Mazda (มาสด้า) ประจำสหรัฐอเมริกาได้เตรียมที่จะนำสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่น 2017 Mazda MX-5 RF Launch Edition ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีรถเปิดประทุนหลังคาแข็งมาขายจริงและในวันที่ 27 กันยายนนี้ได้มีการเปิดรับจองผ่านเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่คนที่จะจองได้ต้องเป็นลูกค้าที่ได้รับเชิญก่อนเท่านั้น สำหรับความพิเศษของมันนอกจากจะมีหลังคาไฟฟ้าทรง Targa
Mazda (มาสด้า) ประจำสหรัฐอเมริกาได้เตรียมที่จะนำสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่น 2017 Mazda MX-5 RF Launch Edition ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีรถเปิดประทุนหลังคาแข็งมาขายจริงและในวันที่ 27 กันยายนนี้ได้มีการเปิดรับจองผ่านเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่คนที่จะจองได้ต้องเป็นลูกค้าที่ได้รับเชิญก่อนเท่านั้น สำหรับความพิเศษของมันนอกจากจะมีหลังคาไฟฟ้าทรง Targa สีดำพ่นสีด้วยมือแล้วยังมีรายละเอียดพิเศษอื่นๆอีกด้วย
2017 Mazda MX-5 RF Launch Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันเท่านั้น และลูกค้าทุกคนจะได้รับนาฬิกาข้อมือหน้าปัดขนาด 42 มิลลิเมตรรุ่นพิเศษอีกด้วย สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของแต่ไม่ได้รับคำเชิญก็ขอให้อดใจรอไว้ก่อนเพราะ 2017 Mazda MX-5 RF Launch Edition จะเปิดให้บุคคลทั่วไป สั่งจองตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม
2017 Mazda MX-5 RF Launch Edition มาในสีตัวรถแบบ Machine Grey Metallic สีเงินและสีสะท้อนใสเป็นชั้นตามลำดับ เพื่อให้ตัวรถสามารถดึงความงดงามของเส้นสายตัวรถได้ดียิ่งขึ้น โดยสีตัวถังใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของเครื่องจักรกล ภายในตกแต่งด้วยวัสดุหนัง Auburn Nappa พร้อมกับมีกันเตะประตูเฉพาะรุ่น นอกจากนี้ยังมี Keyless Entry
ขุมพลังของ 2017 Mazda MX-5 RF Launch Edition จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ SkyActiv 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 157 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบ/ นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะส่งกำลังผ่านล้อหลัง ทั้งนี้ สมรรถนะอัตราเร่งจะด้อยกว่า Mazda MX-5 รุ่นปกติเล็กน้อยเนื่องจาก 2017 Mazda MX-5 RF Launch Edition มีน้ำหนักตัวถังมากกว่าราว 100 กิโลกรัม
ราคาของ Mazda MX-5 RF Launch Edition รุ่นเกียร์ธรรมดาเริ่มต้นที่ 34,685 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว 1,198,000 บาท ซึ่งราคาแพงกว่ารุ่น Grand Touring ที่เป็นพื้นฐานของ Mazda MX-5 RF Launch Edition อยู่ 3,485 ดอลล่าร์ สหรัฐหรือราว 120,000 บาท สำหรับคนที่ซื้อ Mazda MX-5 RF Launch Edition รุ่นเกียร์อัตโนมัติต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,075 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว 37,000 บาท และจะพร้อมส่งมอบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ของปีหน้าเป็นต้นไป












