i need father figure joel to soothe me bcs god damn am i sad
seen from United States

seen from Malaysia

seen from United States

seen from United States

seen from United States
seen from China

seen from United States
seen from Türkiye

seen from United States
seen from China

seen from United States
seen from China

seen from Türkiye
seen from Kenya

seen from United States
seen from Türkiye
seen from China
seen from United States
seen from United States
seen from Indonesia
i need father figure joel to soothe me bcs god damn am i sad
Cow/devil
Random MDZS drabble (2)
(Part1)
"Lan Zhan!” Wei Wuxian sulks, struggling in the elegant shoes as he makes his way in front of the frozen cultivator and tugs his arms.” You need to be fair! Look at how these unruly children are! To an elder myself!” “...” A soft hiss. “Sizhui.” Like the children they are, they push forward their leader who gives them a glance of agony. Before he composed himself and greeted Lan Wangji. “We deeply apologise Senior Wei, Hanguang Jun. However, this mission is very delicate. As men we are unable to enter the Nine Tail Fox’s den. In order to answer the young lady’s request of the demon agonising her sisters in the brothel, we need other ways.” Lan Wangji gestures for Lan Sizhui to continue, blatantly trying to ignore the impish husband tugging his sleeves with a pout. Wei Wuxian is still displeased his husband is not getting the point. The boys perked up and hopeful, gives Lan Sizhui a reassuring pat to go on. Their disciple brother may be able to lessen their punishment at the very least! “As Senior Wei says, we must rely on our own wits and surroundings and employ them to our advantage. Only then are we able to be proper cultivators.That is why we need someone to enter and relay us the details of the demon’s domain!” “But you don’t need to use me!Besides! We can use my paper doll technique! Without me being in this-in this-!” “But Senior Wei!You said we can’t rely on demonic cultivation!” The Lans quickly slap a hand over Lan Jingyi’s mouth. No interrupting of elders. “Since we cannot always rely on our senior or demonic cultivation to uphold our teachings.We could only come up with this idea. We seek your understanding Hanguang Jun.” “Humph! Lan Zhan will punish you all, just you-” “Its not conventional, but creative, and shows you can adapt to the situation.”
“See! I to- HAHHH?” Wei Wuxian turned around so quickly nearly giving himself whiplash. His eyes widen as he stares at Lan Wangji incredulously. What is wrong with- wait. Lan Wangji isn’t meeting his eyes, his ears are red. Are you fucking kidding me!Lan Zhan!?
“R-really?” Jin Ling whispers.He still can’t believe they manage to bullshit their way through. “All of you.Copy once of Respect when we return.For now,I shall take over the supervision duty. Sizhui.You may carry on your plan and proceed this Night Hunt.”
The children gives themselves a fist bump of victory and relief.
“YOU ARE FUCKING KIDDING ME!!LAN ZHAN!” Wei Wuxian gasps,a frilled sleeve to his chest, feeling utterly betrayed by the man.Although the get up is not helping his image at the moment in the slightest. Lan Wangji stiffly ignores the wailing maiden and sits.He makes himself comfortable before he pauses.He reaches over for Wei Wuxian’s waist and pull himself towards into him,almost falling into his lap. “Oh no, none of that you cruel man! How could you!” Wei Wuxian cries, enraged. Lan Wangji simply, puts his forehead against his husband, before lifting up Chengqing from his waist, and tucks the dizi into his robes for safe keeping. “Eh?” “Be good Maiden Wei. For education.” FOR EDUCATION MY ASS YOU WRETCHED MAN.
***
What am I doing?
ผมชอบเรื่อง
Blue Giant มาก ๆ
ได เด็กหนุ่มวัย 18
ผู้เดินทางเข้าโตเกียว
มาด้วยฝันอันยิ่งใหญ่
คือ อยากเป็นมือ Sax ระดับโลก
ได้มาเจอกับ นักเปียโน
ผู้มากพรสวรรค์อย่างยูกิโนริ
ยูกิโนริตกใจมาก
ที่ ได เล่นเพียงแค่สามปี
แต่กลับเล่นได้อย่างสุดยอด
จึงตกลงร่วมวงกันในที่สุด
เหลือก็แค่มือกลอง
ที่จะทำให้วงสมบูรณ์
แล้วพวกเขาก็ได้ ทามะดะ เพื่อนของได
ที่ไม่ได้มีทักษะกลองใด ๆ หากแต่ว่า
เขาได้เห็นไดฝึกซ้อมแล้วอยากเล่นด้วย
เขาจึงต้องพัฒนา ฝึกอย่างหนักให้เท่าคนอื่น
ในตอนหนึ่งยูกิโนริ ผู้เก่งกาจ
ถูกตำหนิจากนักวิจารณ์ดนตรี
เหตุเพราะ เขานั้น เล่นอยู่ในคอมฟอร์ตโซน
ไม่กล้าออกนอกกรอบ เหมือนกับ
ไดและทามะดะ เขาจึงหยุดซ้อม และหยุดเล่น
ได ได้พูดกระทบกระเทียบ
ด้วยหวังว่ายูกิโนริจะกลับมา
เชิงว่า
“ ถ้าถูกต่อว่า แล้วมัวแต่หงอ
ก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จหรอก”
แน่นอนว่าชีวิตไม่อาจ
จะปราศจากการถูกวิจารณ์ได้
สิ่งที่เราทำได้คือพยายาม
ฝึกซ้อมมุ่งมั่นพัฒนา
ตอกหน้าคำวิจารณ์เหล่านั้น
ใช่หรือไม่ว่า
หาใช่พรสวรรค์
แต่นี่ต่างหากที่เป็น
กุญแจแห่งความสำเร็จ
----------
ติดตาม IG ได้ที่ https://www.instagram.com/colorlesswolf/
กล่าวคือ การที่คนมาบอกคุณว่าคุณไม่เก่งและไม่เชื่อในคำพูดเหล่านั้นอาจมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและแรงจูงใจของคุณ แต่มันไม่จำเป็นต้องทำให้คุณไม่พบความสำเร็จได้เสมอไป สิ่งสำคัญคือความสามารถในการจัดการกับคำวิจารณ์และความเชื่อลบที่อาจมีอยู่ในใจของคุณ
ความสำคัญที่สุดคือการมองเห็นความสามารถของตัวเอง หากคุณมีความมุ่งมั่นและพยายามทำงานอย่างหนัก คุณยังคงมีโอกาสที่จะพบความสำเร็จอย่างเช่นเดียวกับผู้อื่น คำวิจารณ์และคำพูดเชิงลบบางครั้งอาจเป็นการกระตุ้นให้คุณพัฒนาตัวเองไปสู่ระดับใหม่
อย่าลืมว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการรับคำชมเท่านั้น มันยังมาจากการเผชิญกับอุปสรรค การเรียนรู้จากความล้มเหลว และการทำงานอย่างเต็มที่ในทุกสถานการณ์ ความสำเร็จมักมีผลมาจากความมุ่งมั่นและการตัดสินใจที่ดีในการเดินทางของคุณ ดังนั้น อย่าให้คำพูดและความคิดเชื่อของผู้อื่นขวางทางของคุณไปยังความสำเร็จของคุณได้ ให้มันเป็นกำลังใจในการพัฒนาตนเองและประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณทำด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อในตัวเองที่แข็งแกร่ง
คำพูดเชิงลบที่มายังเราบางครั้งอาจเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของเราเอง มันเป็นโอกาสที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าเรามีความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในตัวเราเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็มีสิ่งที่พวกเขาอาจจะไม่เห็นหรือเข้าใจเราอย่างแท้จริง แต่ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องยืนหยัดและยืนยันความศักดิ์สิทธิ์ของเราเอง วันหนึ่งเราจะเห็นว่าความพยายามของเรามีค่ามากกว่าคำพูดที่ไม่สามารถขวานหน้าเราได้ เพราะเรามีพลังในตัวเราเองที่จะก้าวข้ามอุปสรรคและประสบความสำเร็จ
บางครั้ง ความเจ็บปวด
ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต
โฮลเดนเด็กวัยรุ่น อายุ 16 ปี
เขารู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยคนเฟกๆ
เขาเป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียน สอบตกหลายวิชา
จึงทำให้เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียน
จึงวางแผนที่จะหนีออกจากบ้าน
เขาไม่พอใจ เกลียดชัง แทบทุกอย่าง
แต่สิ่งที่เขาไม่เคยเกลียดเลยคือเด็ก
ฟีบีน้องสาวของเขาเคยพูด
"มีอะไรบ้างที่พี่ชอบ"
โฮลเดน เคยนึกถึงวันหนึ่ง
เด็กๆ วิ่งบนทุ่งข้าวไรม์
แต่ไม่ได้ระวังว่าตรงนั้น จะมีหน้าผา
แล้วเด็กพวกนั้น จะร่วงหล่นลงมา
เขาบอกว่า
เขาจะอาสาไปรับไว้
ไม่ให้ใครร่วงหล่น
นั่นทำให้เราเห็นได้ว่า โฮลเดน
อยากจะเป็นเด็ก
ไม่อยากเปลี่ยนผ่าน
เข้าสู่วัยผู้ใหญ่
ใช่หรือไม่
เราขบถได้เสมอ
ซึ่งเวลาจะค่อยๆ บอก
ว่าเป็นสิ่งใดควรต่อต้าน
สิ่งใดบ้างที่ไม่ใช่
เมื่อผ่านความเจ็บปวดนั้นไป
วัยรุ่นจะค่อยๆ เข้าใจ
เพราะมันเป็นส่วนหนึ่ง
ในกระบวนการที่ต้องเรียนรู้
ขอจงเติบโต
อย่างงดงาม
---------
ติดตาม IG ได้ที่ https://www.instagram.com/colorlesswolf/
กล่าวคือ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรามีความสำคัญมากในการสร้างและส่งเสริมการเติบโตและพัฒนาตนเอง การเจ็บปวดไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ที่เราควรหลีกเลี่ยงหรือปกป้องกันไว้เสมอไว้ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เป็นธรรมชาติและเป็นโอกาสที่จะเรียนรู้และเจริญเติบโต
ความเจ็บปวดและความทุกข์ในชีวิตไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ต้องการเจอ แต่บทเรียนที่มันนำมาให้กับเราบางครั้งอาจมีความสำคัญกว่าเราคิด เมื่อเราเผชิญกับความเจ็บปวด มันเหมือนกับการย่อยตัวเองให้เจริญเติบโตขึ้น นั่นไม่ใช่แค่การทนทุกข์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้ การปรับตัว และการเติบโตที่เป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของเรา
เมื่อเราเจ็บปวด เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับความอ่อนแอและความเป็นมนุษย์ของเราเอง มันทำให้เราเข้าใจถึงความสำคัญของสุขภาพทั้งกายและจิตใจ และเรียนรู้ว่าเราต้องดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะสม
การเจ็บปวดยังเป็นโอกาสที่เราได้เรียนรู้จากความเข้าใจในความทุกข์ที่ผ่านมาของเราเอง และรู้ว่ามันเป็นอย่างไรที่จะช่วยเหลือผู้อื่นที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน มันสร้างสรรค์ความเห็นและความเข้าใจในโลกรอบตัวเรา
เมื่อเราพ้นจากความเจ็บปวด มันเป็นโอกาสให้เราเติบโตขึ้น พวกเรามักจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าที่เคย และมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นเกี่ยวกับตัวเราเองและโลกรอบตัวเรา
ดังนั้น อย่ามองว่าความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่างเดียว เพราะมันสามารถเป็นโอกาสที่ทำให้เราเติบโตขึ้นได้ และเป็นส่วนสำคัญของการเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งและได้รับการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น
คุณบอกผมว่า
"ผู้หญิงก็เหมือนดอกไม้"
ผมถามคุณว่า
"คุณคิดว่าตัวเอง
เหมือนดอกไม้ชนิดใด"
"ดอกเก็กฮวย" คุณตอบ
ให้สวยสู้กุหลาบก็คงไม่ไหว
แต่ถ้ามองสรรพคุณก็มีเยอะเลย
ไม่ว่า ดับร้อน บำรุงตับไต
กระตุ้นระบบย่อย ป้องกันโรคหัวใจ ฯลฯ
ใช่หรือไม่ ความงาม
อยู่ที่ว่าใครจะมอง
เป็นเรื่องอัตวิสัย
ความงามภายนอก ใช้ตามอง
ความงามภายใน ใช้ใจมอง
ผมอาจจะเห็นแย้งกับคุณอยู่บ้าง
เพราะไม่ว่าจะใช้ตาหรือใจมอง
ดอกเก็กฮวย ก็สวยสำหรับผมเสมอ
----------
ติดตาม IG ได้ที่https://www.instagram.com/colorlesswolf/
กล่าวคือ ดอกเก็กฮวยอาจจะไม่ได้รับความสนใจมากเท่ากับกุหลาบ แต่มันก็มีคุณค่าทางอาหารและสารอาหารที่สำคัญที่ช่วยให้ร่างกายเราสุขภาพแข็งแรง และมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคต่างๆ ดังนั้น การมองจากภายในอาจช่วยให้เราเห็นคุณค่าและความสำคัญของสิ่งที่อาจจะมองข้ามได้ในทางอื่น และนอกจากนี้ยังช่วยให้เรารับรู้ถึงความสำคัญของการดูแลและประเมินค่าตนเองไม่เพียงแค่จากลักษณะภายนอกเท่านั้น แต่ยังจากคุณค่าและสิ่งที่เรามีภายใน เช่นกัน โดยความงดงามนั้นมีอยู่ในทุกคน ในแต่ล่ะคนก็มีความงดงามนั้นแตกต่างกันออกไป เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่ลักษณะทางภายนอกที่เราเห็น เช่นลักษณะหน้าตาหรือรูปร่าง แต่ยังเป็นเกี่ยวข้องกับคุณลักษณะทางจิตใจและคุณค่าของตนเองด้วย เรามักจะมองหาความงดงามในตัวเราเองจากประสบการณ์ ความสามารถ และคุณสมบัติที่ทำให้เราเป็นตัวของเราเองอย่างเฉพาะเจาะจง โดยความงดงามที่เป็นของตัวเองอาจเป็นการที่ตัวเรามีความสามารถในการความสามารถในการเติบโตและเรียนรู้ มีความความตั้งใจและความเชื่อมั่นในตัวเอง ไปจนถึงการมีจิตใจที่ดีรู้จักใส่ใจผู้อื่น ความงดงามที่เป็นของตัวเองเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากที่สุด เพราะมันเป็นฐานที่มอบความสุขและความสมดุลให้กับชีวิตของเรา การรับรู้ถึงความงดงามในตัวเราเองเป็นการเริ่มต้นของการรักษาความเชื่อมั่นและความสุขในชีวิตที่ยาวนาน
ในปี 1966 ณ สนามแข่งรถ เลอมังค์
เคน ไมล์ส นักแข่งของทีม Ford
ขับรถแซงทุกนักแข่งอย่างไม่เห็นฝุ่น
จนเหลือระยะทางอีกเพียงน้อยนิด
ก็จะเข้าเส้นชัย
ทว่า ตอนนั้น ทีม Ford
ต้องการสร้างหน้าประวัติศาสตร์
ซึ่งการชนะทีม Ferrari แบบธรรมดา
โลกย่อมไม่จดจำ ทางผู้บริหารของทีม
จึงสั่งให้ เคน ไมล์ส ลดความเร็วลง
เพื่อให้เพื่อนร่วมทีม Ford อีกสองคน
ได้แก่ บรูซ และ ฮัทเชอร์สัน ขับตามมาได้ทัน
และให้ทั้งสามคัน ค่อยๆ ขับเข้าเส้นชัยพร้อมกัน
ปัญหาก็เกิดขึ้น เมื่อเข้าพร้อมกันเช่นนี้
ใครจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งกติกาปรากฏออกมาว่า
รถคันที่อยู่จุดเริ่มต้นไกลกว่าจะเป็นผู้ชนะ
และผู้ชนะก็คือ บรูซ
ทั้งสนามต่างโห่ร้อง ดีใจกลับ บรูซ...
เคน ไมล์ส ไม่มีโอกาสที่จะได้แก้ตัว
เหตุเพราะอีก 5 เดือนต่อมา
เขาเสียชีวิต ขณะทดสอบรถ
จากนั้น ผู้คนก็ค่อยๆ ลืมชื่อของ เคน ไมล์ส ไป ...
บางสิ่งที่เราคิดว่า ตัวเราทำสำเร็จแล้ว
แต่ผู้คนอาจเห็นว่าไม่ใช่ อย่างกรณีผู้ที่ได้ที่สอง
หรือที่สามในการแข่งขัน หรือ แม้กระทั่ง
เรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นว่า เราตั้งใจจะ
อ่านหนังสือให้ได้วันละ 5 หน้า หรือ
วิ่งได้วันละ 500 เมตร ฯลฯ
หากเราเล่าให้ใครบางคนฟัง
อาจถูกมองว่าเรื่องแค่นี้ก็ภูมิใจด้วยเหรอ
แต่ใช่หรือไม่ ความสำเร็จบางอย่าง
มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ มีเพียงเราเท่านั้นที่เข้าใจ
เช่นนั้น ความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ ของเรานี้เอง
มันไม่ได้ต้องการให้ใครมายินดีด้วย
แต่ขอเพียงเรายังยินดีกับมันเท่านั้นก็เพียงพอ
ติดตาม IG : https://www.instagram.com/colorlesswolf
กล่าวคือ การยินดีนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอไป เพียงแค่เป็นสิ่งที่เราทำมันสำเร็จ ก็สามารถเติมเต็มความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของเราได้ แม้ว่าคนรอบข้างอาจจะมองไม่เห็นหรือไม่รับรู้ถึงมัน แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างและประทับใจตนเองได้โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับความคาดหวังหรือการยอมรับจากผู้อื่น การยินดีกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ความสำเร็จเล็กๆ ในการทำงานหรือการเรียนการสอน ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้จากความผิดพลาด เป็นต้น การยินดีกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี้เป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความสุขในตัวเราเอง ซึ่งมีผลทำให้เรามีพลังในการก้าวไปข้างหน้าในชีวิตอย่างมั่นคงและมั่นใจ ารยินดีกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองจะช่วยเราเข้าใจได้ว่าความสำเร็จและความสุขไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นจากสิ่งใหญ่โต มันสามารถพบเจอได้ทุกวันในสิ่งที่เราทำ ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเล็กๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ความสุขในการทำกิจกรรมที่เรารักหรือการเชื่อมโยงกับคนรอบข้างที่เรารัก ดังนั้น การยินดีกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของเรา แม้ว่าคนในรอบข้างจะไม่เห็นหรือไม่รับรู้ถึงมันก็ตาม การเข้าใจและยินดีกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี้จะช่วยเสริมสร้างความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของเราอย่างแท้จริง ทำให้เราเป็นคนที่มีความสุขและรู้จักความสุขในทุกๆ สิ่งที่เรามีในชีวิตแต่ละวั