Andante (NewtMin) [TMR Short-fic]
มินโฮนั่งอยู่ในร้านกาแฟใจกลางเมืองใหญ่ เขาถอนหายใจยาวเหยียดอีกครั้ง รายงานของเขายังไม่เสร็จ และยังไม่ได้เตรียมนำเสนองานด้วย ตอนแรกเขาคิดว่าการออกมานอกบ้านบ้างคงช่วยให้คิดอะไรออก แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ช่วยเขาสักเท่าไหร่
เสียงกีต้าร์
เป็นเสียงเดียวที่ผ่านทะลุกำแพงความคิดของมินโฮ จังหวะไม่ช้าไม่เร็วนั้นทำให้เขาผ่อนคลาย ไหนจะเสียงร้องเพลงนั่นอีก เขาเริ่มมองหาที่มาของเสียงทันทีที่นึกขึ้นได้ และรีบเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ขายาวๆก้าวไปตามจังหวะเพลง พอรู้ตัวอีกทีเขาก็มาหยุดอยู่ที่จตุรัสกลางเมือง สถานที่ที่ศิลปินหลายคนเริ่มต้นความฝันของตัวเอง ที่นี่มีทั้งนักดนตรี จิตรกร หรือแม้แต่ตัวตลก
มินโฮมองไปรอบๆอีกครั้งและเงี่ยหูฟัง เสียงที่เขาตามมานั้นอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนที่กำลังมุงดูใครคนหนึ่ง ชายหนุ่มเขย่งเท้าพยายามมองหานักดนตรี และในที่สุดเขาก็มองเห็น เด็กหนุ่มผมทอง เขาดูงดงามราวกับภาพวาด นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามสายกีต้าร์ บรรเลงอย่างคล่องแคล่วราวกับเครื่องดนตรีนั้นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย และเสียงของเขาก็นุ่มทุ่มชวนหลงใหล เขาดูมีความสุข รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าตลอดเวลาที่เขาร้องเพลง เขาดูมีความสุขมากจริงๆ
เขาโค้งอย่างสุภาพและกล่าวขอบคุณเมื่อเพลงจบลง เหล่าคนดูต่างโยนเหรียญหรือธนบัตรอะไรก็ตามที่ควานหาได้โยนลงไปในกล่องกีต้าร์ เขากล่าวขอบคุณอีกครั้ง และเริ่มเล่นเพลงต่อไป
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร แต่มินโฮยืนอยู่ตรงนั้น ลืมเรื่องที่เคยกังวลทุกอย่าง ปล่อยใจไปตามเสียงเพลง จนเพลงสุดท้ายสิ้นสุดลง ผู้คนต่างเริ่มแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง มินโฮก็ยังคงอยู่ตรงนั้นดูเหมือนจะยังตัดใจจากเสียงเพลงไม่ได้ เสียงของใครคนหนึ่งปลุกเขาจากภวังค์ นักดนตรีคนนั้นนั่นเอง
“มืดแล้วนะครับ ยังไม่กลับอีกเหรอ"
“เอ้อ.."
มินโฮอ้ำอึ้ง เขาไม่รู้จะพูดยังไง แต่เขาอยากฟังเพลงต่อ พูดแบบนั้นคงดูแปลกๆสำหรับคนเพิ่งเคยพบกัน แต่จะว่าไปแล้วก็ดูแปลกที่เด็กอายุน้อยแบบนี้มาเล่นดนตรีกลางเมืองคนเดียว ดูแล้วคงอายุสังสิบเจ็ดหรือสิบแปด
“ว่าแต่นายล่ะ ยังเด็กแท้ๆแต่มาเล่นดนตรีแบบนี้ พ่อแม่รู้รึเปล่าน่ะ"
“เอ้อ..ที่จริงแล้ว..ผมอายุยี่สิบห้าแล้วน่ะครับ แล้วก็..ไม่มีพ่อแม่ด้วย"
“ห๊ะ..เอ่อ โทษที"
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเลิกนึกถึงเรื่องนี้มานานแล้ว"
ทั้งคู่นิ่งเงียบไปสองสามนาที แล้วเสียงกีต้าร์ดังแผ่วทำลายความเงียบ ชายหนุ่มนั่งอยู่กับพื้น ส่งยิ้มให้มินโฮ
“ดูเหมือนคุณยังอยากฟังเพลงต่อ"
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก มั้งนะ”
มินโฮตอบก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆนักดนตรีหนุ่ม ฟังเพลงที่เขาร้อง นานจนรู้สึกเริ่มรู้สึกผิดต่อรายงานที่นอนเรียงรายอยู่ในกระเป๋า และในที่สุดเขาก็หักห้ามใจไม่ให้อยู่นานไปกว่านี้ได้
“เอ้อ ฉันต้องรีบกลับแล้ว รายงานยังไม่เสร็จเลย"
“รายงานของที่ทำงานสินะครับ” ชายหนุ่มพูดขณะเก็บกีต้าร์ลงกระเป๋า มินโฮขมวดคิ้วยุ่ง
“เปล่า มหาลัยน่ะ.."
“เอ่อ..ขอโทษที่เสียมารยาท"
“พอเถอะ ไม่ต้องพูดสุภาพก็ได้ ฉันมินโฮ” มินโฮว่าพลางยื่นมือออกไป
“ฉันนิวท์ ยินดีที่ได้รู้จัก"
“งานเสร็จแล้วรึไง ถึงมานั่งทำตัวเป็นคนว่างงานแบบนี้"
“เกือบแล้วโว้ย ให้นั่งทำงานทั้งวันก็เป็นบ้ากันพอดี"
ผ่านไปแค่เดือนเดียวแต่คำสุภาพที่นิวท์เคยพูดหายไปหมด จนดูเหมือนกับเขาไม่เคยพูดสุภาพมาก่อนเลยด้วยซ้ำ แถมยังชอบจิกกัดด้วย แต่ก็เป็นแบบนี้แค่กับมินโฮ กับผู้ชมคนอื่นเขาก็ยังคงสุภาพเรียบร้อยดี จนมินโฮหมั่นไส้
“คนว่างงานมันแกต่างหาก ไม่มีการมีงานทำรึไง"
“วิ่งไล่ตามฝันไง ไม่เคยได้ยินเหรอ ว่าแต่ไม่เคยมีใครบอกเหรอว่าให้สุภาพกับคนอายุมากกว่าน่ะ"
“เพ้อฝันมากกว่าล่ะมั้ง แล้วก็ หน้าแกอย่างกับเด็กอายุสิบเจ็ด ฉันไม่สุภาพด้วยหรอก"
มินโฮบ่นพึมพำพลางเขียนรายงานยาวเหยียดน่าเบื่อ เขามาที่นี่ทุกเย็น ฟังเพลงไปด้วยทำงานไปด้วย นั่งตรงม้านั่งโทรมๆตัวเดิม ส่วนนิวท์นั่งอยู่บนพื้นตรงข้ามกับม้านั่ง เล่นกีต้าร์ ร้องเพลง ดูมีความสุขเหมือนครั้งแรกที่เจอ
“น่าอิจฉาเป็นบ้า” มินโฮเผลอบ่นออกมา นักดนตรีหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย
“อะไรน่าอิจฉา"
“แกได้ทำอะไรที่ชอบ ส่วนฉันต้องมานั่งทำรายงานปลวกๆเนี่ย"
“แต่อย่างน้อยแกก็ยังมีครอบครัว ใช่ไหม? ฉันน่ะพ่อแม่ตายไปนานแล้ว จนตอนนี้จำหน้าพวกท่านไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ” หน้านิวท์สลดลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงพ่อแม่ จังหวะเพลงกีต้าร์ก็เศร้าลง
“อย่ามาดราม่า ฉันอยู่กับลุงโว้ย"
“อย่างน้อยก็มีครอบครัวน่า แล้วก็ กว่าจะได้มาทำอะไรแบบนี้ฉันก็ทำงานอื่นมาก่อนน่า หนักพอๆกันนั่นแหละ” เขายังคงเกาสายกีต้าร์อยู่ จังหวะเร็วขึ้นเล็กน้อย
“ทำไมถึงมาเล่นกีต้าร์ล่ะ"
“เพราะชอบไง"
“แกกวนฉันเรอะ"
“เปล่า ก็แค่ชอบก็เลยทำไง ต้องมีเหตุผลอื่นด้วยเหรอ ว่าแต่แกล่ะ ทำไมมานั่งฟังฉันเล่นกีต้าร์ทุกวัน” เขาเลิกคิ้วดูท่าทางยียวนใส่มินโฮที่กำลังกลอกตาใส่เขา
“เพราะชอบไง"
“ชอบฉันน่ะเหรอ? บังเอิญจริง ฉันก็ชอบแกเหมือนกัน” นิวท์ว่าพลางหัวเราะร่วน ตอนนั้นเองที่มีปากกาลอยมา เขาหลบทันเฉียดฉิว
“เพลงที่แกเล่นต่างหากโว้ยย”
นิวท์หยุดเล่นกีต้าร์ เขาหยุดหัวเราะไม่ได้ มินโฮดูตลกเวลาโวยวายจนหน้าแดงถึงหูแบบนั้น
“โทษที หน้าแกตลกน่ะ” และปากกาอีกด้ามก็ลอยมา แต่คราวนี้โดนหน้าผากเขา
“ถ้าฉันได้ยินแกหัวเราะอีกฉันจะเอาสมุดรายงานยัดปากแก"
“ครับๆ แต่ที่ว่าชอบน่ะฉันพูดจริงๆนะ”
นิวท์พึมพำ เสียงเพลงก็ดังขึ้นอีกครั้ง นิวท์กลั้นขำอยู่ และมินโฮก็ยังหน้าแดงอยู่เหมือนเดิม
วันนี้ไอ้หน้าปลวกนั่นไม่มา?
เป็นความคิดแรกที่โผล่ขึ้นมาเมื่อเขาเดินมาถึงจตุรัสกลางเมือง นิวท์ไม่อยู่ที่นั่น ทั้งๆที่ปกติจะมาแทบทุกวันตลอดสองปีที่ผ่านมา และถ้าวันไหนนิวท์ป่วยหรือมาไม่ได้เขาจะบอกมินโฮไว้ก่อนล่วงหน้า นอกจากนั้นวันนี้เป็นวันเกิดเขา
'พรุ่งนี้ฉลองวันเกิดให้นายกันเถอะ'
นิวท์พูดแบบนั้นเมื่อคืนวาน แต่ตอนนี้สองทุ่มแล้ว และยังไม่เห็นวี่แววของเขาเลย ตามปกติเขาจะมาเล่นกีต้าร์ที่นี่ตั้งแต่ช่วงเย็น เขาติดต่อนิวท์ไม่ได้เลย
“นิวตัน ไอ้ปลวกตอแหล!"
ตอนที่เขาหมุนตัวกลับและกำลังจะออกเดินนั่นก็มีกล่องของขวัญเล็กๆอยู่ตรงหน้าเขา พอเอี้ยวหัวไปข้างๆก็พบกับนิวท์ ใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิม
“หายหัวไปไหนมา แกรู้ไหมฉันมารอแกตั้งแต่กี่โมง ปลวก!"
“ขอโทษๆ เลือกนานไปหน่อยน่ะ เปิดดูสิ"
มินโฮรับกล่องของขวัญมาอย่างหงุดหงิด เขานึกว่านิวท์เป็นอะไรไประหว่างมาที่นี่ หรือไม่สบายจนรับโทรศัพท์ไม่ได้ เขายังบ่นพึมพำไม่หยุดปากจนเปิดกล่องได้ ในนั้นมีนาฬิกาข้อมืออยู่
“น่าประหลาดที่แกซื้อของขวัญวันเกิด ปกติจะเล่นกีต้าร์นี่"
“ก็เรือนที่แกใส่ปกติมันหายไปนี่ แต่พูดถึงกีต้าร์ฉันก็เอามานะ” เขาว่าพลางอวดกีต้าร์ในมือ ก่อนจะนั่งลงและเริ่มไล้นิ้วไปตามสาย ร้องเพลงที่เขาแต่ง มินโฮนั่งลงข้างๆ นิวท์เหลือบไปมองมินโฮ เขามองนาฬิกาอยู่ มุมปากกระตุกแปลกๆเหมือนกลั้นยิ้มอยู่ ตลกจนอดหัวเราะไม่ได้
“หัวเราะอะไรของแก"
“เปล่า หน้าแกตลกดี”
เพลงจบลงแล้ว แต่พวกเขายังนั่งอยู่ด้วยกัน นิวท์คว้านาฬิกาจากมือมินโฮ
ก่อนจะบรรจงใส่ให้ที่ข้อมือและจุมพิตลงที่หลังมืออย่างแผ่วเบา
“ทำอะไรของ.."
“สุขสันต์วันเกิด อ้อ ไม่ต้องถามเหตุผล เหตุผลมีแค่เพราะฉันชอบนาย” นิวท์ว่าก่อนจะยิ้มทะเล้นและวิ่งหนีก่อนที่มินโฮจะหาอะไรมาปาใส่เขา












