Rearrangement 1 [TMR Short-fic]
“ฉันกลับได้แล้วใช่ไหม?“
“แกละเมออยู่รึไง แกเดินกลับไปดูสามชั้นตรงมุมโน่นสิ ไปดูแล้วลองคิดว่าแกควรจะได้กลับรึยัง”
ชายหนุ่มย่นหน้า ออกเดินสำรวจชั้นหนังสืออย่างไม่เต็มใจ หอสมุดที่เขาทำงานอยู่เป็นหอสมุดเก่าๆที่อยู่ในย่านชานเมือง ถึงจะเก่าแต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดี เขาเผลอสบถเมื่อเห็นว่าหนังสือเกือบทั้งหมดบนชั้นถูกวางสลับที่กัน บางชั้นหนังสือก็ล้มระเนระนาด มินโฮถอนหายใจตอนหันกลับไปส่งสายตาอ้อนวอนให้หัวหน้าบรรณารักษ์
“เถอะน่าอัลบี้ วันนี้ฉันขอกลับเร็วไม่ได้เหรอ"
“ไม่คือไม่ มินโฮ นี่มันงานของแก ถ้างานไม่เรียบร้อยแกก็กลับไม่ได้"
“พรุ่งนี้ฉันมาเช้ากว่าปกติก็ได้ แต่ขอฉันกลับก่อน"
“ถ้าแกหยุดพูดแล้วหันไปจัดหนังสือพวกนั้นซะบางทีแกอาจจะได้กลับบ้านเร็วขึ้นก็ได้”
“ก็ได้วะ ปลวก!“
มินโฮทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นไม้อย่างหงุดหงิด รื้อหนังสือเกือบครึ่งแถวลงมาเรียงใหม่ทั้งหมด มือหนาจัดหนังสือเรียงเป็นกองตามหมวดตัวอักษร ปากก็บ่นไม่หยุด
“ปลวกเอ๊ย อาทิตย์นี้ฉันยังไม่ได้นอนเลย หืม..”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วๆ แต่พอมองไปรอบๆก็ไม่เห็นใครหรืออะไร มินโฮกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะหันกลับไปจัดหนังสือต่อ
มินโฮดันหนังสือเล่มสุดท้ายเข้าที่พอดีตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาอีกครั้ง เขาเงี่ยหูฟัง ต้นเสียงอยู่ไม่ไกลจากชั้นหนังสือแถวที่เขายืนอยู่ตอนนี้นัก มินโฮเริ่มเดินสำรวจ ไล่ไปทีละแถว เสียงฝีเท้าช้าลง แต่เมื่อยิ่งเขาเข้าใกล้ฝีเท้าก็ยิ่งเร่งเร็วขึ้น จนเสียงห่างออกไปเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าหยุดลงตามด้วยเสียงประตูถูกปิดกระแทกดังก้องไปทั่วหอสมุดที่ตอนนี้มีเพียงแสงสลัว มินโฮย่นคิ้ว เคยมีคนที่ทำงานด้วยกันเล่าเรื่องน่ากลัวๆเกี่ยวกับห้องสมุดนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอด้วยตัวเอง ถึงตัวเขาเองจะไม่ได้กลัวเท่าไหร่ก็ตาม (อย่างน้อยเขาก็พยายามปลอบใจตัวเองอย่างนั้น)
“ฉันคงนอนน้อยไปล่ะมั้ง?“
มินโฮบ่นพึมพำพลางเอื้อมมือไปหยิบกุญแจขึ้นมาล็อกประตูหน้าของหอสมุด เขาเลิกงานดึกแบบนี้มาหลายวันจนอัลบี้ต้องให้กุญแจเขาไว้เพื่อให้เขาเป็นคนปิดประตูหน้า เพราะเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นพักนี้ ชั้นหนังสือที่เขาดูแลปกติแล้วจะดูเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลา มันดูเป็นแบบนั้นจนกระทั่งช่วงเย็นของทุกวัน พอเขาเก็บของจะกลับบ้านทีไรก็โดนอัลบี้ไล่ให้กลับไปจัดชั้นใหม่ และทุกครั้งที่เดินกลับไปดูก็จะพบกับหนังสือที่ถูกเรียงสลับที่ บางส่วนก็ถูกดึงออกมาจากชั้น วางกองระเกะระกะไว้ตามทางเดิน ส่วนที่ไม่ถูกดึงออกมาก็ล้มลงไปทั้งแถบเพราะไม่มีหนังสือเล่มอื่นยันไว้
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดตอนที่เดินผ่านประตูออกมาเจอกับลมเย็นเยียบของหน้าหนาว เขาออกเดินกลับบ้านโดยพยายามไม่สนใจเรื่องบ้าๆที่เจอมาทั้งวัน
จนหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปมินโฮก็ยังเจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกวัน ชั้นหนังสือรกเละเทะ กับเสียงฝีเท้าในตอนกลางคืน เขาไม่ได้เล่าให้ใครฟังเพราะคงโดนหัวเราะใส่แน่ วันนี้เขาเลยตัดสินใจจัดชั้นหนังสือนั่นและไปหลบอยู่หลังโซฟาอ่านหนังสือใกล้ชั้นที่โดนรื้อทุกวัน คอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ตอนนี้ใกล้เวลาปิดหอสมุดแล้ว ตามปกติจะไม่มีใครเดินมาดูหนังสือแถวนี้มากนัก มันดูเป็นปกติมากจนเขาแปลกใจว่าทำไมทุกวันหนังสือถึงได้โดนรื้อขนาดนั้น เขาจะจัดหนังสือจนเรียบร้อยทุกครั้งเมื่อใกล้ถึงเวลาปิด แล้วแค่ไม่กี่นาทีระหว่างที่เขาต้องไปจัดการงานเอกสารก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น วันนี้มินโฮจึงรีบจัดการงานเอกสารให้เสร็จเร็วกว่าปกติ เพื่อจะได้มานั่งซ่อนตัวรอดู แล้วคำถามของเขาก็ได้รับคำตอบ ตอนสิบนาทีก่อนหอสมุดจะปิดมีเด็กกลุ่มใหญ่ราวๆเกือบสิบคนวิ่งมาที่ชั้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กประถมอายุไม่น่าเกินสิบสองปี
“นี่ดูเล่มนี้สิ!”
“ฉันอยากยืมเล่มนี้"
“เมื่อวานฉันหยิบเล่มนี้ไปล่ะ มีใครเห็นเล่มตอนต่อของเรื่องนี้ไหม?“
“หยิบเล่มนั้นให้หน่อยสิ…ไม่ใช่นะ ข้ามข้างๆกันต่างหากล่ะ”
“อ๊ะ เรื่องนั้นยังอ่านไม่จบเลย"
มินโฮที่แอบดูอยู่ได้แต่อ้าปากค้าง เด็กๆดึงหนังสือออกมาจากชั้น แบ่งกันดูแล้วโยนทิ้งไว้กับพื้น บางคนขี่หลังเพื่อนเพื่อหยิบหนังสือที่อยู่บนชั้นสูง บางคนก็หยิบหนังสือออกมาดูแล้วเสียบกลับไปมั่วๆบนชั้น พอได้หนังสือที่พอใจแล้วเด็กๆก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป ทิ้งกองหนังสือไว้แบบนั้น แถมยังหยิบหนังสือออกจากห้องสมุดโดยไม่ได้ลงทะเบียนยืมหนังสือ
ชายหนุ่มมองชั้นหนังสืออย่างเหนื่อยหน่าย ในเวลาไม่ถึงห้านาทีแต่ชั้นหนังสือกลับเหมือนเพิ่งมีพายุพัดผ่านไป อัลบี้กลับบ้านไปแล้วคงต้องแจ้งเรื่องเด็กพวกนั้นในเช้าวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากจัดหนังสือให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม
ตอนที่เขากำลังจะลุกขึ้นไปเก็บหนังสือก็มีเสียงหนึ่งแว่วเข้ามา เสียงที่ได้ยินทุกคืน เสียงฝีเท้า มินโฮตัดสินใจซ่อนตัวต่อเพื่อรอดู เจ้าของเสียงฝีเท้าโผล่มาในที่สุด
ภูตจิ๋ว?
เป็นสิ่งแรกที่โผล่เข้ามาในความคิดมินโฮเมื่อเห็น เด็กชายผมในเสื้อฮู้ดสีเขียวเดินผ่านแถวชั้นหนังสือเข้ามา เด็กชายนั่งลงกับพื้นไม้เย็นเยียบ กวาดหนังสือที่กองอยู่บนพื้นให้มาอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเริ่มแยกหนังสือตามหมวดอักษร
เด็กชายมีดวงตาสีน้ำตาลเข้ม คงเป็นเพราะผมสีบลอนด์ทองของเขานั่นแหละที่ทำให้มินโฮรู้สึกว่าเด็กชายดูไม่ค่อยเหมือนมนุษย์สักเท่าไหร่
มินโฮค่อยๆลุกขึ้น ก่อนจะค่อยๆเดินกลับไปที่ชั้นหนังสือ แต่พอเด็กชายได้ยินเสียงเขาก็ลุกขึ้นก่อนจะวิ่งหน้าตาตื่นออกไป ทิ้งมินโฮไว้คนเดียวกับกองหนังสือที่ยังจัดไม่เสร็จ
“ให้ตายเถอะ ฉันแค่จะขอบคุณ"
——————————————————————————————-



















