I’m not perfect, you know.. I swear, I cuss, I drink… I’m not a perfect person. But I am good to my family, I’m good to my friends, I’m good to my fans. I try to keep good manners. And just stuff like that.
Jay Park (via itsgonnashine)

No title available

JVL

Discoholic 🪩

★
d e v o n

if i look back, i am lost
noise dept.
Game of Thrones Daily

Janaina Medeiros
tumblr dot com
Show & Tell

shark vs the universe

Andulka

⁂
taylor price
h

No title available

Kiana Khansmith
DEAR READER

pixel skylines

seen from Brazil

seen from Morocco
seen from United States

seen from India
seen from United States

seen from Kenya

seen from United States

seen from United States

seen from Singapore
seen from Russia

seen from Malaysia
seen from United States
seen from United States

seen from Australia
seen from United States
seen from Spain

seen from United States

seen from United States

seen from United States
seen from United States
@thjp
I’m not perfect, you know.. I swear, I cuss, I drink… I’m not a perfect person. But I am good to my family, I’m good to my friends, I’m good to my fans. I try to keep good manners. And just stuff like that.
Jay Park (via itsgonnashine)
INFO] 100 อันดับศิลปินที่มีผู้ติดตามมากที่สุดทาง Melon ปี 2017
[INFO] 100 อันดับศิลปินที่มีผู้ติดตามมากที่สุดทาง Melon ปี 2017
อันดับที่ 22. โลโค่ อันดับที่ 29. เจย์ปาร์ค อันดับที่ 38. เกรย์ อันดับที่ 63. ไซม่อนดี #AOMG
https://onehallyu.com/topic/534107-the-100-most-followed-people-on-melon/
cr: บ้านจวกไทย
Facebook, YouTube, Twitter, MySpace and the Story of Jay Park (AKA Jaebum Park)
cr: https://dmwmedia.com/blog/[user]/myspace-facebook-youtube-twitter-and-story-jay-park-aka-jaebeom-park / 2oneday / heisjaypark
เขียนโดย Tinzar Sherman 18 มีนาคม 2010 - 7:32am. หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจในข่าวบันเทิงเอเชีย คุณจะต้องไม่พลาดเรื่องราวเกี่ยวกับ ศิลปินชื่อดัง เจย์ ปาร์คหรือแจบอม ปาร์คอย่างแน่นอน เรื่องราวซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกหักของเค้า เริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนกันยายน 2009 เมื่อสื่อเกาหลีได้เผยแพร่ข้อความที่เค้าได้คอมเมนท์ไว้ใน MySpace เมื่อปี 2005 เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กฝึกหัดของค่ายเจวายพี ก่อนที่จะกลายเป็นศิลปินดัง ซึ่งเค้าได้แสดงถึงความคิดเห็นในเรื่องของความยากลำบากในการใช้ชีวิตที่ประเทศเกาหลี แต่ข้อความของเค้ากลับถูกตัดทอน จนถูกทำให้แปลความหมายผิดๆ โดยสื่อเกาหลี ภายในระยะเวลา 3 วัน เค้าถูกโจมตีอย่างรุนแรง จนทำให้ คุณปาร์ค ตัดสินใจถอนตัวออกจากวง 2pm และเดินทางกลับซีแอทเทิลบ้านของเค้า บรรยากาศในประเทศเกาหลีได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเค้าได้เดินทางจากไป สื่อมวลชนและมหาชน ก็ค้นพบว่าข้อความที่เค้าเคยโพสเมื่อ 5 ปีก่อนนั้นถูกแปลไปอย่างผิดๆ ความเกลียดชังถูกแทนที่ด้วยความเห็นอกเห็นใจ และได้รับการสนับสนุนในฐานะศิลปินอายุน้อย แรงขับด้านบวกได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในประเทศเกาหลีและนานาประเทศ จนส่งผลทำให้เกิดการประท้วงเงียบ และแฟรชม๊อบในหลายๆ ประเทศด้วยกัน อีกทั้งยังมีการทวิตข้อความเกี่ยวกับแจบอม ทำให้ขึ้นอันดับ 1 trending topic ของสื่อใหญ่อย่างทวิตเตอร์อีกด้วย แฟนๆ ชาวเอเชียจำนวนมาก ได้ให้การสนับสนุน 2pm ด้วยหวังว่าจะได้เห็นเจย์ ปาร์ค กลับมารวมกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง บริษัทเจวายพีดูเหมือนจะรู้ถึงพลังทางด้านการตลาดของเค้า เลยใช้ชื่อเค้าในการโปรโมทอัลบั้มใหม่ของ 2pm เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 บริษัทกลับได้ประกาศยกเลิกสัญญาของเค้าอย่างถาวร ทำให้แฟนๆ จำนวนมาก ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น ว่าอาจเป็นเพราะทางบริษัทเห็นว่า 2pm สามารถอยู่ได้ด้วยดีแม้จะไม่มีเจย์ปาร์ค เสียงร่ำไห้เพื่อให้เค้ากลับมาดังกึกก้องและชัดเจน แฟนๆ ชาวเกาหลีจำนวนหลายพันคนได้ถอนตัวออกจากการเป็นแฟนคลับ 2pm และยังช่วยกันทวิตข้อความถึงเจย์ ผ่านงานประกาศผลรางวัลออสการ์ จนทำให้กลายเป็น trending topic อันดับ 1 ในค่ำคืนนั้น หากอยู่ในฐานะผู้บริหาร digital entertainment ชั้นจะค่อนข้างแปลกใจกับเสียงเล่าลือที่อยู่รอบๆตัวเค้าบนสังคมสื่อ แต่หากอยู่ในฐานะนักเรียนทั้งนานาชาติและเอเชีย ชั้นจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดของเค้า เค้ายังเด็กเมื่อครั้งที่เค้าต้องจากครอบครัวมายังต่างบ้านต่างเมือง การปรับตัวกับอาหารใหม่ วัฒนธรรมใหม่ และต้องผ่านการฝึกหัดที่แสนยากลำบากเพื่อที่จะได้เป็นศิลปินแถวหน้าของเอเชีย และหากอยู่ในฐานะดังเช่นลูกสาวกับแม่ เค้าจะได้รับการสนับสนุนจากชั้น เค้าเองมักพูดอยู่เสมอในการให้สัมภาษณ์ ถึงความยากลำบากในการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบคนเกาหลี แต่เค้าก็ทำมันเพื่อครอบครัวของเค้าเอง เค้าอยู่ที่นี่ก็เพื่อต้องการให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น และต้องการจะซื้อสิ่งของดีๆ ให้แม่ของตัวเอง ใช่แล้วหล่ะ!! เรื่องราวของ เจย์ ปาร์ค เต็มเปี่ยมไปด้วยหัวใจ ผู้คนมากมายสนับสนุนเค้า เนื่องจากเค้าเป็นคนที่มีความรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง และดูจริงใจ ไม่เหมือนกับบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ JYP ฉันไม่คิดว่า เค้าจะเคยตระหนักถึงพลังทางการตลาดที่เค้ามี เพราะช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ทันทีที่เค้าได้เปิดเผยวีดิโอแรกของเค้าตั้งแต่จากเกาหลีไป ความหมายเพื่อแฟนๆ ของเค้า มันเป็นRAW (RAW เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่อยู่ในรูปแบบธรรมชาติ ไม่ได้ถูกปรับหรือปรุงแต่งใดๆ อะคะ จากคลิปที่เราเห็น แทนที่เจย์จะร้องเพลงในห้องอัด กลับมาร้องเพลงในห้องน้ำ) และถูกโพสต์ขึ้นบน face book ของ AOM ภายในระยะเวลา 2 วัน มียอดคนเข้าชมมากกว่า 2 ล้านวิวในยูทูป
เพลงที่เค้าร้อง cover คือเพลง "Nothin' on You" ซึ่งปัจจุบันได้ติดชาร์ตอันดับ 1 ของ Cyworld Music charts ประเทศเกาหลี และอยู่ในอันดับ 2 บนชาร์ตของการจำหน่ายเพลงประจำวันของ iTunes ฉันคิดว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเจย์ ปาร์คเท่านั้น ถ้าหากการข้ามผ่านระหว่างศิลปินเอเชียมาสู่วงการตลาดเพลงอเมริกาเป็นเรื่องยากแล้ว ฉันคิดว่าเค้าจะเป็นที่ 1 ได้ เค้ามีฐานแฟนคลับระดับนานาชาติที่ใหญ่โต และอยู่บนพื้นฐานของพลังทางสังคมสื่อ คลิกที่นี่สำหรับยูทูปของเจย์ปาร์ค. จุดเริ่มต้นของความมหัศจรรย์
To Luv... (feat. Jay / Jaebum) -V.O.S
คำแปลช่วงท่อนแรพของเจย์
(ช่วงที่ 1) Yeah. Haๆ. กำลังจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในตอนนี้ รอคอยกันมานานเลยนะ 2pm V.O.S auto track let'sgo!!! Oh, yeah พวกเรามีบางสิ่งที่มันฮอตๆ อยู่นะ Come on
(ช่วงที่ 2) Yeah come on let’s go นี่คือครั้งแรกของคุณกับผม เรามันช่างสมบูรณ์แบบ คุณกับผม ดูทางนี้สิ โอ้ พระเจ้าความรักของผมที่มีให้คุณมันช่างร้อนแรงอะไรอย่างนี้ สอนผมหน่อยนะ ว่าควรจะรักยังไงดี Yeah ทั้ง 2pmและผมเคยเจอกับความรักมาก่อน Yeah...I know, ผมหยุดจริงๆ แล้วนะ ยังไง..คุณให้โอกาสผมสักครั้งเถอะนะ OK
(ช่วงที่ 3) Get ready let’s go ฉันแค่อยากรู้ถึงตัวตนและจิตใจของเธอ ควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้เลย เหมือนมันจะระเบิด ชายหนุ่มที่เธอต้องการอยู่ใต้จมูกเธอนี่เอง (เป็นเพราะเตี้ยรึเปล่าถึงอยู่ใต้จมูก กร๊ากกก ไม่ใช่..ความหมายคือ อยู่ใกล้ๆ นี่เองค่ะ) ลองเปิดตาของเธอให้กว้าง แล้วหากล้องมาส่องดู สำหรับเธอ ฉันจะคอย ต่อให้มันยาว (นาน) กว่างวงช้างก็เถอะ(-_-') ฉันจะอยู่ในการติดต่อ เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือ ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว ฉันแค่อยากรู้จักเธอให้ดีที่สุด เพลงที่ร้อนแรง กับ Jbum และ VOS
นี่เป็นเพียงแค่เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างนูนากับเจย์ ยังไงวันหลังจะเปิดเผยให้ทราบมากกว่านี้นะคะ รอติดตามตอนต่อไปละกัน กร๊ากกกกกกกก เปรมฤทัยจริงๆ วันนี้
แปลเป็นไทยโดย heisjaypark
Yoon and Jay. The Relationship.
https://youmightcomeback.wordpress.com/2010/04/08/yoon-and-jay-the-relationship/This is what I found from an old entry. Yoon actually wrote this himself kekeke. They are really cute together. I’m glad Jay still has Yoon after all this.
They made a duo called Unusual Suspects back then. So here it goes…(Some of you might already know about it)
QUOTE
ydOubleOnie = yoon hoon moon
j bum = jay bum park
2 dedicated koreanz in love with the art of music, especially with hiphop… they’re goal is not to become famous, but to add what they can to the music industry… they want people to love music and hiphop as much as they do… they hope to accomplish that, by making their own songs. Why this name? “ydOubleOnie” speaking: we don’t really have a band name… i guess we’re like smiles and southstar… itz jus like yoon and jay… we dont have a band name, but we’re a package… i guess, any band name, it jus sounds corny? we’re jus trying to keep it… on a level.. where… i don’t know… okay the truth is, we’re not clever enough to come up with a bandname… jay once said we should be “jayoon” i didnt’ like it… not only the fact that it sounds dumb and gay, but my name comes after his… itz NO GOOD.
Do you play live?
“ydOubleOnie” speaking: wow… me and jay have not have any live performances… YET… we’re still working on our skillz or abilites as it is… we hope to one day to be good enough to go to underground rap session, and battle people to get street credit… but we dont know when that’ll be… hahaha, we’re jus afraid of getting beat or losing to someone…
How, do you think, does the internet (or mp3) change the music industry? “ydOubleOnie” speaking… bobba… itz crazy, you can sit on your ass at home and jus download music and listen… i mean to fully experience music or hiphop, you gotta go to a hiphop event… like breaking or to a emcee battle or wut not… but damn, you can really jus sit at home and jus listen to music, and it doesn’t even cost you a cent! you can jus get a taste of music without havin to go out to a record store or a cd shop and buy a CD. it’s convinient and very efficient… Would you sign a record contract with a major label? ydOubleOnie speaking: of course… but not to any label… we’re not good enough to get signed anywayz… but if we are signed… well if I’m signed, i dont ever wanna be in a label were i’ll not be liked by eminem… I’d love to sign with Shady Records, Ruff Ryders… but no where like Murder INC. or Def Jam… I mean i’m not the best, but i only want and expect the best from myself… Eminem is my friggin Idol, and i ain’t about to sign to a label that’ll put me in a position that’ll start beef… hahaha…
Band History: ydOubleOnie = yoon hoon moon was rapping since 6th grade… so hez been rappin for 5 years… he seriously took rapping 3 years ago… always loved hiphop music, but his ambition to actually make songs and rap was inspired by a old friend as known as Josh Decastro & a artist named Taylor Brown, both were good and close friends of his at the time… much influenced by eminem, canibus, atmosphere, and other artists… yoon has changed his rhyme scheme many times over the months and years of his rapping… now focusing on his delivery process and his ability to freestyle and battle people… yoon is also in the works of making unique beats and trying to concoct music that people will enjoy and listen to… yoon considerz himself a producer and also a musican artist, but doesn’t think he’z good enough to be applauded… YET. yoonz rhymes are usually MULTIz with some witty METAPHORz, that usually focus topics about: “life, his daily struggles, girls, love for hiphop, and his unique life”. Yoon does not claim to be a thug, a gangster, or a person who thinks he is tough… “i’m jus in love with music, and i just want people to love it as much as i do… i also want to teach them (listenerz) a few things as they listen to my music… like lessons in life of not givin up… and etc.”
j bum = jay bum park was rapping since about middle school. went to the same middle school as yoon hoon moon, but they did not ever really became good friends during middle school. jay park was also inspired by hiphop. rapping at first was jus a hobbie that he would play around doing, but it then became serious to him after Josh Decastro recruited him into a group called, “SICKSENSE”. After the group was dispersed in 2001, jay started to talk to yoon again and they became closer friends. yoon pushed jay to start writing lyrics and pushed him to start rapping seriously. jay has been always intrigued with hiphop, even in dancing.. at the moment jay uses his time in practicing break dancing and popping. over the years with yoon, according to yoon, jay’s ability to write and spit lyrics have increased and grew to great heights… jay and yoon have been working, rapping, dancing, and chilling since 2002… they’ve grown close and consider eachother as brother and family. Jay’s rhymes are multis with Metaphors also, ever since he was rapping with yoon, their rhymin scheme has grown some what alike. but even so, jay’s rhymes and yoon’s differ in many ways, and so does their delivery… jay claims he can write about anything, “just give me a topic, dawg… and i’ll write some DOPE lines” Jay always tries to ‘kick off’ free styles, in order to get better. Jay and Yoon believe they still got a long way to go… until they’ll be as good as they want to… “together we’re unstopable, but divided… we fall” – seth from the O.C. Your influences?
wow, so many but a few are: (in no particular order) eminem, canibus, tupac shakur, biggie smalls, atmosphere, jin tha mc, redman, method man, wutang clan, dmx, ruff ryders, jadakiss, ghost face, rakim, nas, Binary Star, Big Pun, Styles of Beyond, Dre, Xzibit… and alot more…
Favorite spot?
“ydOubleOnie” speaking: Washington STATE… i’m gonna rep this state so HARD! hahahaha
Equipment used: my computer. ATHLON 2000 XP, itz kinda outdated now… but i still like it. my piano, i need a new mic… what i want…. a new comp dedicated to music, a mixer, a loop kit, a sample kit, a sound moniter, new soundcard, a nice recording microphone, musical keyboard, 2 moniterz, some instruments like guitars a bass, programs like Fruity loopz, cool edit pro, sony acid pro… oh wow, i want so much stuff!!! Anything else…?
ydOubleOnie speaking: world here we come… we aint’ down about getting money or nun, jus wanna give you music… the best we got… and make you all fall in love with music. affect and change the music society/industry as much as tupac, biggie, bob marley, jimmy hendrix, kurt cobain, and johnny cash.
_______________________________________________
QUOTE
I can never get sick of the homo love brotherly lovebrbrThis post is not to stir up Jays myspace controversy but rather about Yoons love for Jay This is real friendship.
QUOTE
Dear Jay,
who would’ve thought the korean guy in my honors period back in 7th grade, the one who dissed me cuz i wore abercrombie, the one i didn’t bother to talk to until freshman year, would mean so much to me.
who would’ve thought the kid that slacks all the time, gettin shitty ass grades would be where hez gonna be in a couple years? the kid that used to always IM me to battle him… now we’re brothers.
who would’ve thought we would’ve rapped together, danced together, and jus chill together and be like this.
who would’ve thought you would’ve got chosen for the audition? and leave me… and go to land we always made fun about, to become a star…
people say we’re alot a like, but you and i both know we’re hella different… if anything you’re the better version of me. based on wut girls say, i dont even think this, but you’re better looking, better at rapping, and better at dancing…
you never read that naruto comics, but i feel like naruto, and you’re sasuke… basically, i felt like i was in your shadow. i was always more of the leader type between us, pushing you to your limits, especially in rapping… and making a group and recording, and gettin at you to chill… but as far as skillz and stuff… i felt like i was in your shadow…
and now you’re going to korea? to be come a friggin pop singer. how am i ever gonna compete with that? i know, i shouldn’t compare us,but i seriously always felt in your shadow. jay, i always told myself that i’d get and be better, do better.
well jay, at the same time in pushing myself to be better… i’ve grown alot. as a rapper and a person… but we’ve grown too. grown to be good friends. much as my rival, you’re my brother, and i think of you as family.
itz like… me saying “where have you been all my life?” i know thatz meant for the opposite sex, but seriously. i felt like we clicked. you and me, man…. like we were meant to be best friends, we were meant to be brothers. you and i know it’ll be meant to be for us to meet again one day down the road.
the funny thing is… you dont ever compare me with you… you dont care if girls say i’m better looking than you, if people think i rap better than you, if people think i’m a better person than you…. but everytime someone tells me you’re better than me, it makes me jealous, and makes me wanna try harder to be better.
mother fucker. my point is. as much as you were a friend and bobba.. you were my motivation… the reason i am the man i am today… well a big part. the reason i’ve grown this much as a person and rapper is cuz of you… since i always compared myeslf to you, i’ve always pushed myself to my limits… you were my inspiration. mother fucker.
and you better ******* live your heart out… without me bitchin at you, since you’rein korea, you better ******* live it out man. dont settle for bullshit, always get the best bobba you can get, cuz you deserve it man. and i’m gonna continue to work to be better than you… way better than you.
go to korea! get girl groupies! become famous! but dont ******* forget me man, cuz i wont be able to forget you… and i wont be able to handle you forgeting me…
itz bullshit to say that we’re gonna stay close… you’re gonna visit? you and i know itz NOT gonna be the same… but man.. one thing that will be the same is my love for you man. forealz. you’re my friend. my brother. my rival. my duo. my sick kick. my teacher. my personal trainer. my enemy. my best friend. my motivation. my inspiration. and one of the best things that ever happened to me.
man, i wish the best luck for you. i only got back love for you and hope you’ll do great. i know you’ll do great. jus dont be mad when i get signed to shady aftermath man… hahaha, i know this bobba is so long… but no girl will ever get the same effect on me… ya feel me…
i guess this long ass entry can be summed up with 3 words…
i love you, jay.
actually 4. so ******* get out of here, and make us all proud. all eyez on you. and if something happens, i got your back. no matter what, i got you
cr: https://youmightcomeback.wordpress.com/2010/04/08/yoon-and-jay-the-relationship/
รัก
ผมอิจฉาเจย์ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของเขา แต่เพราะเขาได้รับโอกาสที่จะฝึกให้กลายเป็นตัวเขาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้... - ยูนมูน
ยูนคนแรกที่เขียนเกี่ยวกับเจย์ !! เมื่อแจบอมกลับถึงอเมริกาจากเหตุการ์ณนั้น
ยุน, เพื่อนของเเจบอม , ได้เขียนข้อความไว้ว่า... ถึงทุกคน, เจย์กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย เขางีบหลับอยู่ข้างหลังผม ผมได้รับอีเมลล์มากมายนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว, แม้ว่าพวกคุณทุกคนจะให้การสนับสนุนและรักเขา แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่อำนวย ดังนั้นกรุณาเคารพ การตัดสินใจของทั้งเขาและ jyp ปล่อยให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในระหว่างที่เขาอยู่ที่อเมริกา และถ้าสถานการณ์อำนวยให้ เขากลับไปได้ ตอนนั้นจึงให้การสนับสนุนเขาอีกครั้ง ขอบคุณสำหรับอีเมลล์ทั้งหลายแต่เขากำลังต้องการเวลา และคนอื่นๆก็ (ต้องการเวลา) เหมือนกัน ขอบคุณทุกคน! p.s. ผมไม่คิดว่าคุณแปลกหรือคุกคามความเป็นส่วนตัวสำหรับการส่งอีเมล์เหล่านี้ มันทำให้อบอุ่นใจและสัมผัสได้ว่ามีคนมากมายที่รักเจย์ ขอบคุณ ยุนเป็นเหมือนตัวกลางทุกอย่างเลยคะ พยายามเอาเรื่องของเจย์มาบอกแก่แฟนๆ ทุกคนว่าเจย์เป็นยังไงสบายดีไหม ? จดหมายกี่ฉบับ คลิปอันไหนเจย์ได้ดูมั้ง ยูนคือเพื่อนแท้ที่โคตรจะแท้ ยูนไม่ใช่แค่เพื่อน แต่ยูนคือครอบครัว - นี้คือคำพูดเจย์ปาร์คและยูนที่เคยพูดไว้ คำพูดเหมือนกันแต่แค่ต่างเวลาและสถานที่กัน :D
ผู้ชายแบบเจย์ พาร์ค
มีหลายคนที่รู้อยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้ : เจย์เคยช่วยชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้
ในแอคเค้าท์ ของแฟนคลับดงบังชินกิ คนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น : นี่เป็นเรื่องที่เก่าแล้ว แต่เธอบอกฉันเพราะต้องการเป็นกำลังใจให้เหล่าฮอสเทส เธอพูดว่า เธอเห็นผู้ชายที่มีทรงผมแปลกประหลาด ช่วยเด้กผู้หญิงที่กำลังจะถูกรถชน แม่ของเด็กผู้หญิงคนนั้นขอบคุณเขาเป็นการใหญ่ เขาตอบเพียงว่าไม่เป็นไร แล้วเดินจากไป ณ.ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะเขาออกมาเพียงลำพัง เขาก็แค่มาเดินเล่น….
.– วันของหนุ่ม2PM ––
เจย์มักจะช่วยทำให้อารมณ์ของสมาชิกดีเมื่อพวกเขารู้สึกแย่ หรือเมื่อ ตอนที่สมาชิกรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะพูดคุย(เล่น)กันหลังจากทำงาน ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆรู้สึกเหนื่อยล้า แม้เจย์เองจะเหนื่อย แต่เขาก็ยังคงทำทุกอย่าง เพื่อให้ทุกคนรู้สึกดี แน่นอน!! นี่คือสิ่งที่เขาถูกคาดหวังเพราะเขาเป็นหัวหน้าวง ฉันก็แค่รู้สึกดีที่จะได้พูดว่าเขามีความรับผิดชอบต่อสมาชิกทุกคน – เขาเล่นกับชานซอง เมื่อตอนที่ไม่มีใครอยากเล่นกับการเล่นที่รุนแรงของชานซอง เพราะมันเป็นการเล่นที่รุนแรง – เขาสอนจุนซูเต้น และ อยู่ซ้อมจนถึงดึกด้วยกัน เพราะเขาเองรู้ดีว่าจุนซูมีช่วงที่ยากลำบากในชีวิต – เขาสอนภาษาอังกฤษให้จุนซูในขณะที่ เขาเองก็ต้องเรีนภาษาเกาหลีด้วยตัวเขาเอง เขาทำเช่นนี้เพราะเขารู้ว่าจุนซูอยากที่จะเรียนมันจริงๆ – ตอนที่จุนโฮรู้สึกเครียดกับการซ้อมเพราะว่ามันค่อนข้างจะดึกแล้ว จุนโฮโกรธทั้งตัวเอง และคนที่ทำให้การซ้อมต้องหยุดชะงัก และกลับไปเริ่มใหม่ เจย์ก็จะคอยช่วยให้จุนโฮคววบคุมตัวเอง และ คิดถึงด้านดีๆ – เจย์เป็นอีกคนหนึ่งที่สอนให้แทคยอนรู้จักจัก การเป็น “ไอดอลที่ดี” และคอยเตือนแล้วเตือนเล่าให้แทคยอนปฏิบัติตนให้ดีต่อแฟนคลับ และรู้จักอดทน ไม่โกรธแฟนๆ – เจย์ช่วยแทคยอนเรื่องการใส่เสื้อผ้า เพื่อไม่ให้เขาเป็น “ผู้ก่อการร้ายทางแฟชั่น” – บนเวทีเมื่อสมาชิกมีปัญหาเกี่ยวเรื่องไมโครโฟน เจย์จะยื่นมือเขามาช่วยโดยไม่ลังเล เมื่อไมโครโฟนของแทคยอนไม่ทำงาน เจย์จะช่วยเเรพในส่วนของแทคยอน ดังนั้นแทคยอนจึงดูไม่เหมือนว่าขยับปากเพื่อลิปซิง เมื่อไมโครโฟนของนิชคุณมีปัญหา เจย์ก็จะยื่นไมโครโฟนชองเขาเพื่อให้นิชคุณได้ร้องเพลง [ดูได้จากคลิปนี้(http://www.youtube.com/watch?v=FWo41n6W3uE)%5D – เจย์ใช้เสื้อผ้าและหมวกร่วมกับอูยอง ซื้อของกินให้อูยองเพราะอูยองมักจะ กินแต่อกไก่ และบอกก็อูยองว่า เขาจะช่วยทำงานที่ยากๆแทนอูยองเอง เขาห่วงใย และใส่ใจอูยองเสมอ ตอนที่เขาจะออกจากประเทศเกาหลีเขาฝากให้นิชคุณดูแลอูยอง ด้วย (เจน::เพราะพี่คอยห่วงใยพี่อูยองแบบนี้ใช่มั้ย?! ตอนที่พี่ออกจากเกาหลีไป อูยองถึงเป็นคนที่มีปฏิกริยามากที่สุดในวง ทั้งโกรธ เศร้า และซึม) – เชื่อมั้ยว่า เจย์เป็นคนคอยเตือน น้องๆในวงว่าอย่าไปเล่นกับพวกสาวๆในผับมากเกินไป เขาต้องการป้องกัน ปัญหาที่อาจจะตามมาภายหลัง และยังตระหนักถึงเรื่องภาพพจน์เป็นอย่างมาก – ที่ตึก JYP เขาพบผู้หญิงคนหนึ่งที่เจ็บขา เขาหยุดและถามเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาถามที่อยู่ของเธอ หากมันไม่ไกลมากนักเขาเองจะเป็นคนไปส่งเธอ คนที่เล่าบอกว่าเธอไม่รู้ว่าเธอ คนนั้นตอบอะไรกับเขา แต่สุดท้ายแล้วเธอก็เห็น เขาก็แบกผู้หญิงคนนั้นขึ้นหลังไปส่งยังฝั่งตรงข้ามของตึก JYP พวกเราค่อนข้างลังเลใจที่จะเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ เพราะการไม่พูดถึงความหลังจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ในเมื่อเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ร้ายใคร พวกเราก็พร้อมที่จะเผยแพร่มัน ข้อมูลทั้งหมดที่พวกเราจะบอกนี้ ไม่ใช่การเข้าข้างแต่อย่างใด เพียงแต่ข้อมูลที่ได้มานั้นเป็น ข้อมูลจริงที่ได้จากแหล่งข่าวที่เป็นกลางและโปรดเข้าใจด้วยว่าพวกเราไม่ได้ ต้องการทำให้เขา ดูเป็นพ่อพระ จุดประสงค์ของบทความนี้ คือ การบอกเล่าเรื่องราวดีๆของเขาไม่ใช่เรื่องราวแย่ๆ เพราะฉะนั้น การที่พวกเราไม่ได้พูดถึงเรื่องแย่ๆ นั้นไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่มีข้อบกพร่องเลย เขาเองก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง โปรดรู้ไว้ว่าเนื้อหาในบทความนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกัน หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้คุณมีกำลังใจ และตระหนักไว้ว่าเราสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆได้ โดยการช่วยให้เขาเชื่อมั่นเหมือนที่เราเชื่อมั่น!!
-เรื่องทั่วๆไป-–
ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่า เจย์ดูเหมือนจะเขินอายทุก ครั้งที่มองผู้หญิง แต่ความเป็นจริงแล้ว เขากลัวการอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงมากกว่า – เขาเคยทำงาน4งานพร้อมกัน สอนเต้นที่โบสถ์และไม่ยอมไปโรงเรียนเพื่อช่วยหา เงินให้ครอบครัว คุณเองคงทราบถึงเหตุผล ที่ว่าทำไมเขาจึงไปทำงานที่เกาหลี สี่ปีที่ยากเย็นในการเป็นเด็กฝึก สิ่ง ที่คอยผลักดันให้เขาก้าวพ้น มาได้ก็คือ ความตั้งใจที่จะหาเงินให้ครอบครัว นั้นเพราะสถานะการเงินของเขา!! …”ผมอยากซื้อของดีๆให้แม่….” – เจย์อยากจะให้อภัยแก่น้องๆในวงของเขา และเขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ เขาคงจะอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่เจย์ก็ไม่ได้ถือโทษโกรธ ตั้งแต่วันแรกที่รู้เรื่องการถอนตัว เจย์บอกว่าเขาเจ็บ แต่ก็ไม่ได้โกรธ เขาเข้าใจ – ในตอนแรกเขาได้ยินข่าวลือว่า น้องๆในวงไม่อยากให้เขากลับไป (ก่อนการประชุม) เขาพูดว่าไม่เป็นไร และอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จ – เจย์เป็นคนที่คุณไม่สามารถดูออกได้เรยว่าเขากำลัง ผิดหวังหรือกังลอยู่ นั้นเพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วงเขา และทำเป็นตลกเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย มันผิดหวัง เพราะมีแค่ น้อยคน น้อยคนจริงๆที่เจย์จะบอกกเล่าเรื่องราวของเขาให้ฟัง – มีใครคนหนึ่งต้องรีบมาประชุมกับเขา เธอหรือเขาคนนั้นรีบมาเข้าประชุมทั้งๆทีเหงื่อเต็มตัว สิ่งแรกที่เจย์ทำคือ ซื้อน้ำส้มให้เธอหรือเขาคนนั้น – เมื่อเจย์รู้ว่า พวกเรากำลังตืดโพสอิทให้เขาที่ตึก JYP ในฤดูหนาว เขาบอกกับนักข่าวว่าไม่อยากให้เราทำเช่นนั้น เพราะนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เขาต้องขอโทษจริงๆ เขาอยากจะให้แฟนๆมีปีที่ดี ทำสิ่งดีๆให้ตัวเอง และตั้งใจเรียนหนังสือ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกดีกับสิ่งที่แฟนๆทำ แต่เขาก็ไม่สนับสนุนให้แฟนๆมาเสียเวลา ติดโพสอิท เขายังบอกอีกว่า”ข้างนอกอากาศ อย่าอยู่กันนานเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เขาบอกพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ต้องติดโพสอิสเพื่อเขาหรอก – เหตุผลที่เขาปฏิเสธการเล่นหนังเรื่อง Hype Nationนั่นเพราะเขาอยากก้าวไปพร้อมๆกับ AOM ถ้าAOM ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง หรือมีส่วนร่วม เขาจะรีบปฏิเสธข้อเสนออย่างรวดเร็ว และ ในตอนนี้เขากำลังทำให้ทุกคนปวดใจเพราะเขาปฏิเสธทุกอย่างที่ไม่มีAOM – เจย์เป็นคน ซื่อๆ ไร้เดียงสา บางครั้งคุณแค่อยากแกล้งให้เขารู้สึกแย่ แต่เขากลับไม่คิดว่าคุณจงใจทำมัน – เจย์มักจะพูดว่า ..”ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง หากไม่มีแฟนๆของผม” ฉันเองรู้ดีว่าพวกเราคงรู้สึกว่าเจย์ชื่นชมแฟนๆของเขา และเขาก็พยายามทำงานให้หนักเพื่อเเฟนๆ ฉันอยากจะยืนยันอีกครั้งว่าทั้งหมด นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น!! เจย์ตระหนักดีว่าที่เขาจะไม่สามารถมายืนถึง จุด จุดนี้ได้หากปราศจากแฟนๆของเขา และเขาก็รอคอยวันที่จะได้กลับไปยืนบนเวทีอีกครั้ง เพื่อขอบคุณแฟนๆ สำหรับพวกเราทุกคนแล้ว “เรา”คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเจย์
“I’m willing to sacrifice a few years for a lifetime of happiness.” (“ผมยินดีที่จะเสียสละเวลาเพียงไม่กี่ปีเพื่อ ชีวิตที่ดี”)
Jay Parkนี่คือผู้ชายในแบบที่ Jay Park เป็น มนุษย์ แต่จริง เหล่าผู้เกลียดชัง “คุณรู้ไหมว่า คุณกำลังเกลียดใคร?!
”—————————————————–
ถ้าจะนำออกไป กรุณาให้เครดิทเวปไซต์ด้วยนะคะ และลิงค์กลับมาหน้านี้ด้วยน่ะค่ะ WWW.WHATSUBB.COM Report :: เจน (Leesonin) Source :: insider2pm
credit : 令����Ҩҡ http://tieba.baidu.com ���
Jay Park Donates $21,000 to 2012 London Paralympic Athletes
In 2012, London will be holding the Paralympics and the president of the Korea Sports Association for the Disabled (KOSAD,) Seok Yong Yoon, put on a special event to celebrate and promote next year’s competition. The event was held on August 29th, marking the 365 countdown till the London event, and there was a friendly face who wanted to show his support.
The important event was watched by many but there was one person who has a strong, more personal connection to the event. Having been appointed honorary ambassador for the organization in 2010, Jay Park, has always been willing to lend his support. He has not just shown his face at events, but has gone a step further and reportedly donated approximately $21,000 USD in supplies for the athletes to use next year. He also sent a video of support at the event.
Jay Park is an example of going the extra mile to help people and do something good. He didn’t need to make such a generous donation but it just goes to show how seriously he takes his honorary ambassador position. What a generous guy!
cr:soompi
E NEWS SPECIAL cr: JwalkerzThailand
ใครอยากรู้จักเจย์ปาร์คตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันเริ่มต้นจากคลิปนี้ได้เลยค่ะ
PART 1
PART 2
แฟนคลับ 2PM ปกป้อง แจบอม-นิชคุณ เผยชื่อใหม่ '5PM ไอดอลทรยศ' ล่าสุด 'บทละครพัคแจบอม' ว่อนทั่วเน็ต จับตารายละเอียดความผิดแจบอม เมษายนนี้ ?
สถานการณ์ พัคแจบอม (Park Jae Bum) เข้าขั้นวิกฤติอย่างต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 ต้นสังกัด 2PM อย่าง JYP Entertainment ได้ออกมาเปิดเผยว่า พัคแจบอม ได้ลาออกจากวงอย่างถาวร โดยอ้างถึงสาเหตุจากปัญหาส่วนตัวอันร้ายแรงที่มีผลกระทบต่อสังคมซึ่งไม่อาจเปิดเผยได้
โดยในเอกสารที่ต้นสังกัดเปิดเผยนั้นยังได้กล่าวถึงการไม่เห็นด้วยจากสมาชิกวง 2PM ทั้ง 6 คนต่อการกลับมาทำกิจกรรมอีกครั้งของแจบอม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แฟนคลับมีความมึนงงและสับสนเป็นอย่างมาก
ถัดมาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 ตัวแทนจากต้นสังกัด, สมาชิก 2PM ทั้ง 6 คนและตัวแทนแฟนคลับจำนวนหนึ่งได้เปิดโต๊ะพูดคุยตอบคำถามในประเด็นต่างๆที่แฟนๆสงสัย อย่างไรก็ตามจากการที่พวกเขาไม่ตอบคำถามในประเด็นปัญหาร้ายแรงของแจบอมจนต้องทำให้เขาลาออกจากวงถาวรนั้น ส่งผลให้หลังงานประชุมเสร็จสิ้นลง แฟนคลับจำนวนมากได้มีอาการโกรธแค้นสมาชิกทั้ง 6 คน เนื่องจากแฟนคลับเคยเชื่อมั่นในมิตรภาพของสมาชิก 2PM มาก่อน แต่เมื่ออยู่ในงานประชุม คำตอบที่สมาชิกทั้ง 6 คนโทษแจบอม ทำให้แฟนคลับสัมผัสได้ถึงการพยายามทรยศต่ออดีตหัวหน้าวงอย่างพัคแจบอมนั่นเอง
หลังจากเหตุการลุกลามจนไม่อาจควบคุมชาวเน็ตบางคนก็ได้นำเรื่องราวของสมาชิกที่เหลือในวงมาแฉในโลกอินเตอร์เน็ต พร้อมกล่าว "แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรในการนำเรื่องส่วนตัวของแจบอมออกมาพูด?" ( เข้าดูในนี้รูปที่ปล่อยรอบนั้น http://www.siamzone.com/board/view.php?sid=1432238 ) เป็นคำถามที่ถามกลับไปยังต้นสังกัด ในขณะที่อีกด้านหนึ่งแฟนคลับบางคนก็ได้นำวีดีโอหลักฐานที่สมาชิกคนอื่นๆกีดกันพัคแจบอมซึ่งเป็นหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน
ท่ามกลางเรื่องราวที่ถูกขุดคุ้ยอย่างต่อเนื่องจากอดีตแฟนคลับ ก็มีเรื่องราวข่าวลือของ นิชคุณ (Nickhun) ว่าถูกกีดกันจากสมาชิกในวงเช่นกัน เป็นที่ทราบกันดีว่านิชคุณได้เคยแสดงออกถึงความรักใคร่ที่มีต่อแจบอม ไปจนถึงวินาทีสุดท้ายที่มีการถามความเห็นจากสมาชิกในวง เกี่ยวกับการให้แจบอมลาออกจากวงอย่างถาวร ซึ่งทางด้าน นิชคุณ ก็เป็นเพียงสมาชิกคนเดียวในวงที่ไม่เห็นด้วยต่อการให้แจบอมลาออกอย่างถาวรนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ทำให้ชาวเน็ตได้เปิดประเด็นตามเว็บบอร์ดชั้นนำของเกาหลี โดยไม่นับรวมแจบอม และนิชคุณ ว่าเป็น '5PM ไอดอลจอมทรยศ' เรียกได้ว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงและดุเดือดเป็นอย่างมากในเวลานี้
นับตั้งแต่เสร็จสิ้นงานประชุมระหว่างสมาชิกวงและแฟนคลับ แฟนคาเฟ่จำนวนมากของ 2PM ก็ได้ทะยอยปิดตัวลงอย่างถ้วนหน้า ในขณะเดียวกันก็มีผู้ต่อต้านการทำกิจกรรมของ 2PM อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
ในขณะเดียวกันสิ่งที่กลายเป็นประเด็นพูดคุยกันอย่างหนาหูจากชาวเน็ตในเวลานี้คือ 'บทละครพัคแจบอม' ซึ่งเป็นบทความการวิเคราะห์ของแฟนคลับรายหนึ่งที่เปิดเผยว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ถูกวางแผนเอาไว้จากต้นสังกัดทั้งหมด
โดยในบทละครพัคแจบอมนั้นได้แจกแจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งยังมีการเปิดเผยด้วยว่า ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการลาออกของแจบอมจะได้รับการเปิดเผยในเดือนเมษายนนี้ และแฟนคลับก็จะหันมาเห็นอกเห็นใจสมาชิกวง 2PM ทั้ง 6 คนอีกครั้ง และจะยังเป็นการเปิดทางให้ทุกคนลืมแจบอมได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วยเช่นกัน
ที่มา :
PINGBOOK ENTERTAINMENT
แจบอม ทวิต ให้กำลังใจ คุณ
เรื่องของเจย์ (หาชื่อบทความนี้ไม่เจอแล้วค่ะ)
ผมทำธุรกิจร่วมกับพ่อของแจบอมที่ซีแอตเทิล และเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่มา 30 ปี ผมรู้จักแจบอมมาตั้งแต่เขายังเล็กๆจนกระทั่งเขาเติบโต ลูกของผมเองก็ไปโรงเรียนพร้อมกับแจบอมตั้งแต่สมัยอนุบาล พวกเขาสนิทกันมากๆครับ ดังนั้นผมคิดว่าตัวเองค่อนข้างรู้จักครอบครัวของแจบอมดีพอสมควร บ้านของแจบอมในซีแอตเทิลนั้นอยู่ใกล้ชายหาดที่ชื่อว่า Edmonds ซึ่งเป็นชุมชนของคนชั้นกลาง บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ 40 ปีที่แล้วแต่แจบอมอยู่ที่นีมาประมาณ 20 กว่าปีนับตั้งแต่เขาเกิดครับ ที่โรงจอดรถของบ้านแจบอมนั้นไม่ใช่รถยี่ห้อ BMW หรือ Lexus ที่จอดอยู่แต่เป็นรถที่มีอายุ 5-10 ปีมาแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ครอบครัวของเขาเพิ่งจะไปเช่าซื้อรถยี่ห้อ Hyundai รุ่น Elantra มา แต่เนื่องจากสถานการณ์ของแจบอมตอนนี้ พวกเขาจึงต้องเอาไปคืน ที่บ้านของเขามีทีวีขนาด 32 นิ้วของ Sony แต่ทีวีเครื่องนั้นก็ใช้มาแล้ว 10 ปี คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่มีในบ้านของเขาเก่ามากและเกือบจะพังอยู่แล้ว คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดในบ้านก็คือโน๊ตบุ๊คที่แฟนๆซื้อให้แจบอมเป็นของขวัญ เหตุผลที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟังก็เพราะผมอยากจะแสดงให้เห็นว่าการใช้ชีวิตของครอบครัวแจบอมนั้นไม่ใช่การเสแสร้งหรือไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างโอ้อวดอะไรเลย แต่กลับเรียบง่ายและแสนธรรมดาเหมือนครอบครัวทั่วไป หลังจากที่แจบอมกลับมาจากเกาหลีได้ประมาณสองวัน พ่อของเขาก็บอกว่า เขาควรจะไปเรียนดนตรีและจากนั้นพ่อของแจบอมก็ออกไปข้างนอก และก็กลับมาด้วยเหงื่อที่เปียกชุ่มเพราะความหนักของเปียโนไฟฟ้ายี่ห้อ Yamaha ที่มีอายุถึง 15 ปี ซึ่งซื้อมาในราคาเพียง 300 เหรียญ พ่อของแจบอมไปซื้อเปียโนตัวนั้นและนำกลับมาบ้านเพื่อมอบให้แจบอมแจบอมไม่ได้ติเตียนเปียโนตัวนั้นแต่อย่างใด เขากลับนั่งลงและฝึกเล่นเปียโนตัวนั้นไป มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าผมซื้อเปียโนยี่ห้อ Roland ราคา 5,000 เหรียญให้ลูกชายได้อย่างไร นั่นทำให้ผมรู้สึกแย่และละอายมาก คืนวันศุกร์ผมกับพ่อของแจบอมออกมานั่งดื่มเบียร์และคุยกันจนถึงตีสาม และจู่ๆน้ำตาของคุณพ่อแจบอมก็ไหลออกมา จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าให้ฟังว่ารู้สึกสงสารแจบอมลูกชายของเขามากแค่ไหน 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้ว่าแจบอมต้องทรมานกับความท้อแท้และการฝึกฝนอย่างหนักมากแค่ไหน หลายต่อหลายครั้งที่เขาอยากจะกลับบ้านที่ซีแอทเทิลใจจะขาด แต่เขาก็ต้องข่มใจเอาไว้และฝึกฝนต่อไป พอมาถึงจุดที่เขาโด่งดังมากๆ เขากลับต้องหนีกลับมาซีแอทเทิลในเวลาแค่ 4 วัน เรื่องนี้ทำให้ผมปวดใจมากหลายชั่วโมงที่เขานั่งเครื่องจากเกาหลีมาบ้านเกิดนั้น เขาจะทรมาน แค่ไหนและในหัวนั้นมีเรื่องอะไรอยู่บ้างกันนะ? เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมจำตอนที่เขากลับมาซีแอตเทิลอย่างกระทันหันได้ดี เพราะน้องชายที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ของแจบอมไม่เชื่อฟังเขาเลย ผมจำได้ดีว่าแจบอมพูดอะไรกับน้องชายบ้าง' ฉันก็อยากออกไปข้างนอก ไปเจอเพื่อน หรือไปทำอะไรสนุกๆเหมือนกับนาย แต่นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงอดทนผ่านสิ่งต่างๆมาได้ขนาดนี้? ก็เพื่อนายและพ่อแม่ของเราไง แต่ทำไมนายถึงทำอะไรไม่คิดเลย!' ตอนผมขับรถ ผมเคยถามลูกสาวที่อายุเท่ากับแจบอมว่า 'ยูริ Korea is gay หมายความว่าอย่างไร ลูกสาวผมตอบว่า ก็หมายถึงเกาหลีนี่ดูงี่เง่าและก็น่ารำคาญ เราจะพูดตอนที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายหรือตอนที่หงุดหงิดค่ะ'ตอนที่ลูกสาวผมอยู่ในช่วงอายุเพียงสิบกว่าๆและทะเลาะกับเธอนั้น เธอจะพูดคำว่า 'เกลียด' บ่อยมากเช่นว่า'หนูเกลียดพ่อ!' แต่เพราะลูกพูดแบบนี้ผมถึงกับต้องไล่เธอออกจากบ้านเลยหรือไม่? ช่วงเวลานั้นผมเชื่อว่าแจบอมไม่รู้จักวัฒนธรรมเกาหลีเลยแม้แต่น้อย และอีกทั้งตอนนั้นเขากำลังอยู่ในช่วงที่ต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก แต่การแปลความหมายสิ่งที่แจบอมพูดใน Myspace นั้นใช้คำที่ผิดมากๆ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเด็กวัยรุ่นในอเมริกาพูดกันแบบนั้น และผมก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาเขียนในวัยรุ่นตอนต้นๆนั้นมันเป็นการทรยศประเทศเกาหลีตรงไหนเลย คนที่เกลียดประเทศเกาหลีขนาดนั้นจะทำงานอย่างหนักเพื่อให้ครอบครัวของเขามีชีวิตที่ดีขึ้นไปด้วยกันได้อย่างไร? อเมริกันเชื้อชาติเกาหลีอย่างพวกเราไม่ได้มองว่าอเมริกาเป็นแหล่งทำเงินเพียงอย่างเดียว แต่เราคิดว่าอเมริกาคือจุดเริ่มต้นของโอกาสที่มากกว่า ขณะเดียวกันหัวใจของเราก็ยังอยู่ที่เกาหลีและเราก็อยากให้ประเทศเกาหลีประสบสำเร็จตอนช่วงฟุตบอลโลกปี 2002 นั้น แทนที่ผมจะดูบอลอยู่ที่บ้านกับเพื่อนแต่ผมเลือกที่จะไปดูที่บาร์เพื่อจะให้คนอื่นๆสนใจประเทศเกาหลี พอทีมชาติเกาหลียิงลูกเข้าโกลด์ได้เราก็จะร้องตะโกนอย่างสนุกสนานจนทำให้คนอเมริกันบางคนหันมาสนใจบ้างแม้แต่ตอนการแข่งขันของ WBC ซึ่งเป็น Major League เราก็กระตุ้นให้ชาวอเมริกันมาดูเกมส์ของประเทศเกาหลี ใครที่ใช้มือถือยี่ห้อ Nokia เราก็จะลองชวนเขามาใช้ LG หรือSamsung แทน สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ไม่ได้แสดงออกถึงความภูมิใจในประเทศเกาหลีของพวกเราหรอกหรือ? เรารู้สึกภูมิใจต่อประเทศของเรามาก เพียงแค่ข้อความที่เด็กวัยรุ่นเขียนเอาไว้เมื่อ 4 ปีก่อนผมไม่คิดว่ามันไม่ถูกต้องที่จะกล่าวหาและชี้นิ้วไปที่แจบอม เพราะว่าเขาไม่ได้หมายความแบบนั้นเลย และมันไม่ถูกต้องที่ไล่เขาออกจากประเทศ นี่ไม่ได้เรียกว่าการภูมิใจในประเทศของเราทุกท่านครับ ผมขอทำให้ทุกคนลองถอยหลังอีกสักก้าวและคิดทบทวนเรื่องราวเมื่ออาทิตย์ก่อนๆ ผมขอกระตุ้นให้ทุกท่านเปิดใจให้กว้างและโอบกอดเด็กเกาหลี-อเมริกันของเราคนนี้เอาไว้ด้วย เขาคือเด็กคนที่ใช้ความอดทนอย่างหนักเพื่อจะมีชีวิตอยู่และโปรดให้โอกาสเขาอีกครั้ง ผมไม่ได้ขอให้ทุกท่านปูพรมแดงไว้รอรับเขา แต่ขอให้ทุกท่านช่วยให้แจบอมไม่ต้องรู้สึกละอายและรู้สึกผิดอีกต่อไป และช่วยเขาให้คิดอย่างผ่อนคลายขึ้น นอกจากนี้ก็ขอให้มีหัวใจที่อบอุ่นให้เขาด้วยครับ ในระหว่างหลายวันที่ชาวเน็ตทั้งหลายต่างพากันพูดถึงเรื่องของเขา ผมอยากจะขอบคุณ Boom ที่คอยยืนเคียงข้างเขาอย่างกล้าหาญมาตลอด Boom ยังคงโทรมาหาแจบอมทุกวันเพื่อเช็คว่าแจบอมสบายดีหรือไม่ ตอนนี้พ่อแม่ของแจบอมกำลังอยู่ในช่วงวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และพวกเขาจะไม่รับโทรศัพท์ซึ่งเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จักเลย เมื่อแจบอมไปที่สตูดิโอที่เขาเคยเต้นเบรคแดนซ์ แต่พอมีเด็กที่นั่นจำเขาได้และพยายามจะถ่ายรูป แจบอมก็รีบออกจากที่นั่นและกลับบ้านทันที แจบอมไม่สามารถไปโบสถ์ที่เขาเคยไปมาตลอดได้เพราะเขายังรู้สึกละอายและรู้สึกผิดหวังกับตัวเอง สรุปแล้วคือเขาไปไหนไม่ได้นอกจากอยู่แต่กับบ้าน เห็นเขาเป็นแบบนี้แลบ้วผมรู้สึกสงสารเขามากและรู้สึกเหมือนหัวใจจะสลาย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครอบครัวของผมกับแจบอมไปกินข้าวที่ร้านอาหารจีนของเพื่อนคนหนึ่งเพื่อจะให้ทุกคนอารมณ์ดีขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้กระโดดโลดเต้นด้วยความสนุกสนาน แต่การได้ออกมาทานข้าวข้างนอกบ้านเป็นครั้งแรกหลังจากกลับมา ก็ทำให้เขาดีขึ้นเล็กน้อยและรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง ผมถามเขาว่า 'แจบอม อยากกลับเกาหลีไหม?' เขาตอบว่า 'อยากครับ...แต่ผมก็ไม่แน่ใจ' ที่มา 2pm-online
Letter from Jay on page IHQ (year 2010).
Hello I’m Jaebeom
There are many stories going on. But I feel happy to see you again. Thanks for the love and support you. I can not describe the feeling into words. I can not come this far. If not for you. T_T I really love you. Thank you very much.
For the future, whether I play or musical performances, I will be with me. And I will show you the good, but I will make you proud 쓔! Ask everyone is healthy. I tried my best and move forward with it! He’s Fighting!!
-Park Jaebum.
================ Tran Thai =====================
จดหมายจากเจย์ที่อยู่บนหน้าเว็บ IHQ (ปี2010)
สวัสดีผม แจบอม
มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น แต่ผมก็รู้สึกมีความสุขที่ได้พบพวกคุณอีกครั้ง ขอบคุณสำหรับความรักและการสนับสนุนของพวกคุณ ผมไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ ผมไม่สามารถมาได้ไกลขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพื่อพวกคุณ T_Tผมรักพวกคุณมากจริงๆ ขอบคุณมากครับ
สำหรับอนาคต ไม่ว่าดนตรีที่ผมทำ ละคร หรือการแสดงต่าง ๆ ผมจะทำให้สุดความสามารถของผม และผมจะแสดงให้พวกคุณเห็นแต่ด้านดีๆ ของผม 쓔 ผมจะทำให้พวกคุณภูมิใจ!!! ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง แล้วมาพยายามทำให้ดีที่สุดและเดินไปข้างหน้าด้วยกันนะครับ!!! คิๆ Fighting!!
-Park Jaebum
Tranthai : โบว์@pantip
Sorry, this content has been translated from Google. Because I’m not good at English ^ ^.
พ่อของไอดอลเขียนบทความเห็นใจ "โต้แย้งเพื่อนายเจบอม"
Credit: Kor-Eng : [email protected] | Eng-Thai by [email protected] |Coordinator : [email protected]
heraldbiz ศาสตราจารย์ซน อิลรักซึ่งเป็นคุณพ่อของซนดงอุนหนึ่งในสมาชิกวงบีสต์ได้มาเขียนบทความและได้รับเสียงตอบรับเห็นพ้องจากบรรดาชาวเนตจากประเด็นที่เขาเขียน ซน อิลรักเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยด้านเศรษฐศาสตร์และการบริหาร ท่านได้เขียนคอลัมน์ในนิตยสาร "Happy House (ฉบับประจำเดือนมกราคม ปีพศ. 2553)" ชื่อเรื่องของบทความชิ้นนี้มีฃื่อว่า "ความอดกลั้นต่อเรื่องของเจย์จาก 2PM" ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่เขียนออกมาในเชิงชี้แนะและให้กำลังใจลูกชายของเขาซึ่งอยู่ในวงการในฐานะนักร้องไอดอลด้วยเช่นกัน ศาสตราจารย์ซนกล่าวว่า "ผมไม่ได้พบหน้าลูกชายผมมาสองเดือนแล้ว" นั่นเพราะว่าลูกชายของท่าน ดงอุนนั้นต้องอาศัยอยู่กับสมาชิกในวงคนอื่นๆที่ที่พักของทางบริษัทจัดให้ ซนดงอุนนั้นยังเคยเป็นศิลปินฝึกหัดภายใต้สังกัด JYPE ก่อนที่จะลาออกมาและเข้าไปร่วมฝึกกับสังกัดอื่น เขาได้เปิดตัวสู่วงการกับวงกลุ่มไอดอลบีสต์เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ซนซึ่งเป็นพ่อของไอดอลน้องใหม่ในวงการนี้ก็ได้รับแรงผลักดันและมีอารมณ์ร่วมไปกับปัญหาถกเถียงกรณีมายสเปซของเจบอม ท่านได้กล่าวในคอลัมน์ไว้ว่า "ผมรู้สึกสงสัยในระดับความอดทนและการเปิดใจของสังคมคนเกาหลีเมื่อได้ยินเรื่องราวพิพาทเรื่องมายสเปซของเจบอม จะเป็นไปได้หรือที่เราจะหวังให้เด็กผู้ชายวัยรุ่นคนนึงมีคุณธรรมจรรยาหรือไร้ซึ่งรอยด่างพร้อยดั่งนักบุญ" ท่านยังเสริมอีกว่า "จะให้มองประเทศเกาหลีอย่างไร ถ้าเราไม่เปิดใจยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากเด็กผู้ชายที่ยังไม่รู้ประสาแถมยังไสไล่ส่งเค้าออกไปจากกลุ่มที่เขาอยู่อีก ผมเดาว่าคนที่พร้อมใจกันขว้างก้อนหินมาที่เด็กคนนึงที่เดินโซซัดโซเซนี้คงเป็นพวกนักบุญที่ไม่เคยกระทำความผิดใดๆมาก่อน หรือถ้าพวกเขาก็เคยทำผิดพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนร้ายกันทั้งหมด" ท่านศาสตราจารย์ซนกล่าวต่ออีกว่า "การอดกลั้นคือกุญแจสำคัญในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกทุกวันนี้ การผ่อนปรนอดกลั้นคือการเคารพและยอมรับผู้อื่นที่แม้เขาจะคิดต่างจากเรา ผมหวังที่จะเห็นชาวเนตเกาหลีมีความผ่อนปรนอดกลั้นและครองสติของตัวกันได้" ในช่วงท้ายของคอลัมน์ท่านได้กล่าวเพื่อบอกลูกชายว่า "ศิลปินที่ให้ความบันเทิงก็เปรียบเหมือนปลาในอ่างแก้ว มันอาจดูน่าเวทนากับการต้องถูกเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดโดยคนมากมาย แต่นี่คือสิ่งที่ลูกต้องการทำ ดังนั้นอย่าลืมเคารพผู้อื่นและระมัดระวังในการใช้คำพูดให้มาก อย่าขว้างก้อนหินไปที่คนที่ทำผิดพลาดแม้ไม่ได้ตั้งใจ ผมยังหวังว่าเจย์จะกลับมาและจะไม่เกิดเรื่องราวซ้ำๆอย่างนี้ขึ้นอีก และสุดท้ายก็หวังว่าคนเกาหลีจะมีระดับความอดกลั้นต่อความต่างและตระหนักถึงผู้อื่นด้วยวุฒิภาวะที่ดีพอมากยิ่งขึ้น" ชาวเนตที่ได้อ่านคอลัมน์นี้ต่างพากันเห็นด้วยและกล่าวว่า "เราเห็นด้วยกับเขา" "เจย์ โปรดกลับมาเถอะ"