เสื้อคู่หรอคะ Thom Browne 2014 Spring Cinch Arm Band Oxford B.D. Shirt #thombrowne #BamBam #GD http://swgnt.com/blog/2014/03/28/thom-browne-2014-spring-cinch-arm-band-oxford-b-d-shirt/

blake kathryn

Kaledo Art
Stranger Things
Jules of Nature

roma★
"I'm Dorothy Gale from Kansas"
trying on a metaphor
Sweet Seals For You, Always
Cosimo Galluzzi

No title available
Xuebing Du
AnasAbdin
tumblr dot com

PR's Tumblrdome
Game of Thrones Daily
Not today Justin

pixel skylines
Aqua Utopia|海の底で記憶を紡ぐ

titsay
Show & Tell

seen from Sweden
seen from Iraq

seen from United States

seen from Australia

seen from Iraq
seen from United States
seen from Latvia

seen from Netherlands

seen from Malaysia
seen from Malaysia
seen from Denmark
seen from Pakistan
seen from Tunisia
seen from United States

seen from Finland

seen from Malaysia

seen from United States
seen from United States
seen from United States

seen from Germany
@kinkimkim
เสื้อคู่หรอคะ Thom Browne 2014 Spring Cinch Arm Band Oxford B.D. Shirt #thombrowne #BamBam #GD http://swgnt.com/blog/2014/03/28/thom-browne-2014-spring-cinch-arm-band-oxford-b-d-shirt/
[ os - Kids, TROUBLE #YoungBam #BamYoung ] "พี่ยองแจ พี่จำได้ไหมที่เมื่อคืนเราจูบกัน" "อือ ทำไม" "พี่จำได้ไหมตอนถ่ายรูปมือพี่ไปโดนวีดีโอแล้ว...มันก็...." ยองแจเลิกคิ้วตอนที่คนน้องตะกุกตะกักไม่พูดต่อ มือเล็กยื่นโทรศัพท์มาให้ตรงหน้าพร้อมเปิดวีดีโอที่ถูกอัดเอาไว้ ยองแจมองหน้าจอเงียบๆรู้สึกลำคอตีบตันกลืนน้ำลายลำบากขึ้นมาทันที กว่าสิบนาทีของวีดีโอที่ตอนท้ายถูกตัดจบไป "ทำไมไม่ลบ" "ไม่....ไม่รู้สิ ผมควรลบหรอ" น่าแปลกที่เขาคิดว่ามันเป็นคำถามที่ตอบยากทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรให้ใครรู้ด้วยซ้ำ หากแบมแบมลบไปตั้งแต่แรกที่เห็นก็คงไม่ต้องมายืนมองหน้ากันไปมาอย่างตอนนี้ "ก็ควรลบ ถ้าหลุดไปก็ไม่ดีแน่ทั้งชั้นและนาย" "พี่หมายถึงหลุดไปที่ไหน แค่ทุกคนในวงหรือหลุดออกไปหาแฟนๆ" "ก็ทั้งสองทาง" แบมแบมเอามือถือกลับไปแล้วกดไปที่เครื่องหมายถังขยะแต่พอมีคำถามจากเครื่องมือสื่อสารว่าต้องการที่จะลบหรือไม่ ดวงตาเล็กก็ช้อนสายตามองเขาอีกทีอย่างไม่แน่ใจ "พี่ยองแจ ที่เราจูบกัน...พี่รู้สึกยังไง" "มันก็...ไม่ได้แย่ ออกจะรู้สึกดี......ด้วยซ้ำ" ยองแจคิดไปถึงเมื่อคืนที่หลังจากดื่มเข้าไปแล้วก็บังเกิดความกล้าที่จะทำ พอน้องถามความรู้สึกและสุดท้ายเราสองคนก็จูบกันยองแจก็คิดว่ามันไม่ได้แย่หรือน่าเสียใจ บางทีการที่พี่จินยองหรือพี่แจบอมที่ชอบเข้ามานัวเนียหรือซุกไซ้เขามันก็ทำให้เขาโหยหาและอยากจะถูกเติมเต็มจากใครซักคนบ้าง ความสัมพันธ์ที่พิลึกพิลั่นแบบนี้หากพูดไปก็คงไม่มีใครเข้าใจ แต่หลังจากจูบเมื่อวานแล้วได้คุยกันจนเผลอหลับไปยองแจก็รู้ว่ามีแบมแบมที่เข้าใจเขา "ผมไม่อยากลบ...อยากเก็บเอาไว้" ยองแจสูดลมหายใจ เขาไม่รู้ถึงเหตุผลแต่หากถามความรู้สึกเขาว่าเขาก็พอจะเข้าใจ "มันอยู่ในเครื่องของนาย ก็แล้วแต่เถอะ" "เราจูบกันอีกได้ไหม?" ยองแจไม่ได้คัดค้านอะไรตอนที่ตัวเขาถูกน้องลากเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู ในระดับสายตาที่เท่ากันยองแจกำลังจ้องมองสายตาของแบมแบมที่คล้ายจะมีความกังวลใจอยู่ในนั้น มืออูมของเขาประคองหน้าน้องไว้ทั้งสองข้าง แบมแบมแค่เบี่ยงหน้าเล็กน้อยรับกับความอบอุ่นที่ประคองหน้าเขาไว้อยู่ เด็กชายรับรู้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย ยามที่ปลายจมูกสัมผัสกันเขาก็รู้ดีว่าเขากำลังโหยหาความรู้สึกบางอย่าง และความรู้สึกนั้นกำลังเร่งเร้าให้เขาใช้สัมผัสเป็นตัวนำ จมูกที่คลอเคลียหยอกเย้าแก้มใส ริมฝีปากของพี่ที่ปัดผ่านปากอิ่มของตน "ยะ...อย่า..แกล้ง" สิ้นคำร้องขอริมฝีปากทั้งสองก็สัมผัสกันทันทีราวกับรู้ใจของแต่ละฝ่าย เช่นเดิมที่มีเพียงแค่ริมฝีปากสัมผัสกันเท่านั้น จูบซับมุมปากจนถึงกึ่งกลางมีเพียงลมหายใจที่กำลังสั่นไหวของทั้งสองคน ยองแจกำลังจินตนาการยามที่พี่แจบอมชอบกอดจากข้างหลังตอนที่เรานอนด้วยกัน ดวงหน้าหล่อชอบจูบเบาๆที่กลางหลังเพื่อกล่อมให้เขานอน แบมแบมเองก็จินตนาการถึงตอนพี่มาร์คสอดปลายนิ้วช้าๆทีละนิ้วแล้วดึงเข้าไปจูบที่หลังมือ ตอนที่ริมฝีปากอิ่มของแบมแบมช้อนริมฝีปากของเขาทั้งดูดและดึงยองแจคิดถึงกลิ่นหอมแบบผู้ชายของพี่จินยองที่โอบกอดเขาแล้วเอาหน้ามาซุกไซ้ที่คอและจูบเบาๆที่ท้ายทอยเขา สองคนผละออกจากกันเล็กน้อยเพื่อเติมอากาศหายใจก่อนที่ยองแจจะเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากอิ่มสวยนั่นอีกครั้ง แล้วมันทำให้แบมแบมคิดถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นยามค่ำคืนจากรูมเมทของตัวเอง "เฮ้ย! ทำอะไรกันอะ ยองแจ! แบมแบม!" เสียงดังของแจ็คสันที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนเขาตกใจและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น ร่างสองร่างผละออกจากกันอย่างตกใจ แบมแบมมีสีหน้าคล้ายคนจะร้องไห้ ยองแจเองก็เช่นกัน ทั้งสองคนตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ในห้อง "พวกนาย...พวกนาย....จูบ..กันอย่างนั้นหรอ" ท้ายเสียงแจ็คสันเบาลงคล้ายคนที่พยายามคิดว่าสิ่งที่เห็นนั้นไม่จริง "เรา...ระ....เรา ผม" แบมแบมอยากจะอธิบายแต่เขาพูดอะไรไม่ออก แจ็คสันมองน้องอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง กำลังจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ประตูห้องพักก็ถูกเปิดออก แจบอมเดินเข้ามาแล้วก็งงเมื่อเห็นทั้งสามคนเหมือนคุยอะไรกันอยู่ "ชั้นเข้ามาผิดเวลาอะไรหรือเปล่า? เกิดอะไรขึ้น? ทะเลาะกันหรอ?" "เปล่าครับ" ยองแจรีบตอบสวนกลับไปนั่นยิ่งทำให้ลีดเดอร์ของวงขมวดคิ้วทันที "นายปิดบังอะไรหรอยองแจ เกิดอะไรขึ้นแบมแบม แจ็คสัน" "จูบกัน! ตั้งแต่เมื่อไร" จินยองหันไปถามน้องสองคนที่กำลังนั่งไหล่ห่ออยู่ที่โซฟาคนละด้าน แบมแบมที่มีมาร์คนั่งอยู่ติดกันและแจ็คสันที่นั่งอีกด้าน ส่วนยองแจที่นั่งอยู่บนโซฟามีเขากับแจบอมขนาบข้างถัดไปมียูคยอมที่นั่งอยู่ด้วย "เมื่อคืน" เป็นแจบอมที่ตอบแทนให้หลังจากที่เค้นเอาคำตอบตั้งแต่ตอนที่อยู่ในห้องนอนของแจ็คสันเมื่อครู่ เขาเองก็มึนตึ๊บเหมือนมีคนเอาค้อนมาตีหัวจนไม่รับรู้อะไรไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ก็ลากยองแจออกมาจากห้องไปที่ห้องตนเองแล้วเค้นถามจนได้คำตอบ มาร์คกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแล้วก็มึนไปตอนที่จินยองมาตามบอกแจบอมให้ไปเจอที่ห้องมีเรื่องสำคัญ จนนั่งฟังเรื่องคร่าวๆจากแจ็คสัน "พวก..นาย จูบกัน..แบบ...ไหน" มาร์คถามคนข้างตัวด้วยน้ำเสียงว่างเปล่า เขาอยากได้ยินคำตอบว่าไม่ได้จูบมากกว่าจะตอบว่าจูบนั้นเลยเถิดไปถึงไหน "ไม่ได้มีอะไรที่มากไปกว่าที่พวกพี่คิด เราแค่...ปากสัมผัสกัน" เป็นยองแจที่ตอบแทนให้เพราะมองจากสีหน้าของแบมแบมแล้วคงจะไม่มีสติที่จะตอบได้แน่นอน หน้าเหมือนคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ มาร์คค่อยๆหันไปมองคนข้างๆตัว เวลานี้เขาเองก็อยากกอดปลอบใจแล้วบอกน้องว่าไม่เป็นไร แต่มันช่างยากเหลือเกิน เพราะแค่จะบอกว่าไม่เป็นไรกับตัวเองนั้น เขาเองก็ยังทำไม่ได้ "นายรักยองแจอย่างนั้นหรือ" น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงจากตาคู่สวย แบมแบมเอาแต่ส่ายหน้าแล้วปาดน้ำตาอ้าปากตอบแต่ไม่มีเสียง มาร์คกำมือแน่นด้วยความเสียใจที่คำถามที่เขาอยากจะรู้กลับกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องร้องไห้ สองมือที่สั่นเกินจะควบคุมมันอยากจะกอดแบมแบมเอาไว้แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกินในตอนนี้ "แล้วนายละยองแจ นายรักแบมแบมแบบนั้นหรือ" "ผมเปล่า เราไม่ได้รักกันแบบนั้น" จินยองกลั้นใจถามคำถามเดียวกันกับยองแจ ถึงคำตอบจะทำให้ทั้งหมดสบายใจ แต่ก็ยังไม่มีใครเข้าใจอยู่ดีว่าอะไรทำให้ทั้งสองคนทำแบบนั้น "แล้วทำไม" ถึงตอนนี้แบมแบมที่กำลังร้องไห้ก็สะอื้นออกมาจนยูคยอมที่นั่งฟังอยู่นานทนไม่ไหว เขาเดินเข้าไปกอดเพื่อนสนิทเอาไว้แล้วปลอบให้เงียบ สายตาคมนั้นจ้องมองมาร์คที่กำลังมองมาที่เขา ยูคยอมแค่นยิ้มให้ความใจแคบของอีกฝ่ายที่ไม่กล้าแม้แต่จะปลอบคนที่ตนเองชอบ "ชู่ว เงียบซะแบมแบม ไม่เป็นไร เราจะแก้ไข้เรื่องนี้ด้วยกัน ไม่เป็นไร เงียบซะนะ" สองมือใหญ่ของยูคยอมไล่เช็ดน้ำตาให้คนตัวเล็กในอ้อมกอด ปากก็พร่ำบอกให้เงียบ แบมแบมได้แต่พยักหน้าตอบเด็กชายไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้ามาร์คที่นั่งอยู่ข้างกัน "ยองแจพอจะบอกพี่ได้ไหม ทำไมถึง...ทำแบบนี้" "ถ้าอย่างนั้นผมถามพี่แจบอมกับพี่จินยองได้ไหมครับ ทำไมพี่สองคนถึงไม่เคยจูบผมเลย เช่นกันพี่มาร์ค พี่แจ็คสัน ยูคยอมเองก็ชอบแบมแบมใช่ไหมละแต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรที่มันชัดเจน" "นั่น..คือ...ที่มา..หรือ" แจ็คสันที่เงียบไปนานถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ "ผมกับแบมแบมแค่อยากรู้แล้วก็อยากจะลองหากมีใครสักคนจูบเราด้วยความรักมันจะเป็นแบบไหนก็เท่านั้น" "ความ..รักของทุกคน....มันทำให้ผมกับพี่ยองแจอยากจะรู้ว่าคนรักกันจูบกันจะมีความรู้สึกยังไง" ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบจนน่าอึดอัด เพราะความไม่ชัดเจนและลุ่มหลงจนยืดเยื้อกลายเป็นความชอบและความรักที่ไม่มีใครกล้าตัดสินใจต ยองแจไม่ได้เป็นของแจบอมในขณะที่ก็ไม่ได้เป็นของจินยองเช่นกัน แบมแบมที่มาร์คชอบนั่นก็หมายถึงยูคยอมและแจ็คสันเองก็ชอบเช่นกัน "เอาละ เรื่องมันเกิดไปแล้วจะไปย้อนมันกลับมาพูดก็มีแต่จะรู้สึกไม่ดีกันทุกคน จากนี้ก็..." "ก็?" "จินยอง?" "ก็แค่พูด มีอะไรก็แค่พูดออกมา อึดอัด ชอบ ไม่ชอบ หรืออย่างอื่นสิ่งที่จะทำให้พวกเราเข้าใจกันมากขึ้น ต้องใส่ใจกันและกันให้มากกว่านี้ไม่ใช่แค่ต้องการทำตามความต้องการของตนเองเท่านั้น" จินยองพูดแล้วมองหน้าทุกคนในห้องเชิงถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ ทุกคนเองก็พยักหน้าเข้าใจและเห็นด้วยในสิ่งที่จินยองพูด "พวกพี่เองก็ผิด ที่เอาแต่ใจจนไม่เคยสนใจว่ายองแจหรือแบมแบมต้องการอะไร" แจบอมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ทางออกที่ดีในตอนนี้แต่การที่จะนั่งเค้นหาทางออกมองหน้ากันไปมาแล้วมีแต่ความเงียบที่น่าอึดอัดก็ดูจะยิ่งทำร้ายน้องสองคนจนเกินไป หรือบางทีพวกเขาก็กลัวว่าตนเองจะโดนทำร้ายจากการตัดสินใจของใครสักคน หลังจากเหตุการณ์วันนั้นยองแจกับแบมแบมรู้ตัวว่าไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ด้วยกันลำพังสองคนเหมือนเช่นเคยแม้กระทั่งการนั่งข้างกัน แจบอมกับจินยองประกบติดกับยองแจสองคนมักจะสลับกันหากต้องมีใครคนนึงแยกตัวไป เช่นเดียวกันแบมแบมก็มีมาร์ค ยูคยอมและแจ็คสันคอยตามติดอยู่เสมอ ทั้งสองคนไม่ได้อึดอัดอะไรแต่กับยิ่งมีความสุขที่ได้รับการเอาใจใส่มากกว่าการเอาแต่ใจจากอีกฝ่ายเช่นเมื่อก่อน ระบบเตือนข้อความในมือถือยองแจเตือนขึ้นมากลางดึกที่ทุกคนหลับกันหมดแล้ว มือกลมแตะตรงคำว่าฮิดเด้นแมสเสจพออ่านจบข้อความนั้นก็หายไปตามเวลาที่อีกฝ่ายตั้งไว้ ยองแจค่อยๆลงจากเตียงที่มีจินยองนอนอยู่ด้วยเปิดประตูอย่างเงียบเชียบเดินออกไปตรงบันไดหนีไฟ "มีใครตามมาไหม" "ไม่มี หลับกันหมด" "คิดถึงพี่ยองแจจัง" "คิคิ ฉันก็คิดถึงนาย" "ขอจูบหน่อยสิ" ท่ามกลางความมืดมิดที่ล่วงเข้าวันใหม่มาได้เกือบชั่วโมง บันไดหนีไฟของโรงแรมแห่งหนึ่งในซานฟราน เสียงพูดคุยดังแล้วก็เงียบหายไปจากสองคนที่กำลังใช้ริมฝีปากสัมผัสกันอย่างโหยหา ทั้งสองกำลังประคองใบหน้าซึ่งกันและกันเพื่อตอบรับความคิดถึงที่ไม่สามารถแสดงออกได้ยามที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า "ตื่นเต้นจังพี่ยองแจ" "ชั้นก็ตื่นเต้นแบมแบม"
[ os - Kids, KISS #YoungBam #BamYoung ] http://twitter.com/kinkimkim/status/597986538127892481/photo/1
'พี่ยองแจ พี่ว่าเวลาคนที่เขาจูบกันความรู้สึกมันจะเป็นยังไง' 'อืม...ไม่รู้สิ...' 'แบมแบม...นายว่าถ้าเราสองคนจูบกันจะเป็นอะไรไหม' ยองแจกำลังยืนมองน้องตัวเล็กในวงยืนหน้างอพร้อมส่งเสียงตะแง้วๆใส่บรรดาพี่ๆสี่คนที่ยืนยันไม่ให้เจ้าตัวไปเที่ยวด้วยคืนนี้ แล้วก็หันไปมองน้องคนเล็กที่ดูไม่สะทกสะท้านกับการโดนห้ามไม่ไปเที่ยวด้วย เขาค่อยๆนั่งลงที่โซฟากลางห้องของพี่ใหญ่ แล้วก็มองทั้งห้าคนเถียงกันไปมา "ยูคยอม นายไม่อยากไปด้วยหรือ" "ไม่ล่ะ ผมจะออกไปซื้อของกับโคดี้นูน่า" ยองแจพยักหน้าเข้าใจถึงเหตุผลที่ทำไมจึงมีแค่แบมแบมสู้ยิบตาอยู่คนเดียว การเถียงอย่างเอาเป็นเอาตายจบลงภายในครึ่งชั่วโมง โดยพี่จินยองยื่นคำขาด ถ้าหากแบมแบมยังคงดื้ออยู่ต่อไปเมื่อถึงอายุที่ไปเที่ยวได้แล้ว พี่จินยองจะไม่อนุญาตอะไรทั้งนั้นและจะรายงานเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่รับรู้แล้วจับตามองแบมแบมเป็นพิเศษ ทั้งห้องตกอยู่ในความสงบทันที และเมื่อพี่จินยองถามอีกทีว่าแบมแบมยังอยากไปไหม คำตอบที่ได้ก็ทำให้พี่ชายของเขายิ้มออกและลูบหัวแบมแบมอย่างเอ็นดู ถึงสายตาของอีกฝ่ายจะยังขุ่นมัวก็ตาม "ผมไม่อยากไปแล้วครับ จะเป็นเด็กดีอยู่ที่ห้อง" "น่ารักมาก เด็กดีของพี่" น้ำเสียงตัดพ้อเสียจนพี่ชายอีกสามคนถึงกับมองตามตาละห้อย เมื่อตอนที่แบมแบมยอมเดินกลับไปห้องพักของตนเอง ยองแจหันหน้ากลับมาแล้วก็อยากจะขำเมื่อเห็นพี่ชายหูตกหางตกกัน พี่ใหญ่อย่างพี่มาร์คยังไม่กล้า ลีดเดอร์อย่างพี่แจบอมก็ยังยอม พี่แจ็คสันไม่ต้องพูดถึงสปอยล์แบมแบมเสียจนยอมไปซะหมด จะมีก็แค่พี่จินยองที่ยังแข็งแกร่งถึงสายตาที่มองตามน้องยังรู้สึกสึกผิดก็เถอะ "ยองแจพี่ฝากน้องด้วย" "ครับ พี่จินยองจะเป็นอะไรไหมถ้าผมจะขอสั่งรูมเซอร์วิสขึ้นมากิน" "ไม่เป็นไร พี่ให้เอาบัตรพี่ไว้ใช้จ่ายไปเลย ไปถามแบมแบมด้วยว่าอยากกินอะไร" เป็นพี่มาร์คที่ตอบแทน เขารีบเปิดกระเป๋าเงินและเอาบัตรเครดิตของตัวเองยื่นให้ พอเงยหน้าจะถามว่าจะรูดยังไง ก็ได้คำตอบที่ทำให้ยองแจยิ้มกริ่มเดินไปหาแบมแบมทที่ห้องทันที "ให้แบมแบมทำให้ รายนั้นรู้ดีว่าใช้บัตรพี่ยังไง อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะ" เสียงพูดคุยจากทางเดินหน้าห้องเงียบไปหลังจากได้ยินเสียงของลิฟท์ดัง แบมแบมที่เอาหูแนบประตูแอบฟังอยู่เดินกลับเข้ามาหายองแจที่นั่งกดรีโมททีวีอยู่ที่กลางเตียงนอนของเขา สองขาเล็กเดินมานั่งที่ขอบเตียง ยองแจแค่ปรายตามามองหลังเล็กที่ดูห่อเหี่ยวเล็กน้อย "อยากกินอะไรไหม พี่มาร์คเป็นเจ้ามือเลยนะ" "ไม่อะ พี่ยองแจอยากกินอะไรก็สั่งไปเลย ผมกำลังเซ็งโคตรๆ" ยองแจยักไหล่ไม่สนใจแล้วก็ได้ เดินลุกไปหยิบเมนูรูมเซอร์วิสมานั่งที่เตียงเพื่อเลือก ปากก็อ่านออกเสียงบ้าง งึมงัมบ้าง พอไม่แน่ใจก็เอาไอโฟนมาเปิดกูเกิ้ลแล้วใส่ชื่ออาหารลงไป เลือกดูรูปภาพเป็นการประกอบการตัดสินใจ ยองแจเขยิบตัวไปใกล้โทรศัพท์ข้างหัวเตียง หย่อนขาลงไปแล้วตีขสลับไปมาสองข้างระหว่างอ่านรายชื่อเครื่องดื่มอยู่ "เบ-เวอ-เรจ-เจส ดื่มอะไรดีหว่า" "ฮอท ช็อคโกแลต ฮอทคาปูชิโน่ วอเทอร์ จุ๊ยส์ อืมอืม" "วิสกี้ เบอร์เบิ้น ไวน์ เบียร์ นี่มันแอลกอฮอลนี่นา" "พี่ยองแจ" "หืม" "เบอร์เบิ้น สั่งเบอร์เบิ้นให้แบมหน่อย" ยองแจหันไปมองน้องที่กำลังมองมาที่ตนเอง แล้วเลิกคิ้วเชิงถามเหมือนไม่แน่ใจว่าตนได้ยินผิดหรือเปล่า "เบอร์เบิ้น?" "ใช่ เอาแก้วนึง" "นายควรจะกินอย่างอื่นด้วย เดี๋ยวก็เมาหรอก" "ก็กินกับพี่ พี่ยองแจสั่งมาสิ ผมขอกินหน่อย" "แต่ถ้าพี่จินยองรู้ พี่มาร์ครู้" "พี่ไม่พูด ผมไม่พูด กินเสร็จก็ให้เขามาเก็บไป แล้วบอกว่าเราจ่ายเลย หลักฐานหมดพี่มาร์คก็เห็นแค่ยอดไม่เห็นรายละเอียด จบ" สุดท้ายมื้อดึกที่มาส่งก็เป็นเพียงแค่เบียร์สองกระป๋อง ฟิชแอนด์ชิพ และขนมเค้กช็อคโกแลตที่แบมแบมแอบรับมาจากแฟนคลับ ยองแจไม่อยากมีปัญหาจึงคุยกับน้องว่าหากครั้งหน้าที่เลยวันเกิดของเขาแล้ว เขาจะยอมสั่งเครื่องดื่มจำพวกเหล้าและวิสกี้มาให้ ตอนนี้เอาแค่เบียร์ไปก่อน ถึงจะถูกขัดใจอีกครั้งแต่แบมแบมก็เห็นว่ามันเป็นข้อตกลงที่ดี อย่างน้อยพี่ยองแจก็มีทางเลือกให้เขามากกว่าพี่คนอื่นๆที่ไม่ยอมให้เขาแตะอะไรเลย ได้เครื่องดื่มมาสองคนก็รีบเปิดแล้วชิมรสทันที ถึงจะขมและไม่ค่อยถูกปากเท่าไร แต่ทั้งสองคนก็คิดว่ารสชาติปลายลิ้นที่ทิ้งไว้นั้นก็ทำให้วางไม่ลงเหมือนกัน แบมแบมกินเฟรนช์ฟรายไปแล้วก็ตักเค้กตามเข้าไปด้วย โชคไม่ดีที่กินเร็วไปหน่อยจึงสำลักเพราะติดคอ ยองแจรีบลุกไปเปิดตู้เย็นเพื่อเอาน้ำเปล่าให้แต่ก็ช้ากว่าคนน้องที่หยิบเบียร์ที่เหลืออีกครึ่งกระป๋องกรอกเข้าปากทันที "เฮ้ๆๆๆ แบมแบมใจเย็น นี่เบียร์ไม่ใช่น้ำเปล่านะสำลักแบบนี้เดี๋ยวก็เมาหรอก" ยองแจพูดแล้วก็รีบจับกระป๋องเบียร์ของน้องที่กำลังกระดกเข้าปากอย่างรวดเร็วให้ช้าลง "ไหวปะเนี่ย" "ไหวดิ แค่สำลักติดคอ" ยองแจยื่นแก้วน้ำเปล่าให้น้อง รายนั้นก็รับไปดื่มแล้วก็วางคืนให้ที่โต๊ะ เมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิมยองแจก็สังเกตว่าแบมแบมมีสีหน้าที่แดงขึ้นกว่าเมื่อครู่ "นายเมาหรอ" "ไม่เมา ผมยังเห็นพี่คนเดียว ไม่ใช่สองคนแบบภาพซ้อนเหมือนคนเมานะ" "นายหน้าแดงนะ เฮนโหลวววว ตาปรือเชียว" ยองแจพูดแล้วยื่นหน้าไปใกล้ๆน้อง ลมหายใจรดหน้ากันจนยองแจเห็นว่านัยน์ตาของแบมแบมตอนนี้มันมีประกายกระทบกับแสงแล้วคล้ายดวงดาวที่ระยิบระยับบนท้องฟ้า "พี่ก็หน้าแดงนะ" สองมือเล็กยกมาประกบแก้มอูมของคนเป็นพี่แล้วก็มองไปทั่วใบหน้า เกิดความเงียบระหว่างคนสองคน มีเพียงสายตาสองคู่ที่เอาแต่จ้องมองกันไปมาราวกับพูดคุยซักถามกันอยู่ ลมหายใจจากแบมแบมเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ออกมาไม่รู้ว่าแบมแบมเองจะได้กลิ่นจากเขาไหม ดวงตาเล็กมองไล่สายตาลงมาจนถึงริมฝีปากของยองแจ เด็กชายรู้สึกคอแห้งเล็กน้อยตอนที่สังเกตเห็นว่าพี่ชายร่วมวงเม้มปากเบาๆ "พี่กำลังประหม่าหรอ" "ฉันรู้สึกแปลกๆ" "แปลกยังไง" "แบมแบม...นายว่าถ้าเราสองคนจูบกันจะเป็นอะไรไหม" คงเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปตอนท้องว่างแล้วตามด้วยของหวานที่มีตัวนำเช่นช็อคโกแลต ที่กำลังทำให้สองคนเอาแต่จ้องริมฝีปากซึ่งกันและกัน สุดท้ายก็เป็นยองแจที่ผละออกมาก่อน เขาเดินไปล้มตัวลงนอนที่เตียงมองเพดานห้องสีขาวอย่างเงียบๆ สักพักก็รู้สึกถึงความยวบของเตียงอีกฝั่ง คงจะเป็นแบมแบม ร่างบางเขยิบมานอนข้างๆกันเสียงสวบสาบของการเสียดสีระหว่างชุดที่สวมใส่กับผ้านวมกลายเป็นเสียงที่ดังกว่าลมหายใจและความคิดในตอนนี้ "พี่ยองแจเราไม่ค่อยถ่ายรูปกันเลย มาถ่ายรูปกัน" "ตอนนี้เนี่ยนะ" แบมแบมทำอะไรมักไม่ค่อยมีที่มาที่ไปนักหรอก อย่างเมื่อกี้เราเหมือนคนที่กำลังจะจูบกัน และห้านาทีถัดมาน้องก็อยากจะถ่ายรูปเพียงเพราะเราไม่ค่อยถ่ายรูปด้วยกันเฉยๆ มือเล็กเอามือถือตนเองไปตั้งไว้ตรงหมอนหนุนแล้วเปิดแอพลิเคชั่นกล้องขึ้นมาปรับเป็นกล้องหน้าสะกิดเรียกอีกคน ยองแจไม่ได้ตอบอะไรทำแค่นี้เงยหน้าขึ้นไป "พี่ถ่ายแบบนี้นี้จะตลกไหม" "ฮ่าฮ่า ผมเอามั่่ง รูปตลกอะในกล้อง" "เออ เอาแบบนี้ๆ ฮ่าฮ่า" "แบมกดละมันจะนับถอยหลังสิบวินะ" สองคนพี่น้องหัวเราะกับการถ่ายรูปแปลกๆของตนเอง พอชัตเตอร์ของกล้องมือถือทำงานสองคนก็ยิ้มใส่กล้อง จากนั้นยองแจจึงเอื้อมจะไปกดถ่ายอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่ามือปัดไปเป็นปลุ่มวีดีโอโดยไม่รู้ตัว พอพร้อมแล้วก็กดชัตเตอร์อีกครั้ง แต่กลายเป็นวีดิโอที่กำลังอัดแทน ทั้งสองคนระเบิดเสียงหัวเราะกันยกใหญ่เพราะเข้าใจผิดคิดว่าตนถ่ายรูปเลยเก๊กท่ากันเสียนาน กลับกลายเป็นวีดีโอเสียได้ แบมแบมขำแล้วกลิ้งไปมาซึบซับความเย็นบนผ้านวมเพราะตอนนี้ตัวของเขาเริ่มจะร้อนจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แม้จะแค่เล็กน้อยเท่านั้น ยองแจก็แกล้งน้องโดยการที่กอดเอาไว้เมื่อแบมแบมกลิ้งมาใกล้ตนเอง อีกฝ่ายก็ดิ้นออกเล่นกันอยู่สักพักก็เกิดเสียงเงียบขึ้นมาทันที เมื่อจมูกเล็กๆของแบมแบมไปชนเข้ากับจมูกของอีกฝ่าย "พี่ยองแจ พี่ว่าเวลาคนที่เขาจูบกันความรู้สึกมันจะเป็นยังไง" "อืม...ไม่รู้สิ..." คงต้องโทษสติอันเลือนลาง หรืออาการเย็นจากเครื่องปรับอากาศ หรือเพราะกลิ่นหอมของอีกฝ่าย อาจจะเป็นเพราะลมหายใจที่รดกัน หรือ...ความอยากรู้อยากเห็นกันที่เป็นแรงดึงดูดให้ริมฝีปากของทั้งสองมาบรรจบกัน ปากอิ่มของแบมแบมกดจูบเข้าไปที่ริมฝีปากบางของพี่ชาย มันทั้งกดและย้ำอยู่ตรงนั้นไม่ต่างกันกับที่ยองแจเองก็ปล่อยให้น้องได้หายข้องใจกับคำถามก่อนหน้า ริมฝีปากบางเริ่มจูบตอบย้ำไปที่ริมฝีปากอิ่มนั่น ทั้งสองคนกำลังค้นหาคำตอบจากการจูบเพียงผิวเผินไม่ได้มีการรุกล้ำไปไกลเกินกว่านั้น ยองแจประคองใบหน้าเล็กแล้วใช้จมูกไล้ไปที่แก้มใสของอีกฝ่าย กลิ่นอวลของลมหายใจจากลมหายใจของคนสองคนที่รดกันคล้ายเป็นเวทมนตร์ที่ทำให้ทั้งสองคนให้ลุ่มหลงและดึงดูดเข้าหากันอีกครั้ง อีกครั้ง... และอีกครั้ง... "น่ารักจังเลยนะน้องๆเราเนี่ย" แจบอมที่เดินเข้ามาเห็นน้องชายสองคนกำลังนอนหันหน้าเข้าหากันอยู่ เวลาตื่นก็ทั้งดื้อทั้งซนพอหลับแล้วก็ดูน่ารักเหมือนสิ้นฤทธิ์กลับไปเป็นเด็กๆที่น่ารัก "น่ารักตรงไหนไม่ทราบ เบียร์สองกระป๋องเลยนะ" "เอาหน่ามาร์ค น้องก็ไม่ได้ไปไหน สั่งมาบนห้องกินกันแค่นี้เอง คนละกระป๋อง" จูเนียร์ที่เดินตามเข้ามาเห็นฟิชแอนด์ชิพที่ยังเหลือกว่าครึ่งและเศษขนมเค้กกับกระป๋องเบียร์ที่วางไว้บนโต๊ะๆเล็กๆหน้าทีวี ผิดกับมาร์คดูหัวเสียตอนที่เห็นกระป๋องเบียร์ "พวกนายก็พูดได้ ยองแจเรียบร้อยน่ารักไม่ดื้อเหมือนแบมแบมนี่" "นี่ก็ออกจะน่ารักนะ กินเสร็จแล้วก็มานอนด้วยกัน" แจ็คสันเดินเข้าไปนั่งยองๆข้างเตียงที่น้องทั้งสองคนนอนอยู่ เอามือเกลี่ยเส้นผมให้แบมแบมแล้วก็เกลี่ยแก้มขาวของยองแจด้วยความเอ็นดู "แล้วจะเอาไง" ถึงจะไม่ชอบใจแต่ก็เห็นด้วยกับคำตอบของแจ็คสัน "ก็ปล่อยให้นอนกันสองคนอย่าไปปลุกกลับห้องเลย" ทุกคนเห็นด้วย พี่ชายทั้งสี่คนเลยผลัดกันมาลูบหัวน้องแล้วบอกฝันดีก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้องไป มีก็แต่น้องคนเล็กอย่างยูคยอมที่ไม่ได้พูดอะไรแล้วเอาแต่จ้องทั้งสองคนเมื่อเขาคิดว่ามันดูแปลกๆ สุดท้ายก็ตามออกไป อืม...แบมแบมน่ะปากอิ่มอยู่แล้ว แต่พี่ยองแจนี่สิ ทำไมปากดูทั้งอิ่มทั้งแดงขนาดนี้ หรือจะแพ้เบียร์?
[ os / #2JAE - CRASH, Crush ] #2JaeFic
[ os / #2JAE - CRASH, Crush ] #2JaeFic โครมมมม..ม.ม "ชิบหาย! อะไรวะเนี่ย" เจ้าของรถที่กำลังขับออกจากที่จอดรถถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ๆก็เกิดเสียงดังจากหน้ารถทางด้านขวา ทั้งที่ก่อนจะออกรถเขาเองก็มองซ้ายขวาอย่างดีแล้ว สองตาเล็กมองผ่านออกมาที่กระจกหน้าตรงตำแหน่งของเสียงที่เกิดขึ้น เห็นรถอีกคันจอดสนิทอยู่หน้ารถเขา รถชน.... รถบีเอ็มดำเมี่ยมคันนี้โผล่มาจากไหนถ้าหากว่ารถที่กำลังวิ่งตรงมาเห็นว่าเขาไม่ดูตาม้าตาเรือแล้วพรวดออกมา เขาเองน่าจะโดนสวดด้วยเสียงแตรสนั่นลานจอดรถแล้วสิยองแจกรอกตาและถอนหายใจแรงๆ ซวยสะบัดเลย ออกมาจากจะพ้นอยู่แล้ว เพ่งสายตาไปที่กระจกที่นั่งข้างคนขับก็ไม่เห็นอะไร คงเพราะฟิล์มดำนั่น เขาลงจากรถมาพร้อมๆกับคู่กรณีที่เปิดประตูออกมาเหมือนกัน ผู้ชายคนนั้นใส่เสื้อเชิ๊ตพับแขนขึ้นไปลวกๆแต่จากเสื้อที่ยังสอดอยู่ในกางเกง รอยยับนิดหน่อยกับรองเท้าหนัง ผมที่ถูกเซตมาคล้ายแค่เสยขึ้นไปก็อยู่ทรง ยองแจแอบให้คะแนนในความดูดีเต็มสิบได้ไหม ทำไมผู้ชายเหมือนกันแต่เขาแต่งแบบนี้แล้วไม่น่ามองเท่านี้นะ แต่...ชเว ยองแจ! มันใช่เวลาไหมเล่า "คือ ผม..." "ผมผิดเองครับ ขอโทษครับ ผมเพิ่งลงมาจากลานจอดด้านบนแล้วโทรศัพท์ดังพอดี" ผู้ชายคนนั้นพูดหมดเลย เออก็ดี เพราะเขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ผิด "ยังไงคุณเรียกประกันคุณมาได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะโทรเรียกของตัวเองเหมือนกัน" ว่าแล้วเขาก็เปิดประตูกลับเข้าไปอีกครั้ง ยองแจก็เลยกลับเข้าไปในรถบ้างแล้วเปิดหาเบอร์บริษัทประกันรถยนต์ บอกรายละเอียดเรื่องสถานที่และลักษณะการชนไป แล้วก็นั่งคอยหงอยๆในรถ "เอายังไงดีหว่า ไม่เคยโดนชนเขาต้องทำยังไงกันต่อ ถามใครได้ว้า" ยองแจบ่นไปมือก็ไล่หาเบอร์โทรศัพท์ไป แบมแบม ไม่เอาไม่ได้ขับรถคงช่วยไม่ได้ ยูคยอม อืมมไปเที่ยวกะครอบครัวยังไม่กลับ พี่แจ็คสัน โอยไม่เอา ต้องพูดจนเขากลัวแน่เลย ก็อก ก็อก เด็กหนุ่มสะดุ้งนิดหน่อยเพราะมัวแต่หารายชื่อเพื่อนก็มีเสียงเคาะกระจก เป็นคู่กรณีของเขา เขาเลยดับเครื่องแล้วเปิดประตูออกไป ยองแจเห็นว่าอีกฝ่ายประกันมาแล้ว แต่ของเขายังไม่มาเลย "ประกันของคุณ?" "เอ่อ โทรเรียกแล้วครับ เดี๋ยวผมเร่งให้อีกที" ยองแจมองสายตาคมที่เขามองมา เดาความหมายไม่ถูกเลยจะยิ้มให้ก็ยิ้มไม่ออก ทำไมดูนิ่งๆน่ากลัวจัง ได้แต่ยิ้มแกนๆไปให้ เขาคงจะรีบแต่ดันมาเจอแบบนี้ ประกันของทางนู้นถ่ายรูปเก็บหลักฐานจนครบ มาขอถ่ายใบขับขี่เขาเรียบร้อย วนถ่ายรูปลักษณะการชนอีกสองรอบ ประกันของยองแจก็ยังไม่มา "พี่อยู่ไหนแล้วครับเนี่ย นี่มันครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ของทางนั้นเขาเสร็จหมดแล้วอะ" ยองแจหัวเสียกับการทำงานชักช้าของฝ่ายตนเอง ยิ่งเห็นเจ้าของรถมองมาทางเขาบ่อยๆก็ยิ่งเกรงใจ "คุณครับ ช่วยถอยรถเข้าซองที ผมจะขอถ่ายรูปหลักฐาน" "แต่ประกันผมยังไม่มาเลย รออีกแปบได้ไหมครับผมเร่งให้แล้ว" ประกันของอีกฝ่ายเข้ามาบอกยองแจเพราะเขาต้องการจะถ่ายรูปในส่วนที่เสียหายเพิ่ม เด็กหนุ่มร้อนรนจนเอาแต่ปลดล็อคโทรศัพท์กดแอพโทรออกอยู่หลายครั้งเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป "ไม่เป็นไร ฉันจะรอ" เสียงของเจ้าของรถบีเอ็มตัดสินใจแทนให้กับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันของคู่กรณีโค้งให้เล็กน้อยกับผู้ชายคนนั้น แล้วก็เดินไปรอที่รถของตนเอง เสียงหนักแน่นที่คล้ายออกคำสั่งแต่ไม่รู้ทำไมยองแจถึงรู้สึกดีขึ้นและหายลน เขาหันไปมองคู่กรณีแล้วก็ยิ้มให้อย่างจริงใจ "ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมจะเร่งให้อีกที" อีก 5นาที จะครบชั่วโมงที่เขาเรียกประกัน แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา ยองแจเริ่มจะร้อนรนอีกครั้งเขานั่งรอประกันอยู่ที่หมอนกั้นที่จอดตรงท้ายรถ โทรหาประกันเป็นรอบที่หกแล้ว ก็ยังได้คำตอบเดิมว่าใกล้จะถึงแล้ว ไม่เข้าใจว่าไอ้ที่บอกใกล้แล้วนี่มันอยู่ส่วนไหนกันแน่ "น้ำไหม เย็นๆจะได้หายร้อน" ขวดน้ำเปล่าที่มีไอน้ำเกาะอยู่รอบขวดแสดงให้เห็นถึงความเย็นถูกยื่นส่งมาตรงหน้า ยองแจมองไล่ตามแขนที่ยื่นขวดน้ำมาให้ แล้วก็รีบลุกจนไม่ทันระวังว่าโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนตักหล่นลงพื้น เคสหลุดออกมาจากตัวเครื่องทันทีที่กระแทกลงกับพื้นปูน "เฮ้ย!" เด็กหนุ่มก้มเก็บชิ้นส่วนของมือถือและเคสก่อนจะพลิกซ้ายขวาเพื่อดูสภาพ แล้วก็ถอนใจโล่งอก ดีที่ใส่เคสเอาไว้มือถือไม่เป็นรอย แต่เคสก็มีรอยร้าวนิดหน่อย "เอ่อ ไม่คิดว่านายจะตกใจขนาดนี้" "อ๋อ ไม่ฮะไม่ ผมเป็นแบบนี้ล่ะซุ่มซ่าม" ยองแจประกอบเคสเข้าเช่นเดิมแล้วก็ยิ้มแป้นให้อีกฝ่าย ก่อนจะนึกได้ว่าครบชั่วโมงแล้วประกันยังไม่มาเลย "เอ่อ ผมขอโทษอีกทีนะครับ ประกันของผมช้ามากเลย คุณมีนัดอะไรหรือเปล่าถ้ายังไงผมจะถอยรถให้แล้วให้ประกันคุณเช็คแล้วคุณจะได้ไปก่อน" ยองแจพูดแล้วก็โค้งขอโทษไปด้วย แต่กลายเป็นอีกฝ่ายยื่นขวดน้ำเย็นขวดเดิมมาให้ "ครับ?" "ดื่มน้ำก่อนสิ ฉันขี้ร้อนเลยไปซื้อน้ำเห็นนายนั่งเหงื่อซึมเลยซื้อมาเผื่อ รับไปสิ" ขวดน้ำเย็นฉ่ำยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับท่าทางที่บอกให้ยองแจรีบๆรับไปซะ ตาเรียวเล็กได้แต่กะพริบตาปริบๆแต่ก็รับมา "เอ่อ ขอบคุณฮะ" "ฉันว่างแล้ว เพิ่งเสร็จงานแต่งของเพื่อนมาแล้วก็กำลังจะไปหาอะไรกิน งานแต่งแบบคอกเทลกินอะไรไม่ได้มาก คานาเป้ก็ชิ้นนิดเดียว" ยองแจฟังไปด้วยดูดน้ำไปด้วย เขาพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แล้วจึงพูดบ้าง "ไม่มีโต๊ะให้นั่งเดินไปมาก็ลำบากแล้ว จิ้มกินๆไม่ใช่แนวผมเลย" "ใช่ไหม" "อื้อ" หัวกลมพยักหน้ารับแก้มพองเพราะอมน้ำเอาไว้ก่อนจะค่อยๆกลืน เย็นดีจังค่อยยังช่วยหน่อย "คุณชเวยองแจ?" ยองแจหันไปตามเสียงเรียกทันที มาได้ซะทีบริษัทประกันบ้าเนี่ย เคลมรอบนี้เสร็จจะบอกให้ปะป๊าเปลี่ยนบริษัทแน่นอน "ครับ ผมอยู่นี่" ยองแจเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่อธิบายเหตุการณ์แล้วจึงปล่อยให้เขาเก็บหลักฐานไป ส่วนคู่กรณีก็ยืนรออยู่ข้างๆ "ก็อันนี้ทางคู่กรณีบอกว่าจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบให้เพราะมางฝั่งเขาผิด โอ้โห หายากนะครับเนี่ย ถ้ายังไงรบกวนคุณชเวยองแจเขียนรายละเอียดด้วยลายมือตรงนี้นะครับ แล้วเซ็นข้างล่าง" พนักงานจากบริษัทประกันหันมามองคู่กรณีของเขานิดนึงแล้วก็ยิ้มแหยๆ คงเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรแล้วยังจะยืนมองการทำงานอย่างเงียบๆยองแจลงมือเขียนจนเสร็จก็สตาร์ทรถแล้วถอยเข้าซองเพื่อที่จะดูร่องรอยจากการชน คู่กรณีของเขารถแบรนด์ยุโรปไม่ต้องถามเลยถึงความเสียหายแทบจะไม่บุบอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแต่รอยถลอกที่ติดสีจากรถเขาไปนิดหน่อยแล้วก็กระจกไฟหน้าแตก ของเขาสิกันชนหน้ายุบเข้ามาเลย "เปิดกระโปรงหน้าด้วยนะ" "ค...ครับ" เปิดทำไมอะ ยองแจงงเห็นอยู่ว่ากันชนมันยุบไม่เกี่ยวกะข้างในนี่นา "ไม่เคยโดนรถชนหรอ" "ครั้งแรกเลย" "เขาจะเช็คเลขตัวถังน่ะ เลยขอให้นายเปิดกระโปรงหน้ารถ" "อ๋อ" "ฉันขอโทษอีกที ฉันมัวแต่ติดบลูทูธที่หู ปกติจะติดก่อนสตาร์ทรถ แต่วันนี้ไม่ได้ติดแล้วดันมีสายเข้าพอดี เงยหน้ามาอีกทีก็หลบนายไม่ทันแล้ว" "อ่า...ครับ" ประกันน่ะมาช้าแต่เคลมไว อาจจะเป็นเพราะตกลงกันได้ก็เลยจบเร็ว ยองแจกลับขึ้นรถแล้วคิดถึงแผนตอนแรกที่ตั้งใจจะไปหาร้านขนมกินจากสามโมงนี่จะห้าโมงละ เปลี่ยนเป็นมื้อเย็นเลยเถอะ ถ้าไม่เพราะประกันมาช้านะ เสียเวลาชะมัดเลย ก็อก ก็อก เฮ้ย!! ตกใจรอบที่เท่าไรของวันแล้วเนี่ย เขาแค่ลดกระจกลงมาเพื่อคุยกับอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันถามอะไร ก็มีนามบัตรสีขาวยื่นมาตรงหน้า "นามบัตรของผม เผื่อมีปัญหาในการเคลม หรือซ่อมรถติดต่อผมก็ได้ อย่างน้อยก็เคยมีประสบการณ์" ประสบการณ์ในการรถชนเนี่ยนะ เขาเกือบจะขำออกมา ได้แต่กลั้นไว้เพราะดูจากสีหน้าปุเลี่ยนของอีกฝ่ายก็คงจะตลกที่ตัวเองพูดเหมือนกัน "เดี๋ยวคงให้พ่อจัดการให้ครับ แต่ว่ายังไงก็ขอบคุณมากครับ" เด็กหนุ่มลดกระจกเพิ่มลงมาก่อนจะรับนามบัตรนั้นด้วยสองมือ "ถ้างั้นให้แนะนำอู่ก็ได้นะ ฉันมีคนรู้จักเป็นอู่ซ่อมน่ะ วางใจเรื่องอะไหล่ได้"
"ครับ ขอบคุณ เอ่อ คุณแจบอม"
"นายชื่อยองแจใช่ไหม ฉันได้ยินเมื่อครู่ที่เขาเรียก”
"ครับยองแจ ชเว ยองแจ"
คุณแจบอมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก บอกแค่ว่าขอโทษอีกครั้งแล้วกลับขึ้นรถไป เสียงเครื่องยนต์แบรนด์ยุโรปผ่านหน้ายองแจไป เขามองไม่เห็นอะไรเพราะรถคันนั้นติดฟิล์มดำไม่ได้เห็นกระทั่งว่าเจ้าของรถคันนั้นเองก็กำลังมองยองแจจากกระจกหลังจนลับสายตาไป
"ถ้างั้นให้แนะนำอู่ก็ได้นะ ฉันมีคนรู้จักเป็นอู่ซ่อมน่ะ วางใจเรื่องอะไหล่ได้" "ครับ ขอบคุณ เอ่อ คุณแจบอม"
"นายชื่อยองแจใช่ไหม ฉันได้ยินเมื่อครู่ที่เขาเรียก"
"ครับยองแจ ชเว ยองแจ"
คุณแจบอมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก บอกแค่ว่าขอโทษอีกครั้งแล้วกลับขึ้นรถไป เสียงเครื่องยนต์แบรนด์ยุโรปผ่านหน้ายองแจไป เขามองไม่เห็นอะไรเพราะรถคันนั้นติดฟิล์มดำไม่ได้เห็นกระทั่งว่าเจ้าของรถคันนั้นเองก็กำลังมองยองแจจากกระจกหลังจนลับสายตาไป
เด็กชายอ่านนามบัตรที่ได้รับมาแล้วก็ตาโต
อิม แจบอม มาร์เกตติ้งเมเนเจอร์ สตาร์ทคอร์ป...
โปรไฟล์ขนาดนี้ยองแจจะกล้าโทรไปรบกวนเขาไหมละเนี่ย
หลังจากโทรบอกถึงเรื่องรถชนให้พ่อกับแม่ฟังและยืนยันว่าตนเองปลอดภัยดีมีแค่กันชนด้านซ้ายที่ยุบเข้าไป ยองแจก็มองหาร้านอาหารสำหรับมือเย็น พอเลือกร้านได้แต่ต้องรอคิวพร้อมกับรอพ่อแม่ที่จะออกมากินด้วยจึงเดินเข้าไปในร้านขนมใกล้ๆกันฆ่าเวลา
เด็กหนุ่มมองเมนูโฆษณาที่ถูกเขียนด้วยชอล์กสีบนกระดานดำ สโคนเสิร์ฟพร้อมเจลาโตเพียงแค่นี้ก็เรียกรอยยิ้มน่ารักได้ไม่ยากมืออูมผลักประตูเข้าไปพร้อมกับกลิ่นของขนมอบที่ลอยมาปะทะหน้าทันที มีลูกค้าอยู่สองสามโต๊ะที่นั่งอยู่ก่อน ส่วนใหญ่กินแต่ไอติมเพียงอย่างเดียวแต่ยองแจหิวเกินกว่าจะพลาดขนมโปรดอย่างสโคน
"ชิมไอศครีมได้นะคะ"
"มีรสไหนแนะนำพิเศษไหมครับ"
สายตาเล็กเป็นประกายราวกับเด็กน้อยถูกใจของเล่น ไอศครีมเต็มตู้แปะไว้ด้วยชื่อรสที่แปลกตากว่าร้านอื่นๆ
"ชอบกินถั่วไหมคะ แนะนำพิสตาชิโอคะ" แล้วช้อนพลาสติกเล็กๆก็ถูกยื่นข้ามฝั่งมาจากด้านในเคาท์เตอร์
"ลาเวนเดอร์คะ" ไม่ไหวแฮะอันนี้
"ยูซุคะ" อันนี้อร่อยจัง
"ถ้าชอบดื่มชาเอิร์ลเกรย์ ก็มีรสนี้นะคะ"ช้อนพลาสติกเริ่มมากขึ้นตามจำนวนที่พนักงานหน้าตาใจดีขยันแนะนำรสชาติต่างๆให้ยองแจ เขาพยายามที่จะลองรสชาติที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่ก็ยังไม่เป็นที่ถูกใจ
"ผมอยากสั่งเซตสโคน มีรสไหนที่แนะนำไหมครับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ลองอัญชันมะนาวสิ รสจะเปรี้ยวนิดนึงแต่มันจะทำให้สดชื่นหลังจากที่นั่งทนร้อนมาหลายชั่วโมง"
เสียงแนะนำรสของไอศครีมดังขึ้นพร้อมกับผู้ชายที่อยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อนลายทางสีขาวสลับน้ำเงินเข้ม ผู้ชายที่เพิ่งเจอเมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้ว เดินถือถาดขนมที่เต็มไปด้วยสโคนของโปรดเขาผู้ชายที่ใส่แว่นกรอบหนาและดูแปลกตาไปกว่าเดิม
"คุณแจบอม!"
"ยินดีต้อนรับยองแจ"
CRASH.
[ os / #2JAE - Dispatch ] #2JaeFic
http://twitter.com/kinkimkim/status/590518811654299648/photo/1
JB spotted at Chinese restaurant with member of GOT Choi Youngjae
ซ้อมร้องเพลงเสร็จพอดีก็มาเช็คข้อความในคาทก ยองแจได้ยินเสียงเครื่องมันสั่นรัวอยู่ในกระเป๋า คิดว่าคงด่วนมากเพราะวันนี้เขาอยู่กับครูสอนร้องเพลงนานกว่าปกติ
คงจะตามตัวให้เขาไปซ้อมเต้นต่อ แต่พอเห็นแบมแบมส่งลิ้งข่าวมากแล้วโวยวายใหญ่ว่าไม่ยุติธรรม ตามด้วยคนอื่นๆที่ส่งอีโมมาทำนองเสียใจ จึงรีบกดตามลิ้งข่าวเข้าไปอ่าน แล้วก็ขำก๊ากใหญ่หมดแรงจะเดินไปที่ห้องซ้อมเต้น ป่านนี้เสียงคงดังตัดพ้อกันน่าดู
“แค่นี้ก็ต้องเป็นข่าว แค่ไปกินข้าวด้วยกันเอง”
กำลังบ่นใส่ลมบ่นใส่ฟ้าอยู่ ก็มีสายเข้าจากคนที่ตกเป็นข่าวด้วยกัน
“ครับ”
‘เห็นข่าวหรือยัง’
“อื้อ เห็นแล้ว”
'บริษัทว่าอะไรหรือเปล่า’
“ไม่ครับ แต่…”
'แต่?’
“ทุกคนบอกแค่ว่าทำไมมีแค่รูปเราสองคนครับ โวยวายจนแบตมือถือผมจะหมด ฮ่าฮ่า”
ใช่ วันนั้นไปกันทั้งวงนั่นแหละ
ยองแจกำลังดูทีวีกับเมมเบอร์ เขาเอาเมนูน่ากินของคนจีนมาโชว์ เห็นเต้าหู้ผัดพริกเสฉวนแล้วอยากกิน ถ้ากินกับข้าวสวยร้อนๆมันต้องดีมากแน่ๆ จะเผ็ดจะร้อนก็ไม่สนละ พี่แจ็คสันนี่มือถือโทรศัพท์จะสั่งแล้วคนอื่นก็เห็นดีเห็นงาม
พอพี่แจบอมโทรมาบอกตอนนี้อยู่ใกล้หอเขา เพิ่งออกจากห้องอัดยังไม่ได้กินอะไรจะชวนไปกินข้าว ยองแจเลยรีบถามไปว่าถ้ามีคนอื่นๆไปด้วยได้ไหม พี่แจบอมก็ใจดีบอกให้ชวนมาเลยไปกันหลายๆคนจะได้สั่งได้หลายๆอย่าง ก็เลยออกไปกันหมด
ใครจะไปรู้ว่าจะมีนักข่าวแถวนั้นพอดี พอกินเสร็จเขาเดินออกมาจากร้านพร้อมกันสองคน เมมเบอร์ก็เดินตามกันออกมา
แต่นักข่าวก็ดันเลือกแต่รูปที่มีกันสองคนมาลง
ทุกคนก็บ่นกันใหญ่บอกว่าไปกันหลายคนทำไมเอามาลงแค่ 2คน ต้องลงทั้งหมดสิ แบบนี้ยองแจก็ดังคนเดียวนะสิ
“แล้วพี่ตอบนักข่าวไปว่ายังไง”
'บอกเขาว่า วันนั้นไปกันหลายคนแต่ทำไมนักข่าวถึงเอารูปแค่เราสองคนมาลงละครับ ทำแบบนี้ไม่ถูกนะ ผมจะเอารูปที่ถ่ายกะน้องๆโชว์ให้ดูในSNSเลย’
“ตอบดาราชะมัดเลยพี่แจบอม”
'หรือจะให้พี่บอกว่าเป็นแฟนกันครับ?’
“บ้าแล้ว… กล้าหรอ”
'อย่าท้าสิ’
“ไปนอนไป ผมจะไปนอนแล้ว ใครบอกไม่ให้นอนดึกมาก”
'ฮ่าฮ่า ฝันดีครับ เออ! ยองแจ’
“หือ”
'ตกลงเป็นแฟนเนอะ พี่พูดไปแล้วยองแจไม่ขัดเลย…ฝันดีนะครับแฟน’
-////////////////////////////////////- ว่าแต่… ดิสแพดนี่เขาไม่มีดักฟังโทรศัพท์ใช่ไหมครับ?
#macaron
#lychee #berry #mousse #cake (at Twinings of London | Central World)
คนที่ใช่คนที่ชอบ มาร์คแบมคัท 4
คนที่ใช่คนที่ชอบ มาร์คแบมคัท 3
คนที่ใช่คนที่ชอบ มาร์คแบมคัท 2
คนที่ใช่คนที่ชอบ มาร์คแบมคัท 1
#MarkBam [VSF] เหตุเกิดจาก
#MarkBam [VSF] เหตุเกิดจาก http://youtu.be/OdTFHM-hg64?a "พี่แจ็คสันเป็นอะไร" เสียงน้องตัวเล็กที่สุดของวงถามขึ้นหลังจากขึ้นรถมาได้ เมื่อสักครู่ใหญ่มีงานแจกลายเซ็นที่อิลซาน พี่ชายขี้เล่นที่ชอบแกล้งแบมแบมอยู่บ่อยๆดูเงียบไป "เปล่า ร้อนๆเหนื่อยๆ พอมาเจอแอร์บนรถพี่เลยง่วง" พูดแล้วก็หันไปหาน้องที่นั่งข้างหลังแล้วยิ้มให้ แบมแบมน่ารักเสมอ ทั้งพลังงานที่เหลือล้นและการเอาใจใส่พี่ๆหรือเพื่อนรุ่นเดียวกัน ครั้งนี้ก็เหมือนกัน พอเห็นรอยยิ้มของน้องก็อดไม่ได้จะเอามือไปสัมผัสแก้มป่องๆนั่น "แบมนั่งดีๆสิ เดี๋ยวรถเบรกก็หัวทิ่มหรอก" ราวกับอ่านใจออก แจ็คสันชะงักมือที่กำลังจะยกขึ้นมาทันที แล้วก็หันไปมองคนพูด พี่มาร์คเลิกคิ้วข้างนึงกวนๆส่งให้ เหมือนบอกว่ารู้ทัน แจ็คสันได้แต่พ่นลมและหัวเราะเบาๆ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นมือเล็กๆนั่นกำลังประสานมือกับพี่ชายคนโตของวง "ง่ะ พี่มาร์คก็จับแบมอยู่จะปล่อยให้หัวทิ่มหรอ" มาร์คยิ้มให้แทนคำตอบว่าไม่มีทาง แล้วเจ้าตัวเล็กก็ขยับไปนั่งพิงดีๆ แต่ปากก็บ่นงุ้งงิ้งเป็นภาษาที่เขาไม่เข้าใจ คงจะบ่นภาษาไทยละมั้ง จะให้พี่บอกแบมแบมยังไงดีละ ว่าพี่มาร์คมันจะกินหัวพี่ ที่งานแจกลายเซ็นนั่นแค่เห็นเราสองคนเล่นกันทั้งที่ตัวเองก็อยู่ด้วย แต่สุดท้ายก็โอบทั้งตัวน้องแล้วลากเข้าไปเอาขาเกี่ยวไว้อีก ไม่มีใครเห็นสายตาพี่มาร์คหรอก แต่เขาเห็นทั้งหวงและประกาศกร้าวขนาดนั้นบอกได้เลยใครเห็นก็เข้าใจ ว่าแบมแบมน่ะของใคร แล้วพี่แจ็คสันจะไปกล้าบอกได้ยังไงละว่าเป็นอะไร โธ่แบมแบมของพี่(มาร์ค)!
#MarkBam [VSF] The Bookstore
#MarkBam [VSF] The Bookstore
The Bookstore MBB:’อยู่ไหน’ Read 14:24 BBM:’ล็อคหนังสือเตรียมสอบ’ Read 14:24 MBB’Ok’ Read 14:24 "เล่มนี้พี่มีไม่ต้องซื้อ มันยังไม่ได้พิมพ์ใหม่" เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ด้านข้างตามด้วยมือที่ใหญ่กว่าดันขอบหนังสือเล่มที่บอกว่าตัวเองมีเข้าชั้นวางไป "ไม่เห็นจะเอามาให้สักที" แก้มอูมขยับไปมาเวลาพูดแถมเจ้าตัวยังทำปากยื่นปากงอใส่ "ก็บอกให้ข้ามมาที่ห้องเดี๋ยวช่วยติวให้ แล้วทำไมไม่ไปเรียน" เด็กชายตัวเล็กในชุดมัธยมหน้างอ “เมื่อเช้าไปทำพาสปอร์ตกะหม่าม๊า พี่มาร์คก็ต้องสอบไม่ใช่หรือไง จะติวให้ได้ไงละ” "ได้ดิ พี่อ่านของตัวเองจบไปละ ว่างติวให้แบมสบาย" พูดเสร็จก็ยื่นหนังสือเล่มหนาที่เปิดอ่านไปมาคร่าวๆให้คนตัวเล็ก "ถ้าจะซื้อ ซื้อเล่มนี้ดีกว่า ฉบับปรับปรุงด้วย" มือเล็กรับหนังสือเตรียมสอบมาแล้วยืนหันหลังพิงชั้นวางหนังสือเพื่อเปิดดูเล่มที่อีกคนแนะนำ ฉบับปรับปรุง อืมม พิมพ์ล่าสุด มค.58 เดือนที่แล้วนี่นา ช่วงบ่ายๆวันธรรมดาแบบนี้ที่ร้านหนังสือมีลูกค้ามาใช้บริการไม่เยอะ ยิ่งเป็นหมวดหนังสือสำหรับเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วละก็ ถ้าไม่ใช่เวลาเลิกเรียนของเด็กมัธยมก็กลายเป็นมุมอับที่ไม่มีใครเดินเข้ามา เสียงของกระดาษจากหนังสือเล่มโตเปิดไปมาดังแข่งกับเสียงเงียบของร้านหนังสือ คนตัวเล็กที่กำลังอ่านอย่างสนใจก็ถูกรบกวนจากเงามืดพาดทับเข้ามาบนหน้ากระดาษ "แบม" เสียงตอบรับในลำคอแต่สายตาไม่ได้ละออกจากหนังสือ ทำแค่หันหนังสือหนีเงามืดแล้วอ่านต่อ "แบมครับ" 'อืออ' เสียงตอบรับในลำคอเช่นเดิมแต่ในน้ำเสียงนั้นเหมือนจะบอกว่าได้ยินแล้ว มีอะไร "แบมแบม" คิ้วเรียวขมวดมุ่น แบมอ่านหนังสืออยู่พี่มาร์คก็มายืนบังแสง พอแบมหันไปหาแสงพี่มาร์คก็เรียก พอแบมตอบรับพี่มาร์คก็ไม่พูด มือเล็กปิดหนังสือละเงยหน้าจะถามกึ่งรำคาญ เรียกอยู่ได้ไม่พูดซะที "อะร…." คนตัวเล็กในชุดนักเรียนมัธยมห่อตัวลงเมื่อพี่ชายคนสนิทเอามือท้าวแขนกับชั้นวางหนังสือด้านหลัง แล้วโน้มตัวเข้ามาหา "พี่เรียกไม่ได้ยินหรอ" "ดะ..ได้ยิน…ก็ตอบแล้วไง" จากมือซ้ายที่เท้าเอาไว้ข้างเดียว มาร์คก็เอามือขวาที่ล้วงกระเป๋าอยู่หยิบหนังสือจากมือเล็กวางไว้ที่ชั้นด้านหลัง ก่อนจะเท้าแขนเอาไว้ กักคนตัวเล็กเอาไว้อย่างสมบูรณ์ "พี่มาร์ค นี่มันร้านหนังสือ" แบมแบมกระซิบเพราะกลัวจะมีใครผ่านมาเห็นและได้ยินเข้า แต่มาร์คก็แกล้งกระซิบตาม "แล้วทำไม?" "พี่มาร์คจะทำอะไร อื้อ..ใกล้ไปแล้ว…นะ" ท้ายเสียงเบาลงเพราะใบหน้าหล่อๆยื่นเข้ามาใกล้จนแบมแบมรู้สึกถึงลมหายใจของอีกคน ใกล้จนไม่รู้ตัวว่าเผลอกลั้นหายใจ "…….แบมกลั้นหายใจทำไม" "พี่…..มาร์คคค" ปากเล็กบางไม่กล้าขยับได้แต่ส่งเสียงในลำคอเรียกอีกคน เมื่อเห็นว่ามาร์คยังยื่นหน้ามาใกล้กว่าเดิม "ครับ" งื้อออออออออ มาครับอะไรเล่า! ปากตัวเองมาชนแบมแล้วนะ หม่าม๊าาาาาช่วยแบมด้วย "จูบนะ" -/////////- … "เอาถุงมาพี่ถือให้ เดี๋ยวแบมไปลืมไว้อีก ตะกี้ก็ลืมไว้ที่ชั้นวางไม่หยิบมาจ่ายตัง ไม่ไหวเล้ยย" "แบมกินไอติมไหม พี่เลี้ยงเอง" คนเป็นพี่เดินมาดักหน้า เพื่อจะดูใบหน้าน่ารักชัดๆ แล้วก็ก้าวถอยหลังตามคนอ่อนกว่า แกล้งหยุดให้คนตัวเล็กมาชนตัวเองบ้าง แล้วก็เดินต่อ ปากอิ่มแดงทั้งเม้มทั้งยื่นตามอารมณ์แสนงอนของเจ้าตัว ยิ่งอีกฝ่ายบอกจะเลี้ยงไอติมก็ยิ่งหมั่นไส้ ทำมาว่าแบมขี้ลืมก็มันเพราะใครเล่า!! ทีตอนทำไม่เห็นจะสนใจแบมเลยเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ดี! ง้อแบมเลย จะให้เลี้ยงจนหมดตัวเลย! … "อื้อ พี่มาร์ค อือ พอแล้ว เดี๋ยวมีคนมาเห็น" "ใครจะมาเห็น นี่เวลาเรียนของเด็กมัธยม แบมโดดเรียนต้องโดนทำโทษนะ" บ้า! ก็บอกว่าเมื่อเช้าไปทำพาสปอร์ตกะหม่าม๊าไง บ้าที่สุดเลย!!!
คิดถึงสโคนนนนนนนน คิดถึงอัฟโฟกาโตตตตตตต (at Twosome+teddy)
#waffle (at On the Table Tokyo Cafe at Siam Center)
#brownie (at On the Table Tokyo Cafe at Siam Center)
#calamari (at On the Table Tokyo Cafe at Siam Center)