[ os / #2JAE - CRASH, Crush ] #2JaeFic
[ os / #2JAE - CRASH, Crush ] #2JaeFic
โครมมมม..ม.ม
"ชิบหาย! อะไรวะเนี่ย"
เจ้าของรถที่กำลังขับออกจากที่จอดรถถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ๆก็เกิดเสียงดังจากหน้ารถทางด้านขวา ทั้งที่ก่อนจะออกรถเขาเองก็มองซ้ายขวาอย่างดีแล้ว สองตาเล็กมองผ่านออกมาที่กระจกหน้าตรงตำแหน่งของเสียงที่เกิดขึ้น เห็นรถอีกคันจอดสนิทอยู่หน้ารถเขา
รถชน....
รถบีเอ็มดำเมี่ยมคันนี้โผล่มาจากไหนถ้าหากว่ารถที่กำลังวิ่งตรงมาเห็นว่าเขาไม่ดูตาม้าตาเรือแล้วพรวดออกมา เขาเองน่าจะโดนสวดด้วยเสียงแตรสนั่นลานจอดรถแล้วสิยองแจกรอกตาและถอนหายใจแรงๆ ซวยสะบัดเลย ออกมาจากจะพ้นอยู่แล้ว เพ่งสายตาไปที่กระจกที่นั่งข้างคนขับก็ไม่เห็นอะไร คงเพราะฟิล์มดำนั่น
เขาลงจากรถมาพร้อมๆกับคู่กรณีที่เปิดประตูออกมาเหมือนกัน ผู้ชายคนนั้นใส่เสื้อเชิ๊ตพับแขนขึ้นไปลวกๆแต่จากเสื้อที่ยังสอดอยู่ในกางเกง รอยยับนิดหน่อยกับรองเท้าหนัง ผมที่ถูกเซตมาคล้ายแค่เสยขึ้นไปก็อยู่ทรง ยองแจแอบให้คะแนนในความดูดีเต็มสิบได้ไหม ทำไมผู้ชายเหมือนกันแต่เขาแต่งแบบนี้แล้วไม่น่ามองเท่านี้นะ
แต่...ชเว ยองแจ! มันใช่เวลาไหมเล่า
"คือ ผม..."
"ผมผิดเองครับ ขอโทษครับ ผมเพิ่งลงมาจากลานจอดด้านบนแล้วโทรศัพท์ดังพอดี"
ผู้ชายคนนั้นพูดหมดเลย เออก็ดี เพราะเขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ผิด
"ยังไงคุณเรียกประกันคุณมาได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะโทรเรียกของตัวเองเหมือนกัน"
ว่าแล้วเขาก็เปิดประตูกลับเข้าไปอีกครั้ง ยองแจก็เลยกลับเข้าไปในรถบ้างแล้วเปิดหาเบอร์บริษัทประกันรถยนต์ บอกรายละเอียดเรื่องสถานที่และลักษณะการชนไป แล้วก็นั่งคอยหงอยๆในรถ
"เอายังไงดีหว่า ไม่เคยโดนชนเขาต้องทำยังไงกันต่อ ถามใครได้ว้า"
ยองแจบ่นไปมือก็ไล่หาเบอร์โทรศัพท์ไป
แบมแบม ไม่เอาไม่ได้ขับรถคงช่วยไม่ได้
ยูคยอม อืมมไปเที่ยวกะครอบครัวยังไม่กลับ
พี่แจ็คสัน โอยไม่เอา ต้องพูดจนเขากลัวแน่เลย
ก็อก ก็อก
เด็กหนุ่มสะดุ้งนิดหน่อยเพราะมัวแต่หารายชื่อเพื่อนก็มีเสียงเคาะกระจก เป็นคู่กรณีของเขา เขาเลยดับเครื่องแล้วเปิดประตูออกไป ยองแจเห็นว่าอีกฝ่ายประกันมาแล้ว แต่ของเขายังไม่มาเลย
"ประกันของคุณ?"
"เอ่อ โทรเรียกแล้วครับ เดี๋ยวผมเร่งให้อีกที"
ยองแจมองสายตาคมที่เขามองมา เดาความหมายไม่ถูกเลยจะยิ้มให้ก็ยิ้มไม่ออก ทำไมดูนิ่งๆน่ากลัวจัง ได้แต่ยิ้มแกนๆไปให้ เขาคงจะรีบแต่ดันมาเจอแบบนี้
ประกันของทางนู้นถ่ายรูปเก็บหลักฐานจนครบ มาขอถ่ายใบขับขี่เขาเรียบร้อย วนถ่ายรูปลักษณะการชนอีกสองรอบ ประกันของยองแจก็ยังไม่มา
"พี่อยู่ไหนแล้วครับเนี่ย นี่มันครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ของทางนั้นเขาเสร็จหมดแล้วอะ"
ยองแจหัวเสียกับการทำงานชักช้าของฝ่ายตนเอง ยิ่งเห็นเจ้าของรถมองมาทางเขาบ่อยๆก็ยิ่งเกรงใจ
"คุณครับ ช่วยถอยรถเข้าซองที ผมจะขอถ่ายรูปหลักฐาน"
"แต่ประกันผมยังไม่มาเลย รออีกแปบได้ไหมครับผมเร่งให้แล้ว"
ประกันของอีกฝ่ายเข้ามาบอกยองแจเพราะเขาต้องการจะถ่ายรูปในส่วนที่เสียหายเพิ่ม เด็กหนุ่มร้อนรนจนเอาแต่ปลดล็อคโทรศัพท์กดแอพโทรออกอยู่หลายครั้งเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป
"ไม่เป็นไร ฉันจะรอ"
เสียงของเจ้าของรถบีเอ็มตัดสินใจแทนให้กับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันของคู่กรณีโค้งให้เล็กน้อยกับผู้ชายคนนั้น แล้วก็เดินไปรอที่รถของตนเอง เสียงหนักแน่นที่คล้ายออกคำสั่งแต่ไม่รู้ทำไมยองแจถึงรู้สึกดีขึ้นและหายลน เขาหันไปมองคู่กรณีแล้วก็ยิ้มให้อย่างจริงใจ "ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมจะเร่งให้อีกที"
อีก 5นาที จะครบชั่วโมงที่เขาเรียกประกัน แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา ยองแจเริ่มจะร้อนรนอีกครั้งเขานั่งรอประกันอยู่ที่หมอนกั้นที่จอดตรงท้ายรถ โทรหาประกันเป็นรอบที่หกแล้ว ก็ยังได้คำตอบเดิมว่าใกล้จะถึงแล้ว ไม่เข้าใจว่าไอ้ที่บอกใกล้แล้วนี่มันอยู่ส่วนไหนกันแน่
"น้ำไหม เย็นๆจะได้หายร้อน"
ขวดน้ำเปล่าที่มีไอน้ำเกาะอยู่รอบขวดแสดงให้เห็นถึงความเย็นถูกยื่นส่งมาตรงหน้า ยองแจมองไล่ตามแขนที่ยื่นขวดน้ำมาให้ แล้วก็รีบลุกจนไม่ทันระวังว่าโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนตักหล่นลงพื้น เคสหลุดออกมาจากตัวเครื่องทันทีที่กระแทกลงกับพื้นปูน
"เฮ้ย!"
เด็กหนุ่มก้มเก็บชิ้นส่วนของมือถือและเคสก่อนจะพลิกซ้ายขวาเพื่อดูสภาพ แล้วก็ถอนใจโล่งอก ดีที่ใส่เคสเอาไว้มือถือไม่เป็นรอย แต่เคสก็มีรอยร้าวนิดหน่อย
"เอ่อ ไม่คิดว่านายจะตกใจขนาดนี้"
"อ๋อ ไม่ฮะไม่ ผมเป็นแบบนี้ล่ะซุ่มซ่าม"
ยองแจประกอบเคสเข้าเช่นเดิมแล้วก็ยิ้มแป้นให้อีกฝ่าย ก่อนจะนึกได้ว่าครบชั่วโมงแล้วประกันยังไม่มาเลย
"เอ่อ ผมขอโทษอีกทีนะครับ ประกันของผมช้ามากเลย คุณมีนัดอะไรหรือเปล่าถ้ายังไงผมจะถอยรถให้แล้วให้ประกันคุณเช็คแล้วคุณจะได้ไปก่อน" ยองแจพูดแล้วก็โค้งขอโทษไปด้วย แต่กลายเป็นอีกฝ่ายยื่นขวดน้ำเย็นขวดเดิมมาให้
"ครับ?"
"ดื่มน้ำก่อนสิ ฉันขี้ร้อนเลยไปซื้อน้ำเห็นนายนั่งเหงื่อซึมเลยซื้อมาเผื่อ รับไปสิ"
ขวดน้ำเย็นฉ่ำยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับท่าทางที่บอกให้ยองแจรีบๆรับไปซะ ตาเรียวเล็กได้แต่กะพริบตาปริบๆแต่ก็รับมา
"เอ่อ ขอบคุณฮะ"
"ฉันว่างแล้ว เพิ่งเสร็จงานแต่งของเพื่อนมาแล้วก็กำลังจะไปหาอะไรกิน งานแต่งแบบคอกเทลกินอะไรไม่ได้มาก คานาเป้ก็ชิ้นนิดเดียว"
ยองแจฟังไปด้วยดูดน้ำไปด้วย เขาพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แล้วจึงพูดบ้าง
"ไม่มีโต๊ะให้นั่งเดินไปมาก็ลำบากแล้ว จิ้มกินๆไม่ใช่แนวผมเลย"
"ใช่ไหม"
"อื้อ"
หัวกลมพยักหน้ารับแก้มพองเพราะอมน้ำเอาไว้ก่อนจะค่อยๆกลืน เย็นดีจังค่อยยังช่วยหน่อย
"คุณชเวยองแจ?"
ยองแจหันไปตามเสียงเรียกทันที มาได้ซะทีบริษัทประกันบ้าเนี่ย เคลมรอบนี้เสร็จจะบอกให้ปะป๊าเปลี่ยนบริษัทแน่นอน
"ครับ ผมอยู่นี่"
ยองแจเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่อธิบายเหตุการณ์แล้วจึงปล่อยให้เขาเก็บหลักฐานไป ส่วนคู่กรณีก็ยืนรออยู่ข้างๆ
"ก็อันนี้ทางคู่กรณีบอกว่าจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบให้เพราะมางฝั่งเขาผิด โอ้โห หายากนะครับเนี่ย ถ้ายังไงรบกวนคุณชเวยองแจเขียนรายละเอียดด้วยลายมือตรงนี้นะครับ แล้วเซ็นข้างล่าง"
พนักงานจากบริษัทประกันหันมามองคู่กรณีของเขานิดนึงแล้วก็ยิ้มแหยๆ คงเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรแล้วยังจะยืนมองการทำงานอย่างเงียบๆยองแจลงมือเขียนจนเสร็จก็สตาร์ทรถแล้วถอยเข้าซองเพื่อที่จะดูร่องรอยจากการชน คู่กรณีของเขารถแบรนด์ยุโรปไม่ต้องถามเลยถึงความเสียหายแทบจะไม่บุบอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแต่รอยถลอกที่ติดสีจากรถเขาไปนิดหน่อยแล้วก็กระจกไฟหน้าแตก ของเขาสิกันชนหน้ายุบเข้ามาเลย
"เปิดกระโปรงหน้าด้วยนะ"
"ค...ครับ" เปิดทำไมอะ ยองแจงงเห็นอยู่ว่ากันชนมันยุบไม่เกี่ยวกะข้างในนี่นา
"ไม่เคยโดนรถชนหรอ"
"ครั้งแรกเลย"
"เขาจะเช็คเลขตัวถังน่ะ เลยขอให้นายเปิดกระโปรงหน้ารถ"
"อ๋อ"
"ฉันขอโทษอีกที ฉันมัวแต่ติดบลูทูธที่หู ปกติจะติดก่อนสตาร์ทรถ แต่วันนี้ไม่ได้ติดแล้วดันมีสายเข้าพอดี เงยหน้ามาอีกทีก็หลบนายไม่ทันแล้ว"
"อ่า...ครับ"
ประกันน่ะมาช้าแต่เคลมไว อาจจะเป็นเพราะตกลงกันได้ก็เลยจบเร็ว ยองแจกลับขึ้นรถแล้วคิดถึงแผนตอนแรกที่ตั้งใจจะไปหาร้านขนมกินจากสามโมงนี่จะห้าโมงละ เปลี่ยนเป็นมื้อเย็นเลยเถอะ
ถ้าไม่เพราะประกันมาช้านะ เสียเวลาชะมัดเลย
ก็อก ก็อก
เฮ้ย!! ตกใจรอบที่เท่าไรของวันแล้วเนี่ย
เขาแค่ลดกระจกลงมาเพื่อคุยกับอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันถามอะไร ก็มีนามบัตรสีขาวยื่นมาตรงหน้า
"นามบัตรของผม เผื่อมีปัญหาในการเคลม หรือซ่อมรถติดต่อผมก็ได้ อย่างน้อยก็เคยมีประสบการณ์"
ประสบการณ์ในการรถชนเนี่ยนะ เขาเกือบจะขำออกมา ได้แต่กลั้นไว้เพราะดูจากสีหน้าปุเลี่ยนของอีกฝ่ายก็คงจะตลกที่ตัวเองพูดเหมือนกัน
"เดี๋ยวคงให้พ่อจัดการให้ครับ แต่ว่ายังไงก็ขอบคุณมากครับ"
เด็กหนุ่มลดกระจกเพิ่มลงมาก่อนจะรับนามบัตรนั้นด้วยสองมือ
"ถ้างั้นให้แนะนำอู่ก็ได้นะ ฉันมีคนรู้จักเป็นอู่ซ่อมน่ะ วางใจเรื่องอะไหล่ได้"
"ครับ ขอบคุณ เอ่อ คุณแจบอม"
"นายชื่อยองแจใช่ไหม ฉันได้ยินเมื่อครู่ที่เขาเรียก”
คุณแจบอมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก บอกแค่ว่าขอโทษอีกครั้งแล้วกลับขึ้นรถไป เสียงเครื่องยนต์แบรนด์ยุโรปผ่านหน้ายองแจไป เขามองไม่เห็นอะไรเพราะรถคันนั้นติดฟิล์มดำไม่ได้เห็นกระทั่งว่าเจ้าของรถคันนั้นเองก็กำลังมองยองแจจากกระจกหลังจนลับสายตาไป
"ถ้างั้นให้แนะนำอู่ก็ได้นะ ฉันมีคนรู้จักเป็นอู่ซ่อมน่ะ วางใจเรื่องอะไหล่ได้"
"ครับ ขอบคุณ เอ่อ คุณแจบอม"
"นายชื่อยองแจใช่ไหม ฉันได้ยินเมื่อครู่ที่เขาเรียก"
คุณแจบอมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก บอกแค่ว่าขอโทษอีกครั้งแล้วกลับขึ้นรถไป เสียงเครื่องยนต์แบรนด์ยุโรปผ่านหน้ายองแจไป เขามองไม่เห็นอะไรเพราะรถคันนั้นติดฟิล์มดำไม่ได้เห็นกระทั่งว่าเจ้าของรถคันนั้นเองก็กำลังมองยองแจจากกระจกหลังจนลับสายตาไป
เด็กชายอ่านนามบัตรที่ได้รับมาแล้วก็ตาโต
อิม แจบอม มาร์เกตติ้งเมเนเจอร์ สตาร์ทคอร์ป...
โปรไฟล์ขนาดนี้ยองแจจะกล้าโทรไปรบกวนเขาไหมละเนี่ย
หลังจากโทรบอกถึงเรื่องรถชนให้พ่อกับแม่ฟังและยืนยันว่าตนเองปลอดภัยดีมีแค่กันชนด้านซ้ายที่ยุบเข้าไป ยองแจก็มองหาร้านอาหารสำหรับมือเย็น พอเลือกร้านได้แต่ต้องรอคิวพร้อมกับรอพ่อแม่ที่จะออกมากินด้วยจึงเดินเข้าไปในร้านขนมใกล้ๆกันฆ่าเวลา
เด็กหนุ่มมองเมนูโฆษณาที่ถูกเขียนด้วยชอล์กสีบนกระดานดำ สโคนเสิร์ฟพร้อมเจลาโตเพียงแค่นี้ก็เรียกรอยยิ้มน่ารักได้ไม่ยากมืออูมผลักประตูเข้าไปพร้อมกับกลิ่นของขนมอบที่ลอยมาปะทะหน้าทันที มีลูกค้าอยู่สองสามโต๊ะที่นั่งอยู่ก่อน ส่วนใหญ่กินแต่ไอติมเพียงอย่างเดียวแต่ยองแจหิวเกินกว่าจะพลาดขนมโปรดอย่างสโคน
"มีรสไหนแนะนำพิเศษไหมครับ"
สายตาเล็กเป็นประกายราวกับเด็กน้อยถูกใจของเล่น ไอศครีมเต็มตู้แปะไว้ด้วยชื่อรสที่แปลกตากว่าร้านอื่นๆ
"ชอบกินถั่วไหมคะ แนะนำพิสตาชิโอคะ" แล้วช้อนพลาสติกเล็กๆก็ถูกยื่นข้ามฝั่งมาจากด้านในเคาท์เตอร์
"ลาเวนเดอร์คะ" ไม่ไหวแฮะอันนี้
"ถ้าชอบดื่มชาเอิร์ลเกรย์ ก็มีรสนี้นะคะ"ช้อนพลาสติกเริ่มมากขึ้นตามจำนวนที่พนักงานหน้าตาใจดีขยันแนะนำรสชาติต่างๆให้ยองแจ เขาพยายามที่จะลองรสชาติที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่ก็ยังไม่เป็นที่ถูกใจ
"ผมอยากสั่งเซตสโคน มีรสไหนที่แนะนำไหมครับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ลองอัญชันมะนาวสิ รสจะเปรี้ยวนิดนึงแต่มันจะทำให้สดชื่นหลังจากที่นั่งทนร้อนมาหลายชั่วโมง"
เสียงแนะนำรสของไอศครีมดังขึ้นพร้อมกับผู้ชายที่อยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อนลายทางสีขาวสลับน้ำเงินเข้ม ผู้ชายที่เพิ่งเจอเมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้ว เดินถือถาดขนมที่เต็มไปด้วยสโคนของโปรดเขาผู้ชายที่ใส่แว่นกรอบหนาและดูแปลกตาไปกว่าเดิม