ขอบคุณ #LeicacameraThailand ที่ให้พื้นที่สำหรับประสบการณ์ของผม #LeicaGraph : สมบัติ สุนทรจารุ สถาปนิก / ช่างภาพอิสระ Leica SL, Leica M6 / Leica MM / Leica M3 / Leica M4 ผมมีโอกาสรู้จักและสัมผัสกับกล้อง Leica ครั้งแรกสมัยเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยกล้องตัวนั้นคือ Leica M6 ของอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งชื่นชอบการถ่ายภาพเช่นเดียวกับผม ในตอนนั้นผมมีความรู้สึกว่ากล้องของอาจารย์ถูกออกแบบมาได้อย่างน่าทึ่งและดูหรูหรากว่ากล้องที่ผมใช้อยู่มาก แต่คราวนั้นผมยังไม่กล้าที่จะเล่นอะไรมากเพราะเข้าใจว่าเป็นกล้องราคาแพง วันที่ทำให้ตัดสินใจซื้อ Leica คือวันที่ผมได้ไปเล่นกล้องของรุ่นพี่คนหนึ่งที่เขาใช้ Leica M3 สัมผัสแรกกับกล้องคือความรู้สึที่ดีมากทั้งรูปลักษณ์และน้ำหนักของตัวกล้องที่เบา รวมถึงเสียงชัตเตอร์ที่เงียบมากซึ่งเหมาะกับการถ่ายภาพแนวสตรีทของผม หลังจากลองใช้สักพักก็ตัดสินใจขอซื้อกล้องตัวนั้นต่อจากรุ่นพี่จนกลายมาเป็นกล้อง Leica ตัวแรกของผม สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจกล้อง Leica อย่างแรกเลยคือเรื่องของงานดีไซน์อาจเป็นเพราะผมเรียนทางด้านออกแบบมาด้วย ยกตัวอย่างอย่างเช่น Tab บนเลนส์ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสได้สะดวกรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องเล็งในช่อง Viewfinder เสียงชัตเตอร์ที่เงียบ และระบบกลไลที่ทนทานและสามารถไว้ใจได้ จนมาถึงยุคของ Leica SL ซึ่งเป็นกล้องที่ผมใช้อยู่ในปัจจุบันก็ยังสะท้อนดีเอ็นเอของ Leica ออกมาผ่านการออกแบบ และคงมีสินค้าไม่กี่ชิ้นบนโลกที่ไม่ว่าคุณจะมีความรู้เรื่องการดีไซน์หรือไม่ก็ยังมองเห็นความสวยงามได้ ถ้าถามผมว่าใช้ Leica แล้วดีอย่างไร ผมคงตอบว่า Leica มีความแตกต่างจากกล้องแบรนด์อื่นที่พยายามจะนำเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นต่างๆ มาช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพได้สะดวกสบายขึ้น แต่ Leica กลับตรงกันข้ามเพราะกล้องเขามีเพียงฟังก์ชั่นที่เป็นพื้นฐานของการถ่ายภาพ ซึ่งทำให้เรารู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น ส่วนภาพที่ถ่ายออกมาจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวคุณเอง สำหรับผม Leica เปรียบเหมือนกับรถสปอร์ตยุคเก่าที่ขับสนุกแต่นั่งไม่สบาย ซึ่งรถประเภทนี้อัดแน่นด้วยขุมกำลังและแรงม้ามหาศาล แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าจะสามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้มากน้อยเพียงใด #Leica












