สรุปความรู้ที่ได้จาก Disrupt University (วันที่ 3)
คลาสนี้เป็นคลาสที่เน้นเวิร์คชอปเป็นหลัก ผู้ที่มาให้ความรู้ในคลาสนี้ก็บุคคลที่สุดยอดเช่นกัน เธอคือ Janice Fraser ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO คนแรกของ Adaptive Path บริษัทให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ User Experience ที่มีลูกค้าเป็นบริษัทระดับโลกอย่าง Twitter, Google, Samsung, Adobe, Flickr และอื่นๆ และหลังจากวางมือจาก Adaptive Path แล้ว เธอได้ก่อตั้งบริษัท LUXr ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้าน Design Coaching และ Mentorship สำหรับบริษัทสตาร์ทอัพที่ยังอยู่ในช่วงเกิดใหม่ด้วย เธอยังเป็นที่ปรึกษาให้สตาร์ทอัพที่โด่งดังในอเมริกาและกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่าง Task Rabbit และสตาร์ทอัพอื่นๆอีกหลายบริษัท ซึ่งเวิร์คชอปของ Janice ในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Lean Startup และ Lean UX ครับ เป็นหนึ่งวันที่เน้นการปฏิบัติล้วนๆและทำให้เข้าใจเทคนิคต่างๆในการนำหลักของ Lean Startup มาใช้ได้ดีขึ้นมากครับ
สรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในคลาสมีดังต่อไปนี้ครับ
Lean Startup ไม่ได้หมายถึงสตาร์ทอัพราคาถูกหรือเน้นความเร็วอย่างเดียว แต่เป็นสตาร์ทอัพที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตามความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้
หลักการสำคัญของ Lean Startup สร้าง (Build) : สร้างให้เร็วที่สุด วัดผล (Measure) : นำสิ่งที่สร้างขึ้นมาไปเก็บฟีดแบ็คและวัดผลในด้านต่างๆที่อยากรู้ เรียนรู้ (Learn) : นำข้อมูลที่ได้มาเรียนรู้เพื่อนำไปสร้าง (Build) ฟีเจอร์ใหม่ๆต่อไป
หลักการทั้ง 3 ข้อของ Lean Startup สอดคล้องกับหลักการของการออกแบบ UX คิด (Think) : ตั้งหัวข้อวิจัย ค้นคว้าเกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ สรุปการวิเคราะห์ สร้าง (Make) : สร้างโปรโตไทป์ ไวร์เฟรม สร้าง Landing Page สำหรับทดสอบ ตรวจสอบ (Check) : ทำการทดสอบ เช่น A/B Testing หรือ Usability Testing
กระบวนการของ Lean UX พื้นฐานประกอบไปด้วย Users : ผู้ใช้คือใคร Needs : พวกเขาต้องการอะไร Uses : พวกเขาจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำอะไรได้บ้าง Features : ออกแบบฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดนี้จะถูกสรุปออกมาเป็นเรื่องราวของผู้ใช้ (User Story) เพื่อให้เข้าใจองค์รวมของประสบการณ์ที่สร้างขึ้นสำหรับผู้ใช้
เริ่มต้นด้วยการตั้งปัญหา จากนั้นตั้งสมมติฐานที่เกี่ยวข้องและต้องการจะพิสูจน์
ข้อมูลของ Persona ที่สร้างควรมีข้อมูลใน 3 ด้านต่อไปนี้ ด้านสถิติประชากร (Demographics) : อายุเท่าไร อาชีพอะไรสมาชิกในครอบครัวกี่คน ฯลฯ ด้านพฤติกรรม (Behaviors) : คนๆนี้ทำอะไรบ้าง เช่น ไปห้างบ่อย ทานอาหารญี่ปุ่นบ่อยๆ ฯลฯ ด้านความต้องการและเป้าหมายชีวิต (Needs & Goals) : ต้องการอะไร เช่น อยากเป็นดารา อยากเที่ยวรอบโลก ฯลฯ
การสกรีนคนที่จะสัมภาษณ์ควรเลือกให้ใกล้เคียงกับ Persona ที่เราสร้างมากที่สุด
การสัมภาษณ์ที่ดีที่สุดคือการสัมภาษณ์แบบพบหน้าพูดคุยกันจริงๆ เพราะเราจะสามารถสังเกตสีหน้าและภาษากายของอีกฝ่ายได้ บางครั้งสิ่งเหล่านี้สามารถบอกข้อมูลเบื้องลึกกับเราได้ดีกว่าการถามตรงๆ
Survey is the easiest way to get bad data : การทำแบบสอบถามนั้นถ้าทำได้ไม่ดีจะมีโอกาสได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงสูงมาก ถ้าไม่แน่ใจว่าจะออกแบบตัวแบบสอบถามได้ดีจริงๆก็อย่าทำ
Get out of the building! ออกไปคุยกับผู้ใช้ของคุณ ทำความเข้าใจพวกเขา อย่าเอาแต่นั่งอยู่ในออฟฟิศ (ทั้งพี่กระทิง Sam และ Janice ล้วนย้ำเรื่องเดียวกัน ย้ำแล้วย้ำอีก)
การคิดฟีเจอร์ของผลิตภัณฑ์ ให้เริ่มจากการคิดให้เร็ว คิดให้ได้จำนวนเยอะที่สุดก่อน จากนั้นค่อยมาคัดคุณภาพในภายหลัง
ส่วนใหญ่สิ่งที่ได้ในคลาสจะเป็นเรื่องของการนำความรู้มาใช้ปฏิบัติให้เห็นผลจริงมากกว่า สรุปในครั้งนี้จึงไม่ยาวมากครับ แต่เวิร์คชอปที่คุณ Janice นำมาให้ทำก็ยอดเยี่ยมและทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นจริงๆครับ









