Dreams go up in smoke (YR/CD) [CM one shot]
"เวียร์ส"
แครอลขมวดคิ้วตอนที่ได้ยินชื่อที่เธอเกือบจะลืมไปแล้ว
"ฉันชื่อแครอลต่างหาก"
"สำหรับฉันเธอคือเวียร์สเสมอนั่นแหละ"
ครึ่งครีขมวดคิ้ว ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเธอก็ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ยิงโฟตอนใส่อีกฝ่าย
ยอน-ร็อกยืนพิงกรอบประตูบ้านซึ่งมีสภาพเก่าโทรม เขาถูกปลดจากตำแหน่งหลังภารกิจล้มเหลวที่ดาวซี-ห้าสิบสามเมื่อหลายปีก่อน
"ทำไมถึงกลับมาล่ะ ฝันร้ายอีกรึไง" ครีหนุ่มว่าพลางยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ท่าทางไม่ยี่หระกับหมัดที่เริ่มเปล่งแสงเรือง
และแน่นอนว่าทำรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่อดีตหัวหน้ารู้เหตุผลที่เธอแวะมาได้ทันทีที่เธอมาถึง
เธอยังคงฝันร้ายอยู่ตลอด ถึงจะไม่บ่อยเท่าตอนที่ความทรงจำหายไปก็ตาม เหตุการณ์ในฝันเหมือนกันแทบทุกครั้ง
ร่างของคนที่รู้จักล้มลงกระแทกพื้น แน่นิ่งไร้ลมหายใจ คนที่เธอฝันเห็นบ่อยที่สุดคือลอว์สัน แต่หลังจากความทรงจำกลับมา ร่างที่นอนแน่นิ่งนั้นกลับกลายเป็นคนอื่นไป ทุกคนที่เธอห่วงใย มาเรีย โมนิก้า ฟิวรี่ หรือแม้แต่ทาลอส
นอกจากนั้นยังมีอีกคนที่เธอนึกไม่ถึงอยู่ด้วย
คนที่เธอนึกไม่ถึงนั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมาตามหาอดีตหัวหน้าจนถึงที่นี่ ฮาล่าไม่ต้อนรับเธออีกต่อไป ทำให้เธอต้องใช้โฟตอนขู่ครีคนอื่นไปหลายคนเหมือนกันกว่าอีกฝ่ายจะยอมบอกว่ายอน-ร็อกถูกย้ายไปประจำที่ไหน
เสียงกระแอมไอเรียกแครอลออกจากความคิดของตัวเอง ยอน-ร็อกยังคงยืนอยู่ที่เดิม จ้องมองเธอ
“ตกลงว่ามาเพราะฝันร้ายจริงๆสินะ”
"รู้ได้ยังไงกัน"
"ฉันรู้จักเธอมาหกปี เวียร์ส เธอมาหาฉันด้วยเหตุผลไม่กี่ข้อหรอก"
แครอลพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด
“ซ้อมต่อสู้ได้ไหม?”
------------------------------------------------------------------------------------------
เขาชอบซ้อมต่อสู้กับเวียร์สที่สุด เพราะเธอลุกขึ้นได้ทุกครั้งที่โดนล้ม
เธอยังคงจู่โจมอย่างดุดันและไม่ลังเลเหมือนเคย รวดเร็วและบางครั้งก็ควบคุมไม่ได้ ราวกับสัตว์ป่าที่น่ากลัวแต่ก็ยังงดงามในเวลาเดียวกัน
แต่การขาดการควบคุมนี้ก็ยังเป็นจุดอ่อนใหญ่หลวงของเธออยู่ดี
ยอน-ร็อกเหวี่ยงร่างของหญิงสาวลงกับพื้นก่อนจะก้าวถอยหลังไปอีกสองสามก้าว เป็นนิสัยติดตัวที่แก้ไม่ได้หลังจากโดนอีกฝ่ายยิงโฟตอนใส่หลายครั้ง
"ฝันรอบนี้ใครถูกยิงล่ะ-"
เวียร์สที่ดูเหมือนกำลังรอให้เขาเผลอเตะขาขึ้นมาสูงซะจนเขาต้องเบี่ยงตัวหลบหลังจากยังพูดไม่จบประโยคดี
"ด็อคเตอร์ลอว์สัน"
ก็เหมือนทุกทีนี่
“มาเรีย”
เพื่อนสนิท
“ฟิวรี่”
เพื่อนใหม่
“แล้วก็นาย”
ฉัน?
สิ่งที่ได้ยินทำให้เขาแปลกใจ ขนาดที่ทำให้ประมาทจนถูกอีกฝ่ายเตะเข้าอย่างแรงที่สีข้าง เขามั่นใจว่าที่โดนเตะนี่ต้องเป็นรอยช้ำในวันรุ่งขึ้นแน่นอน
ครีหนุ่มที่ไม่มีสมาธิอีกต่อไปทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจอยู่พักใหญ่
“ไม่ไหวเลย ฉันคงขาดคู่ฝึกแบบเธอไปนาน”
ดวงตาสีเหลืองทองเหลือบมองอีกฝ่ายเมื่อไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา หญิงสาวยังยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้าแดงก่ำ เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะออกแรงเยอะจากการฝึกหรือเพราะเธอกำลังสะกดอารมณ์บางอย่างกันแน่
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ เธอน่าจะดีใจที่ฉันถูกยิงสิ”
“นั่นสิ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ฉันไม่ค่อยเข้าใจ แต่..”
เวียร์สนั่งลงตรงข้ามกับเขา สองแขนกอดเข่าไว้แนบอก ตาเหลือบมองต่ำ เหมือนเด็กทำผิดที่ไม่กล้าสบตา
“ฉันไม่ได้อยากให้นายตายหรอก ไม่เคยเลย”
------------------------------------------------------------------------------------------
แครอลไม่รู้ว่าพวกเขานั่งเงียบๆข้างกันแบบนั้นอยู่นานเท่าไรกว่าตัวเธอเองจะสงบใจจนเริ่มพูดอีกครั้ง
“ตอนช่วงแรกๆที่แยกกันฝันร้ายของฉันคือเห็นนายเป็นคนถือปืน”
ตั้งแต่ความจำกลับมาเธอก็ฝันแบบนี้อยู่หลายสัปดาห์ จนบางครั้งก็คิดว่าถ้าไม่ได้ความจำกลับมาเลยคงดีกว่า เธอโกรธที่ต้องเห็นคนที่ไว้ใจที่สุดในช่วงหกปียิงคนที่เธอเคารพนับถือที่สุด โกรธที่เกือบทุกอย่างกลายเป็นเรื่องโกหกไปหมด แต่ที่โกรธที่สุดคือเธอก็ยังคงอยากเจอเขาหลังตื่นจากฝันร้าย
เธอยังโกรธยอน-ร็อกมาจนถึงตอนนี้ แต่ก็ไม่เคยเกลียดเขา คงเป็นเพราะเธอเชื่อว่าช่วงหกปีนั้นเขาปฏิบัติต่อเธอเหมือนเป็นเพื่อนคนนึง
ถึงแม้เขาจะดูหงุดหงิดนิดหน่อย แต่เขาก็เปิดประตูให้เธอทุกครั้งที่มาหาหลังตื่นจากฝันร้าย เขาวิ่งไปที่ยิมกับเธอ ถึงแม้ตัวเขาจะบอกว่าไม่เคยชอบวิ่งเลยก็ตาม
แครอลไม่รู้ว่าความฝันเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร แต่หลังจากพยายามไม่ใส่ใจอยู่หลายปี สุดท้ายเธอก็มาที่นี่ เพื่อดูให้แน่ใจว่าเขาไม่เป็นไร
“น่าแปลกนะที่ฉันก็ยังโกรธนายอยู่ แต่ก็มาถึงที่นี่อยู่ดี”
“อาจจะเป็นเพราะเธออยากมายิงฉันด้วยตัวเองก็ได้”
ครีหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะ
“เรื่องที่ฉันทำมันแย่ ฉันไม่มีอะไรจะแก้ตัวทั้งนั้น เพราะถึงจะมีคนพูดชักจูงยังไง แต่ฉันก็เป็นคนตัดสินใจทุกอย่างเอง”
ยอน-ร็อกเงียบไปพักหนึ่ง
“ถ้าจะยิงจริงๆก็ได้นะ”
แครอลหันไปมองหน้าสีหน้าจริงจังของเขาก่อนจะเลิกคิ้วสูง
“ฉันเพิ่งจะบอกไปว่าไม่อยากให้ตาย แก่จนหูตึงรึไง”
ครึ่งครีสาวเลิกคิ้วสูงขึ้นไปอีกตอนที่อีกฝ่ายหัวเราะออกมา
“ฉันล่ะคิดถึงเวลาเธอพูดจาแบบนี้จริงๆ”
ครีหนุ่มว่าพลางยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะยืนมือมาหาเธอ
“จะเช้าแล้ว ไปหาอะไรกินเถอะ”
พวกเขากำลังเดินไปตามตรอกแคบตอนที่รู้สึกว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น จู่ๆก็มีเสียงกรีดร้องหลายเสียงดังมาจากที่ไกลๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากเพจเจอร์
“ฟิวรี่?”
“เวียร์ส”
เสียงแผ่วเบาของยอน-ร็อกเรียกความสนใจของเธอไปจากเพจเจอร์ เธอหันไปเห็นเขาตอนกำลังล้มลงพิงกำแพงข้างทาง ใบหน้าซีดเซียว มือข้างที่คว้าจับแขนเธอไว้กำแน่นจนรู้สึกเจ็บ
“เป็นอะไรไป”
“..ไม่รู้”
ตอนนี้ยังคงมีเสียงกรีดร้องหลายเสียงดังไปทั่ว แครอลมองไปรอบๆ พยายามหาต้นตอของเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้น เธอแทบไม่ได้ยินเสียงแผ่วเบาของคนตรงหน้าตอนที่เขาพยายามเรียก
“เวียร์ส”
เธอรู้สึกเหมือนบางอย่างกระตุกวูบในอกตอนที่รู้สึกว่ามือที่กำรอบแขนเธออยู่เริ่มคลาย แต่พอหันไปมองกลับเห็นว่ามือเขาค่อยๆกลายเป็นเถ้า ลามขึ้นไปตามแขน
“ยอน-ร็อก? ยอน!”
“อย่าทำเสียงตกใจแบบนั้นสิ”
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาสีทองจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาแบบที่เธอไม่เคยเห็นจากชายคนนี้มาก่อน
เขากำลังกลัว
แครอลประคองใบหน้าเขาไว้ด้วยทั้งสองมือ นิ้วหัวแม่มือไล้ไปตามโหนกแก้ม
“ต้องทำอะไรได้บ้างสิ”
“ทำอะไรไม่ได้หรอก”
ครึหนุ่มสายหัวก่อนจะวางมืออีกข้างที่ยังอยู่บนหลังต้นคอของเธอ ดึงเธอเข้ามาใกล้จนหน้าผากพวกเขาแนบกัน
“แครอล”
สิ่งสุดท้ายที่แครอลเห็นคือรอยยิ้มเศร้าๆของเขา ในมือเต็มไปด้วยเถ้าที่กำลังถูกลมพัดหายไป
------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ ดีใจมากที่กลับมาเขียนฟิคได้หลังหายไปเกือบสองปี ฮือ ถ้าผิดพลาดยังไงติชมได้นะคะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่าา :)












