เพื่อนซี้ ที่ทำงานเก่าเด้อ #MCFIVA (at Sizzler @ SAIM CENTER)
seen from Sweden
seen from Sweden
seen from China
seen from China
seen from Singapore
seen from United States
seen from France

seen from Malaysia
seen from United States

seen from Belgium

seen from United States

seen from United Kingdom
seen from Lithuania

seen from Malaysia
seen from China

seen from United States

seen from Australia
seen from China
seen from United States

seen from Malaysia
เพื่อนซี้ ที่ทำงานเก่าเด้อ #MCFIVA (at Sizzler @ SAIM CENTER)
สรุปความรู้ที่ได้จาก Disrupt University (วันที่ 4)
วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วครับสำหรับ Disrupt University โดยเนื้อหาในคลาสวันนี้เน้นเรื่องของการวางแผน รูปแบบของ Business Model และเรื่องของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อนักลงทุน นอกจากเนื้อหาเหล่านี้แล้ว วันนี้ก็มีวิทยากรรับเชิญในคลาสเช่นเคย ในช่วงเช้าเริ่มต้นด้วย Skype จาก Rasmig Hovaghimian ผู้ก่อตั้ง Viki เว็บวิดีโอที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกได้ร่วมแปลและทำ subtitle ให้ละคร หนัง หรือรายการทีวีต่างๆที่ได้รับรางวัล Crunchies Awards 2010 จากเว็บ TechCrunch ส่วนช่วงบ่ายก็มีทีม AIS the Startup ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะกำลังพัฒนาไปสู่ความเป็น Incubator ในอนาคตอันใกล้ และคุณศุภชัย ปาจริยานนท์หรือคุณคิด ผู้ก่อตั้ง MCFiVA หนึ่งในดิจิตัลเอเจนซี่ชั้นนำของไทย เรียกได้ว่าตารางวันนี้ค่อนข้างแน่นเลยทีเดียว นอกเหนือจากเทคนิคต่างๆที่ได้เรียนรู้จากพี่กระทิงแล้วยังทำให้เห็นว่าวงการสตาร์ทอัพในไทยเริ่มครึกครื้นกว่าแต่ก่อนมาก ถ้าใครมีไอเดียดีๆตอนนี้ก็ไม่อยากให้รีรอ ลงมือทำเลยครับ ตอนนี้มีคนสนับสนุนมากขึ้นแล้ว
และนี่คือสรุปเนื้อหาที่ได้จากคลาสวันนี้ครับ
ปัจจุบันเครื่องมือที่เข้ามามีอิทธิพลในวงการสตาร์ทอัพมากกว่าการทำ Business Plan แบบดั้งเดิมคือ Lean Canvas ซึ่งเป็นแบบฟอร์มที่สามารถสรุปภาพรวมของธุรกิจได้ในหน้าเดียว
ในช่วงที่กำลังค้นหาปัญหาที่แท้จริงและโซลูชั่นที่ลูกค้าจะพึงพอใจ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ พิสูจน์ว่าสมมติฐานของเราใช้ได้จริง อย่าเพิ่งไปโฟกัสกับการขยายธุรกิจ
การกำหนดราคาเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรีบทดสอบตั้งแต่เนิ่นๆ หาราคาที่ผู้ใช้จะยอมรับได้ให้เร็วที่สุด
ราคาที่ใช้ตอนทดสอบความพึงพอใจของผู้ใช้ควรเป็นราคาที่ใกล้เคียงราคาที่เราจะใช้จริงมากที่สุด ไม่งั้นอาจมีปัญหาในภายหลัง
ช่องทางการเข้าถึงผู้ใช้ (Channel) เป็นเรื่องที่สตาร์ทอัพมักละเลย วางแผนให้ดีว่าจะเข้าถึงลูกค้าได้จากช่องทางไหนบ้าง
การทำสตาร์ทอัพให้คิดเรื่องการหารายได้ก่อนการลดค่าใช้จ่าย
Keep repeating what works and remove what doesn't work : เมื่อเราลองผิดลองถูกเราจะได้เห็นทั้งสิ่งที่เวิร์คและไม่เวิร์ค อันไหนเวิร์คให้ทำต่อไป อันไหนไม่เวิร์คให้เลิกทำ สุดท้ายมันจะทำให้เกิดสูตรเฉพาะของเราเอง
การสร้างความกดดันให้ตัวเองทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนให้สู้ต่อได้ อย่างกรณีของ Rasmig นั้นสร้างความกดดันให้ตัวเองโดยทุ่มเงินเก็บทั้งหมดของชีวิตกับการเริ่มทำ Viki
ในบางครั้งเราก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าหนทางข้างหน้าจะดีหรือร้าย แต่ถ้าเรามั่นใจสักห้าสิบเปอร์เซนต์ ให้ลองสู้ต่อไปดู ผลลัพธ์ที่ได้มักจะออกมาไม่เลว
เวลานำเสนอไอเดียผลิตภัณฑ์เพื่อขอเงินลงทุน ถ้าใครรู้สึกไม่ดีเพราะคิดว่าตัวเองกำลังง้อขอเงินคนอื่นอยู่ ให้เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ คิดเสียว่าเรากำลังจะสร้างคุณค่าให้พวกเขา อย่าคิดว่าเรากำลังขายของแล้วเราจะรู้สึกดี
สำหรับสตาร์ทอัพที่มีรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Community สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงเสมอคือการสร้างสมดุลย์ที่ดีระหว่างการทำธุรกิจและความสัมพันธ์กับสมาชิกใน Community อย่าเห็นแก่เงินทองจนลืมผู้ใช้ ทำตัวให้โปร่งใส ซื่อสัตย์กับสมาชิกใน Community ของคุณ
Don't get stuck on the idea, execution is 90% : อย่าหยุดแค่ว่ามีไอเดีย ลงมือทำซะ
วัฒนธรรมองค์กรเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับสตาร์ทอัพเช่นกัน อย่าละเลยเรื่องนี้ ค่อยๆสร้างมันขึ้นมา แล้วมันจะกลายเป็นจุดแข็งที่ยากจะหาใครเทียบ บางที่ก็ประสบความสำเร็จได้จากการมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เช่น Zappos ที่ Amazon ซื้อไป
ให้ความสำคัญกับคนที่คุณจ้างมาทำงานด้วย จงทำความเข้าใจพวกเขาแต่ละคนให้ชัดเจน แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน พยายามตอบสนองความต้องการของพวกเขาให้ตรงจุด
การเริ่มทำสตาร์ทอัพ บางครั้งก็เป็นหนทางที่แสนจะโดดเดี่ยว หลายคนไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรและมองว่าไม่เข้าท่า แต่ถ้าเรามี Passion จริงก็ขอให้ลงมือทำเสีย ยิ่งถ้าหาแนวร่วมทำด้วยได้ก็ยิ่งดี และอย่าล้มเลิก ถึงแม้หนทางจะเต็มไปด้วยความยากลำบากก็ขอให้สู้ต่อไป
Don't get it perfect. Ship, ship, and ship everyday : อย่ารอจนผลิตภัณฑ์ของคุณสมบูรณ์ ปล่อยมันออกมาให้เร็วและต่อเนื่องที่สุดเท่าที่จะทำได้
ความต้องการสามอย่างที่ผู้ใช้ต้องการจาก Social Game - Self-expression : การแสดงออกถึงตัวตน เช่น มีไอเทมหายาก สามารถอวดคนอื่นได้ - Collaboration : สามารถร่วมมือกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อจุดหมายบางอย่างได้ - Competition : ได้แข่งขันกับผู้เล่นคนอื่นๆ
Elevator Pitch ควรให้ข้อมูลสำคัญคือ ใคร มีปัญหาอะไร จะแก้ปัญหาเขาได้อย่างไร และพวกเขาจะได้อะไรจากการแก้ปัญหานี้บ้าง
ในการ Pitch อย่าทำตัวไฮเปอร์มากเกินไป อย่าใช้ตัวย่อหรือศัพท์เข้าใจยาก อย่าพูดเร็วจนพูดไม่รู้เรื่อง
สำหรับสไลด์ที่นำไป Pitch กับนักลงทุน พยายามคุมเนื้อหาให้ได้ภายใน 13-16 สไลด์และจำกัดเวลาของตัวเองไว้ที่ 30 นาที
จบแล้วครับสำหรับคอร์ส Startup Accelerator สุดเข้มข้น รู้สึกโชคดีมากๆและภูมิใจจริงๆที่ได้เข้าร่วมสุดยอดคลาสแบบนี้ เรียกได้ว่าเป็นอีกประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนเลยทีเดียว ดีใจมากๆที่ได้พบเพื่อนๆพี่ๆระดับสุดยอดหลายๆคน อีกทั้งยังได้เรียนรู้จากบุคคลระดับสุดยอดของโลกด้วย ครบเครื่องทั้งเรื่องความรู้และแรงบันดาลใจเลยทีเดียว ต้องขอบคุณพี่กระทิงและทีมงานมากครับสำหรับประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมเช่นนี้