I miss you so bad

oozey mess

Product Placement
sheepfilms
dirt enthusiast

❣ Chile in a Photography ❣
YOU ARE THE REASON
d e v o n

Andulka
Sade Olutola
Misplaced Lens Cap
Not today Justin

blake kathryn
Show & Tell

izzy's playlists!
Lint Roller? I Barely Know Her
Three Goblin Art
Claire Keane

if i look back, i am lost

@theartofmadeline
hello vonnie

seen from South Africa
seen from Sweden

seen from United States
seen from Türkiye

seen from Türkiye

seen from Romania

seen from Germany

seen from Malaysia

seen from Yemen

seen from United States

seen from Argentina

seen from United States
seen from United States

seen from United States

seen from United States
seen from Germany
seen from United Kingdom

seen from Israel

seen from Germany
seen from Romania
@ddochijs
I miss you so bad
[แปล/สัมภาษณ์] อีจงซอก | ELLE KOREA, MARCH 2021
Eng Trans by; jongkkot
Thai Trans by; โดชิ
Q: ไม่ได้เจอกันนานเลย รู้สึกยังไงบ้างที่ได้เป็นอิสระหลังจากปลดประจำการ
จงซอก: มันก็ทั้งดีแล้วก็น่าเบื่อนะ สองปีที่ผ่านมา ก็แค่ต้องประคองตัวให้อยู่รอดไปได้ แต่ตอนนี้ต้องหาและต้องทำงานด้วยตัวเองแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบที่เหมาะมั้ย แต่ผมรู้สึกเหมือนว่า มันก็เป็นเรื่องดีที่จากเคยมีงานประจำ ก็กลายมาเป็นฟรีแลนซ์ * ผมอยากโชว์การแสดงดีๆ เพื่อให้สมกับที่แฟนๆ ที่รอผมอยู่ได้คาดหวังไว้ วันนี้ก็เหมือนกัน ผมรู้สึกประหม่านิดหน่อยที่ต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
*(ตอนแรกทำงานในกรมฯ ก็เป็นงานประจำ แต่พอออกมาแล้ว กลับมาเป็นนักแสดง ก็เหมือนเป็นฟรีแลนซ์)
Q: แต่มีความรู้สึกว่าคุณก็ดูมีความมั่นใจมากกว่าที่พูด(ว่าประหม่า)นะ
จงซอก: โอ้ ก็ถ้ามันประสบความสำเร็จน่ะนะ มันยากที่จะเชื่อนะ แต่ว่า ปกติแล้วผมจะค่อนข้างเครียดเวลาอยู่ในกองถ่าย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องถ่ายทำในที่แคบๆ ก็จะรู้สึกกดดัน ตอนที่ต้องถ่ายคลิปวีดีโอสัมภาษณ์ แล้วสายตาของทุกคนมองมาที่ผม ปากผมจะเริ่มแห้ง แต่ถึงแบบนั้น ผมก็มีความสุขที่ได้กลับมาที่กองถ่ายนะ มันทำให้รู้สึกว่าผมยังมีชีวิตอยู่ เพราะมันเป็นความกดดันที่ผมไม่ได้รู้สึกมาสองปีแล้ว ทำยังไงถึงจะทำงานได้อย่างสนุก? อยู่ๆ ผมก็เพิ่งนึกได้ว่ามันเป็นอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกว่ามีพลังแหละ
Q: ยินดีต้อนรับกลับสู่งานหลัก ในสองปีที่ผ่านมา คุณได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่ๆ บ้างไหม?
จงซอก: อย่างแรก ผมว่าวิธีการมองโลกของผมมันกว้างขึ้นเยอะเลย ผมเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับระบบสวัสดิการสังคมเยอะมาก ในระหว่างที่ทำงานบริการสังคม ผมรู้สึกเหมือนได้รับรางวัลตอบแทนนะ ผมคิดว่าผมได้รับประสบการณ์ที่มีค่า ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ผมจำเป็นต้องได้รับก่อนที่จะเข้าอายุ 30 ด้วยใจจริงเลย ต่อจากนี้ ผมคิดว่าผมจะต้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่านี้อีกนิดนึง
Q: จริงๆ ก็รู้สึกได้ถึงออร่าความเป็นผู้ใหญ่อยู่นะ
จงซอก: ในช่วงเวลาพักระหว่างถ่าย ผมดูมอนิเตอร์แล้วก็รู้สึกว่าดูแก่ขึ้นจริงๆ อืม ผมยอมรับนะ
Q: คุณดูเด็กกว่าฉันอีก คิดว่าร่างกายของคุณก็มีความเปลี่ยนแปลงเหมือนกันใช่ไหม?
จงซอก: ผมกำลังลดน้ำหนัก เพราะว่าช่วงนี้จะต้องถ่ายทำภาพยนตร์ ผมลดการทำ weight training แล้วปกติก็จะเล่นกีฬา พวกพีลาทิส กอล์ฟ หรือฟันดาบมากกว่า ผมเรียนฟันดาบมาประมาณปีนึงแล้ว เป็นการออกกำลังกายที่ได้ทั้งตัวเลย ได้ขยับตัวเยอะมาก แล้วก็สนุกด้วยเพราะได้แข่งกับคนอื่น
Q: สิ่งดีๆ มักจะเริ่มที่จุดเริ่มต้นที่ดี ใบไม้ผลิกำลังจะมาแล้ว มีอะไรที่คุณอยากจะทำเป็นอย่างแรกในฤดูใบไม้ผลินี้ไหม?
จงซอก: อย่างแรกเลย ผมอยากจะให้การถ่ายทำภาพยนตร์ The Witch 2 จบไปได้ด้วยดี ผมอยากจะตัดสินใจเรื่องงานต่อไปที่มันเหมาะสมกับผมให้เร็วที่สุด อันไหนดีที่ผมควรจะเลือกทำ? ผมกังวลมากเลยว่าจะสามารถแสดงด้านที่ดีๆ กว่านี้ให้ทุกคนเห็นได้ไหม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องรีบเลือกทันทีเลย ผมก็ทำการบ้าน(ตัดสินใจเลือกงาน)ไปในทุกๆ วันนั่นแหละ
Q: ก่อนจะเริ่มต้นใหม่ มีคำสัญญาอะไรที่ให้ไว้กับตัวเองไหม?
จงซอก: ความเด็ดเดี่ยวที่จะหาอะไรที่ "อีจงซอกชอบ" ก่อนเลย เพื่อจะได้ทำอะไรที่ผมสามารถทำได้ดี ความมุ่งมั่นที่จะทำให้ดี ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เพื่อไม่ให้ตัวเองละอายใจ (ที่ทำได้ไม่ดี)
Q: ทำไมคุณถึงเลือกจะปรากฏตัวในภาพยนตร์ The Witch 2?
จงซอก: เป็นคำขอจาก ผู้กำกับ พัคจองฮุน ที่เคยทำงานด้วยกันตอนภาพยนตร์ V.I.P ครับ ในเรื่องนี้ คาแรคเตอร์ที่ผมเล่นเป็นตัวละครที่ค่อนข้างมีความสามมิติ อธิบายเป็นคำพูดยากอยู่ ผมอยากจะแสดงให้ทุกคนเห็นถึงด้านที่แตกต่าง ผมก็เลยไว้ผมยาวด้วย พูดเยอะไม่ได้ครับ เดี๋ยวจะสปอย แต่คิดว่าคนอื่นก็น่าจะสามารถคาดหวังกับมันได้ เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ผมปรากฏตัวในลุคนี้
Q: คุณมีความกังวลมากมายเลยเกี่ยวกับงานต่อไปที่จะทำ อะไรเป็นจุดโฟกัสสำหรับการเลือกงาน?
จงซอก: ไม่ได้มีกำหนดตายตัวนะว่าต้องเป็นประเภทไหนหรือบทแบบไหนถึงจะอยากเล่น นักแสดงไม่ใช่ผู้สร้างสรรค์ แต่คือศิลปินตัวจริง ผมดูบท แล้วก็คิดถึงการทำอะไรที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์หรือได้ทำมาก่อน และอะไรที่แฟนๆ ชอบหรืออยากจะเห็นผมทำ ไม่เหมือนเมื่อก่อน ผมคิดว่าผมน่าจะเล่นละครย้อนยุคได้นะ มันมีความหมายมากเลยที่โอกาสมันกลับมาอีกครั้งในตอนนี้ที่ผมอายุ 33
Q: พอลองมาคิดดูแล้ว คุณก็ไม่ได้เล่นละครย้อนยุคเลย นับตั้งแต่เรื่อง The Face Reader
จงซอก: ผมถ่ายทำเรื่อง The Face Reader ตอนอายุ 24 ปี ตอนนั้นผมใช้ชีวิตอยู่บนความรู้สึกผิด แน่นอนว่ามันเป็นบทเล็กๆ แต่ผมคิดว่าผมสร้างความลำบากให้กับนักแสดงรุ่นพี่ที่ผมได้ร่วมงานด้วย ผมไม่พอใจกับผลงานของตัวเองเลย ก็เลยถอยห่างออกมาจากละครย้อนยุคไปสักพัก แต่ตอนนี้รู้สึกว่าอยากจะลองมันอีกครั้ง
Q: คุณไม่คิดว่าแฟนๆ จะรอคุณในละครแนว Melodrama บ้างเหรอ?
จงซอก: ก็เหมือนเรื่อง Romantic Is a Bonus Book ที่ผมถ่ายทำก่อนเข้ากรมฯ ผมก็ชอบนะ แต่ก็อยากเปิดรับโอกาสสำหรับหนังรักในประเภทที่หลากหลาย (ไม่ใช่แค่ melodrama อย่างเดียว) เหมือนช่วงนี้ ผมชอบดูหนังใน Netflix แล้วก็เพิ่งได้ดู Sweet Home ประทับใจมากๆ ผมคิดตลอดเลยว่าการเตรียมงานหรือเตรียมตัวเพื่อทำอะไรสักอย่างโดยเฉพาะมันไม่ค่อยเวิร์ค ถ้าผมรอในระหว่างที่กำลังเตรียมตัวทำอะไรสักอย่าง(แบบไม่เฉพาะเจาะจง) ก็จะรู้สึกว่างานมันเข้ามาหาผมเหมือนเป็นโชคชะตา
Q: นี่ก็ 11 ปีแล้วตั้งแต่ที่คุณเดบิวต์ ในฐานะนักแสดง คุณมีความกังวลหรือมีทิศทางไหนที่จะทำต่อไปในอนาคตไหม?
จงซอก: ชื่อเล่นของผมคือ "อีจงโซ*" เพราะผมทำงานเหมือนวัว ผมไม่สามารถหยุดพักได้ ผมคิดว่าผมจะต้องทำงานให้ได้เยอะที่สุดตอนที่ยังเด็กอยู่ เพื่อที่จะได้เป็นนักแสดงให้ได้นานที่สุด เพื่อที่จะได้ดึงเอาสิ่งที่แฝงอยู่ในตัวออกมา มันรบกวนผมมากเหมือนกันนะ ก็ไม่ใช่ว่าหนัง Superhuman มีขึ้นมาเพราะว่าความสามารถของตัวละครในเรื่องมีลิมิตเหรอ? ตอนนี้พอมองย้อนกลับไปถึงความเครียดที่มีในตอนนั้น ผมก็คิดนนะว่าผมจะต้องไปไกลขนาดไหน แต่ก็ไม่ได้เสียใจนะ พอมาคิดๆ ดู ผมว่าตอนนี้ก็ยังพอมีเวลา (ก็คือตอนนั้นไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เพราะพอผ่านมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังมีเวลาอีกเยอะเลย)
*โซ (소) ภาษาเกาหลี แปลว่าวัวฮะ เปรียบเทียบคนทำงานหนักเหมือนวัว
Q: ใจดีกับตัวเอง
จงซอก: พอมองย้อนกลับไป ผมคิดว่าผมใช้ชีวิตในวัย 20 ด้วยความกังวลที่มากเกินไป ตอนนั้นผมเชื่อว่าผมจะเป็นผู้ใหญ่เมื่ออายุเลย 30 ไป ยังไงก็ตาม เปรียบเทียบกันแล้ว มันแต่กต่างกันนิดหน่อยระหว่าง นักเรียนม.ปลาย อีจงซอกที่อายุ 17 กับตัวผมในตอนนี้ ผมก็ยังเล่นไร้สาระกับเพื่อน แล้วก็คิดว่า "อ่า ผมทำแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว" ผมคิดว่า ปีเตอร์แพนถูกฝังอยู่ในตัวผม อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ผมชอบถามแม่หรือคุณตาว่า "การมีชีวิตคืออะไร?" แทบจะทุกครั้งที่ผมเจอพวกเขา
Q: แล้วคำตอบที่ได้รับคืออะไร?
จงซอก: แม่ผมรำคานอะ เพราะว่าผมถามตลอดเลย ปกติก็จะตอบว่า "อืม ฉันก็แค่มีชีวิต(ไปแบบนั้น)เหมือนกัน"
Q: ก็เป็นคำตอบที่ถูกนะ
จงซอก: เพราะแบบนั้น ผมก็เลยพยายามใช้ชีวิตไปตามธรรมชาติเหมือนสายน้ำ ผมพยายามขยายมุมมองในแนวกว่างของผม มากกว่าที่จะเพ่งมองในแนวตั้ง เวลาที่ผมพูดหรือทำอะไรสักอย่าง ผมทำมันอีกครั้งในหัว ผมระวังตัวมากขึ้น คุณจะรู้สึกกลัวเมื่ออายุมากขึ้น ก็เลย...
Q: ตอนที่ตอบคำถามในยูทูปของ ELLE เรื่องการปรึกษาปัญหาหัวใจ ฉันประทับใจมากเลยที่เห็นคุณตอบคำถามที่ผู้ชมส่งเข้ามาอย่างกระตือรือล้นและระมัดระวัง
จงซอก: ผมทำงานมามากกว่า 10 ปี แต่คิดว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้มาปรึกษาปัญหาหัวใจ ว่ากันตามตรง มันยากนิดหน่อย ผมคิดเยอะมากเลยว่าจะตอบยังไง แต่ผมให้คำตอบที่จริงใจกับคนที่ส่งคำถามเข้ามา หวังว่าคำตอบจะสามารถช่วยได้จริงๆ
Q: ถ้าคำพูดมีความรู้สึก อีจงซอกเหมือนจะเป็นคนที่มีมุมจริงจังแล้วก็ไม่ค่อยเล่นตลกนะ
จงซอก: แต่ผมก็รู้สึกว่าผมสามารถเป็นคนที่ตลกมากๆ ได้นะ เหมือน hot keyword หรือ trending search อะไรแบบนั้น
Q: ทิศทางไหนที่คุณอยากจะไปต่อจากนี้?
จงซอก: ไม่นานมานี้ ผมได้ของขวัญเป็นหนังสือชื่อ 마음챙김의 시 (บทกลอนจากหัวใจที่ห่วงใย) เขียนโดย รยูจีฮวา (류시화) หลายประโยคในนั้นดีมากจนผมเขียนบางอันลงในโทรศัพท์ ในบรรดาประโยคพวกนั้น มีอันนึงที่ผมชอบ "I choose to inhabit my days, to allow my living to open me, to make me less afraid, more accessible" เป็นประโยคจาก Dawna Markova ซึ่งเป็นอะไรที่ผมอยากจะบอกตัวเอง อีจงซอกที่เป็นนักแสดงก็สำคัญเหมือนกัน แต่สำหรับอีจงซอกที่เป็นคนๆ หนึ่ง ผมก็หวังว่าเขาจะได้ใช้ชีวิตแบบสบายๆ แล้วก็มีความสุข ทั้งหมดทั้งมวล ผมก็อยากจะโฟกัสกับปัจจุบัน ถ้าได้ใช้ชีวิตแบบนั้น ผมก็จะเป็นผมที่ดีกว่าเมื่อวาน
Lee Jong Suk | ELLE Taiwan
[210115 LeeJongSuk’s IG] #prada #esquire
귀여워 🥺
“Thank you”
While You Were Sleeping ( 당신이 잠든 사이에 ) A woman (Suzy) can see accidents that take place in the future through her dreams. A prosecutor (Jongsuk) struggles to stop those dreams from becoming real.
난 너무 보고싶어 종성아 ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
[แปล/สัมภาษณ์] อีจงซอก | InStyle Korea, February 2018
Eng Trans by: jenny723614 & ceeceeceece Proofread by: @joanna140989 Thai Trans by; โดชิ
เวลาของอีจงซอกที่ผ่านไปอย่างช้าๆ และไม่รีบร้อน
The Cover
เดินเข้ามาในกองถ่ายด้วยความอ่อนล้า อีจงซอกเข้าไปในห้องแต่งตัวหลังจากทักทายทีมงานที่กอง ในการสัมภาษณ์ที่ผ่านมา เขาบอกว่าเขาค่อนข้างขี้อายกับคนแปลกหน้า ในระหว่างถ่ายภาพหรือเช็คภาพ เขาไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ
ถึงไดเรคเตอร์ของเราจะกังวลว่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แต่เราก็เขาใจได้ว่านี่เป็นคาแรคเตอร์ของเขา ที่ทำให้เขาไม่ได้เปิดให้ใครง่ายๆ ตัวอีจงซอกเองก็ถาม editor โดยล้อเลียนเสียงอย่างขำๆ ว่า “วันนี้ถ่ายภาพเป็นยังไงบ้าง พอใจกับมันไหม?” และอีกมากมาย
มันไม่ง่ายเลยที่จะทำลายความเงียบในตอนแรกๆ ที่บรรยากาศค่อนข้างกระอัพกระอ่วน จากมุมมองที่ต่างการ นั่นแปลว่า อีจงซอกค่อนข้างคิดเยอะเกี่ยวกับการถ่ายทำในวันนั้น โดยอีจงซอกได้เสนอความคิดร่วมกับทีมงาน ตอนที่จัดท่าทางในการถ่ายทำ และใส่ใจในทีมงานรอบข้าง
ในความเป็นจริง มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างท้าทาย กับการนำคอนเซปใหม่ๆ มาใช้กับนักแสดงที่ค่อนข้างมีประสบการณ์กับการถ่ายนิตยสารแบบนี้ หลังจากที่ระดมความคิดกันไปมากมาย editor เสนอให้เปิดเผยภาพที่เป็นตัวตนโดยไม่ต้องแต่งเติมเยอะ ภาพที่ออกมาจึงเป็นอีจงซอกที่ทำตัวสบายๆ แสดงออกด้วยสีหน้าที่สงบ ระหว่างที่พยายามจะเผชิญหน้ากับพวกเรา เขายังไม่รู้(ตัว)เลยว่าเขาได้แสดงสีหน้าใหม่ๆ ออกมา
Stay True
“มันโอเค ถึงมันจะไม่ยั่งยืน” ในด้านหนึงที่อีจงซอกได้พบเจอกับความสุขในชีวิตประจำวัน
บทกลอนก่อนหน้านี้ บอกความเป็นตัวของเขาว่า “จริงใจ สุขุม แต่ก็สดใสอยู่ข้างใน เขาไม่ใช่คนพูดจาประจบเอาใจ เขาจริงใจและซื่อตรงต่อความเป็นจริง”
ในช่วงปลายปี หนังสือรบรวมบทกลอน “모두가 내 탓” ที่ อีจงซอก ได้ร่วมโปรเจคกับนักเขียนกลอน นาแทจู ได้ตีพิมพ์ออกมา เปิดเรื่องราวมาด้วย นักแสดงอีจงซอก ที่รู้ถึงความจริงของชีวิตและบทกลอน แต่เขากลับเขียนว่า “ผมไม่ค่อยเข้าใจในบทกลอนเท่าไหร่” ทั้งหมดเป็นเพราะบทกลอน “ดอกไม้” ในละคร “School 2013″ ที่เขาเหมือนจะเข้าใจได้ดีที่สุด ถึงการแสดงออกของบทกลอนบทนั้น บทกลอนแต่ละบท ขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่จะเข้าใจมัน ในขณะที่อีจงซอกเล่นละครมาหลายบทบาท ได้รับรู้หลายๆ ความรู้สึก ทั้งรัก เศร้า และความสบายใจ
ใช้บทสนทนาวันนี้เป็นตัวแทน สรุปออกมาเป็นประโยคเดียวจากการสัมภาษณ์อีจงซอก นักแสดงที่ถ่อมตัวคนนี้เหมือนจะไม่เคยรู้เลยถึงความสามารถพิเศษที่ตัวเองมี เอาแต่ถูกรบกวนความคิดด้วยข้อด้อยเล็กๆ น้อยๆ เขาได้รับประสบการณ์การทำงานมานับไม่ถ้วนจากการฝึกฝน แต่อย่างเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนไปคือความตรงไปตรงมา เพราะงั้น มันเหมือนเป็นกฏของการใช้ชีวิต การที่ตรงไปตรงมา ทำให้เกิดการถูกมองในแง่ลบได้บ้างเป็นบางครั้ง ปัญหาของเขาในตอนนี้คือ เขาจะสามารถพูดตรงไปตรงมาแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน
เขาหวังที่จะเป็นคนดีกว่านี้ ไม่ว่าจะเมื่อคืน คืนนี้ หรือคืนพรุ่งนี้ จนถึงเช้า นาแทจูเห็นว่าจงซอกเป็นคนที่มีความสามารถ “จริงใจ สุขุม แต่ก็สดใสอยู่ข้างใน เขาไม่ใช่คนพูดจาประจบเอาใจ เขาจริงใจและซื่อตรงต่อความเป็นจริง” ในตอนที่อายุยังน้อยขนาดนี้ ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่มากกว่าสิบปีที่เขาใช้ชีวิตแบบนี้ ตามคำพูดของชายชรา “มันจะดีแค่ไหน ถ้าเขารู้ว่าเรารักเขามากขนาดนี้”
Q: จากบทกลอน ทั้งอายุของนาแทจู พื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ และความชำนาญมันแตกต่างจากคุณอย่างสิ้นเชิงเลย มันน่าจะต้องเป็นประสบการณที่น่าสนใจมากแน่ๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับเขา
จงซอก: การแสดงออกถึงความรักและการจากลาในบทกลอนของอาจารย์มันเป็นความรู้สึกทั่วไปที่มนุษย์ทุกคนสามารถประสบได้ ผมรู้สึกเศร้าและอินมากเป็นพิเศษหลังจากอ่านกลอนเกี่ยวกับการจากลา ผมเคยสงสัยนะว่าเขาอยู่ในช่วงที่กำลังเศร้า/เป็นด้านมืด ตอนก่อนที่เราจะเจอกันหรือเปล่า แต่พอเจอกันจริงๆ ผมพบว่าเขาเป็นคนที่อบอุ่นและเป็นสุภาพบุรุษ เขาพูดคุย/แนะนำกับผมเยอะมากในฐานะรุ่นพี่ และผมรู้สึกยินดีมากๆ ตอนที่ผมเด็กๆ ผมคิดว่า คำว่า เป็นผู้ใหญ่ มันดูเป็นคำถากถาง แต่ตอนนี้รู้สึกว่า คำนี้มันควรจัดอยู่ในประเภท คำที่ทำให้อบอุ่นหัวใจมากกว่า
Q: จากโปรเจคกับดีไซน์เนอร์ มาจนถึงโปรเจคกับนักกวี และได้ทำอะไรที่ปกตินักแสดงอีจงซอกไม่ได้ทำ คุณมีความสุขไหมกับการที่ค่อยๆ ได้มาเกี่ยวข้องกับวงการอื่นๆ (ที่ไม่ใช่วงการนักแสดง)?
จงซอก: มันน่าสนใจนะ อีกทั้งผมยังได้เรียนนู้เกี่ยวกับวงการใหม่ๆ ที่ผมยังไม่รู้จัก เรื่องราวของคนมันน่าอัศจรรย์ใจมาก หลายๆ คนมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ยอมแพ้? มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้อีก? ผมเองก็มีช่วงเวลาที่กังวลแบบนั้น แต่ผมจะเห็นค่าในงานของผมมากขึ้นหลังจากเข้าใจอะไรพวกนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผมชำนาญ
Q: กลอนบทไหนที่คุณชอบที่สุดในหนังสือ?
จงซอก: กลอนที่ชื่อ “การเป็นไปของชีวิต” “นึกภาพวันที่คิดถึงคุณ ฟังเพลงในวันที่รู้สึกขมขื่น แล้วก็ใช่เวลาทั้งวันที่เหลือคิดถึงเพียงคุณ” ผมชอบตั้งแต่ชื่อของบทกลอนเลย ก็เลยท่องได้ แล้วก็ชอบท่อนสุดท้ายของบท “หิมะกำลังตก” มากๆ ผมได้ประโยคที่มันเศร้าๆ อย่าง “ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะหาคุณพบอีกแล้ว” ด้วย ในบทที่สี่ของบทกวีพูดเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผมอยากพูดกับแฟนๆ หรือ พูดถึงเรื่องราวของแฟนๆ สำหรับผม ขั้นตอนการทำงานทั้งหมดมันน่าสนใจมากๆ
Q: คุณได้เรียนรู้อะไรเป็นพิเศษไหม?
จงซอก: คนบางคนจะเขียนอะไรสักอย่างในชั่วโมงแรกๆ ของเช้าวันใหม่ ด้วยเหตุผลเพราะอารมณ์อ่อนไหว แต่คำพวกนั้นจะเริ่มน่าเบื่อหลังจากผ่านไปสักพัก ผมถามอาจารย์ถึงสถานการณ์แบบนี้ อาจารย์บอกผมว่าอย่าไปสนใจคนอื่น อย่าปรุงแต่งตัวเอง และอย่าพยายาม(ไม่เป็นตัวเอง)
Q: นักแสดงมักจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตและอาชีพที่แตกต่างในตอนที่เริ่มทำการแสดง มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเลยจริงไหม?
จงซอก: ถ้าถามนักแสดงหลายๆ คนว่าเสน่ห์ของการแสดงคืออะไร พวกเขาจะตอบว่า มันรู้สึกดีที่ได้ใช้ชีวิตด้วยชีวิตที่แตกต่าง (แสดงในหลายๆ บทบาท) นั่นคือสิ่งที่ผมคิดเหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมมาคิดได้ว่า ในฐานะนักแสดง ช่วงเวลาพวกนั้นที่ได้แสดงมันก็เป็นเหมือนหน้าที่ ในฐานะนักแสดงที่ได้แสดงเป็นทั้งหมอ หรือแม้แต่อัยการ ผมแค่แสดงออกถึงเทคนิคทางการแพทย์ หรือทางกฏหมายไปตาม script ที่เป็นส่วนที่ผมรับผิดชอบก็แค่นั้นเอง
Q: คุณได้แสดงหลายบทบาทมาก ทั้งนักข่าว หมอ อัยการ และอีกมากมาย และผู้คนชอบบทบาทพวกนั้น โกนัมซุน จาก School 2013 พัคซูฮา จาก I Can Hear Your Voice ชเวดัลโพ จาก Pinocchio จองแจชาน จาก While You Were Sleeping พัคฮุน จาก Doctor Stranger คังชอล จาก W ชอนจาก Secret Garden ถ้ามันเป็นอะไรที่เลี่ยงไม่ได้ และคุณอีจงซอกจะต้องเลือกใช้ชีวิตเป็นหนึ่งในบทบาทนี้ คุณจะเลือกอันไหน?
จงซอก: เป็นคำถามที่ยากมาก ตัวละครที่ไม่ตายและต้องใช้ชีวิตต่อไป ถ้าต้องเลือกสักอัน ผมคงเลือก จองแจชาน จาก While You Were Sleeping ล่ะมั้ง? ผมรู้สึกว่ามันคงไม่เศร้ามาก มันน่าจะดีถ้ามีเซนส์ของการหาสิ่งที่มีความสุขและน่าสนใจ
D-547 and I miss you 💖
I’m doing a give-away events at Bangkok’s fanmeeting on 15th September
If anyone come to the events dont forget to join me~ ^^
[แปล/STARCAST] คุณคือคนเดียวที่อยู่ในสายตาของฉัน อีจงซอก
ที่มา; Naver, Starcast แปล; โดชิ บทความ/รูปภาพ; YG Entertainment ※ All rights reserved by YG Entertainment.
สวัสดีผู้อ่าน STARCAST ทุกท่าน! วันนี้ ฉันมีข่าวเกียวกับนักแสดงอีจงซอก คนที่เรารอคอยยิ่งกว่าฤดูใบไม้ผลิซะอีก! แต่ก่อนที่จะไปเจอกับเขา มีอย่างหนึ่งที่จะต้องเตือนพวกคุณก่อน!
หายใจให้ลึกๆ เลยนะ ★☆★
ทำไม? เพราะว่าเวลาที่เราพูดถึงผู้ชายคนนี้ คุณอาจจะหยุดหายใจได้เลยตอนมองหน้าเขา!
เพราะเขาคือ อีจงซอก ที่แสนมีเสน่ห์ ที่จะทำให้หัวใจของคุณหยุดเต้น! ให้ฉันพาไปดูหนึ่งวันที่อีจงซอกเต็มไปด้วยด้านที่มีเสน่ห์ของเขากันนะ ※ ใจเย็นๆ ※
[ตอนที่ 1] อีจงซอกคือแสงอาทิตย์ที่บอกถึงการเริ่มต้นของวันใหม่ ฉันคาดหวังที่จะได้เจอเขาตั้งแต่เข้านะ ว่าแต่เขาอยู่ไหนกันนะ? #มาเยี่ยมกองถ่ายโฆษณาแบรนด์เครื่องสำอางค์เพื่อมองหาอีจงซอก #ทุกคนขอเสียงหน่อย! วู้ว!
สายตา ⁄ ⁄ >▽< ⁄ / ไม่นะ ฉันหายใจไม่ทันตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย
“ผมจะละสายตาจากคุณสักแปบเพื่อให้คุณได้ผ่อนคลาย” =
แต่คุณก็ยังไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้ ♥.♥
เพลงนี้เหมาะกับโมเมนต์ตอนนี้มาก : ♪ ฉันอยากเป็นเตียงในห้องนอนของคุณ แค่สักวันก็ยังดี
ผิวของเขาขาวใสมากจนเกือบเข้าใจว่าเป็นผิวเด็กเลย (#แล้วดูผิวของฉันสิ...)
เขาจะรู้สึกเขินนะ ถ้าพวกคุณจ้องเขา!
น่ารัก + ชิค + ขี้เล่น เขาแสดงด้านที่ต่างกันออกมา และหลังจากเตรียมตัวเสร็จ
ก็กลายเป็นนายแบบเลย!! ว้าว
หัวใจของฉันหยุดเต้นแม้จะไม่ได้จ้องตาเขาด้วยซ้ำ (เขาไม่ได้หลับอีกนะ...)
คุณจะค้นพบความหล่อของเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่คุณทำความรู้จักเขา (#ฉันว่าฉันทำความรู้จักเขาได้ทุกวันเลย เป็นเรื่องง่ายสำหรับฉันมาก)
(หน้า)บวม? แบบเขาไม่นับว่าบวมหรอก เรียกว่าเต็มไปด้วยความชุ่มชื้นต่างหาก! #สบายตาจริงๆ เช้าที่สดใส
[ตอนที่ 2] อีจงซอกคือพลังงานที่ไล่ความง่วงในตอนบ่าย เขายังคงทำงานหนักในช่วงกลางวัน และเราพลาดไม่ได้!! ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ออกมาจากตัวเขาเลย! ความง่วงของคุณจะหายไปทันทีที่คุณมองเขา
เป็น working man ที่เท่จริงๆ
เขาเป็นจุดเด่นด้วยแสงสว่างในตอนบ่าย
“เพราะผิวของผมมีค่า”
หล่อไม่มีที่ติเลย
งดงามมากเพียงแค่มองเขาด้วยหางตา นี่สำหรับอีจงซอกเท่านั้น
เขา(งดงาม)เหมือนภาพวาดเลย
เราได้เพิ่มพลังกันแล้ว ในตอนบ่ายนี้ เห็นด้วยไหม?
[ตอนที่ 3] อีจงซอกคือแสงที่ส่องสว่างในความมืด
ยามค่ำคืนที่ความมืดเริ่มปกคลุม #ไม่แปลกใจเลยว่าเขา(ดูดี)เหมือนพระเจ้า แค่มองจากด้านหลัง
การถ่ายทำยังคงดำเนินต่อไป
และความหล่อของเขาก็ยังคงไม่ลดลงด้วย
มีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก
ซื้อบรรยากาศแบบนี้ได้ที่ไหนกันนะ
เขาจะต้องดูใสๆ ในการถ่ายทำเซ็ทนี้
ท่าด้า!! (#เป็นผู้ชายที่หล่อมากจริงไ เขาแสดงให้เห็นถึงหลายๆ มุมเลย)
ภาพจริงๆ ของ “Sleeping Prince”
การผสมผสานกันของอีจงซอกและช็อคโกแลต หวานมาก ♥
sweet heart ♥♥
เขาทำหัวใจจริงๆ ให้เป็นแฟนเซอร์วิสด้วย และนี่อันตรายต่อหัวใจของเรามาก! #เป็นวันที่มีค่าจริงๆ
ขอบคุณมากๆ ที่ทำให้วันนี้เหมือนเป็นของขวัญ!
อีจงซอก เราจะสนับสนุนคุณต่อไปในอนาคตนะ
Mother (in-law)’s score list – Wootak won by a large margin though :p
That look you give for having such an immature(?) brother
[แปล/สัมภาษณ์] อีจงซอก | Esquire Korea, November 2017
Source; Esquire Korea Eng Trans; amyhsk , Baidu LeeJongSuk Bar Thai Trans; โดชิ Please take out with full credit
ความเงียบเหงาที่เสียงดัง
ไม่แม้แต่จะได้พักอย่างเต็มที่เลยสักครั้ง ประสบความสำเร็จในละครทุกเรื่องที่เล่น แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาจากการแสดงภาพยนตร์ บันทึกการสัมภาษณ์ตอนบ่าย 3 กับอีจงซอก คนในที่ฐานะดารา แทบจะไม่มีพื้นที่ว่างในโลกนี้ให้เหงาเลย แต่อยู่ๆ ก็พูดถึงความเปราะบางและความเหงา
อีจงซอกได้กลายเป็นดาราที่ยากต่อการคาดเดา และสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจมากขึ้นไปอีกก็คือสิ่งที่เขาทำนั้นได้ประสบความสำเร็จตามแบบที่ตั้งใจไว้
แทนที่จะพูดถึงแผนที่ผมวางไว้ ผมคิดถึงเป้าหมายถึงผมมากกว่า ในเวทีที่ต่างออกไป เกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันของผม และเส้นทางที่ผมกำลังก้าวเดิน สำหรับผม ตัวตนที่เรียกว่า อีจงซอก นั้น... ผมเช็ค mornitor เยอะมากๆ หลังจากแสดงจบซีน ผมคิดเกี่ยวกับ อีจงซอก เยอะมากในทุกๆ วัน ผมทำงานหนักมากๆ เพื่อก้าวให้พ้นจากจุดที่อีจงซอกคนนี้ยืนอยู่ (ในตอนนี้)
ในฐานะนักแสดง แล้วก็ในฐานะคนธรรมดาทั่วไป?
ไม่ใช่ว่าผมได้รับคำถามแบบนี้บ่อยๆ เลยเหรอเวลาสัมภาษณ์? ข้อดีของผม หรือจุดที่ผมอยากจะชื่นชมตัวเอง มองอย่างไม่อคติเลย ตอนนี้ผมสามารถพูดถึงจุดอ่อนของผมได้นิดหน่อยแล้ว แต่มันก็ยังต้องใช้เวลาสักนิดในการนึกถึงจุดเด่นของตัวเอง
แล้วหาเจอหรือยัง?
อืม... ผมว่าสมองผมค่อนข้างดีนะ
ผู้กำกับ พัคฮุนจุงก็บอกว่าความฉลาดเป็นหนึ่งในจุดแข็งของอีจงซอก ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้น นักแสดงที่ฉลาดมากๆ
มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ การแสดงออกโดยสัญชาตญาณจากอารมณ์หรือความแตกต่างของบทพูดที่คนอื่นส่งมา การใช้น้ำเสียง มันไม่ได้เป็นธรรมชาติของมนุษย์เหรอครับ? มันไม่ได้เรียกว่าเป็นวิธีการแสดงของผม ผมเป็นคนค่อนข้างยึดถือหลักทางทฤษฎีนะ การแสดงของผมขึ้นอยู่กับการคิดวิเคราะห์ ผมจะทำไปตามอารมณ์และแสดงออกมาจากสิ่งที่คู่แสดงส่งมา แต่ผมก็ค้นคว้า/ดูจากคนอื่นๆ เยอะมาก
ถ้าแบบนั้น เวลาคุณเล่นกับคิมมยองมิน มันจะต้องให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปมากๆ เลยสิ เพราะเขาเป็นนักแสดงที่ได้รับการชื่นชมอย่างมากเลยจากการแสดงของเขา
ผมไม่เคยเห็น NG ของรุ่นพี่เลยครับ ไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการออกเสียง แล้วเขาก็ไม่เคยลืมบทของตัวเองเลยด้วย เรียกว่าเป็นแบบแผนของการแสดงได้ไหม? ระหว่างถ่ายทำ ก็ใช้ชีวิตไปแบบที่เป็นตัวละครตัวนั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงตามเขาไปทั้งวัน ผมถามเขาเยอะมากเลย “รุ่นพี่ครับ ผมทำอันนี้ไม่ได้ มันจะดีไหมถ้าผมแสดงแบบนี้”
คุณพูดแบบนั้นเพราะคุณไม่รู้จริงๆ ใช่ไหมว่าจะต้องทำยังไง?
ใช่ครับ ผมคุ้นเคยกับละคร เพราะงั้นการแสดงของผมจะค่อนข้างเป็นแบบแผน แต่เพราะผมคิดว่า ถ้าผมใช้ประสบการณ์แบบนั้น มันก็พอจะอธิบายสถานการณ์(ของฉากนั้นๆ ในหนัง) ได้ ผมไม่อยากทำแบบนั้น แต่เพราะผมไม่เคยลองทำแบบอื่น ผมเองก็ต้องการที่จะก้าวข้ามตัวเองเหมือนกัน และผมไม่สามารถหาคำตอบได้ ผมจึงต้องการความช่วยเหลือ
คำแนะนำอันไหนเป็นอันที่ประทับใจมากที่สุด?
คำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ครับ เขาสอนผมแบบลงดีเทลมากๆ ตอนที่ผมถาม “รุ่นพี่ครับ ฉากนี้เป็นฉากแสดงอารมณ์ แต่ถ้าผมตะโกนออกไปแบบนั้นมันจะดูโอเวอร์ไป และพลังก็ดูดรอปลงด้วย ผมควรจะทำยังไง? เขาไม่ได้ตอบผมแบบ “มันจะอารมณ์ประมาณนี้ๆ เข้าใจใช่ไหม?” แต่เขาจะให้คำแนะนำว่า “ถ้านายขยับตัวแบบนี้ การแสดงออกมันจะมองเห็นได้ชัดขึ้นนะ และถ้านายขยับตัวไปทางนี้ อารมณ์ของนายจะสื่อออกมาแบบนี้” เขาให้คำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ
เรื่องนี้ถ่ายก่อน While You Were Sleeping ใช่ไหม? คุณเล่นเป็นตัวละครที่ต่างกันคนละขั้วเลยนะ
ในครึ่งแรกของ While You Were Sleeping ผมเหมือนสับสนไปเลย ผมพยายามจะเปลี่ยนภาพลักษณ์/การแสดงออกให้แตกต่าง แต่ผมว่าผมสับสนเพราะแบบนั้น
เพราะว่า V.I.P เหมือนได้ปล็อดล็อกปัญหาเกี่ยวกับการแสดงของคุณ คุณน่าจะสามารถแสดงได้แบบหลุดกรอบมากขึ้นไหม ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน?
ถ้าถามถึงความกดดันแบบไหนที่ผมมี นี่เป็นงานจากนักเขียนบท พัคฮเยรยอน ชิ้นที่ 3 ของผมแล้ว ในฐานะแฟนคลับ ผมรักงานของคุณนักเขียนนะ แต่ผมคิดว่าผมจะต้องแตกต่างจากตัวละครของผมจากผลงานชิ้นก่อนๆ ละครที่เขียนโดยนักเขียนคนเดิม และนักแสดงนำชายคนเดิม ถ้าผมยังเป็นแบบเมื่อก่อน มันคงเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรตินักเขียน ยังไงก็ตาม ผมเองก็ได้ดูละคร แล้วพบว่ามันน่าสนใจนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมถ่ายทำละครล่วงหน้าแบบนี้ เมื่อก่อน ผมเคยชินกับการรับ feedback แล้วบางครั้งผมก็เอามากดดันอารมณ์ของตัวเองเมื่อเทียบกับตอนก่อนหน้าที่ออกอากาศไป แต่ครั้งนี้ละครถ่ายตั้งแต่ต้นจนจบเลย ก็เลยรู้สึกไม่คุ้นเลย ผมดูละครเหมือนว่าเป็นละครของคนอื่น (เหมือนว่าไม่ใช่ละครที่เล่นเอง)
นี่มันเป็นความคิดอีกขึ้นนึงเลยนะ พูดถึงตัวเองแล้วก็อารมณ์ของตัวเองแบบเปิดใจ
ผมคิดว่าผมเติบโตขึ้นผ่านการทำงาน ผมรู้สึกว่าผมโตขึ้น ทั้งในด้านการแสดง และในด้านการใช้ชีวิต แล้วอยู่ๆ ผมก็เห็นจุดที่ผมจะหยุดทำ เหมือนว่าผมยืนอยู่ที่สุดขอบของหน้าผา
ทำไมคุณถึงกดดันตัวเองไปมากขนาดนั้น? ทำไมถึงไม่ผ่อนลงหน่อยแล้วก็สนุกไปกับมัน?
ความรู้สึกที่ว่าผมโตขึ้น เทียบจากจุดที่ผมคิดว่าผมด้อย ผมมองตัวเองแล้วก็เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และผมก็เริ่มรู้สึกว่าผมด้อยกว่า ผมรู้สึกไม่ดีที่รู้สึกว่าตัวเองยังมีข้อด้อย นั่นคือวิธีที่ผมใช้ในการผลักดันตัวเองไปทีละขั้นๆ เมื่อก่อน เวลาได้คำถามแบบนี้ “ทำไมทำเกินตัวไปขนาดนั้น” ผมคิดเกี่ยวกับมันนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม จนตอนนี้ผมก็คิดแค่ว่า “ผมอยากทำให้ดีที่สุด” “ผมเกลียดที่จะต้องรู้สึกขายหน้า” น่าจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด (ทีทำให้ผลักดันตัวเองมาขนาดนี้)
คุณบอกว่า “นักแสดงชายที่หน้าคมๆ พออายุมากแล้วจะดูดีกว่า แต่คุณไม่ใช่” ตอนนี้ยังคงคิดแบบนั้นไหม?
ครับ ผมก็ยังคิดนะ ขนาดตอนไม่ได้กำลังแสดงละคร แค่มองหน้าเขา ยังรู้สึกว่ามีแรงกดดันบางอย่างเลย อย่างบทของรุ่นพี่คิมมยองมิน ด่าคนทั้งๆ ที่คาบบุหรี่อยู่ในปาก ผมสามารถทำได้นะ ในอีกแบบนึง แต่ความรู้สึกเวลามองล่ะ? ผมมีรูปร่างที่ผอมบางกว่า ง่ายๆ คือผมต้องใช้ทักษะการแสดงเพื่อปกปิดมัน (เพื่อทำให้มันดูน่าเกรงขามมากขึ้น) แต่ทักษะการแสดงของผมมันก็ยังดีไม่พอ เพราะงั้นก็เลยได้แต่ยอมรับครับ
ทักษะการแสดงของรักแสดงมาจากประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม คุณไม่มีเวลาได้หยุดพักเลยใช่ไหมหลังจากเดบิวต์? คุณมีความสุขกับช่วงเวลาแบบนั้นใช่ไหม?
แน่นอนครับ
ยังไงก็ตาม พอมองย้อนกลับไป ตอนที่คุณเหนื่อย
จนถึงตอนนี้ จากการดูทีวี ดูละคร ดูการแสดงของรุ่นพี่ และดูโลกในละคร ผมรู้สึกว่าผมได้รับประสบการณ์อ้อมๆ จากการดูฉากอารมณ์พวกนั้น ใช้อารมณ์พวกนั้นเป็นพื้นฐาน แล้วผมก็แสดงมันเรื่อยมาจนตอนนี้ ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงอายุปลาย 20 แล้ว สมองของผมคุ้นชินกับอะไรหลายๆ อย่าง แต่ยังไงก็ตาม ผมก็ยังไม่ได้ได้มีประสบการณ์(ทางตรง)อะไรมากมายในจุดที่เป็นตัวตนของอีจงซอก
เหมือนว่าคุณใช้ประโยขน์จากข้อได้เปรียบของตัวเองนะ?
ผมรู้สึกว่า จนถึงตอนนี้ ผมได้ใช้ประสบการณ์ที่ผมคุ้นเคยไปจนหมดแล้ว และไม่นานมานี้ ผมคิดเกี่ยวกับประสบการณ์การเดินทางในฐานะ อีจงซอก ไม่ใช่ในฐานะนักแสดง แต่เป็นตัวตนจริงๆ ผมไม่เคยคิดถึงมันมาก่อนเลย
คุณได้ไปเที่ยวมานี่ ใช่ไหม? ครั้งนี้คุณไปปารีสกับงาน fashion show ของ YSL
หลังจากที่ได้ดูโชว์ของ YSL ผมได้เดินทางไปเที่ยวกับคุณแม่และน้องชาย น้องสาว เราไป Luzern และ Rome ไปโดยที่ไม่มีรถ หรือไกด์ทัวร์ มีแค่โบชัวร์การท่องเที่ยว ผมเดินเยอะมากเลย ถึงมันจะเหนื่อย แต่รู้สึกดีมากเลย แต่น้องชายกับน้องสามของผมบอกว่าจะไม่ไปเที่ยวกับผมอีกแล้ว
ทำไมล่ะ?
คนที่วาติกัน หรือนักท่องเที่ยวที่เป็นคนเอเชียนคนอื่นๆ จำผมได้ครับ มันทำให้ครอบครัวของผมอึดอัด พวกเขาขอถ่ายรูปหลังจากที่จำผมได้ เพราะงั้นครอบครัวผมเลยรู้สึกเครียด
คุณรู้สึกยังไงกับปารีส?
อย่างแรกเลยคือ แน่นอน ผมเคยเป็นนายแบบมาก่อน และพวกเขาบอกว่า นายแบบเกาหลีเดินได้ดีกว่า แล้วก็มีนายแบบที่เตี้ยๆ เยอะเลย ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปนิดหน่อยหลังจากที่ดีไซน์เนอร์ของ YSL เปลี่ยนคน ผมชอบ YSL นะ และโชว์ครั้งนี้มันดีมาก โดยเฉพาะฉากหลังที่เป็นหอไอเฟล
นี่เป็นครั้งแรกด้วยไหมที่เดินทางกับเพื่อน?
อ่า ผมเคยไปญี่ปุ่นกับ จองเฮอิน แล้วก็ ชินแจฮา นะ ผมได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะเลยหลังจากที่ While You Were Sleeping ถ่ายฉากสุดท้ายจบไป จริงๆ ผมไม่ชอบเดินทางนะ ผมชอบอยู่ในห้องที่โรงแรมมากกว่าออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก และผมก็รู้สึกดีกับมัน ผลก็คือผมอยู่แต่ในโรงแรม แต่ทริปครั้งนี้เราไปทุกที่เลยครับ สถานที่ที่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น อาหารก็ดี อื่นๆ ก็ดีอีกเยอะแยะเลยครับ
คุณเจอแฟนๆ ที่ญี่ปุ่นไหม?
มันแปลกๆ นิดหน่อย ผมจะรู้สึกไม่มีสมาธิถ้าพวกเขาอยู่ใกล้ๆ แล้วก็จะเริ่มกดดัน
อีจงซอกชอบมันไหม?
ผมคิดว่า มันเป็นอะไรที่ผมต้องอดทนนะ
นั่นก็เป็นความคิดที่ดีนะ การแสดงจะประสบความสำเร็จได้ถ้ารู้จักเปิดใจ
มันจะต่างกันออกไปนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่แต่ละคนตั้งนะ ผมค่อนข้างขี้อายและไม่ค่อยออกไปไหน แต่ตอนนี้ผมพยายามออกไปข้างนอกบ่อยๆ นี่เรียกว่าเป็นการปรับตัวไหมนะ?
ถ้าเปรียบอีจงซอกเป็นรถไฟ คุณพอใจกับสถานนีที่อยู่ตอนนี้แล้วหรือยัง?
อืม.. เป็นคำถามที่แปลกมากเลยครับ
ถึงคุณจะหยุดทุกสถานี แต่เหมือนว่าคุณหยุดแค่ 5 วินาทีเอง การประกาศบนรถไฟก็ค่อนข้างเร็วด้วย “ผู้โดยสารที่จะลงรถจะต้องรีบเดินนะ และผู้โดยสารที่จะขึ้นก็ต้องรีบๆ ด้วย!” ถ้าคุณเปลี่ยนเป้าหมาย ความจริงใจจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นนะ อาจจะแค่ ช้าลงหน่อย
ครับ นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังคิดเลย
ยังไงก็ตาม มันไม่ง่ายเลยที่จะหยุด รถไฟก็มีความทรงจำเกี่ยวกับความเร็วของมันเนาะ
ผมกังวลนะ เอาจริงๆ สิ่งที่ผมให้ความสนใจในช่วงนี้คือร้านกาแฟของผม ความคิดของผมไปหยุดอยู่ที่ร้านหมดเลย มันใหม่แล้วก็น่าสนใจ ผมไม่เคยรู้เลยว่ามันจะมีเบียร์มากมายหลายชนิดขนาดนี้ ผมแค่อยากสร้างที่ที่คนที่ผ่านไปผ่านมาจะสามารถเข้ามาพักข้างใน แล้วผมเองก็สามารถไปเล่นสนุกที่นั่นได้ แต่ข่าวมันแพร่ออกไปก่อนที่ร้านจะเปิด แฟนๆ เริ่มตามหามัน ผมเลยคิดว่า “อ่า มันไม่ค่อยเวิคละ”
แต่เราสามารถหาร้านกาแฟของอีจงซอกได้ แค่เพียงเสิชจากอินเตอร์เน็ต
ผมไม่อยากให้คนรู้ แค่ 2-3 วีคก่อน และมันเป็นไปไม่ได้เลย ความฝันของผมเมื่อตอนยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่คืออยากเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง และเปิดแยกตัวออกไป พบเจอเพื่อนๆ และอยู่แบบสบายๆ ยังไงก็ตาม ผมเริ่มสับสนเพราะมะนยากขึ้นๆ ในการทำตามความฝัน
แฟนคลับคืออะไรสำหรับคุณ?
พวกเขาให้อะไรหลายๆ อย่างกับผม และพวกเขาก็เอาอะไรบางอย่างที่ผมไม่สามารถเรียกกลับคืนได้ไป
คุณเพิ่งจัดแฟนมีตติ้งไม่นานนี้เอง
ผมได้เจอกับแฟนๆ ในสถานที่ที่เรานัดกันไว้ เสียงให้กำลังใจและความรักของพวกเขามันเข้มแข็งมาก ผมร้องเพลงตั้งแต่เริ่มงานเลยครั้งนี้ และผมรู้สึกเหมือนจะร้องไห้เลยตอนนั้น ต่างกันนะ กับตอนที่เจอแฟนๆ ที่ร้านกาแฟ มีแฟนชาวจีนมาที่ร้าน ตอนที่เขาเห็นผมเขาก็ไม่ได้เสียงดังนะ แต่เอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ แต่มันก็มีคนที่ทั้งชอบแล้วก็ไม่ชอบอีจงซอกในร้านกาแฟ และมันอาจจะทำให้ลูกค้าที่ไม่ชอบอีจงซอกรู้สึกไม่ดี และนั่นทำให้ผมกังวล ผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่าถ้าผมไม่ไปปรากฏตัว ถ้าแฟนๆ อยู่ที่นั่น ผมควรทำยังไง
คนที่มีความฝันจะมีความประนีประนอมกับความเป็นจริง ในขณะที่ตามความฝัน และมันจะนำมาซึ่งความเห็นที่ไม่ลงรอย อย่างเช่น คนที่เขียนนิยายในระหว่างทำงาน เขาจะรู้สึกถึงการระวังความปลอดภัยในระหว่างทำงาน ผลสุดท้ายเขาก็จะถูกความกังวลรบกวน เมื่อคุณอยู่บนรถไฟที่เรียกว่า Company ภาพความฝันของคุณผ่านเข้ามาในความคิดบ้างไหม? คุณยังคงใช้ชีวิตแบบนั้นไหม ได้อย่างหนึ่ง และเสียอีกด้านนึงไป
เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพมากเลยครับ ผมมีอะไรหลายๆ อย่าง ในช่วงเวลาที่กำลังเป็นที่รู้จัก ผมสูญเสียความเป็นอิสระ ในระหว่างที่ได้รับเงินและชื่อเสียง ถ้าพูดถึงอะไรที่ต้องเสียไป น่าจะเป็นช่วงวัยรุ่นครับ ผมไม่ได้รับประสบการณ์การไป MT ทำกิจกรรมกลุ่ม หรือเดท ถึงแม้ผมใกล้จะ 30 แล้ว ในทริปนี้ น้องๆ ของผมเสิชอินเตอร์เน็ตถึงสถานที่ท่องเที่ยว แล้วก็โทรเรียก Uber เพื่อออกไปทันทีเลย ผมถามพวกเขาว่า “ทำแบบนี้ได้ยังไง” ถึงขนาดชมว่า “พวกเขาเจ๋งมากเลย” (ที่สามารถตัดสิใจอะไรได้ปุบปับไม่ต้องมาคิดเยอะ) ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ๋งหรืออะไร (ใครก็ๆ ทำกัน)
ยังไงก็ตาม ถ้าอีจงซอกไม่ใช่นักแสดง คุณจะคิดถึงประสบการณ์พวกนี้ไหม ถ้าพูดถึงช่วงวัยรุ่น?
ไม่กี่วันก่อนนี้ ผมคิดถึงเรื่องนี้ตอนที่อยู่บนเครื่องบินจากสวิซเซอร์แลนด์ไปอิตาลี่ ผมคิดอย่างถี่ถ้วนเลยนะ ตลอด 1 ชั่วโมงบนเครื่องบิน ถ้าอีจงซอกไม่ได้เป็นแบบที่เป็นตอนนี้ แต่เป็นแค่เด็กมหาลัย บางทีเขาอาจจะเป็นเด็กมหาลัยที่ฝันอยากจะเป็นนักแสดงก็ได้ ผมขอบคุณความฝันของตัวเองในตอนนั้นนะ ถ้าผมไม่คิดว่า “มันก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ถ้าจะพยายามให้มากขึ้น” ตอนที่ผมเดบิวต์ช่วงอายุ 21 และตั้งใจเรียนแอคติ้ง ผมคงเป็นคนที่มีความตั้งใจ แต่ไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน
หลายๆ คนคิดว่าช่วงวัยรุ่นมันเป็นช่วงเวลาที่อ่อนแอและไม่สามารถปิดบังได้ ยังไงก็ตาม มีคนที่ไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้จริงๆ สักที แล้วถ้าย้อนกลับไปช่วงอายุ 20 ล่ะ?
ผมคงปฏิเสธล่ะ คำถามเกี่ยวกับการได้ครอบครองหรือสูญเสียมันก็ว่างเปล่าอยู่แล้วในตัวมันเอง ยังไงก็ตาม สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่คือ ชีวิตช่วงนี้ของผมสนุกมากเลย
มันโอเคนะถ้าคุณอยากดื่มสักหน่อย เบื่อไหม? หรือมันเป็นความรู้สึกที่น่ากลัว?
ผมไม่รู้จะพูดยังไง มันจะเป็นแบบนี้โดยไม่รู้ตัวเลยเมื่อคุณอายุใกล้ๆ 30 ผมรู้สึกหม่นๆ นะเวลาได้ยินคำว่า “ใกล้จะสามสิบ” ผมรู้ว่าจริงๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรต่างออกไปมากมายหรอก (จากอายุ 20 กว่าๆ ที่เป็นอยู่) ว่าแต่พอ 30 แล้วคุณรู้สึกยังไงบ้าง?
ฉันอ่อนไหวมากขึ้นนะ ฉันรู้สึกเหมือนเวลาของฉันถูกบีบอัดตอนที่มองบ้อนกลับไป เหมือนอะไรบางอย่างเมื่อปีก่อน หรืออะไรบางอย่างเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ผมไม่ค่อยลังเลแล้วเดี๋ยวนี้ ละครเริ่มฉายแล้ว และผมก็ต้องการเวลาที่จะคิดถึงอนาคต ผมนอนไม่หลับแม้จะอยากนอนจนต้องโต้รุ่งอยู่ตลอด ผมเอาแต่คิดว่า “ช่วงนี้กำลังคิดถึงอะไรอยู่นะ” แต่สุดท้ายผมก็คิดอะไรไม่ออกอยู่ดี ผมแค่เหนื่อย กังวลเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง แต่จริงๆ มันไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเลย ช่วงนี้ตอนกลางคืนถูกใช้ไปแบบนี้บ่อยๆ ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะทานข้าวเวลากลับไปถึงบ้าน
คุณคงทำให้แม่คุณตกใจในตอนเช้า
ผมดื่มน้ำในห้องครัวตอนประมาณ 7 โมงเช้า แม่เดินเข้ามาแล้วก็ทักผมว่า “ทำไมมาอยู่ตรงนี้” ผมบอกว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่าๆ ช่วงนี้ผมเป็นแบบนี้ตลอดเลย แต่ผมก็มีความสุขแล้วก็พอใจกับมันนะ
คุณพัฒนาฝีมือการแสดงของตัวเองไหม ระหว่างที่ดูทีวี?
มันกลายเป็นนิสัยของผมไปแล้ว เดี๋ยวนี้ผมดูตอนออกอากาศสด แล้วก็ดูอีกรอบย้อนหลัง แล้วก็ดูอีกตอนก่อนนอน ผมมีคำถามเกิดขึ้นในใจในระหว่างดูละครที่ตัวเอง ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตสงบๆ นะ อยากดู Temperature of Love ด้วย แต่ก็ห้ามตัวเองไว้
ทำไมล่ะ?
ผมร้องไห้ตอนที่ดู EP แรก ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ฉากที่ซึ้งอะไรมากมาย แค่ฉากที่พบกันระหว่างฮีโร่ผู้ชายกับฮีโร่ผู้หญิง “อ่า ผมดูไม่ได้อะ” ผมก็เลยปิด “ไว้ค่อยดูตอนมันจบแล้วละกัน” อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ผมเหงามากไปก็ได้?
คุณสามารถก้าวผ่านความเหนื่อย ความเบื่อด้วยตัวเองได้นะ แต่ความเหงานี่มัน...
จริงๆ ผมก็รู้สึกเหงาแหละ ผมเอาแต่บอกแม่บ่อยๆ ว่า “แม่ฮะ ผมเหงา ผมเหงาจริงๆ นะ ถ้าแต่งงานจะหายเหงาไหม?”
ยูนคยูนซังเป็นพี่ชายที่ดีมากๆ เลยนะ นี่เป็นความรู้สึกของฉันหลังจากดูรายการ Thress Meals a Day
ใช่ครับ เขาใจดีมากๆ เขายังส่งข้อความมาหาผม บอกให้ผมไปหาเวลาที่ทีมงานนัดรวมตัวกัน เขาเหมือนเป็นพี่ชายจริงๆ ของผมเลย คนที่สามารถพึ่งพาได้ ผมสามารถบอกเขาได้ทุกเรื่องเลย
แล้วความเหงาของอีจงซอกล่ะ?
ยูนคยูนซังก็ช่วยไม่ได้อะครับ..
มันน่าจะคอยรบกวนคุณ และคุณเองก็ยังคงไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับมัน เวลาที่คุณย้อนดูการแสดงของตัวเองหลังจากถ่ายทำเสร็จ
ใช่ครับ ผมต้องเรียนรู้มันด้วยตัวเอง เพราะว่าผมยังไม่ perfect ผมรู้สึกเหงาในทุกๆ วัน และผมเศร้าเพราะผมอยากที่จะ perfect แต่ผมทำไม่ได้ ผมเหมือนจะเป็นบ้าเลย เวลาชื่นชมแล้วก็อิจฉา ตอนที่เจอนักแสดงเจ๋งๆ
ใครคือนักแสดงที่กระตุ้น(ความอยาก perfect)คุณในช่วงนี้?
ผมชอบ จองเฮอิน มากเป็นพิเศษ และเพราะเขาหล่อมากๆ ผมก็เลยพูดกับเขาทุกวัน “เราสลับหน้ากันได้ไหม?” เขามีบางอย่างที่เหมือนคยูนซังฮยอง เพราะทั้งสองแก่กว่าผมแค่ปีเดียว แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพี่ใหญ่ ถึงผมจะเป็นรุ่นพี่ในด้านการแสดง แต่พอเป็นชีวิตจริง เขาพูดเยอะเหมือนเป็นน้องชายตัวน้อยๆ เลย ผมสับสนมากว่าจะต้องทำยังไงถึงจะแสดงออกมาได้ดี รุ่นพี่ต่างก็บอกว่ามันยากขึ้นๆ ที่จะแสดงออกมาให้ดี ผมเพิ่งเข้าใจประโยคพวกนี้เอง และผมพูดอะไรไม่ออกเลย นี่คำพูดของผมเป็นประโชยน์กับการสัมภาษณ์ไหมครับ?
แน่นอนสิ
เทียบกับนักแสดงอีจงซอกแล้ว ผมคืออีจงซอกที่เป็นตัวของตัวเองเวลาสัมภาษณ์ ซึ่งมันค่อนข้างทำให้ตัวผมประหลาดใจนะ ผมตอบหลังจากพูดออกไปว่า “ใช่ครับ มันก็แบบนั้นแหละ” แต่มันไม่เฉพาะเจาะจง และไม่ใช่คำตอบที่ชัดเจน ผมสับสนแล้วก็กลัวว่าคุณจะงงเวลาเขียนโน้ต
คุณมีความเห็นยังไงเกี่ยวกับคำว่า “สุภาพบุรุษ”
คุณล่ะคิดยังไง?
3 ข้อ ความคิดที่อยากจะเป็นผู้ชายที่ดีกว่าเดิมในทุกๆ วัน ผู้ชายที่ไม่รู้สึกเหงาแม้จะอยู่คนเดียว สุภาพต่อผู้หญิง
โอ้ ผมเองก็คิดแบบนั้นนะ ชอมมากเลย ผมคิดว่าว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่ดูถูกตัวเอง จากการคุยกัน ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบนั้นนะ และลักษณะนิสัยของผมเป็นแบบนั้น มันไม่ถูกต้องหรอกที่จะตัดสินตัวเอง(ดวยคำพูด ว่าเป็นคนแบบไหน) เพราะคุณจะรู้สึกมันได้ด้วยตัวเอง ผมมีความเข้าใจในตัวเองอย่างชัดเจนจากคำวิจารณ์ของแม่และเพื่อนๆ ของผม ผลคือ อย่างแรก ไม่ตัดสินตัวเอง อย่างที่สองคือรักเดียวใจเดียว ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติเพศตรงข้าม
คุณเหมือนยังไม่ได้พักผ่อนเลยนะ อยากนอนหรือยัง?
วันนี้.. ผมมีนัดเจอเชฟตอน 5 โมงล่ะ
[DOWNLOAD COMPILATION] Lee Jong Suk
since I cand find the previous one.. so I came with a new one and will update in this post instead~
[▼] Instagram (@.jongsuk0206) *update 171112 | 337P (including Videos)
[▼] Weibo (@.withleejongsuk) *update 171117 | 110P
[▼] W Drama | Still Cut / Behind The Scene form IMBC | almost 600P
[▼] Starcast | CEO Kang Cheol’s private life (feat. Lee Jong Suk’s 50 appeals) | 29P
[▼] Starcast | Lee Jong Suk’s W Project NO.1 | 60P
[▼] Starcast | Lee Jong Suk’s full story behind the fan meeting captivated Japanese women’s hearts | 53P
[▼] STARCAST | Lee Jong Suk goes for comedy this time! | 67P
[▼] STARCAST | The case log of Lee Jong Suk, a.k.a. prosecutor Jung Jae Chan in “While You Were Sleeping” | 48P
♡♡ ♡
update for latest lG/Weibo and 2 starcast’s (and then I just realize that he delete many of his post on IG..)