนาวนะ เข้าไปข้างในกันเถอะ”
“ผมไม่อยากไป”
“ทำไมดื้อจัง” สุดท้ายจงอินก็นั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ
“คุณหมอ...”
เซฮุนกระซิบเรียกด้วยเสียงอันแผ่วเบา ปากบางเม้มเข้าหากัน
“คุณหมอ... ช่วยทำให้ผมนึกออกทีสิ”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ใบหน้าหวานบ่งบอกถึงความทุกข์ใจอย่างหนัก
“ผมไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนแล้ว โดยเฉพาะพี่...”
“คุณเซฮุน...” จงอินหันมามองเซฮุนเต็มๆตา สีหน้าที่ซีดเซียวของอีกฝ่ายทำเอาจิตใจของเขาแทบจะลอยหายไปด้วย
“อยากจะหายตัวไปจัง ถ้าผมหายไป ทุกอย่างคงดีขึ้นนะ”
ลมค่อยๆแรงขึ้นเสียจนผ้าพันคอที่พาดอยู่หมิ่นเหม่บนไหล่บางๆนั้นปลิวไปตามแรงลม
จงอินลุกขึ้นคว้าปลายของมันเอาไว้ได้ทัน
แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อปลายผ้าที่เขาถืออยู่นั้น…เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของผู้เป็นเจ้าของ
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
{ t b c }
Broken Illusion chapter 3
Broken Illusion
░ chapter 3
░ multi-shot / PG-13
░ kaihun / krishun
░ your illusion cannot be real
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
...ดอกกุหลาบสีแดงกระถางนั้นถูกตั้งเอาไว้ข้างหน้าต่าง
เซฮุนนั่งจ้องดอกไม้นั้นมาสักพักใหญ่แล้ว
สีแดงสดของมันเตือนให้นึกถึงอะไรบางอย่าง
...บางอย่างที่ควรจะถูกลืมไป แต่มันกลับยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“ทำไมเซฮุนถึงชอบสีแดงล่ะ” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา
“หือ? ทำไมน่ะเหรอ”
ร่างโปร่งที่กำลังเลือกตัดดอกกุหลาบสีแดงอยู่นั้นชะงักมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“ผมชอบสีแดงมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน”
“อย่างนั้นเหรอ” ร่างบอบบางในชุดสีขาวเดินเข้ามาใกล้ พลางหยิบดอกที่ตัดแล้วอยู่ในตะกร้าขึ้นมาดม
“แล้วทำไมจูยอนถึงชอบสีขาวล่ะ?”
“ฉันน่ะเหรอ?”
มือเรียวบางวางดอกกุหลาบในมือลง แล้วหันไปหยิบกรรไกรตัดกิ่งมาอีกอัน
เธอเลือกตัดดอกสีขาวที่อยู่ใกล้ๆกันขึ้นมา…
“เพราะมันช่างขาวสะอาดตรงกันข้ามกับฉันมั้งคะ”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“อาการของเซฮุนดีขึ้นมากเลยนะ รู้สึกว่าช่วงนี้พูดถึงอิมจูยอนน้อยลงด้วย”
ชานยอลเคาะกระจกหน้าต่างอย่างอารมณ์ดี ภาพเบื้องล่างนั้นมองเห็นคนไข้คนสำคัญกำลังตัดแต่งกิ่งต้นไม้ในแปลงอยู่ตามลำพัง
เซฮุนเปลี่ยนไปจริงๆ ถึงจะเล็กน้อยก็ตาม ช่วงนี้ดูเขาจะใส่ใจกับต้นไม้ใบหญ้ามากขึ้น
แม้จะยังคงพูดกับอิมจูยอนบ้างเป็นบางครั้งก็ตาม
“นายรักษาได้ผลนะ รู้อย่างนี้ตามตัวมาช่วยเร็วๆก็ดี”
“...มันดีจริงๆเหรอ”
จงอินที่นั่งท้าวคางอยู่ที่โต๊ะเอ่ยเบาๆ สีหน้าของเขาดูเหมือนกำลังกังวลใจอะไรอยู่
“ทำไมล่ะ?”
“การสะกดจิตอาจจะช่วยให้เซฮุนจำอะไรๆได้เร็วขึ้นก็จริง แต่ฉันรู้สึกว่าภายใต้ความทรงจำเหล่านั้น มีบางสิ่งที่เขาอยากจะฝังมันเอาไว้อยู่นะ”
ชานยอลหันมามองจงอินที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน
“หรือว่านายสงสัย?”
“ฉันจะสงสัยอะไร ...ช่างเถอะชานยอล” จงอินโบกมือพลางลุกขึ้นจากโต๊ะ “ไปกินข้าวกันดีกว่า”
“มีความลับกับเพื่อนเหรอ นายรู้อะไรอีกบอกมาเร็ว” ชานยอลจับแขนจงอินล็อคไว้
“เปล่า...” จงอินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนรัก แล้วเอ่ยถ้อยคำแผ่วเบ่าทว่าหนักแน่น “...ฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ”
ภายในห้องตรวจส่วนตัวของจงอิน คนไข้ของเขากำลังจ้องมองดอกไม้ในแจกันใบใหญ่อย่างไม่วางตา
ดอกไม้ดอกใหญ่กลีบดอกสีแดงสดใส ...ยังงดงามไม่เท่ารอยยิ้มของคนที่จ้องมองมันอยู่
“ดอกอะไรเหรอคุณหมอ สวยจัง”
“ชอบเหรอครับ ดอกอมาริลลิสน่ะ”
“ว่าแล้วเชียวว่าต้องชื่อนี้ ที่บ้านของผมก็เคยปลูกนะ นานๆทีจะมีดอกให้เห็น”
เซฮุนเท้าแขนลงกับโต๊ะพลางเอียงใบหน้ามองดอกไม้ใกล้ๆ ราวกับกำลังคิดว่าทำยังไงถึงจะปลูกมันได้บ้าง
“จูยอน ...เธอดูสิ คุณหมอเขาชอบดอกไม้สีแดงเหมือนผมเลยล่ะ”
เซฮุนหันไปยิ้มให้กับเก้าอี้ว่างใกล้ๆ แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆเลือนหายไป
“อ้าว เธอไม่อยู่เหรอ...” น้ำเสียงเขาเจือความรู้สึกผิดหวังแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เซฮุนจึงหันกลับมายิ้มให้คุณหมอเจ้าของห้องแทน
“วันนี้ ...สอนเปียโนผมอีกได้มั้ย”
เซฮุนเคยเรียนเปียโนมาพักหนึ่งหลังจากได้พบกับพี่ชาย แต่ก็ต้องหยุดไปเมื่อเกิดเรื่องยุ่งบางอย่างขึ้น
ที่ห้องดนตรีของสถานบำบัดแห่งนี้ จึงกลายเป็นที่ๆเซฮุนลองรื้อฟื้นวิชาเก่าๆดู
“Minute Waltz เหรอ...”
นิ้วเรียวสวยไล่พรมไปบนแป้น ถึงแม้จะติดขัดบ้างเล็กน้อยแต่เซฮุนก็เล่นออกมาได้ดี
จงอินนั่งมองลูกศิษย์จำเป็นคนนี้พลางครุ่นคิด
...อะไรๆก็ดูเป็นปริศนาไปหมดในตัวของเซฮุน ทั้งที่เล่นได้ดีขนาดนี้แต่เพราะอะไรถึงหยุดเรียนไปล่ะ
แล้วยังจะเรื่องนั้นอีก...
“อ๊ะ!”
“ทำไมเหรอเซฮุน”
“ลืมโน้ตไปแล้ว คุณหมอมีโน้ตเพลงนี้ของโชแปงมั้ย”
“มีสิ แต่อยู่ที่บ้านผมน่ะ”
“ว้า...”
“เซฮุนลองเล่นเพลงนี้ดูมั้ย ผมเคยแต่งเองเล่นๆสมัยเรียน” จงอินยิ้ม ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เดียวกัน
จงอินไล่นิ้วไปช้าๆให้เซฮุนดู เขาเล่นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนานเพลงหนึ่งจนเซฮุนถึงกับยิ้มออกมา
“น่ารักจังนะ”
ร่างโปร่งลองเล่นตามดูบ้าง แต่ก็ยังผิดๆถูกๆจนจงอินต้องวางมือตัวเองลงไปบนมือนุ่ม
“ต้องวางแบบนี้ก่อน แล้วค่อยแบบนี้...”
“แบบนี้เหรอ”
เซฮุนลองเล่นซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดก็เล่นเพลงนี้ได้ ทั้งที่เป็นอย่างนั้นแต่จงอินก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน …เพราะกลิ่นหอมจากเส้นผมของคนที่กลายมาอยู่ในอ้อมกอด หรือเพราะแก้มเนียนสีเลือดฝาดที่ทำให้จงอินใจสั่นแปลกๆ
“เพลงนี้ชื่ออะไร?” เซฮุนเอ่ยถามเบาๆจนแทบเป็นเสียงกระซิบ
“หัวใจตุ๊กตาน่ะ”
“เหรอ...”
“คุณหมอ ...รู้รึเปล่าว่าหัวใจคุณหมอมันตีรัวเหมือนกลองเลยนะ”
เซฮุนยังคงเล่นเพลงหัวใจตุ๊กตาของจงอินต่อไปเรื่อยๆ โดยที่มีจงอินนั่งมองอยู่ข้างๆ
“รู้สิ ผมเองก็นึกสงสัยเหมือนกัน”
“สงสัย?”
“ทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายเราควบคุมมันได้หมด มีแต่หัวใจนี่แหละ ที่บังคับไม่ได้”
“ขนาดตุ๊กตาของคุณหมอยังมีหัวใจเลย ผมว่ามันไม่แปลกหรอก”
เซฮุนหยุดมือที่กำลังเล่นอยู่ แล้วหันมามองจงอิน
“เพลงนี้ของคุณก็ทำให้หัวใจของผมตีรัวเหมือนกันนะ” เซฮุนยิ้มหวานเสียจนหัวใจที่ตีรัวของจงอินเมื่อกี้แทบจะหยุดเต้นไปในทันที
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“...ดีขึ้นแล้วจริงๆเหรอครับ” รอยยิ้มที่หาได้ยากเย็นจากอู๋อี้ฟานปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ครับ ในเรื่องของสุขภาพกายไม่มีอะไรน่าห่วงเลย ...ส่วนเรื่องจิตใจตอนนี้ถือว่าคงที่ขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน อาการที่เพ้อถึงอิมจูยอนก็น้อยลงแล้วด้วย” ชานยอลเล่าอาการคร่าวๆให้อี้ฟานฟัง
“แล้วเรื่องคดี...เป็นยังไงบ้างครับ”
“เรื่องนั้นผมเองก็ไม่รู้หรอกนะ” คริสหันหน้าไปทางอื่น แว๊บเดียวเท่านั้นที่ดวงตาของเขาฉายแววของความกังวลใจออกมา ...โชคดีที่ชานยอลไม่เห็นมัน
“ผมเองก็ไม่อยากจะละลาบละล้วงนะครับ แต่ในฐานะที่คุณเป็นพี่ชายแท้ๆของคนไข้ของผม ผมคงต้องขอบอกว่าผมกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้พอสมควร”
“ทำไมครับ?”
“ตำรวจเริ่มเบนความสงสัยจากคุณ ...มาเป็นเซฮุนแทนน่ะสิครับ”
“คุณรู้เรื่องนี้ดีทีเดียว”
“พอดีผมก็มีเพื่อนเป็นตำรวจอยู่บ้างน่ะครับ”
“หากเป็นอย่างนั้นคุณก็ควรรู้เอาไว้ หน้าที่คุณคือรักษาเซฮุน ...ทำให้เขาหาย นอกนั้นผมจะจัดการเอง”
“จัดการยังไงครับ? ยอมรับผิดแทนน้องชายอย่างนั้นเหรอ...”
อู๋อี้ฟานหันหน้ากลับมา สีหน้าของเขามีเพียงความว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่าก็ยังมีสิ่งหนึ่งซ่อนอยู่
“แล้วทุกอย่างที่ผมทำ ไม่ได้เป็นแบบนั้นหรือครับ?”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
คุณหมอหนุ่มก้าวขาเรียวยาวไปตามทางเดินอันไร้ผู้คน ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนแบบนี้ในสถานที่เช่นนี้คงยากที่จะพบเห็นใคร ยกเว้นก็แต่ตำรวจสืบสวนที่ต้องสะสางคดีหามรุ่งหามค่ำเท่านั้น
“จงแด”
“มาแล้วเหรอ ฮ้าว~ มาทำบ้าอะไรซะดึกเชียว”
“มาขอดูผลชันสูตรอีกครั้งน่ะสิ”
นักสืบหนุ่มหยุดเกาหัวตามความเคยชินทันที
“ทำไม? มีอะไรคาใจเหรอ”
“เถอะน่า”
เพราะท่าทางเหมือนมีความนัยของชานยอล จึงทำให้จงแดต้องจำใจรื้อแฟ้มเอกสารอันหนึ่งขึ้นมาอีกครั้ง เขาไล่สายตาไปตามตัวอักษรก่อนจะพลิกไปดูที่รูปถ่ายสภาพศพและที่เกิดเหตุ หญิงสาวผิวขาวซีดผมยาวดำสนิท นอนจมกองเลือดอยู่โดยมีดอกลิลลี่ถูกย้อมเป็นสีแดงฉานหล่นอยู่รอบๆ
“เสียชีวิตเพราะเสียเลือดมากจากบาดแผลที่ช่องท้อง ...มีร่องรอยการต่อสู้ รอยช้ำที่ข้อมือ แล้วก็รอยช้ำบนต้นคอ”
ชานยอลกุมขมับทันที
“แต่หมอบอกว่ารอยช้ำที่ต้นคอนี้เกิดก่อนผู้ตายจะเสียชีวิต และเกิดก่อนราวๆหนึ่งชั่วโมงด้วยใช่มั้ย”
“ใช่...แต่เพราะเวลาที่ห่างออกไปทำให้คนไม่สนใจรอยนี้ แต่ฉันก็สงสัยอยู่ดี”
“ใช่ ฉันก็สงสัย”
“หือ?”
“นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฆาตกรรมก็ได้...”
“นายหมายความยังไงน่ะชานยอล?”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“หมายความว่ายังไงกันชานยอล?”
จงอินขมวดคิ้วทันทีหลังจากได้ฟังเรื่องจากปากของชานยอล
“ฉันว่านายเองก็รู้นะ การที่นายรักษาคุณเซฮุนอย่างใกล้ชิดทุกวันนี้เนี่ย นายคงได้รู้อะไรเพิ่มมากขึ้นด้วยจริงไหม?”
“ไม่ได้มากไปกว่านายหรอกชานยอล”
ทั้งสองคนต่างเงียบกันไปพักใหญ่ จนในที่สุดจงอินก็ถอนหายใจออกมา
“เซฮุนจำไม่ได้ว่าตอนที่จูยอนตาย เขาทำอะไรอยู่ที่ไหน ...นี่คือสิ่งที่นายอยากรู้รึเปล่า”
สายตาของจงอินเจ็บปวดเมื่อพูดออกมา ชานยอลเองก็ไม่แพ้กัน
“จงอิน เซฮุนก็เป็นคนไข้ของฉันเหมือนกัน...”
“แล้วยังไง นายพยายามขุดคุ้ยมันขึ้นมาเพื่ออะไรกัน”
ชานยอลกลืนคำว่าความถูกต้องลงไปเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนรัก
“อย่าบอกนะว่านาย...”
“ฉันจะปกป้องเซฮุน” จงอินพูดตัดบทขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ตั้งแต่ฉันรักษาเขา ยิ่งเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ ก็ดูจะมีแต่เรื่องราวร้ายๆทั้งนั้น นายคงไม่อยากรู้ว่าเซฮุนเจออะไรมาบ้าง...”
จงอินหลับตานึกถึงช่วงเวลาที่เขาต้องสะกดจิตเซฮุน สิ่งที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของเด็กหนุ่ม ...เรื่องราวที่ทำให้เขาต้องใจหาย
“แล้วยังเรื่องตัวตนของอิมจูยอนที่เซฮุนเห็นในตอนนี้อีก...”
“ทำไมเหรอจงอิน?”
“ฉันเพิ่งมาอ่านประวัติของเธอละเอียดๆอีกที มีบางอย่างที่มันไม่ใช่...”
จงอินเว้นช่วงไปก่อนจะหันมามองหน้าชานยอลอีกที
“อู๋อี้ฟานก็เคยทำผมสีน้ำตาลเข้มใช่มั้ย?”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
{ t b c }
Broken Illusion chapter 2
Broken Illusion
░ chapter 2
░ multi-shot / PG-13
░ kaihun / krishun
░ your illusion cannot be real
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“วันนี้คุณพ่อโจเซฟไม่อยู่ค่ะ”
“ผมขอเข้าไปในห้องสารภาพบาปได้มั้ยครับ หากวันนี้ไม่ได้พูดผมคงไม่สบายใจแน่ๆ”
“ถ้าอย่างนั้น ...จะรังเกียจมั้ยคะที่ฉันจะเป็นคนรับฟัง”
“วันนี้ผมจะมาสารภาพบาปครับ ...แต่บาปของผมมันมากเหลือเกิน พระเจ้าจะให้อภัยผมไหมครับ?”
“ผมกำลังมีความสัมพันธ์ที่ผิด ...ทั้งที่รู้ว่ามันบาป แต่ผมก็ยังปล่อยให้มันเกิดขึ้นและไม่สามารถหนีไปจากมันได้”
“...ความสุข ผมมีความสุขก็จริง แต่ก็รู้สึกผิดจนแทบให้อภัยตัวเองไม่ไหว อยากจะหยุดมันแต่ก็ยังอาลัยอาวรณ์กับความสุขลวงตานั้น...”
“พระเจ้าไม่ทอดทิ้งคุณหรอกนะคะ ...คุณเป็นเทวดาของท่าน ท่านจะต้องรักคุณ”
“...เทวดา ไม่ใช่หรอก ผมเป็นเพียงแค่คนบาปเท่านั้นเอง”
“พระเจ้าจะให้อภัยคุณ”
“ฉันเองก็บาปหนาเหมือนกัน ...ทั้งที่ไม่ได้รู้จักแต่ฉันอยากเล่าให้คุณฟังนะ”
“ฉันเคยฆ่าคนตายค่ะ ...ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี ฉันควรจะไปมอบตัวใช่ไหมคะ? แต่ฉันก็ไม่อยากจะติดคุกเพราะคนอย่างเขาเลย การตายของเขามันสมควรแล้ว”
“เขาเป็นสามีของฉัน ...เขาชอบทำร้ายฉัน ทุบตีฉัน จนวันหนึ่งมันก็เกิดขึ้น ...ฉันพยายามป้องกันตัวบ้าง แล้วเขาก็ถูกแทง มันเป็นอุบัติเหตุ...”
“ไม่มีใครอยากจะให้มันเกิด”
“นั่นสิคะ เพราะฉะนั้นคุณอย่าโทษตัวเองเลย ...ใครๆก็อยากจะมีความสุขทั้งนั้น”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“คุณรู้จริงๆเหรอ”
“รู้สิ”
เซฮุนมองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง
“คุณไม่รู้หรอก คุณไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ คุณเห็นเธอรึเปล่าผมยังไม่แน่ใจเลย”
“ทำไมผมจะไม่เห็นล่ะ”
“อย่ามาโกหก ...ทุกคนชอบบอกว่าจูยอนไม่มีตัวตน ชอบบอกว่าผมสร้างภาพขึ้นมาเอง ...แต่จูยอนอยู่จริงๆนะ ทำไมไม่มีใครเชื่อผมเลย” เซฮุนเริ่มจะร้องไห้ แล้วก้าวถอยหนี
“เซฮุน” จงอินโอบเอาร่างบางเข้าไปกอดปลอบแล้วพยายามดึงเอามือที่ปิดหูของเซฮุนออก
“ผมพูดจริงนะ ไปกับผมหน่อยเถอะครับ”
ร่างบางสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้น ดวงตาของเขากลอกไปมาอย่างไม่ไว้ใจ แต่สุดท้ายเขาก็ถูกจงอินประคองพาไปจนได้
เซฮุนนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้นุ่มสบายตัวใหญ่ ดวงตาทั้งสองปิดสนิทแต่บนแพขนตายาวนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา
“เซฮุน คุณเห็นจูยอนมั้ยครับ” เสียงนุ่มของจงอินกระซิบอยู่ข้างๆหู มือของเขานวดมือของเซฮุนที่เกร็งตัวให้คลายออก
“...เห็นแล้ว จูยอน...แต่เธอไม่ยอมยิ้มเลย”
“คุณจูยอนอยากให้คุณพูดกับผม ผมถามอะไรคุณจะตอบใช่มั้ยครับ?”
“...อือ ตอบก็ได้”
“พี่ชายของคุณ เขาเป็นคนยังไงเหรอครับ”
“...พี่อี้ฟานเป็นคนจริงจัง คนอื่นๆอาจเห็นว่าเขาเป็นคนเย็นชาแต่จริงๆแล้วเขาใจดีนะ...”
“แต่ผมได้ยินว่าเขาไม่ชอบคุณจูยอน”
“พี่น่ะ เขาเกลียดจูยอน ...เพราะกลัวจูยอนมาแย่งเอาความรักของผมไป”
“แปลกนะ ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ”
เซฮุนนิ่งเงียบไป แล้วบีบมือของตัวเองแน่นอีกครั้ง
“แค่อยากหนีจากความรู้สึกผิดเท่านั้นเอง ผมรักจูยอนมันถูกต้องแล้ว”
...หมายความว่ายังไงกัน
“...จูยอนน่าสงสาร เธอเหมือนกับผม เราเข้าใจกันดีมาก เธอใจดียิ่งกว่าแม่ซะอีก” รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่มันจะเลือนหายไป
“จากคำบอกเล่าของคนในบ้าน เซฮุนกับจูยอนรู้จักกันที่โบสถ์ อิมจูยอนเคยเป็นแม่ชีฝึกหัดอยู่ที่นั่น แต่สุดท้ายเธอก็เลิกเป็นแล้วมาหมั้นกับเซฮุนแทน”
“แล้วเขาบอกรึเปล่าว่าอิมจูยอนเป็นคนยังไง”
“พวกสาวใช้ไม่ค่อยกล้าคุยกับเธอหรอก เขาบอกว่าเธอเป็นคนเย็นชาแล้วก็พูดน้อย บางครั้งถึงกับดูน่ากลัวเลยทีเดียว ยกเว้นเวลาที่อยู่กับเซฮุนที่เธอจะอ่อนโยนด้วยเป็นพิเศษ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเกลียดเธอ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ทำให้เซฮุนร่าเริงสดใสขึ้นมาอีกครั้ง คุณแม่บ้านบอกว่าทั้งสองคนดูรักกันมาก ...มากซะจนใครๆอิจฉา”
“แปลว่าที่อู๋อี้ฟานพูดมา ...เขาก็โกหกน่ะสิ”
จงอินและชานยอลมองหน้ากัน
“น่าสงสัยนะ”
“ชานยอล นายช่วยไป...”
“ไอ้จงอิน แกก็ไปสืบเองบ้างสิวะ ตอนนี้ฉันจะกลายเป็นนักสืบแทนรักษาคนอยู่แล้ว” ชานยอลฟาดแฟ้มเอกสารไปที่หัวของจงอินอย่างเต็มรัก โชคดีที่เขาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด
“ก็ฉันต้องอยู่ดูแลเซฮุนนี่”
“ข้ออ้างเฟ้ย ...เรื่องสามีเก่าของอิมจูยอนนี่แหละที่ฉันยังสืบไม่ได้ แกไปหาเอาเองแล้วกัน” ชานยอลทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเปิดประตูออกไป
จงอินยืนมองเพื่อนเดินออกจากห้องแล้วครุ่นคิด
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
สวนกว้างใหญ่ของสถานบำบัดที่ปกติจะมีคนออกมาเดินเล่นจำนวนไม่น้อย
แต่วันนี้มันช่างเงียบเหงาและดูอ้างว้าง เพราะลมหนาวที่พัดแรงขึ้นเรื่อยๆจึงไม่มีใครอยากออกมาข้างนอกนัก
ร่างสองร่างนั่งเคียงข้างกันอยู่บนเก้าอี้ใต้ต้นไม้ใหญ่ คนหนึ่งสวมชุดคนไข้ของสถานบำบัดแห่งนี้ ในขณะที่อีกคนสวมชุดสูทที่ดูเรียบหรูและราคาแพง...
“เซฮุน”
“กินเค้กอันนี้กันเถอะ พี่ซื้อมาจากร้านโปรดของเราเลยนะ”
“นักเขียนคนนี้ที่เราชอบ เขาออกหนังสือเล่มใหม่แล้วนะ พี่ซื้อมาให้”
ทว่าร่างบางที่นั่งเงียบและเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมายข้างหน้า ไม่ได้มีทีท่าว่าจะได้ยิน
เสียงพูดของคริสค่อยๆเบาลง
“เซฮุน หันมามองพี่หน่อยไม่ได้เหรอ”
“หนาวจัง”
ร่างบางหลับตาลงแล้วถูมือตัวเองไปมา คริสถอดเสื้อโค้ทของตัวเองมาคลุมร่างนั้นไว้
“ยังหนาวอยู่มั้ย”
เซฮุนไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ห่อไหล่ด้วยความหนาว
“อย่าแกล้งทำแบบนี้อีกเลยจะได้มั้ย พี่ทรมานจะตายอยู่แล้ว...”
คริสจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เจ็บปวด แต่ถึงเขาจะมองเท่าไหร่คนๆนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกได้เลย
เซฮุนลูบแก้มของตัวเองช้าๆพลางยิ้ม สายลมเย็นและแห้งแล้งพัดมาเรื่อยๆจนเส้นผมอ่อนนุ่มของเขาพันกันไปหมด เขาเกี่ยวนิ้วตัวเองไปกับมันแล้วฮัมเพลงเบาๆ
เสื้อโค้ทของพี่ชายยังคงถูกสวมอยู่บนตัว แม้คนที่ใส่จะไม่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของมันเลยก็ตาม
คริสเดินหันหลังออกไปจากตรงนั้นโดยทิ้งหนังสือและเค้กเอาไว้ ...บางทีเขาอาจจะทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้ด้วยก็เป็นได้
น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลผ่านข้างแก้มเนียน จนในที่สุดมันก็ไม่อาจจะเช็ดออกไปได้หมด
เสียงสะอื้นน้อยๆที่ได้ยินเพียงลำพัง ...แต่แท้จริงแล้วกลับมีอีกคนที่ได้ยินมันด้วย
“ฮึก...”
“คุณเซฮุน ไม่เป็นไรนะ”
ร่างบางสั่นน้อยๆจากแรงสะอื้น มือทั้งสองข้างรวบเอาเสื้อโค้ทตัวหนามากอดไว้แน่น น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนเสื้อตัวนั้นจนมันเปียกชื้น
จงอินมองไปยังข้างตัวของเซฮุน ...กล่องเค้กที่ว่างเปล่า กับหนังสือเล่มหนึ่งถูกวางเอาไว้
เขาวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มนั้นแล้วลูบเบาๆ
“เซฮุนกำลังร้องไห้เพราะอะไรหรือครับ”
เสียงเรียกของจงอินทำให้เซฮุนเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย เขาส่ายหน้าปฏิเสธแล้วห่อตัวเองเข้าหากันอีกครั้ง
“เสื้อตัวนี้ของใครเหรอครับ”
จงอินนั่งลงตรงหน้าแล้วจับแขนเสื้อที่ตกลงมาถึงพื้นดินขึ้นให้
สายตาของเขาประสานกับเซฮุนที่มองมาพอดี ดวงตาแดงก่ำของเซฮุนสั่นไหวรุนแรง
ก่อนที่ร่างบางจะส่งยิ้มที่ทำให้จงอินต้องใจหาย
“จูยอน ...เสื้อตัวนี้จูยอนให้มา”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
จงอินหักพวงมาลัยเลี้ยวไปตามทางที่บอกในแผนที่
เขาเลี้ยวผิดมาสองครั้งแล้ว เพราะในสมองของเขาครุ่นคิดแต่เรื่องของคนไข้คนนั้น...
การแสดงออกที่สับสนของเซฮุนทำให้เขาอ่อนใจ
บางทีการดึงความทรงจำในเบื้องลึกออกมา อาจจะง่ายกว่าการตามหาความจริงเอง
แต่การทำเช่นนั้น ...อาจทำให้คนไข้ของเขาต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม
โบสถ์ขนาดเล็กตั้งอยู่ค่อนข้างห่างจากย่านพักอาศัยแถบชานเมือง
ภายนอกดูค่อนข้างเก่า แต่ข้างในสะอาดสะอ้าน
ข้างในนั้นมีบาทหลวงนั่งอยู่เพียงคนเดียวที่หน้าแท่นบูชา จงอินเดินเข้าไปใกล้จนเขารู้สึกตัว
บาทหลวงวัยกลางคนท่าทางใจดีเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเล่มใหญ่
“ครับ?”
“ผมมาหาคุณพ่อโจเซฟครับ ...มีเรื่องสำคัญมากจะถาม ไม่ทราบท่านอยู่รึเปล่า”
“ผมเองครับคือคุณพ่อโจเซฟ”
“ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆนะ”
บาทหลวงโจเซฟมีสีหน้าที่เศร้าซึมเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้
“ใช่ครับ ผมเองก็อยากจะรักษาคุณเซฮุนให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ถึงมารบกวนถามคุณพ่อเกี่ยวกับเรื่องของอิมจูยอน”
“เรื่องจูยอน? ทำไมรึ”
“ผมได้ยินมาว่าเธอเคยฆ่าคนตาย ...สามีเก่าของเธอน่ะครับ”
คุณพ่อมีสีหน้าอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนใจออกมา
“เธอไม่ได้ฆ่าสามีตัวเองหรอกครับ เขาไม่ได้ถึงตายเพียงแค่บาดเจ็บเท่านั้น แต่ในจิตใจของจูยอนคิดอยู่ตลอดว่าเธอเป็นคนฆ่าเขา”
“แล้วตอนนี้สามีเธออยู่ที่ไหนหรอครับ”
“เรื่องนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ได้ยินว่าเขากลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดหลังจากเหตุการณ์นั้น ไม่ได้ติดต่อกับจูยอนอีกเลย”
จงอินบันทึกคำพูดเหล่านั้นลงในสมอง ...บางทีสามีเก่าของเธออาจจะเกี่ยว หรือไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้
“เซฮุนเองก็เป็นเด็กน่าสงสาร เขาต้องลำบากมาตั้งแต่เด็กๆ ...คุณหมอช่วยเซฮุนด้วยเถอะนะ”
“คุณพ่อรู้จักเซฮุนตั้งแต่เด็กเลยหรือครับ”
“ใช่แล้วล่ะ เมื่อก่อนตอนที่เซฮุนอยู่กับแม่ เขาชอบมาที่นี่บ่อยๆ”
“ผมถามอะไรอีกข้อได้มั้ยครับ”
“ได้สิ”
“หลังจากวันที่พบคุณจูยอน เซฮุนมาสารบาปกับคุณพ่ออีกครั้งหนึ่ง บอกได้มั้ยครับว่าเรื่องอะไร?”
หน้าต่างบานใหญ่ของห้องพักคนป่วย เปิดออกเพื่อรับลม ...ทั้งที่ลมนั้นช่างหนาวเย็นจนคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างต้องห่อไหล่ด้วยความหนาวก็ตาม
ดอกไม้ในกระถางดูเหี่ยวเฉาอย่างน่าสงสาร เซฮุนลูบกลีบดอกของมันเบาๆ เขาพยายามจะรดน้ำให้มันแล้วแต่ก็ไม่ช่วยทำให้มันกลับมาสดชื่นดังเดิมได้
“เซฮุน ไม่หนาวเหรอครับ”
ดอกกุหลาบสีแดงสดอวดดอกใหญ่ของมันอยู่ในกระถาง จงอินวางมันไว้ข้างๆกระถางเดิมที่ข้างหน้าต่าง
“ผมซื้อมาฝาก เห็นมันสวยดี”
“...ก็สวยดี”
ดวงตากลมจ้องมองดอกไม้อย่างพอใจ ถึงแม้เขาจะไม่ยิ้มไม่พูดออกมาแต่จงอินก็รู้สึกได้
“คุณเปิดหน้าต่างไว้แบบนี้ไม่หนาวแย่เหรอครับ”
“ก็หนาว แต่ผมชอบอากาศธรรมชาติ” เซฮุนหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง
“ถ้าหนาวก็ควรจะทำตัวให้อบอุ่นไว้นะ เกิดเป็นไข้ขึ้นมาจะทำยังไง” จงอินส่ายหน้ากับความดื้อของคนไข้ เขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าออกดู ...มีเพียงเสื้อโค้ทตัวนั้นแขวนอยู่ตัวเดียว
“ใส่เสื้อหน่อยเถอะ”
“...นี่มัน” เซฮุนขมวดคิ้วเมื่อเห็นเสื้อในมือจงอิน “ของพี่ไม่ใช่เหรอ”
“นั่นสิ”
“เค้าเอามาให้เหรอ”
“เมื่อวันก่อนเขามาเยี่ยมคุณ จำได้มั้ย?”
เซฮุนหลับตาลงเหมือนกำลังนึก ก่อนจะพยักหน้า
“คงเป็นอย่างนั้น”
จงอินเดินเข้ามาห่มเสื้อในมือให้กับเซฮุน ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย
“จริงๆแล้วดอกไม้พวกนี้ พี่ชายของคุณจะมาดูแลให้ทุกวัน ถ้ามันเฉาเขาก็จะเอามาเปลี่ยนให้ คุณรู้รึเปล่า?”
“เพราะคุณเคยบอกเขาว่าอยากได้ดอกไม้สีขาว ...เพราะคุณจูยอนชอบสีขาว”
“ทั้งที่จริงๆแล้วคุณชอบดอกไม้สีแดงมากกว่า”
เซฮุนดึงเสื้อโค้ทที่ห่มตัวเองอยู่นั้นเข้ามาให้แน่นเข้า เขาเม้มปากเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
จงอินก้มหน้าลงมาใกล้ ก่อนที่จะพูด
“พี่ชายของคุณก็ชอบดอกไม้สีขาวเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ...เหมือนกับคุณจูยอนเลย”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
{ t b c }
Broken Illusion chapter 1
Broken Illusion
░ chapter 1
░ multi-shot / PG-13
░ kaihun / krishun
░ your illusion cannot be real
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“หนึ่ง สอง สาม ...หนึ่ง สอง สาม”
เสียงนับจังหวะแผ่วเบาเหมือนกระซิบให้เพียงคนใกล้ตัวได้ยิน
เท้าเปลือยเปล่าเหยียบลงบนผืนหญ้าเขียว และก้าวตามจังหวะที่ตนเองนับ
“พอสองให้ก้าวไปข้างหลัง ...ใช่แล้ว แบบนั้นแหละ” ร่างโปร่งยิ้มอย่างพอใจ
ชายหนุ่มหน้าตาน่ารัก กำลังเต้นวอลซ์อยู่กับใครบางคน...
ทั้งๆที่เงาที่ทอดลงบนผืนหญ้านั้น มีเพียงเงาร่างเดียวคือของตัวเขาเอง
เขากำลังเต้นอยู่กับใครนะ... ใครกันที่อยู่ในความคิดคำนึงของเขา?
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“ผมชอบดอกไม้สีแดงมากเลยนะ ...แต่จูยอนน่ะชอบสีขาว”
“จูยอนตัวเล็กมากๆ เวลาเธออยู่ข้างหลังผม ผมจะสามารถบังเธอได้จนมิดเลย...”
“จูยอนขี้น้อยใจจะตาย แค่ผมรักลูกหมาจนไม่สนใจเธอ เธอก็จะงอน”
“แต่ว่า...เธอก็ชอบเก็บอะไรไว้คนเดียว อย่างเช่นเรื่องของพี่...”
คำพูดมากมายลื่นไหลออกมาจากริมฝีปากบาง ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุขในจอทีวีแอลซีดีเครื่องใหญ่นั้น แทนที่จะทำให้คนสองคนที่นั่งดูอยู่รู้สึกมีความสุขไปด้วย กลับทำให้รู้สึกชวนสงสารเสียมากกว่า
“สุดปัญญาของฉันแล้วล่ะจงอิน อาการของเขามีแต่จะแย่ลงๆ สุดท้ายก็จะติดอยู่ในโลกของความฝันจนแยกความจริงไม่ออก” คุณหมอหนุ่มที่มีเข็มกลัดติดเสื้อกาวน์เขียนว่า ‘ปาร์คชานยอล’ เอ่ยอย่างจนปัญญา
ชายหนุ่มอีกคนที่มีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มจ้องมองจอทีวีอย่างตั้งใจ
“พูดถึงแต่เรื่องคู่หมั้นตัวเอง แล้วเค้าไม่รู้เหรอ...ว่าเธอตายไปแล้ว”
“รู้สิ ...เพราะนั่นคือเหตุผลที่เขาฆ่าตัวตาย”
ชายหนุ่มทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน
“ขี้เกียจอ่านประวัติคนไข้อีกแล้วสิไอ้ดำ...”
“แกก็เล่าให้ฟังสิวะ”
“โอเซฮุน อายุ 23 ปี เคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้วสามครั้ง จนครั้งที่สี่นี่แหละที่เกือบสำเร็จ ในที่สุดพี่ชายของเขาก็พามารักษาอย่างจริงๆจังๆ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีประวัติเรื่องอาการทางประสาทมาก่อนเนื่องมาจากมารดาที่ชอบใช้ความรุนแรง...”
“ส่วนสาเหตุที่ฆ่าตัวตาย ...ก็เพราะคู่หมั้นของเขา อิมจูยอน เสียชีวิตไปอย่างน่าสลดหดหู่นั่นแหละ”
“น่าสลดหดหู่แบบไหนวะ?”
“ก็แบบที่นอนตายจมทะเลเลือดอยู่บนพื้นไงล่ะ แถมยังมีดอกลิลลี่สีขาวที่ถูกเลือดย้อมจนแดงไปหมดกระจายอยู่เกลื่อน น่าสยดสยองจะตาย ...แกไม่ได้ดูข่าวล่ะสิท่า”
“แม่ง พูดซะจะกินข้าวไม่ลง” จงอินพูดพลางปลดกระดุมเม็ดเล็กบนเสื้อลงอีกเม็ด
“แล้วแกว่าไงล่ะ”
“น่าสนใจ...ฉันอยากลองคุยกับเขาดูได้มั้ย”
จงอินเสยผมสีน้ำตาลเข้มที่มันยาวลงมาปรกหน้าขึ้นช้าๆ แม้สีหน้าจะดูยุ่งยากใจแต่ในความเป็นจริงแล้ว...
...เขากำลังตื่นเต้นกับคนไข้เคสนี้อย่างมาก...
“เซฮุนทำอะไรอยู่ครับ” ชานยอลเอ่ยทักขึ้นจากด้านหลัง
“อ้าว หมอนั่นเอง” ดวงตาเลื่อนลอยนั้นหันมามองที่ชานยอลแว่บหนึ่ง ก่อนหันไปให้ความสนใจกับใบไม้ในมือตัวเองต่อ
“ฤดูใบไม้ร่วงนี่ทำเอาใบไม้กลายเป็นสีแดงหมดเลยนะครับ” เขาเดินอ้อมม้านั่งมาทางด้านหน้า แล้วถือวิสาสะนั่งลงข้างๆร่างบางด้วย
“แต่มันสวยนะ”
“เซฮุนว่าสวยเหรอ”
“อื้อ เราว่าสีแดงสวยออก...” เซฮุนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วตรงไปยังใบไม้ที่ถูกกวาดมากองสุมเอาไว้ ก่อนจะหันมากวักมือเรียกชานยอลเข้าไปใกล้ๆ
“นั่นใครน่ะ คนบ้ารึเปล่าคุณ มาแอบดูเราอยู่ได้” เซฮุนกระซิบกับชานยอลเบาๆแล้วพยักเพยิดไปยังคนที่ยืนจ้องเขาอยู่หลังม้านั่งตัวนั้น
“อ๋อ” ชานยอลหัวเราะในลำคอ “ไม่ได้บ้าหรอกครับ พวกเดียวกับผมนี่แหละ ดูเสื้อเขาสิ”
“จริงด้วยนะ” เซฮุนพยักหน้าเข้าใจ
“จงอินมานี่สิ”
ชานยอลตะโกนเรียกจงอินที่ยืนอยู่ห่างออกไป แต่เซฮุนกลับดึงเสื้อของเขาไว้
“เรียกทำไม เขาดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้”
“หือ ...น่ากลัวเหรอ” ชานยอลหัวเราะ
“ก็ดูทำหน้าสิ ...มาแล้วๆ เราไปดีกว่า” เซฮุนพูดขึ้นแล้ววิ่งหนีไป ปล่อยให้ชานยอลยืนหัวเราะท้องแข็งอยู่คนเดียว
“เขาว่าแกน่ากลัวแน่ะ”
จงอินส่ายหน้า แล้วมองตามแผ่นหลังนั้นไป
“...ก็คงจะน่ากลัวจริงๆล่ะมั้ง ฉันมันพวกหน้าตายนี่”
“ไม่ตามไปเหรอ”
“ถามได้ ตามสิ”
เซฮุนวิ่งมาจนถึงสวนแบบญี่ปุ่นของสถานบำบัด เมื่อมองกลับหลังไปปรากฏว่าไม่พบใครแล้ว เขาจึงเปลี่ยนมาเป็นเดินแทน
“ทำไมถึงมีหมอเพิ่มมาอีกแล้วนะ เราป่วยมากหรือไง” เซฮุนนวดขมับตัวเองอย่างสับสน เขาก้าวเดินไปตามแผ่นหินที่จัดเรียงไว้ทีละแผ่น จนไปถึงสะพานไม้ที่ข้ามคูน้ำเล็กๆ
เขาหวนนึกไปถึงวันที่ตัวเองฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล ...เขาจำอะไรไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น จนกระทั่งเห็นผ้าพันแผลที่ข้อมือตัวเองนั่นแหละ
...สีแดง...
เขากำลังจมอยู่ท่ามกลางสีแดงก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป
แต่ก่อนหน้านั้น ข้อมือของเขาถูกกรีดจนเลือดสีแดงสดไหลลงมาจนเต็มพื้น มืออีกข้างที่ถือมีดเอาไว้กลับไม่มีแรงเอาเสียดื้อๆ มีดจึงหล่นกระทบกับกระเบื้องห้องน้ำเสียงดังก้อง
ก่อนหน้านั้นไปอีก ก่อนที่เขาจะไปหยิบมีดออกมาจากครัว ก่อนที่เขาจะร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง
...ใบหน้าของใครบางคนผุดขึ้นมาในความนึกคิด
“...เซฮุน คุณโอเซฮุน เป็นอะไรไป?” จงอินจับไหล่บางที่กำลังสั่นไหวด้วยความเป็นห่วง
“ฮึกๆๆ” เซฮุนไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากหัวเข่าของตัวเอง เขานั่งขดตัวพิงกับขอบสะพานและร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะขาดใจ
“เซฮุน...” จงอินกอดร่างที่สั่นเทิ้มเอาไว้แล้วลูบหลังบางเบาๆเพื่อปลอบโยน
“...พี่ พี่ฮะ” เซฮุนกระซิบเรียกเบาๆ
“ว่าอะไรนะครับ”
“...ได้โปรด” ร่างบางพูดเพียงแค่นั้นก็หมดสติไปในอ้อมแขนของจงอิน
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
“พี่อย่างนั้นเหรอ?”
“เขาพูดก่อนจะเป็นลมไปน่ะสิ”
“คงหมายถึงพี่ชายของเขา ...อู๋อี้ฟาน หรืออีกชื่อคือคริส”
“จริงๆแล้วเป็นพี่ชายที่เพิ่งจะพบกันเมื่อห้าปีที่แล้วเอง พ่อกับแม่ของพวกเขาเลิกกันตั้งแต่ยังเล็กๆ เซฮุนอยู่กับแม่ ส่วนคริสได้อยู่กับพ่อ จนกระทั่งแม่ของเซฮุนตาย คุณคริสจึงกลับมาจากอังกฤษและรับเซฮุนไปดูแล”
“เขาอยู่กับพี่ชายโดยได้รับการดูแลอย่างดี จนกระทั่งได้พบกับอิมจูยอนและตกหลุมรักกัน ในที่สุดทั้งคู่ก็หมั้นกันและกำลังจะแต่งงานในอีกสามเดือนข้างหน้า ...ถ้าไม่เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นซะก่อน”
จงอินก้มลงมองใบหน้าที่กำลังหลับใหลของคนที่ถูกกล่าวถึง
เซฮุนต้องผ่านเรื่องราวมามากจริงๆ ...ต้องอยู่กับแม่ที่ชอบทุบตีลูก พอโตขึ้นมาก็มาอยู่กับพี่ชายที่เพิ่งพบหน้า และยังคู่หมั้นที่มาด่วนจากไปก่อนงานแต่งอีก
“อยากเจอพี่ชายของเขาจัง”
“พรุ่งนี้เขาจะมาเยี่ยมเซฮุนอยู่แล้ว นายก็ไปคุยสิ”
“เหรอ มาเร็วดีนะ”
“มาแทบจะทุกวันเลยล่ะ”
สายลมเย็นพัดอ่อนๆเข้ามาทางหน้าต่าง ร่างบางหลับตาพริ้มเพื่อรับลมเย็นสดชื่นนั้น มือบางลูบไล้ไปบนกลีบบอบบางของดอกไม้ที่วางอยู่ข้างหน้าต่าง
“ดอกสีขาวสวยจังเลยเนอะ เธอคงชอบล่ะสิจูยอน” เขาหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับร่างบอบบางของหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ผมสีน้ำตาลเข้มของเธอยาวสยายพลิ้วไปตามแรงลม เธอสวมชุดสีขาวแบบที่เธอชอบทุกครั้ง ...ทุกครั้งที่เซฮุนเจอ
“เซฮุน” ทว่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงด้านหลังของเซฮุนนั้น กลับไม่ได้มองเห็นเธออย่างที่เซฮุนเห็น
“พูดกับใคร ...กับจูยอนอีกแล้วเหรอ”
“พี่มาทำไม” เสียงที่เซฮุนพูดกับเขานั้นแตกต่างกับเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
“พี่มาเยี่ยมไง พี่เป็นห่วงเรา ...แล้วก็คิดถึง”
“ออกไปนะ ...ดูสิ จูยอนกลัวพี่จะแย่อยู่แล้ว” เซฮุนหันมาตวาดลั่น ก่อนจะหันไปปลอบโยนใครอีกคนในห้วงความคิดของเขาที่ไม่มีใครเห็น
“เซฮุน”
คริสเดินเข้าไปใกล้ มือของเขายื่นออกไปหมายจะสัมผัสเส้นผมของคนตรงหน้า...แต่ก็ทำได้เพียงชะงักค้างไว้แค่นั้น
“ไว้พรุ่งนี้ พี่จะมาใหม่นะ”
คริสเดินออกมาจากห้องอย่างหม่นหมอง เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแล้วถอนใจ
“คุณคริส ผมขอคุยด้วยได้มั้ยครับ” คริสหันกลับไปตามเสียงเรียก ชายหนุ่มผิวสีแทนในชุดกาวน์เป็นคนเรียกเขา
“คุณ?”
“ผมชื่อคิมจงอินครับ เป็นจิตแพทย์ที่มาช่วยดูเคสของคุณเซฮุน”
ห้องทำงานส่วนตัวของจงอินมีหน้าต่างบานใหญ่ ที่เปิดออกไปเห็นสวนเดียวกันกับเมื่อมองจากห้องของเซฮุน
“คุณอยากจะคุยอะไร ผมมีเวลาให้ ...สิบห้านาทีครับ” คริสยกข้อมือขึ้นดูเวลา
“ผมอยากรู้เรื่องของคุณกับอิมจูยอนน่ะครับ”
“ผม กับจูยอนเหรอ?” คริสเลิกคิ้ว
“ใช่ ผมอยากรู้ว่าเธอเป็นคนยังไง แล้วคุณมีความเห็นยังไงเกี่ยวกับเธอ”
“มันเกี่ยวกับการรักษาเซฮุนรึเปล่า?”
จงอินพยักหน้า
“ผมเกลียดหล่อน ผู้หญิงเจ้ามารยาคนนั้นเข้ามาเพื่อหลอกเซฮุน”
“ว่ายังไงนะครับ?”
“ตกใจล่ะสิ ตอนแรกผมก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน แต่พอเขาหมั้นกับเซฮุนแล้วขอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเรา ธาตุแท้มันก็ออกมา ทุกคนในบ้านไม่มีใครชอบเขาหรอก”
“เธอร้ายอย่างนั้นเลยเหรอ”
“สิ่งที่เขาต้องการก็คือเงินและสมบัติ อิมจูยอนไม่ได้รักเซฮุน ไม่ได้รักเลย”
ดวงตาของคริสนั้นแสนเศร้า แต่เขาก็กลบเกลื่อนมันด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง
“ขอถามอีกอย่างได้มั้ย ตกลงผู้ร้ายที่ฆ่าคุณจูยอนเป็นใครครับ”
“ผมเองก็ไม่รู้ จนป่านนี้ตำรวจยังสืบไม่ได้เลยว่าเป็นใคร ...ไม่แน่อาจจะเป็นสามีเก่าเขาก็ได้นะ” คริสพูดพลางหัวเราะในลำคอราวกับเป็นเรื่องขบขัน
“สามีเก่า?”
“ผมต้องรีบไปทำงานแล้วล่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคุณหมอ”
เขาก้มลงหยิบสูทที่เลื่อนตกจากแขนลงไปบนพื้นขึ้นมา แล้วรีบเดินจากไปทันที
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
จงอินถอนหายใจ เขาถอดแว่นออกแล้วยกมือขึ้นมาบีบขมับ การอ่านหนังสือสำหรับเขาแล้วมันคือยาพิษชัดๆ แต่เพื่อคนไข้รายนี้ เขากลับต้องมาอ่านทั้งประวัติของเจ้าตัว ประวัติผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ซ้ำยังข่าวเรื่องฆาตกรรมของอิมจูยอนอีก
สภาพความคิดของเซฮุนจะเปลี่ยนไปทุกวัน
...บางวันเช่นเมื่อวานนั้น เขาจะคล้ายกับคนปกติ เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง จดจำทุกอย่างได้ราวกับไม่ได้ป่วย
...แต่บางวันเขาก็จะอยู่กับโลกในจินตนาการ ซึ่งมันอาจจะเป็นวันที่มีความสุขสักวันในชีวิตของเขาที่สมองจดจำได้ อยู่กับคนพิเศษที่เขาสร้างขึ้นมาและมองเห็นอยู่คนเดียว ซึ่งพักหลังๆอาการนี้จะมากขึ้นทุกที จนชานยอลซึ่งเป็นจิตแพทย์ที่ดูแลอยู่ ต้องขอร้องให้จงอินเข้ามาช่วย โดยใช้วิธีที่เขาเชี่ยวชาญอยู่รักษา ...ซึ่งก็คือการสะกดจิตนั่นเอง
สายตาจงอินมองออกไปนอกหน้าต่าง ผู้ป่วยหลายคนออกมาเดินเล่นข้างนอกท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น ...รวมไปถึงเซฮุนด้วย เขากำลังก้าวขาไปมาตามจังหวะอะไรสักอย่าง? มันคือวอลซ์ไม่ใช่หรือ
“เต้นรำคนเดียวเหรอครับ?”
“ใครบอก ผมกำลังสอนจูยอนอยู่ต่างหาก” ดวงตาหวานคู่นั้นไม่ได้สนใจมองเขาแม้แต่น้อย แต่กลับมองไปยังเบื้องหน้าอันว่างเปล่าของตัวเอง
“เซฮุนดูจะเต้นวอลซ์เก่งนะ” จงอินถอยห่างออกมาเมื่อเซฮุนไม่ได้ให้ความสนใจจะคุยกับเขา แต่เขาก็ยังคงจะพูดต่อ
“แล้วคุณจูยอนล่ะครับ เธอเต้นเก่งด้วยรึเปล่า”
ร่างบางหันมามองจงอินเล็กน้อยก่อนจะยิ้ม
“ไม่เลย ผมสอนตั้งหลายวันแต่จูยอนก็ยังก้าวเท้าผิดตลอด” เขาส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้คนในความคิดตรงหน้า
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องเต้นให้เธอดูก่อนสิ เธอจะได้เต้นตามคุณได้ไง”
เซฮุนหยุดเต้นก่อนจะทิ้งมือลงข้างตัว เขาหันมามองจงอินแล้วยิ้ม
“จริงด้วยสิ ...คุณพูดถูก”
จงอินยิ้มรับ
“แล้วถ้าผมเต้นให้จูยอนดู ใครจะเต้นเป็นผู้ชายล่ะ”
“ผมก็ได้นะ”
เซฮุนมองจงอินตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางทำหน้าครุ่นคิด
“เต้นเป็นเหรอ”
“ก็พอได้นะ” จงอินยื่นมือออกไปให้เซฮุนจับ เซฮุนมองมือนั้นสักพักก่อนจะส่งมือของตัวเองไปให้
“จูยอน ดูผมดีๆนะ” เซฮุนหันไปพูดกับความว่างเปล่าข้างๆ
เซฮุนนับจังหวะเบาๆ ก่อนที่จงอินจะเป็นฝ่ายนำให้เซฮุนก้าวตาม แม้จะสะดุดเล็กน้อยในตอนแรก แต่เซฮุนก็สามารถก้าวขาได้ถูกต้อง ทุกครั้งที่เซฮุนทำท่าจะล้ม ก็จะมีแขนแกร่งของอีกฝ่ายคอยประคองเอาไว้
...จนร่างของทั้งสองค่อยๆแนบชิดเข้าหากันโดยไม่ได้ตั้งใจ
“คุณมีสีผมเดียวกับของจูยอนเลย”
“หือ จริงเหรอครับ”
“ใช่...”
เสียงของเซฮุนแผ่วเบาจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ใบหน้าของเขาทั้งสองคนอยู่ห่างกันไม่กี่นิ้ว แต่จงอินก็ไม่ละสายตาไปจากดวงตาของอีกฝ่าย
“สีผมของคุณก็สวยนะ ผมชอบมันมากเลย”
“จริงเหรอ” เซฮุนยิ้ม
“ใช่ แถมดวงตาของคุณยังสวยมากอีกด้วย”
“พูดแบบนี้ไม่ดีใจหรอกนะ” เซฮุนก้มหน้าลงในที่สุด แม้จะมีรอยยิ้มหวานแต่งแต้มอยู่ก็ตาม
“อ๊ะ” จู่ๆ เซฮุนก็หยุดเต้นแล้วดันตัวจงอินออกห่าง
“ทำไมเหรอครับ”
“จูยอนหายไป ...เธอคงโกรธที่ผมสนใจคุณมากกว่า” ร่างบางทำท่าจะวิ่งออกไปแต่กลับโดนมือของจงอินรั้งเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนเซฮุน คุณรู้เหรอว่าจูยอนไปไหน”
ร่างบางหันมาส่ายหน้าช้าๆ ใบหน้าหวานแฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งคู่นิ่งเงียบกันไปสักพัก ก่อนที่จงอินจะเอ่ยขึ้นมา
“แต่ผมรู้นะว่าคุณจูยอนไปไหน ไปกับผมสิครับ ผมจะพาคุณไปหาเธอ...”
∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴∵∴
{ t b c }
░ A / N
░ ฟิคเรื่องนี้แปลงมาจากเรื่อง Frozen Illusion ซึ่งเราแต่งเองนะคะ เดิมเป็นคู่อื่นแต่นำมาแปลงและรีไรต์ใหม่บางส่วนให้เป็นไคฮุน ถ้าใครเคยอ่านเวอร์ชั่นต้นฉบับก็อุบตอนจบไว้ก่อนนะ ; ;
░ เรื่องแตงโมยังไม่จบ(ฮึกๆ) เดี๋ยวจะมาต่อนะคะ แต่อยากเอาเรื่องนี้มาลงชิมลางเฉพาะในนี้ก่อนนะ คนละแนวมากเลยค่ะ หวังว่าจะชอบกันทั้งสองเรื่องเลยนิ