อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องป๊อป! (From Bangkok to anywhere)
สืบเนื่องจากที่ Uniqlo(ยูนิโกละ) เปิดร้านวันแรกในกรุงเทพฯ พร้อมเสียงก่นด่าและเสียดสีจากคนรอบข้างว่า 'จะแห่กันไปเห่อทำไม' / ก็เลยอยากเขียนถึงวัฒนธรรมของคนยุค Gen Y & Gen M ที่เรียกว่า 'วัฒนธรรม in queue' และเรื่อง 'ฝรั่งเห่อ' ขึ้นมา
ตอนสมัยอยู่อังกฤษ เมืองที่ผมอยู่มีร้าน'คิดปี้ครีม' มาเปิดพร้อมโปรโมชั่น buy one, get one ก็ทำให้เห็นว่าจริงๆฝรั่งเขาก็ 'in queue' กันยาวเฟื้อย บ้าเห่อ บ้าของฟรี คลั่งของแถมไม่แพ้คนไทยนะ : ) / กลับมาที่กรุงเทพฯ ..หลายวันก่อน มีงานขายโทรศัพท์ที่สินค้าจำกัดแค่ 100เครื่อง ไปๆมาๆ คนมั่วคิวแล้วไปด่ากดดันจนเขาต้องยอมเพิ่มโควต้าให้เป็น 1,000 กว่าเครื่องซะงั้น.. อันนี้ก็เสื่อมกันไป / เลยนึกย้อนถึงตอนที่ iPhone4 เครื่องปลดล๊อกมาขายที่อังกฤษเมื่อปีก่อนนู่น ผมก็ได้ไปร่วมวัฒนธรรม 'in queue' กับฝรั่งเขาเช่นกัน โดยไปยืนต่อคิวที่ร้าน O2 แต่ไม่ซื้อนะ ไปต่อเฉยๆฮ่ะๆ /
ย้อนมาดูตัวเอง ลองสังเคราะห์และสำรวจตัวเองแล้วพบว่า ตัวผมเองนั้นเป็นคนประเภทที่นิยมไปทาง "ต่อคิว แต่ไม่ซื้อ" : ) คือเคยไปต่อคิวเข้าร้านที่ Apple Store San Francisco และ New York, หรือล่าสุดไปแอบดูคนต่อคิวที่ Apple Store, Regent street ที่ลอนดอนมาแล้วแต่ก็ซื้อบ้าง ไม่ซื้อบ้าง (นี่ไม่รวมถึงพวกร้านอีเหละเขะขละอีกเป็นเบือที่ไม่พูดถึงในที่นี้) :D คือไปถ่ายรูปแค่ให้รู้ว่า'กูมาถึง' ..แค่นี้พอละ / ส่วนตัวรู้สึกดีกับวัฒนธรรม 'in queue' นะ เพราะมันสื่อให้เห็นถึงความใจเย็น ความมีวินัย รวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์ของสัตว์สังคมในยุคใหม่! (จำได้ว่าสตาบั๊คส์เคยมาเดินเสิร์ฟกาแฟให้คนที่มา in queue ..โปรโมตสินค้าตัวเองได้ซะงั้น!) / เห็นฝรั่งเขามีกิจกรรมเล่นกันตอนต่อคิวแล้ว อยากเห็นคนบ้านเราเป็นแบบนั้นบ้าง เพราะจริงๆแล้วอีการต่อคิวซื้อของเนี่ย เหตุผลหลักของการต่อคิวก็คือ 'อยากจับ อยากชม อยากซื้อ' แค่นี้แหละ ไม่มีเหตุผลที่ต้องดัดจริตคิด..
"In queue" at SFMoma
"In queue" ขึ้นรถรางสายแฮรี่ พอตเตอร์ที่ซาน ฟรานฯ
"In queue" เข้าวัง ที่กาฏมัณฑุ, เนปาล มองในมุมกลับกันถ้าคุณเปิดร้านขายของ คุณก็ต้องหวังให้ร้านคุณมันบูม แล้วถ้าสมมติวันดีคืนดีร้านคุณมันฮ๊อตฮิตติดลมบนจนคนมายืนต่อคิว วันนั้นคุณคงไม่ไปด่าลูกค้าร้านคุณเองหรอกใช่ไหม? หรือถ้าคุณเป็นคนแบบนั้น คุณก็ไม่ควรเปิดร้านมาเพื่อจะด่าลูกค้าตัวเองหรอก!/ ผมไปห้างแฮรอดในลอนดอน ห้างหรูโคตรๆ แต่คนกลับต้องมาต่อคิวรอข้างนอกเพื่อเข้าห้างจนแถวยาวเฟื้อย หนาวก็หนาว ระดับคนที่มาต่อคิวพวกนี้ก็เรียกว่าระดับ 'เศรษฐีนา-เศรษฐีนี' กันทั้งนั้น ยังต้องมายืนต่อคิวเลย! / นี่ล่าสุด Uniqlo เปิดร้านใน กทม. คนต่อคิวกันยาวเฟื้อยก็โดนแขวะกันไป / พอสรุปเป็นประเด็นได้ว่าทั้งหมดนี่ไม่ว่าจะมั่วคิวเอย แย่งคิวเอย ไปจองคิวก่อน หรือต่อคิวตามปกติ สุดท้ายแม่งก็โดนด่าเช่นกัน! > <
"In queue" เข้าห้างแฮรอด(Harrods) ที่Knight Bridge, London( อันนี้ผมยืนรอไปชั่วโมงกว่าจนหำเหี่ยว ด้วยความหนาว)
เคยได้ยินประโยคหนึ่งที่ฝรั่งเขาพูดว่า "SLOW is the new FAST" เป็นแนวคิดที่ดีที่น่าเอามาประยุกต์ใช้กับบางเรื่อง ในเมืองและสังคมสมมติที่ต้องดัดแปลงแฝงจริต
ในฐานะที่อาจเรียกตัวเองว่าเป็น'นักต่อคิว' คนนึง ก็อยากจะบอกแค่ว่า คนที่ต่อคิวทุกคนก็หวังจะมาถึงเป็นคนแรกๆเสมอแหละ เพราะก็ไม่ได้อยากรอนาน / แต่ทำไงได้ ถ้าแถวมันยาวอยู่แล้ว ทำได้ดีสุดก็คือ 'ไปยืนต่อคนท้าย ทำใจให้สงบ+แล้วหุบปาก' : ) ตามกติกาสังคมนักซื้อ / อยากให้นึกย้อนดูว่าถ้าปล่อยให้มั่วกัน รุมกันเข้าร้าน จนบรรยากาศในร้านเสียสเปซ อีแบบนี้มันน่าโดนด่ายิ่งกว่าใช่ไหม?
ส่วนตัวผม..ไป in queue ที่ยูนิโกละไทย สอยแจ๊กเก็ตมาแล้ว!! ก่อนจะไปซื้อก็ไม่ได้เช็คกระแสคนรอบข้างอะไรเลยด้วยซ้ำ เหตุผลก็แค่ 'อยากจับ อยากชม อยากซื้อ' เท่านี้จริงๆ
/ เข้าคอนเซปอยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องป๊อป!
...
ไดอารี่อันก่อนที่เขียนเรื่องเข้าคิวช๊อปปิ้งในวันบ๊อกซิ่ง ที่ลอนดอน












