วัดราชบพิธฯ ในมุมแคบๆ
ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
TVSTRANGERTHINGS
2025 on Tumblr: Trends That Defined the Year
d e v o n
Stranger Things

❣ Chile in a Photography ❣
Jules of Nature

Discoholic 🪩
Sade Olutola

if i look back, i am lost
let's talk about Bridgerton tea, my ask is open
One Nice Bug Per Day
No title available

ellievsbear

★
occasionally subtle
Sweet Seals For You, Always
"I'm Dorothy Gale from Kansas"
hello vonnie
i don't do bad sauce passes
ojovivo

seen from United States

seen from United States
seen from United States
seen from Uzbekistan
seen from Germany
seen from United States

seen from Germany

seen from China
seen from United Kingdom

seen from Spain
seen from Germany
seen from Sweden

seen from United States
seen from United Kingdom
seen from United States

seen from Belgium

seen from United Kingdom
seen from United States
seen from United Kingdom

seen from Türkiye
@thaagoon
วัดราชบพิธฯ ในมุมแคบๆ
ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
เปิดตัว The Prime by Asia Books
25 เมษายน 2555 ไปช่วยถ่าย VDO ให้เพื่อนปิ๋มในงานเปิดตัว the Prime ร้านค้า online ของ Asia Books ซึ่งไม่ได้ขายแต่หนังสืออย่างเดียว แต่นำสินค้าระดับหรูมาวางขายด้วย
พระเมรุ พ.ศ.2555
พระเมรุ 2555
สถาปัตยกรรมพระเมรุ เนื่องในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ ท้องสนามหลวง ออกแบบโดยพลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น เพลงพระประกอบ "พระหน่อนาถ" บทกล่อมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประพันธ์ทำนองโดย ทฤษฎี ณ พัทลุง ขับร้องโดย ธีรนัยน์ ณ หนองคาย
เอื้องคำรีสอร์ท
เอื้องรีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ 49, 51 ถนนวัฒนธรรม (ถนนวังเหนือ) ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เป็นรีสอร์ทที่เพิ่งเปิดกิจการยังไม่ครบขวบปี เนื่องจากรีสอร์ทนี้อยู่ในบริเวณที่เป็นโซนบ้านพักอาศัยของชาวลำปาง บรรยากาศจึงเงียบสงบ ประกอบกับบริเวณภายในก็ร่มรืนไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ จึงเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมาก และราคาห้องพักก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับบรรยากาศ ความสะอาด สนใจรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.auangkhamlampang.com หรือ facebook page ที่ https://www.facebook.com/pages/Auangkham-Resort-Lampang-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3-%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97-%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87/168689369874141 หรือโทร 054221305
Burmese marionettes
การแสดงเชิดหุ่นของน้าออง (master Aung) ชาวพม่า ที่ใช้พื้นที่ด้านหน้าของบ้านตัวเองที่ Nyaungshwe เป็นโรงเชิดหุ่นขนาดเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันช่วงเวลาเย็นๆ ของแต่ละวัน วันละ 3 รอบ รอบหนึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าดูคนละ 3000 Kyat
Myanmar Trip 2012 : Kyaiktiyo
ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
Myanmar Trip 2012 : Bago
ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
Myanmar Trip 2012 : Inle Lake Boat Trip
ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
Myanmar Trip 2012 : Nyaungshwe
ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
Myanmar Trip 2012 : Mandalay
บันทึกเรื่องราวของภาพอัลบั้มนี้ อ่านได้ที่ บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (9 ม.ค.) และ บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (10 ม.ค.) ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
Myanmar Trip 2012 : Pyin Oo Lwin
เมือง Pyin Oo Lwin ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Mandalay ห่างออกไปประมาณ 60 กิโลเมตร เคยเป็นเมืองฐานบัญชาการของกองทัพอังกฤษ เป็นเมืองที่อยู่ในเขตหนาว สภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี การเดินทางไปยังเมืองนี้สามารถใช้บริการ taxi หรือใช้บริการรถสองแถวซึ่งจะออกจากเมือง Mandalay ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นทางที่ต้องขึ้นเขาซะเป็นส่วนใหญ่ เมือง Pyin Oo Lwin เป็นเมืองเล็กๆ ยังมีบ้านเรือนที่สร้างตามแบบสมัยอาณานิคม บ้านเก่าๆ ส่วนใหญ่ๆ ยังมีปล่องไฟ ซึ่งเหมาะกับอากาศท้องถิ่น เรื่องราวการไปเที่ยวเมือง Pyin Oo Lwin อ่านได้ที่ บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (8 ม.ค.) และ บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (9 ม.ค.) ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
Myanmar Trip 2012 : Yangon
เรื่องราวของรูปภาพในอัลบั้มนี้ ดูได้ที่ blog บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (6 ม.ค.) และ บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (7 ม.ค.) ภาพถ่ายในเว็บไซต์นี้ ถ่ายโดย Thaagoon Angkurawattananukul ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (15-16 ม.ค.)
15 มกราคม ตื่นกันแต่เช้ามืดเพื่อไปชมบรรยากาศของพระธาตุอินทร์แขวนตอนเช้า คนเยอะมากจริงๆ นอนกันเต็มลานวัดกันหมด จะกางขาตั้งกล้องถ่ายรูปก็ต้องหาที่เหมาะ ระหว่างนั้นชาวบ้านก็ค่อยๆ ทยอยลงจากเขา 7 โมงเช้าพวกเราก็กลับมาที่โรงแรมกินมื้อเช้า แล้วก็ check out ตอน 8.15 น. เดินลงมาที่เชิงเขาไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่มาเหนื่อยตอนที่จะต้องขึ้นรถบรรทุกไป Kinpun นี่แหละ เพราะต้องเจอกับบรรยากาศที่เคยมีใครต่อใครเล่าขานกันว่าจะต้องปีนป่ายแย่งกับคนพม่าให้ได้ ... คราวนี้เลยรู้ซึ้งๆ จริงๆ จะมายืนต่อแถวอย่างมีมารยาทคงไม่ได้กลับลงมาแน่ๆ พวกเราได้ขึ้นรถบรรทุกตอน 9.30 น. อาศัยแรงฮึดกระโดดขึ้นข้างรถ แล้วก็จ้างน้องลูกหาบโยนกระเป๋าขึ้นท้ายรถให้ ระหว่างทางโดนน้ำหมากจากคนที่นั่งข้างหน้าไปหนึ่งหยดที่หน้า ... ซวยอย่างแรกเลยวันนี้
พอมาถึง kinpun ตอน 11.00 น. ก็เห็นคนถือแผ่นที่นั่งรถทัวร์เดินเรียกผู้โดยสารอยู่ ก็เลยเดินเข้าไปถามว่ารถแอร์หรือเปล่า เขาก็บอกว่าใช่ คนละ 8000 Kyat แต่ที่รู้มาว่าแค่คนละ 7000 Kyat ก็เลยแย้งเขาไป เขาก็บอกว่า OK แล้วให้เดินตามไปดูรถ เป็นรถทัวร์ของบริษัท Sein Win & Asscociate travel จอดอยู่ข้างๆ ร้าน Shwe Zin Myine Restaurant สภาพรถใหม่มาก พอสอบถามว่าไปลงที่ไหน เขาบอกว่าไปลงที่ Sule Paya ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง รถออกตอน 12.00 น. ได้ยินแบบนี้เราก็เลยตอบตกลง เพราะว่าไปถึงย่างกุ้งไม่มืด จะได้มีเวลาเดินทางช่วง twilight ที Shwedagon ก่อนกลับเมืองไทยวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่า รถที่ว่าเป็นรถทัวร์ทำบุญที่รับคนจากย่างกุ้งมาเที่ยว กว่าจะออกรถก็เกือบบ่ายโมง แล้วก็ไปแวะอีกสองวัด วัดละครึ่งชั่วโมง ทำให้ระยะเวลาการเดินทางของพวกเราที่ตั้งใจไว้เพิ่มมากขึ้นไปอีกชั่วโมงกว่า ๆ แล้วก็ไม่ได้ไปส่งที่ Sule Paya เหมือนที่บอก ยอมรับจริงๆ ว่าตอนนั้นหงุดหงิดมาก เหมือนโดนหลอก เลยพาลพูดจากับน้องผู้หญิงชาวพม่าไปค่อยจะดีนัก เนื่องจากเข้าใจผิดว่าน้องเขาเป็นคนจัดทัวร์ เพราะตัวน้องเองเขาแนะนำตัวว่าถ้าพวกเราสงสัยอะไรก็ให้ถามน้อวเขาได้ มารู้ทีหลังว่าน้องเขาก็เป็นลูกค้าทัวร์ที่ว่านี้เหมือนกัน ตอนลงรถน้องเขาก็เรียก taxi ให้ไปส่งที่โรงแรมให้ ก็ทำได้แค่เพียงกล่าวขอบคุณน้องเขาเท่านั้นแหละ สรุปว่าเย็นวันนั้นกว่าจะเข้าที่พักก็ไปไม่ทันแสงสุดท้ายที่ Shwedagon ซะแล้ว
วันนี้อากังใส่โลงจีไปเที่ยว Shwedagon พอขึ้นไปถึงที่ขายตั๋ว เจ้าหน้าที่เห็นว่านุ่งโลงจีแปลกๆ ก็เลยสอนวิธีการนุ่งและการมัดแบบผู้ชายเขามัดกัน เขาบอกว่าแบบที่นุ่งมานั่นน่ะเป็นวิธีนุ่งของผู้หญิง :D :D ;D
Yuzana เป็นโรงแรมที่เราเลือก ได้ห้องราคา 54 USD ซึ่งแพงที่สุดตั้งแต่มาเที่่ยวพม่า เพราะปกติจะพัก guesthouse หรือไม่ก็โรงแรมระดับต่ำกว่านี้ เพราะคิดว่าไม่อยากเสียค่าที่พักแพงๆ เพราะเราใช้เวลาอยู่ข้างนอกกันซะส่วนใหญ่ จะเข้าโรงแรมก็แค่เข้ามานอนเท่านั้นเอง แต่ด้วยความที่ Yuzana อยู่ใกล้ Shwedagon แล้วก็ดูว่ายังมีเงินเหลืออีกพอสมควร ก็เลยเลือกเอาที่ที่สบายๆ บ้างสำหรับทริปนี้ ...ห้องที่ Yuzana เขาจะมีห้อง city view กับ pagoda view ซึ่งแน่นอนว่าหน้า high แบบนี้ถ้าไม่ได้จองมาก่อน ห้อง pagoda view ก็เต็มไปหมดแล้ว แต่ดาดฟ้าก็ขึ้นไปถ่าย pagoda view ได้เหมือนกันนะ ขนาดห้องพักใหญ่มาก ใหญ่เกินความจำเป็น ประมาณว่าสามารถนอนเรียงๆ กันน่าจะได้ซัก 50 คน ก็ยังไหว TV ก็ขนาดเล็ก แล้วเวลาที่นอนดูอยู่บนเตียง มอง sub title แทบจะไม่เห็น เพราะห้องมันใหญ่เกินจริงๆ
วันที่ 16 มกราคม พวกเราตื่นแต่เช้ามืด แล้วก็ check out ออกจากโรงแรมตอน 6.15 น. ไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับเมืองไทย
ค่าใช้จ่าย
ค่าลูกหาบขาลง Kyaiktiyo = 10000 Kyat
ค่ารถไป Yangon คนละ = 7000 Kyat
ค่ากุ้งทอด ข้าวโพดทอด + น้ำ ที่ shwemawdaw = 1100 Kyat
taxi ไป Yuzana = 3000 Kyat
ค่าห้องที Yuzana = 54 USD
ค่าเข้า Shwedagon คนละ = 5 USD
บริจาคตรงที่ฝากรองเท้า 1000 Kyat
ค่า taxi ไปสนามบิน 5000 Kyat
บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (14 ม.ค.)
จากข้อมูลที่ได้จาก Hotel Remember Inn บอกว่าจะมาถึง Bago ประมาณตี 4 แต่รถทัวร์ Yeh Tu Aung เที่ยวนี้พาพวกเรามาถึง Bago ตอนตีสองครึ่ง !!! ทำไงดีล่ะ ...ลงจากรถมานั่งมี่เก้าอี้หน้าตึกแถวเพื่อตั้งหลัก ระหว่างนั้นก็มีมอเตอร์ไซค์ 3 คนเข้ามาสอบถามว่าเราจะไปไหน จะไป Kyaiktiyo ไหม ถ้าไปก็ไปนั่งสองแถวฝั่งตรงข้ามได้เลย ความตั้งใจของพวกเราคือเราจะเที่ยวใน Bago ช่วงเช้าซะก่อน แล้วช่วงบ่ายค่อยไป Kyaiktiyo ก็พยายามจะอธิบายพวกเขาไปอย่างนั้น แต่ดูเหมือนพูดไปก็ฟังไม่รู้เรื่อง พยายามวาดนาฬิกาให้ดูว่าช่วงเวลานี้นะ เราจะอยู่ที่ Bago แล้วเที่ยงเราก็จะไป Kyaiktiyo ...จนในที่สุด พวกเราตัดความรำคาญก็เลยไปหาโรงแรมเข้าไปงีบรอเวลาซะเลย
Mya Nanda Hotel เป็นโรงแรมที่เราเข้าไปใช้บริการ สภาพของโรงแรมนี้เป็นโรงแรมทีอยู่ในตึกแถว จะต้องขึ้นบันไดเล็กๆ จากชั้นล่างขึ้นไปชั้น 2 ถึงจะเป็น front desk สภาพก็ไม่ค่อยจะดีนักหรอกสำหรับนักท่องเที่ยว hi-so ในเวลานั้นพนักงานหลับกันหมด คนที่พาพวกเราขึ้นไปต้องเคาะประตูเรียกให้ คนดูแลโรงแรมหน้าตาเป็นแขก งัวเงียมาต้อนรับพวกเรา เหมือนไม่เคยได้ต้อนรับผู้มาเยือนในเวลาเช่นนี้ พวกเราขอต่อรองราคาจาก 16 USD เหลือ 12 USD ด้วยให้เหตุผลว่าเราแค่มาพักรอเวลาที่จะไป Kyaiktiyo ในช่วงบ่าย
หลังจากอาบน้ำ ล้างหน้า พวกเราก็ไปติดต่อ front desk ของโรงแรมเพื่อถามเรื่องรถที่จะไป Kinpun ทางโรงแรมก็เลยจองตั๋วให้ คนละ 7000 Kyat รถจะออกตอนเที่ยง ก่อนหน้านั้นก็ให้เราไปเที่ยวใน Bago ซะก่อน โดยมีลุงน้อยชาวไทใหญ่และเพื่อนพานั่งมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวตามสถานที่สำคัญๆ
ลุงน้อยชาวไทใหญ่เล่าให้ฟังว่าแกเคยเข้ามาทำงานในเมืองไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว แกยังถามว่าตอนนี้สมบัติ กรุง ศรีวิไล เนาวรัตน์ เป็นยังไงบ้าง (ฮา) ระหว่างที่พาเที่ยวตามสถานที่สำคัญ ดูเหมือนว่าลุงน้อยแกจะรู้จักมักจี่กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานที่เหล่านั้นเป็นอย่างดี และแกก็พยายามจะหาช่องทางให้พวกเราไม่ต้องเสียค่าบัตรเที่ยวสถานที่สำคัญใน Bago ที่จะต้องเหมาจ่ายในราคา 10 USD แกให้เหตุผลว่าเงินที่จ่ายไปทางรัฐบาลก็เอาไปหมด ชาวบ้านแทบจะไม่ได้เลย สู้เอาเงินที่ว่ามาให้ชาวบ้านดีกว่า ... สรุปว่าตอนท้ายพวกเราก็ต้องจ่ายคนละ 10 USD ให้กับลุงน้อยและเพื่อนตามเจตนาที่แกว่ามานั่นแหละ :P แถมทิปให้แกอีกคนละ 5 USD เพราะเห็นว่าแกเป็นผู้นำทางที่ดีและรู้ใจพวกเราว่าเราต้องการถ่ายภาพอะไร มุมไหน
ที่ Bago วันนี้ท้องฟ้าครึ้มๆ ไม่ค่อยเป็นใจในการถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ซะเท่าไหร่ และถึงแม้ว่าเราจะมีเวลา 4 ชั่วโมง และนั่งมอเตอร์ไซค์เที่ยว ก็ยังคิดว่าเรายังมีเวลาเที่ยว Bago ยังไม่พอ
11.30 น. พวกเราออกจากโรงแรมแล้วมารออยู่ที่ถนนสายหลักของ Bago เพื่อรอขึ้นรถที่จะไป Kinpun ไม่รู้ว่าการสื่อสารของคนคุมคิวรถกับรถที่มาผิดพลาดยังไงไม่รู้ เขาบอกว่ารถกำลังมาแต่จะวิ่งไปที่ highway ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน แต่เขาบอกให้พวกเราซ้อนมอเตอร์ไซค์เขาไปเพื่อไปจะไปขึ้นรถ พวกเราก็รีบซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ไปทันที แต่ขี่ไปได้ยังไม่ถึงกิโลเมตรก็มีรถโดยสารวิ่งสวนทางมา คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์พาพวกเรามาก็หยุดรถกลางถนนแล้วโบกมือให้รถหยุด แล้วบอกให้พวกเราวิ่งขึ้นรถคันที่ว่านั้นไป สร้างความงุนงงให้กับพวกเรามาก นับเป็นการขึ้นรถโดยสารที่น่ากลัวมาก เพราะต้องขึ้นตรงกลางถนนในระยะเวลากระชั้นกันเลยทีเดียว
14.45 น. พวกเรามาถึง Kinpun แล้วต้องต่อรถบรรทุกขึ้นไปที่เชิงเขาอีกประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 1500 Kyat ถึงเชิงเขาตอน 16.15 น. แล้วเดินขึ้นไปยอดเขา โดยจ้างลูกหาบอีก 8000 Kyat (2 คน) เป็นทางขึ้นเขาที่โหดมาก ชันตลอดแทบจะไม่มีทางราบให้เดินได้สบายๆ เลย แต่ระหว่างทางก็เห็นชาวบ้านทั้งเด็กทั้งคนแก่เดินขึ้นกันไปไม่บ่นกัน เหนื่อยก็นั่งพัก ก็ทำให้เกิดแรงฮึดขึ้นมาได้บ้าง นับว่าเป็นการเสี่ยงมากที่พวกเราไม่ได้ของที่พักบนนี้กันเลย มาถึงก็ walk in เข้าไปถามที่ Mountain Top ก่อน แต่ปรากฏว่าห้องเต็มหมดแล้ว ก็เลยไปถามที่ Kyaiktiyo Hotel ตอนแรกเขาบอกว่าเต็ม แต่พอเราจะเดินออกเขาก็เรียกว่ายังเหลืออีก 1 ห้อง ราคา 44 USD ...นับว่าโชคดีไป
หลังจากเก็บของเข้าห้องพักพวกเราก็ออกไปซึบซับกับบรรยากาศที่พระธาตุอินทร์แขวน สถานที่ที่ใฝ่ฝันว่าอยากจะมาซักครั้งในชีวิต และเป็นสถานที่สุดท้ายในสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 5 ของพม่าที่พวกเราได้มาเยือน แต่อาจจะไม่คอยอินกันซักเท่าไหร่ เพราะว่าคนเยอะมาก ทั้งนักท่องเที่ยวคนไทย ชาวพม่า กลางคืนนี่นอนกันเกลื่อนลานวัดกันเลยทีเดียว
ภาพจากทริปวันนี้ดูที่ Myanmar Trip 2012 : Bago และ Myanmar Trip 2012 : Kyaiktiyo
ค่าใช้จ่าย
ค่าห้อง Mya Nanda Hotel = 12 USD ค่ารถไป Kinpun คนละ = 7000 Kyat
ค่ากล้องที่ Shwemadaw คนละ = 300 Kyat
ค่ากล้องที่ Shwethalyuang คนละ = 300 Kyat
ค่ามอเตอร์ไซค์ คนละ = 7000 Kyat + 10USD
ค่าอาหารที่จุดแวะพักรถไป Kinpun = 1000 Kyat (2 คน)
ค่ารถขึ้น Kyaiktiyo คนละ = 1500 Kyat
ค่าลูกหาบ = 8000 Kyat + 6USD (2 คน)
ค่าห้อง Kyaiktiyo Hotel = 44 USD
ทิปเด็กหิ้วกระเป๋า = 2 USD
ค่าทองติดพระธาตุ คนละ = 1500 Kyat
มื้อเย็น = 6000 Kyat
บาเยีย อร่อยมาก = 500 Kyat
น้ำดื่มขวดละ 500 Kyat (ข้างล่าง 300 Kyat)
บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (13 ม.ค.)
วันนี้หลังจากที่กินมื้อเช้าของทางโรงแรมเสร็จ พวกเรายังมีเวลาช่วงเช้าระหว่างรอรถที่จะมารับพวกเราออกจาก Nyaungshwe ไปยัง Shwe Nyaung เพื่อต่อรถไปยัง Bago ช่วงเช้าที่ว่านี้พวกเราออกไปเดินเล่นกันที่ Mingala Market เพื่อเก็บภาพบรรยากาศ ผู้คน ในตลาด จนถึง 9 โมงครึ่งก็กลับมาอาบน้ำเก็บสัมภาระ ออกมานั่งรอรถสองแถวที่ทางโรงแรมจะจัดให้มารับ ซึ่งตกลงกันเอาไว้ว่าจะต้องจ่ายคนละ 1000 Kyat แต่เหมือนว่ารถสองแถวจะผิดคิว ซึ่งใกล้เวลาที่ระบุไว้บนตั๋วว่าให้เราไปรอที่ Shwe Nyaung เข้ามาทุกที สุดท้ายก็ไม่มีรถสองแถวมารับ ทางโรงแรมจึงให้เราติดรถ Taxi ไปกับฝรั่งอีก 3 คน ซึ่งคนขับ taxi บอกกับพวกเราว่าเราสองคนไม่ต้องเสียค่ารถ เพราะเป็นความผิดพลาดของทางโรงแรมเองที่ประสานงานกับทางรถสองแถวไม่ได้ตามที่บอกเอาไว้
พวกเรามารอรถทัวร์ปรับอากาศที่สามแยกในเมือง Shwe Nyaung ตั้งแต่บ่ายโมง ตอนนี้พวกเรายังไม่กล้าจะไปหาอะไรกิน เพราะกลัวว่ารถจะมาก่อนที่เราจะกินหมดมื้อซะก่อน ก็เลยต้องไปซื้อขนมปังเป็นเสบีบงตุนเอาไว้ตอนอยู่บนรถ ... รถโดยสารปรับอากาศบริษัท Yeh Tu Aung อ่านว่า เย ตู ออง ซึ่งมีต้นทางอยู่ที่ Taunggyi มาถึงที่สามแยก Shwe Nyaung ตอนบ่ายสองสิบห้านาที จอดรับเราสองคน แล้วก็ออกเดินทางต่อทันที่
ระหว่างทางจาก Shwe Nyaung ออกไปยัง Meiktila จะต้องผ่าน Heho, Aungban, Thazi เป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามเขา ขากลับนี้พวกเราไม่ได้หลับเหมือนตอนขามา จึงได้เห็นสภาพถนนหนทางและความคดเคี้ยวของเส้นทาง และไม่น่าเชื่อว่าเราต้องใช้เวลา 5 - 6 ชั่วโมงจึงจะพ้นจากทิวเขาเหล่านั้นลงมายังพื้นราบได้
ค่าใช้จ่าย
ค่าห้องที่ Hotel Remember Inn เมือง Nyaung shwe = 30 USD (2 คืน)
ค่าขนมปัง และน้ำ = 1300 Kyat
มื้อเย็นระหว่างทาง = 3000 Kyat (2 คน)
บันทึกทริปเมียนมาร์ 2012 (12 ม.ค.)
วันนี้พวกเราขึ้นไปกินอาหารเช้าที่โรงแรมจัดให้บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม อากาศเย็นมาก มองไปรอบๆ มีแต่หมอก อาหารเช้าที่ Hotel Remember Inn ไม่ใช่บุฟเฟต์ เขาจะมีเมนูให้เลือกว่าจะเอาชุดอาหารแบบไหน เราเลือก Pancake ราดน้ำผึ้ง แต่ช่วงนี้คงหาน้ำผึ้งไม่ได้เลยได้เป็นกล้วยหอมแทน พอเอามาเสิร์ฟถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย เพราะมันคือโรตีใส้กล้วย แต่ขนาดมันใหญ่มาก มิน่าล่ะถึงเรียกว่า Pancake
8.00 น. พวกเราลงไปเจอกับน้าคนขับเรือที่ทางโรงแรมนัดไว้ให้ พี่เขาพาเดินไปที่บ้านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อไปขึ้นเรือที่จอดที่บ้านของเขา 8 โมงครึ่งเรือก็เริ่มออกจากคลองเล็กๆ ผ่านบรรยากาศเย็นๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหมอก ออกไปสู่ปากคลองที่จะออกทะเลสาบอินเล จริงๆ แล้วเรือลำนี้นั่งได้หลายคน อาจจะสิบคนก็ยังไหว แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่ซื้อ Boat trip มาในราคา 15000 Kyat ก็จะนั่งได้แค่ 4 คนเท่านั้น โดยมีเก้าอี้ให้นั่งห่างๆ กันพอสบายๆ และมีเสื้อชูชีพเก่าๆ ให้ด้วย
จุดแรกที่เรือชะลอให้ถ่ายรูปเป็นชาวประมงที่จอดหาปลาอยู่ลำเดียวโดด บนเรือมีชายวัยกลางคนผิวคล้ำกับเด็กเล็กๆ หนึ่งคน พอเรือเข้าไปใกล้ๆ พวกเราก็ยกกล้องถ่าย ชาวประมงก็ตั้งท่าให้ถ่ายทันทีทันใด พวกเราถ่ายไปหลายภาพอยู่เหมือนกัน คนขับเรือก็ส่งภาษาทักทายให้เขาลองจับปลาให้ดูจริงๆ จากนั้นคนขับเรือก็ให้เงินกับเด็กที่อยู่บนเรือ ... เหมือนจะบอกว่าถ้าเราจะไปจากตรงนี้เราจะต้องให้เงินกับสองคนที่แสดงการจับปลาให้เราดูด้วย ... แต่ยังไม่ทันจะคิด พี่ชาวประมงแกก็ทวง "Money" จากพวกเราซะก่อนเลย ...เขินอะ 55+
จากนั้นเรือก็พาพวกเราไปดูร้านทำเครื่องเงิน ซึ่งจุดประสงค์ก็คงอยากให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นนั่นแหละ เราก็ทำหน้าที่นักท่องเที่ยวที่ดี ไม่หือไม่อือ เขาให้ไปไหนก็ไปหมด แต่ไม่ซื้อนะ :P
จากนั้นคนขับเรือก็พาเราไปตลาด ... แต่เป็นตลาดที่ต้องเดินจากจุดจอดเรือเข้าไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ตอนแรกคิดว่าถ้าบรรยากาศที่ตลาดไม่ดีจริง อาจจะมีบ่นกันบ้าง แต่ปรากฏว่าตลาดที่ไปคึกคักมาก คนมาจับจ่ายซื้อของสดกันแน่นขนัด ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจะต้องเดินเข้ามาซื้อขายกันไกลถึงขนาดนี้
จากนั้นไปกินมื้อกลางวันแล้วเดินข้ามสะพานไป ไหว้พระอุปคุตหรือพระบัวเข็มที่ Phaung Daw Oo Paya ตามด้วยการไปดูชุมชนทอผ้าใยบัวที่ In Phaw Khone ได้ดูวิธีการนำเอาใยบัวจากก้านบัวว่าต้องใช้ก้านบัวมากแค่ไหนถึงจะทอผ้าได้ 1 ผืน เห็นแล้วน่าชื่นชม แต่ก็สู้ราคาผ้าพันพอหรือผ้าคลุมไหล่ผืนหนึ่งไม่ไหว ก็มันตั้ง 110 USD เลยนะ ราคาเกินฐานะนักท่องเที่ยวอย่างเราพวกเราก็เลยต้องเดินออกมาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
ต่อไปพวกเราแวะที่ Nampan ซึ่งเป็นหมู่บ้านทำบุหรี่โบราณ บรรยากาศในร้านที่คนขับเรือพาไปมีสาวพม่านั่งมวนบุหรี่ขี้โยอยู่กลางบ้าน แล้วก็มีเก้าอี้ให้นักท่องเที่ยวนั่งชมแบบเผชิญหน้ากันเลยดีเดียว ด้านข้างอีกมุมหนึ่งของบ้านเป็นการแสดงการทำเครื่องเขิน กังบอกว่าบุหรี่ที่นี่น่าจะเป็นบุหรี่แบบโบราณและน่าจะมีราคาแพงกว่าบุหรี่ขี้โยที่ขายกันทั่วไปในตลาด เพราะว่าลองแล้วมีรสชาติดี หอมเครื่องเทศ สมุนไพร อะไรทำนองนั้น ... แต่ให้ตายเหอะ บุหรี่ขี้โยตามท้องตลาดนี่กลิ่นมันสุดจะทน ยิ่งถ้าไปอยู่กับคนที่สูบในที่ปิดด้วยแล้วแทบจะเป็นลมหายใจไม่ออก
ออกจาก Nampan คนขับเรือพาเราไปที่ In Dein ซึ่งจากข้อมูลใน Lonely Planet บอกว่าที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีเจดีย์ที่ชำรุดพัดกว่าองค์ แต่เราก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะมีสภาพแบบไหน แต่พอได้เห็นแล้วนึกขึ้นเสียดายขึ้นมาทันทีเลยว่าพวกเรามีเวลาที่ In Dein น้อยไปจริงๆ ถ้ารู้ว่าน่ามาขนาดนี้จะตัดพวกรายการร้านเครื่องเงิน ร้านบุหรี่ พวกนี้ออก แล้วใช้เวลาที่นี่ดีกว่า
ใน In Dein เท่าที่ดูด้วยสายตาและเวลาอันจำกัดจะมีกลุ่มโบราณสถานอยู่ 3 จุด คือ Shwe In Thein Paya, Nyaung Ohak และกลุ่มที่อยู่บนเนินเขาถัดจาก Nyaung Ohak ซึ่งจุดที่เราได้เดินไปดูก็มีแค่ Shwe In Thein Paya และ Nyaung Ohak เท่านั้น
ออกจาก In Dein พวกเราแวะไปที่ Nga Hpe Kyaung หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Jumping Cat Monastery แต่ตอนที่พวกเราแวะไปนั้นเป็นเวลาเย็น คงจะเป็นเวลาที่พระท่านให้อาหารฝูงแมวทั้งหลายในวัด พวกเราก็เลยได้ดู Eating Cats แทนที่จะได้เห็น Jumping Cat... แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดูแมวกระโดดลอดห่วง แต่พวกเราก็ได้ชมศิลปะไทยใหญ่ที่ปรากฏอยู่บนซุ้มพระหลายองค์ที่ตั้งเรียงรายกันอยู่กลางวัด แต่ละองค์ล้วนแล้วแต่งดงามด้วยศรัทธาและฝีมืออันปราณีต ทำให้เราไม่นึกเสียดายเลยที่ได้แวะมาชมที่วัดนี้
พวกเราสิ้นสุด Boat trip กลับขึ้นฝั่งที่ Nyaungshwe ตอน 18.30 น. นับว่าเป็น Boat trip ที่คุัมค่าเงินที่เสียไป
ค่าใช้จ่าย
ค่า Boat trip = 18000 Kyat + tip 5 USD (2 คน)
ค่าน้ำดื่ม = 600 Kyat
ค่าขนมที่ตลาด = 400 Kyat (2 คน)
มื้อเที่ยง = 5600 Kyat (2 คน)
ค่ากล้องที่วัดพระอุปคุต = 500 Kyat
ค่าทองติดพระอุปคุต = 1500 Kyat
ทำบุญวัดพระบัวเข็ม = 1500 Kyat
ทำบุญที่ In dein = 3000 Kyat
ค่ากล้องที่ Shwe In Thein Paya = 500 Kyat
มื้อเย็น = 1000 Kyat
โรตี = 1500 Kyat (2 คน)