HappyJinDay - vlive
Monterey Bay Aquarium
cherry valley forever

#extradirty
NASA
Show & Tell

Origami Around

shark vs the universe

Janaina Medeiros
we're not kids anymore.
KIROKAZE

⁂

titsay
I'd rather be in outer space 🛸

oozey mess

if i look back, i am lost
Game of Thrones Daily

No title available
Cosmic Funnies
ojovivo

No title available
seen from United States

seen from United States
seen from Brazil
seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from United States

seen from United States

seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from United States

seen from Türkiye
seen from United States

seen from United States

seen from United States
@umphangfuture
HappyJinDay - vlive
daegu line a.k.a. cheating line
Run BTS!; dating show of the century
legendary
cause why are taegi the cutest
it’s a taegi thing
Moonlight - Chapter 13 : 100 per {CENSOR}
Chapter 13
I'm out of sight, I'm out of mind
ฉันอยู่นอกสายตา, ไม่เคยถูกคิดถึง
I'll do it all for you in time
ฉันทำเพื่อเธอตลอดเวลาเลยนะ
And of all these things I've done I think I love you better now
และทุกสิ่งที่ฉันทำ มันทำให้ฉันรักเธอมากกว่าเดิมแล้ว
“คุณนายคะ เครื่องของคุณท่านแลนดิ้งแล้ว และเลขาโจวรับท่านเรียบร้อย พร้อมเดินทางกลับค่ะ”
“ดี”
“จะให้ดิฉันจะบอกคุณหนูแทกึกอย่างไรคะ เมื่อคุณท่านกลับก่อนกำหนด”
“ไม่ต้อง เด็กคนนั้นไม่จุกจิกหรอก”
“แล้วเมื่อคืน คุณชายแทควอน...”
“ฉันรู้”
“คุณนายไม่ว่าเหรอคะ”
“เพราะฉันรู้ว่าอะไรๆ มันก็เลยเถิดไปแล้ว” มินยุนกิละใบหน้าตัวเองออกจากเอกสารกองโตแล้วหันมามองหน้าเลขาสาวของตน “ถึงได้ให้ยัยแทกึกไปเปลี่ยนนามสกุลและให้มาเป็นลูกฉันแทนแทฮยองไง”
“คุณนายจะยอมให้ลูกทั้งสองคน.. ไม่สิ คุณแทกึกและแทควอนรักกันเหรอคะ?”
“ถ้าพวกเขารักกันฉันก็ไม่ขัด”
“...”
“เพราะน้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ”
เลขาสาวของยุนกิไม่เข้าใจ จึงทำหน้างงและมองดูเจ้านายของตนที่ยิ้มเบาๆ ให้เธอเท่านั้น ก่อนที่จะลาโค้งตัวออกจากห้องไป พอเปิดประตูเท่านั้นเธอถึงกับชาวาบไปทั้งตัว
“คุณ...”
“มินยุนกิอยู่รึเปล่าครับ”
“อ..เอ่อ”
“เกิดอะไรขึ้นเหรออิมยุนบี”
“ท่านประธานใหญ่เขา...”
“ให้นัมจุนเข้ามา”
“ค่ะ”
เลขาสาวหลีกทางให้คนตัวสูงในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องของรองประธานคิมกรุ๊ปที่มีมินยุนกิมาทำงานแทนให้ ดวงตาเล็กมองนัมจุนนั่งเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะของตนเงียบๆ มือบางที่จับปากการาคาแพงก็วางลงช้าๆ แล้วเอนหลังไปนั่งพิงเก้าอี้อย่างไม่สุขใจ
“มีอะไรถึงเดินทางมาล่ะ ปกติจะสั่งงานผ่านโทรศัพท์นี่”
“เห็นว่าช่วงนี้มีปัญหา”
“...ก็นิดหน่อย”
“ผมเลยเป็นห่วงฮยองและน้องชายผมน่ะ”
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะท่านประธานคิมนัมจุน”
“นี่ฮยอง” นัมจุนตบมือหนึ่งทีเพื่อเรียกสติ “ฮยองเหมือนไม่ไหวจริงๆ นะ ซอกจินฮยองก็บอกมาว่าเหมือนครอบครัวฮยองมีปัญหา ผมเลยมาเพราะเป็นห่วง”
“ให้ตายสิ ฉันไม่น่าไปปรับทุกข์กับมันเลย ไอ้จิน...”
“ไม่เอาน่าฮยอง ผมมาเพราะเป็นห่วงล้วนๆ เลยนะ”
“ไม่เป็นไรจริงๆ ห่วงบริษัทก่อน”
“มีอะไรให้ห่วง หุ้นยังคงเส้นคงวามาหลายเดือนแล้วตั้งแต่เริ่มกิจการที่ญี่ปุ่น เหมือนจะเพิ่มนิดๆ แต่ก็ไม่มีอะไรให้เสียหาย แค่พยายามประคองไปเรื่อยๆ พอเห็นแววรุ่งก็พุ่งขึ้นเลย”
“พูดเหมือนง่าย”
“ฮยองก็ไม่ได้เรียนบริหารมาทำไมทำงานนี้ได้ล่ะ ทำได้ดีอีกต่างหาก”
“จะไปรู้มั้ยล่ะ”
“เพราะช่วยแทฮยองทำงานอ่ะเหรอ”
“แล้วมันใช่ธุระกงการอะไรของนายมั้ย”
“ครับๆ ผมขอโทษครับ”
“ไปทำงานได้แล้วนัมจุน อย่าให้รายงานคุณท่านว่าแกโดดงานมาป่วนรองประธานนะ”
นัมจุนยู่ปากใส่ยุนกิก่อนจะโค้งตัวให้และเดินออกจากห้องไป จะกี่ปีๆ ถึงจะมีลูกก็ตามแต่พอให้จับพี่น้องตระกูลคิมมาอยู่ด้วยกันก็ยังเหมือนเดิม จะอายุยี่สิบปีหรือสี่สิบปีก็ไม่ต่างกัน ถึงจะมีลูกเป็นตัวเป็นตนจนเรียนมัธยมกันไปแล้วก็ยังเหมือนเดิม
พอคิดอย่างนั้น มินยุนกิก็ถอนหายใจดังๆ
แต่พอคิดถึงคิมแทฮยอง คนรักของตนแล้วใจหายวาบเบาๆ
จะทำยังไงให้เขาไม่รู้ว่าตอนนี้บ้านกำลังแบ่งเป็นสองฝั่ง
ฝั่งมินยุนกิและมินแทกึก อีกฝั่งหนึ่งคือคิมแทฮยองและคิมแทควอน
พอคิดได้อย่างนั้น คนตัวเล็กก็ถอนหายใจอีกรอบอย่างช่วยไม่ได้
เรื่องลูกไม่เท่าไร เขาไม่ได้โกรธอะไรมาก แต่ถ้าเรื่องจิตใจของแทฮยอง... เขาจะอธิบายอย่างไรว่าลูกชายตัวดีว่าเขาอย่างไรบ้าง ตัดพ้อต่อว่าเสียจนกลั้นน้ำตาและอารมณ์ไว้ไม่ไหว ครั้นจะให้อธิบายว่าคิมแทควอนต้องการแม่ที่เป็นผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายแบบเขา
แทฮยองจะทำยังไง
แทฮยองจะคิดอย่างไร
แทฮยองจะตีลูกเหมือนที่เขาตีมั้ย
ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็เลือกที่จะไม่บอก
เพราะแค่เขาตีลูกไป เขาก็รู้สึกเสียใจมากพอแล้ว
เขาไม่เคยคิดอยากตีลูก ถึงแม้ว่าการสั่งสอนด้วยการตีเพราะตักเตือนจะทำให้ลูกได้ดี แต่พอต้องเงื้อมือฟาดลงบนผิวหนังของลูกที่เราฟูมฟักมาหลายปีแล้วก็อดเสียใจไม่ได้ ทั้งๆ ที่เลี้ยงมาขนาดนี้ทำไมต้องให้ตี แทนที่จะคุยกันด้วยเหตุผล
แต่เพราะคำพูดของแทควอน ทำให้เขาห้ามอารมณ์ไม่ตีไม่ได้
...ยิ่งคิดยิ่งเสียใจ ยิ่งโทษตัวเองว่าทำไมถึงเลี้ยงลูกไม่ดีพอ
ทำไมไม่ใส่ใจเขามากกว่านี้ อย่างน้อยก็ไม่ให้ลูกขาดความอบอุ่น ถึงจะเป็นผู้ชายก็สามารถดูแลแบบผู้หญิงได้ และไม่ต้องเป็นผู้หญิงก็เลี้ยงลูกได้เหมือนกัน
ทำไมไม่คิดแบบนั้น เขาได้แต่โวยวายลูกชายคนโตในใจแค่นั้นเอง
มือบางที่เริ่มกร้านเพราะผ่านการใช้งานมาหลายสิบปีลูบหน้าที่เริ่มตามวัยด้วยความเหนื่อยล้า พลางถอนหายใจเบาๆ เพื่อไล่ความอึดอัดและตรึงเครียดในใจให้ออกไป ภาพของคิมแทควอนที่โมโหและก้าวร้าวใส่เขายังติดอยู่ในความทรงจำอันเลวร้ายอยู่ เสียงทุ้มๆ แต่ตวาดเสียงดังราวกับเชือกหนาที่ดึงหัวใจเขาให้ตกนรกยังตราตรึงอยู่ไม่ลืมเลือน
‘แม่รักแทกึกมากกว่าผมเพราะนั่นมันเชื้อแม่ แต่ผมคือเชื้อพ่อ ที่ผมมาเป็นโฮสต์เพราะว่าผมต้องการผู้หญิง ผู้หญิงจริงๆ แม่ที่เป็นผู้หญิงจริงๆ ไม่ใช่กระเทยหัวโปกตัวเล็กๆ บางๆ เหมือนผู้หญิง แล้วมาให้ผมเรียก ‘แม่’ ตามที่ใจเขาต้องการ เข้าใจป่ะครับว่าต้องการแม่ที่เป็นผู้หญิงไม่ใช่กระเทย!!!’
ประโยคเดิมๆ ที่รีรันกลับมาอีกรอบทำให้มินยุนกิฝังใบหน้าตัวเองลงบนฝ่ามืออย่างอ่อนล้า ไหล่บางห่อลงตามความอึดอัดในใจ คนตัวเล็กถอนหายใจเสียงดังเพื่อคลายความเศร้าที่ไม่รู้จะจบเมื่อไรให้ออกไปจากใจ โดยไม่รู้ตัว น้ำตาใสๆ ไหลออกจากตา
ให้ตายสิยุนกิ...
ไม่เอาไม่ร้องน่า
“เซอร์.... ยุนกิ!!”
“แทฮยอง”
แทบร้องไม่เป็นภาษาเมื่อเปิดประตูมาหมายจะเซอร์ไพรส์แต่เขากลับเป็นฝ่ายตกใจไปเสียเอง เมื่อเห็นคนที่ตัวเองรักนั่งฝังหน้าลงบนฝ่ามืออย่างอ่อนล้า พอใบหน้าเล็กๆ เงยขึ้นมากลับเต็มไปด้วยน้ำตา คิมแทฮยองรีบปิดและล็อคประตูทันที ก่อนจะวิ่งเข้ามาหามินยุนกิ เข่าหนาที่ไม่เคยต้องคุกเข่าให้ใครกลับมายืนเข่าอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็ก มือหนาเอื้อมไปหมุนเก้าอี้ให้ยุนกิหันมาประจันหน้าก่อนจะดึงฝ่ามือบางมากุม
“เป็นอะไร”
“เปล่า” ยุนกิดื้อดึงที่จะไม่ตอบ “ไม่ได้เป็นอะไร”
“ตอบ”
“อย่ามาโหดใส่กันสิ”
“ก็ยุนกิไม่ตอบผม”
“ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แค่เครียด”
“ไม่ต้องทำมันแล้ว งานผม ผมทำเอง”
“นายดูแลของญี่ปุ่นกับอเมริกาแล้ว ส่วนที่เกาหลีฉันช่วยเอง”
“มันคืองานของผม” แทฮยองย้ำ “ของผม”
“...แล้วงานฉันล่ะ ฉันก็อยากทำงานนะ”
“ดูแลลูก ดูแลครอบครัว ให้เขาเป็นคนดี”
เมื่อได้ยินแบบนั้นน้ำตาที่กำลังจะเหือดแห้งกลับไหลพรูลงมาเป็นสายอีกครั้ง เสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นอีกจนแทฮยองกังวลใจว่าอะไรทำให้มินยุนกิที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี และนิ่งจนสยบคู่ต่อสู้มาได้ถึงได้ร้องไห้จนแทบใจของเขาแทบสลาย
“ฉัน... ฮึก ฉันขอโทษ แท.. แทฮยอง ฮือ ฉันผิดเอง ผิด ฮือ”
“ยุนกิ ไม่เอา ใจเย็นสิ เป็นอะไร ตอบผมก่อน”
“แท.. ฮือ ฉันมันแย่ ฉันมันเป็นแม่ที่แย่ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง ฮึก”
“ไม่เอาสิ ตอบผมก่อน”
“ฉ... ฉัน ฮึก”
“ไม่ร้องคนดี.. ไม่ร้องนะครับ”
แทฮยองลุกขึ้นก่อนจะกอดคนตัวเล็กทันที ใบหน้าเล็กที่ฝังอยู่ตรงหน้าท้องของคนตัวสูงกว่าทำให้เสียงสะอื้นเบาลงกว่าเมื่อกี้ ไหล่บางที่ขยับตามแรงสะอึกสะอื้นยิ่งทำให้ผู้นำครอบครัวเงยหน้าขึ้นมองเพดานด้วยความหงุดหงิด ครั้นจะเค้นคอให้ยุนกิพูดออกมาก็ไม่ได้ ในเมื่อคนที่ร้องไห้ยากยิ่งกว่าอะไรดีดันมาร้องไห้ตัวโยนอยู่แบบนี้
เกิดอะไรขึ้น
แล้วเขาก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เลขาอิม คุณจะบอกผมได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นกับยุนกิ”
“เอ่อ... คือ”
“คุณเลขาอิมยุนบี”
“คุณนายเขาเครียดเรื่อง... คิมแทควอน คือ...”
“โอเค ไม่ต้อง เดี๋ยวผมไปคุยเอง”
“คุณท่าน คุณ...!!”
เสียงร้องของหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ ที่เป็นเลขาของยุนกิไม่ได้ทำให้เขาสนใจเลยแม้แต่นิด มือเรียวกดโทรศัพท์ยิกๆ โดยมีเลขาโจวเดินตาม ภาพที่คนร่างสูงเดินไปตามทางอย่างเร่งรีบ ชายเสื้อสูทโบกสะบัด มีลูกน้องต่างแหวกทางและโค้งให้เขาไปตามทางคงเป็นภาพที่ดูน่าเกรงขาม แต่ไม่ใช่ในเวลานี้ ที่คิ้วเรียวขมวดเป็นปมเมื่อได้ยินเสียงแค่ว่า
“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้กรุ...”
“เลขาโจว ไอ้ควอนมันอยู่ไหน”
“ผมสามารถตอบท่านได้แค่ว่า คุณแทควอนไม่กลับบ้านมาได้คืนสองคืนแล้วครับ”
กึก!
“อะไรนะ!?”
“คุณแทควอนไม่กลับบ้านมาสองคืนแล้วครับ เพราะมีปากเสียงกับคุณยุนกิเมื่อวันก่อน” เลขาโจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองสั่นไปมากกว่านี้ “จากนั้นก็ไม่พบเจอเขาอีกเลย”
“ไปซีคลับ”
“...”
“ไปหาไอ้เด็กบ้านั่นกัน”
เลขาโจวแทบอยากจะบ้าตายให้ได้ วันก่อนก็พายุนกิมาที่นี่ วันนี้ก็ต้องพานายตัวเองมาอีกแล้ว แต่พอเห็นสีหน้าที่ทั้งหงุดหงิดและไม่สู้ดีของคิมแทฮยองทำให้เขาต้องถอนหายใจแล้วต้องยอมไปอยู่ดี มือหนาที่กดยิกๆ บนจอโทรศัพท์และแนบหูก่อนจะรู้ว่าคนปลายสายปิดเครื่องหนีปัญหาทำให้เขาต้องถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นทำให้ลูกน้องเขาอย่างเลขาโจวเป็นห่วงลึกๆ
ก็ทำได้แค่ส่งกำลังใจให้หัวหน้าตัวเองเท่านั้นแหละ
“เฮ้อ”
จู่ๆ เสียงถอนหายใจของคนที่นั่งเบาะหลังดังขึ้นทำเอาคนขับรถเหลือบมองกระจกส่องหลังแทบไม่ทัน สีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อสิบยี่สิบกว่านาทีที่ผ่านมาหายไปเหลือเพียงแต่ความกังวลที่ฉายชัดบนใบหน้า คิ้วเรียวขมวดเป็นปมราวกับเงื่อนตาย ที่หากจะแก้ออกได้ก็มีเพียงแค่ไปคุยกับลูกชายตัวดีของเขาเท่านั้น
“ท่านครับ”
“...หืม”
“ถึงแล้วครับ”
“อ้อ” แทฮยองกระพริบตาก่อนจะมองดูดีๆ “ถึงซีคลับแล้วเหรอ ไวจังเนอะ”
“ท่านเครียดมากไปรึเปล่าครับ”
“...”
“พักก่อนก็ได้ครับ ผมเป็นห่วง”
“มินยุนกิร้องไห้ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะช้าได้แล้วล่ะ ยิ่งไวยิ่งดี”
“ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามนะครับ”
“ถ้าช้าไปก็อดกินนะเลขาโจว ขนาดกับธุรกิจ พอมีโอกาสมาก็ยังต้องรีบคว้าโอกาสเลย”
“แต่นี่ไม่ใช่ธุรกิจครับ นี่คือครอบครัว”
คำพูดของเลขาโจวทำให้คิมแทฮยองที่กำลังจะจัดสูทอยู่ชะงักไปทันที ก่อนจะลดมือลงวางไว้ข้างตัว เปลือกตาบางหลับตาลงก่อนจะเอนตัวพิงเบาะอย่างเหนื่อยอ่อน เลขาโจวที่เห็นท่าไม่ดีเลยถามผู้เป็นนายตัวเองไปด้วยความเป็นห่วงและกังวลใจ
“ท่าน...โอเครึเปล่าครับ”
“ไม่หรอก ฉันแค่ตั้งสติ”
“...”
“ฉันไม่อยากไปโวยวายใส่ลูก”
“...”
“ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวเลย”
“...”
“ตอนเด็กๆ พ่อแม่ก็ทำแต่งาน ฉันก็มีความสุขดี มีเงินใช้”
“...”
“ไม่เคยคิดว่าพ่อแม่จะเหนื่อย พอทำตัวมีปัญหา ก็ไม่มีใครขัด แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้พ่อแม่เป็นห่วง โอเค ฉันเคยทะเลาะกับพ่อแม่ ก็บ้างแหละ เด็กล่ะนะ แต่พอมีลูกเอง ได้ทำงานเอง ได้มีครอบครัวเอง ทำไมมันยุ่งยากแบบนี้ล่ะ”
“...”
“เลขาโจว ฉันปรึกษานายอยู่นะ”
“อ่ะ.. เอ่อ ขอโทษครับ ผมนึกว่าท่านแค่ต้องการระบาย”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก แค่ตอบคำถามฉันก็พอ”
“เคยได้ยินมั้ยครับว่า พ่อแม่เป็นอย่างไร ลูกก็จะมีปัญหามากกว่าเป็นสองเท่าสามเท่า”
“...”
“ตอนที่ท่านยังเด็ก ท่านไม่เคยต้องการพ่อแม่บ้างเหรอครับ”
“...”
“ผมคิดว่าบางทีที่คุณชายเป็นแบบนั้นเพราะต้องการความรักก็ได้ บางทีการที่เขาทะเลาะกับคุณนาย อาจจะเพราะเขาต้องการอะไรบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ถูก หรืออาจจะเพราะท่านไม่ค่อยให้เขาก็ได้”
“...มีอะไรที่ผมไม่เคยให้เขา ผมให้บ้านหลังโต ให้เงิน มีคนใช้ มีทุกอย่างที่เด็กหลายคนต้องการ”
“ในฐานะที่ผมทำงานกับท่านมานานเกือบสิบปี” เลขาโจวสูดลมหายใจเขาสุดปอด “ท่านไม่เคยว่างให้ลูกๆ ของท่านเลย”
“...”
“ผมก็แค่คิดน่ะครับ เพราะลูกผมก็งอแงเหมือนกันเวลาที่ผมไม่กลับบ้าน แค่คืนเดียวลูกของผมก็งอแงแล้ว แต่ท่านไม่กลับเป็นเดือนๆ”
“...”
“ผมก็คิดไปงั้นแหละครับ ทางที่ดีคือไปคุยกับคุณชายดีกว่า ผมก็แค่คิดไปตามที่เห็น”
“อื้ม”
“พร้อมลงไปหาคุณชายหรือยังครับ”
“โอเค” แทฮยองถอนหายใจ “เปิดประตู”
“ครับ”
เลขาโจวลุกไปเปิดประตูให้เจ้านายตัวเองอย่างรีบร้อนก่อนจะมองตามหลังคนที่กำลังแบกภาระเต็มบ่าบวกกับความกังวลใจที่ต่อให้ตีหน้านิ่งให้ดูน่าเกรงขามเหมือนทุกครั้งแค่ไหน แต่การที่รู้จักกันมานานทำให้เขารู้ว่าครั้งนี้ คิมแทฮยอง เจ้านายของเขาดูเหนื่อย และท้อแท้กับสิ่งที่เพิ่งได้พบเจอมาแค่ไหน
ก็ได้แค่เดินตามไปอย่างเงียบๆ เท่านั้น
“มาหาใครครับคุณ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น “คลับยังไม่เปิดนะครับ ยังสิบเอ็ดโมงอยู่ เปิดอีกทีตอนหกโมงเย็นครับ”
“ผมมาหาคิมแทควอน”
“...”
“ผมรู้ว่าที่นี่เป็นที่ๆ เขาชอบมาขลุกอยู่ คุณพอจะตามเขามาให้ผมหน่อยได้มั้ย”
“เขาไปต่างจังหวัดครับ” ชายตัวสูงคนนั้นตอบ ก่อนจะวางโทรศัพท์ที่ตนถือไว้บนโต๊ะ “ไปได้สักพักแล้ว”
“จังหวัดไหน”
“แดกูครับ”
“แดกู?”
นั่นมันบ้านเกิดของยุนกิไม่ใช่เหรอ
แทฮยองขมวดคิ้วเป็นปมกว่าเดิมเมื่อนึกได้ ก่อนที่อี้ฟานจะถามขึ้นมา
“ให้ผมบอกแทควอนมั้ยครับว่ามีคนมาหา ขออนุญาตถามนะครับ คุณเป็นใครครับ”
“คิมแทฮยอง”
“...”
“พ่อของคิมแทควอน”
“Shit…”
“คุณพอจะรู้มั้ยครับว่าเจ้าของของคลับนี้อยู่ที่ไหน เป็นใคร ผมอยากคุยกับเขา”
“ผมเนี่ยแหละครับ”
“พอดีเลย” แทฮยองพูดก่อนยิ้มบางๆ ออกมา ในขณะที่อู๋อี้ฟานเริ่มยืนไม่สุข “ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณ?”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ขอบคุณนะครับ”
“ครับ?”
“ไว้ถ้าคุณมีลูก มีครอบครัว คุณจะรู้เองว่าพ่อคนคิดยังไงเมื่อรู้ว่าลูกมาทำงานแบบนี้ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดว่าอะไร แต่ถ้าติดต่อเขาได้ บอกให้มาคุยกับผมที”
“โทรศัพท์เขาพังไปแล้วครับ”
“...?”
“เขาทุ่มมันลงกับพื้นเมื่อคืนนี่เอง”
“...”
ไอ้แทควอน...
“ถ้าคุณเป็นพ่อเขา คุณก็น่าจะรู้อยู่ครับว่าการที่เขาเป็นแดกู เขาไปทำไม เด็กคนนั้นไปแดกูบ่อยนะครับ เขามักจะลาผมทุกเดือน ไม่รู้ทำไม แต่ถ้าเป็นพ่อของเด็กคนนั้นจริงก็น่าจะรู้ดีใช่มั้ยครับ”
เลขาโจวที่เป็นคนนอกจากวงสนทนามานานเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมา เมื่อสองคนที่ต่างฝ่ายต่างเป็นนักธุรกิจเหมือนกันเริ่มด่ากันไปมาผ่านคำว่า ‘พ่อ’ ประโยคที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่พอคิดดีๆ แล้วคือคำด่าเรียบๆ ของชายสองคนด่ากัน อีกใจหนึ่งก็อยากจะลากนายตัวเองขึ้นรถ อีกใจหนึ่งก็อย่างวิ่งหนีออกจากบริเวณให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ประโยคที่โพล่งออกจากปากคิมแทฮยอง ทำให้เลขาโจวหายใจไม่ทั่วท้อง
“ครับ คุณเจ้าของคลับโฮสต์ที่ทำธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย”
“อย่าลืมไปตามแทควอนไวๆ นะครับ มีปัญหาอะไรก็เคลียร์กันที่บ้าน ไม่เอาที่คลับ ผมเกรงใจที่จะเผลอไปรับรู้ปัญหา”
แทฮยองเหลือบมองด้วยหางตาก่อนจะเดินออกจากคลับแถมเขายังไม่สบอารมณ์เอามากๆ อีกต่างหาก เขาเดินขึ้นรถโดยที่เปิดประตูเองก่อนจะปิดประตูเสียงดัง มือหนารีบปลดกระดุมและดึงเนกไทออกด้วยความหงุดหงิด แล้วพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยความโมโหออกมา
“เลขาโจว ไปแดกู”
“ครับ”
“ให้ไวด้วย ฉันจะต้องไปลากคอเด็กคนนั้นมาคุยให้ได้”
แกร่ก แกร่ก..
“พอเริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วรกขึ้นเยอะเลยครับคุณยาย” เสียงบ่นงึมงำของคนตัวสูงผมสีบรอนด์ดังขึ้น “ดูดิ แม่กับพ่อก็ทำแต่งาน ผมเลยมาทำให้ตลอด หกเดือนแล้วใช่มั้ยล่าที่ผมมาเนี่ย”
“...”
“แทกึกโตขึ้นแล้วนะยาย ยายจำได้มั้ยเด็กตัวเล็กๆ ที่แม่ชอบมัดแกละสองข้างอ่ะ นี่พ่อแม่กับน้องไม่ได้มาเยี่ยมยายตั้งหกเดือนแล้วอ่ะ ยายงอนรึเปล่า”
“...”
“ถ้ายายงอนผมง้อให้เขาแล้ว นี่มากวาดใบไม้ให้เลยนะ ยายจะได้นั่งสวยๆ”
“...”
“จะหน้าหนาวแล้วอ่ะ ยายเอาผ้าห่มมั้ยครับ”
“...”
“ข้างล่างจะอุ่นพอห่มยายให้หายอุ่นจากหิมะมั้ยครับ”
“...”
“ยายครับ... ผมเพิ่งทะเลาะกับแม่มา”
“...”
“ผมเผลอไปพูดว่าต้องการแม่ที่เป็นผู้หญิง ทั้งๆ ที่แม่ก็คือแม่ ผมผิดผมรู้ แต่พอคิดว่าผมไม่ใช่ลูกของแม่แล้วผม..” น้ำเสียงที่เริ่มสั่นคลอนทำให้แทควอนหยุดพูดไปสักพักก่อนจะพูดต่อ “ผมจะทำยังไงดีครับ”
“...”
“ผมควรทำยังไงดี...”
“...”
“คุณยายครับ ผมรักแม่”
“...”
“แต่เพราะทิฐิบางอย่างในตัว ทำให้ผมปากแข็ง ไม่กล้าขอโทษเขาสักที ทำไงดีครับ”
“...”
“ทำไงดีครั...”
“คิมแทควอน”
เสียงทุ้มของใครบางคนที่พอได้ยินแล้วทำเอาร่างชาไปทั้งร่างดังขึ้น แทควอนชะงักไปก่อนจะกำด้ามไม้กวาดทางมะพร้าวแน่น แล้วสูดลมหายใจลึกก่อนจะหันหลังไปมองตามเสียงเรียก ชายคนนั้นที่ใบหน้าคล้ายเขา สูทสีดำกับรองเท้ามันขลับทำให้ดูมีภูมิฐาน เรือนผมสีดำสนิทที่ลู่ตามลมเย็น ข้างหลังมีเลขาโจวที่มักจะช่วยเหลือเขาและน้องสาวเวลาที่พ่อไม่อยู่บ้าน ดวงตาที่เรียวพอกันสบกันเงียบๆ
“เลขาโจว ผมขอเวลา เสร็จเมื่อไรเดี๋ยวเดินไปหาที่รถ”
“ครับ”
แทฮยองเงียบเรื่อยๆ จนกระทั่งเลขาโจวพ้นบริเวณสุสานและหายลับไปอยู่ข้างรถเก๋งราคาแพงสีดำ พอเห็นแบบนั้น แทควอนที่ยืนนิ่งที่กำด้ามไม้กวาดแน่นจนรู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือจึงโพล่งขึ้นมาเพื่อถามผู้เป็นพ่อของตน
“พ่อมาทำไม”
“มาหาแก” เสียงพื้นรองเท้ากระทบกับทางเดินก่อนจะมาโค้งตัวที่หน้าหลุมศพผู้เป็นแม่ของคนที่เขารักก่อนจะหันไปคุยกับลูกชายตน “แก ทะเลาะอะไรกับแม่”
“...”
“ลูกผู้ชายทำผิดต้องยอมรับผิด”
“ผมไปว่าแม่ว่าเป็นกระเทย”
“...”
“แล้ว.. ผมต้องการแม่ที่เป็นผู้หญิงไม่ใช่กระเทย”
“...”
“ตบหน้าผมเหมือนที่แม่ทำก็ไ...”
ผัวะ!
“ฉันตบไม่เป็น” แทฮยองถอดเสื้อสูทตัวเองออกก่อนจะโยนลงพื้นอย่างไม่สนใจ ทั้งๆ ที่สูทนั้นตัดมาแพงแค่ไหนก็ตาม มือหนารูดเนกไทและโยนออกจากตัว มืออีกข้างดึงชายเสื้อเชิ๊ตตัวเองออกจากกางเกง “ทำไม แม่เป็นกระเทยแล้วมันไม่ดีตรงไหน”
“ก็ไม่ใช่ไม่ดี”
“แล้วแกไปว่าแม่แบบนั้นทำไม”
“...”
“ตอบ!!”
“ผมมีอะไรกับน้อง” แทควอนเว้นไปพลางมองหน้าพ่อตัวเอง “จริงๆ แล้วเราสองคนสมยอมกันด้วยซ้ำ”
ผัวะ!
“...”
“พูดต่อสิไอ้ลูกชาย”
“แม่ด่าผมว่าที่ผมทำมันไม่ดี การมีอะไรกับน้องสาวตัวเองมันบ้ามาก ผมเลยสวนไป แล้วไอ้ที่พ่อกับแม่รักกัน มันไม่บ้ากว่าเหรอ ผู้ชายกับผู้ชายเลยนะ”
ผัวะ!
“…”
“ก็บอกให้พูดต่อ”
“พ่อต่อยผมทุกทีที่ผมอธิบาย”
“ใครต่อย เส้นกระตุกต่างหาก”
“ให้ตายสิวะ”
“วะเหรอ ฉันพ่อแกนะ ไหน พูดต่อสิ”
“ผมรักแทกึกครับ”
“...”
“ผมรักน้องตัวเอง”
“...”
“โครตรักเลย”
“แมนพอยังพ่อ”
“เออ แมน” แทฮยองเท้าสะเอวแล้วมองหน้าลูกตัวเอง “ทำไมไม่บอกตรงๆ ว่ารักน้อง แล้วไปมีอะไรกับน้อง เกิดน้องล่ะ”
“ผมใส่ถุง”
“ถ้าเกิดถุงยางขาด จะว่าไง”
“...”
“ทำไมทำอะไรไม่คิด ถ้าน้องท้อง.. มองข้ามเรื่องพี่น้องไปก่อน เอาล่ะ ถามแบบใจๆ เลย ทำไมถึงคิดไปเป็นโฮสต์ อายุยังไม่ถึงยี่สิบเลยนะ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ”
“...”
“ตอบพ่อมา”
“ถ้าตอบไป พ่อก็ต่อยผม มันเจ็บนะ”
“พ่อไม่ต่อยแล้ว สัญญา ตอบมาสักที”
“ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอก เห็นเพื่อนไปทำเลยอยากไป แต่พอรู้ตัวว่าคิดยังไงกับแทกึก ผมก็รู้ว่าที่ผมเป็นนั่นเพราะต้องการผู้หญิง คือ... หมายถึง ต้องการผู้หญิงมาดูแล แบบแม่ แม่ที่เป็นผู้หญิง เหมือนคนอื่นๆ...”
“...”
“บางทีผมอาจจะแค่เหงา กลับบ้านมาเจอแต่แม่บ้าน เข้าห้อง อ่านหนังสือ เล่นกับน้อง มีแม่บ้านดูแล แต่มันก็ไม่เท่ากับพ่อแม่จริงๆ เวลาไปโรงเรียน ผมจะได้อวดพ่อแม่เฉพาะแค่ตอนประชุมผู้ปกครองเท่านั้น”
“...”
“ตอนอนุบาล ผมไปโรงเรียน มีแม่คนอื่นมาส่ง แม่ที่เป็นผู้หญิง สวยๆ ในขณะที่คนที่จับมือผมเข้าโรงเรียนกลับเป็นผู้ชาย เพื่อนผมตอนนั้นรวมถึงคุณครูเรียกแม่ว่าพ่อ ผมงง ผมสงสัย จนกระทั่งประถม ผมถึงได้รู้ว่าแม่เป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงเหมือนคนอื่น ผมรู้ว่าแม่เจออะไรมาเยอะ ผมเลยอยากปกป้องเขา”
“...”
“แต่บางครั้งเวลาที่ผมดูหนังกับน้อง แม่ที่เป็นผู้หญิงเขาทำเค้กเป็น เขาเย็บผ้าได้ เขาให้นมลูกได้ เขามีผมยาวๆ เล่นกับลูก แต่แม่ผม.. ตอนเด็กๆ แม่ก็ไปๆ มาๆ กับคลับเดอะเบสท์นั่น ตอนนี้ก็ยังมาช่วยพ่อทำงานอีก ผมไม่เคยกินขนมเค้กฝีมือแม่เลย”
“...”
“ผมเคยดูสารคดีแม่คลอดลูก ผู้หญิงเขาคลอดตรงนั้น เด็กที่ออกมาคือลูกของผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงนั่นก็คือแม่ แต่ผม เกิดมากับผู้หญิงที่เป็นใครไม่รู้ ที่ผมลืมหน้าลืมชื่อไปแล้ว แล้วคนที่เรียกผมว่าแม่ก็ไม่ได้เป็นคนคลอดผมด้วย.. นี่ผมพูดบ้าอะไรอยู่วะ”
“...พูดต่อ พ่อฟังอยู่”
“ตอนวันเกิดผมก็ได้จัดปาร์ตี้เฮฮากับเพื่อนๆ แต่ผมอยากกอดพ่อมากกว่าที่จะได้ของขวัญแพงๆ กับการ์ดธรรมดาที่บอกว่าสุขสันต์วันเกิดนะ ตั้งแต่ขึ้นประถมมา พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยอยู่ในวันเกิดผมเลย”
“...”
“ผม...เหงา” แทควอนเม้มปากก่อนจะสูดลมหายใจ และตั้งสติ “อยู่บ้านมันเหงา อยากกินข้าวกับพ่อแม่ อยากไปปิกนิกด้วยกันบ้าง อยากไปเที่ยวด้วยกัน ถ่ายรูปเฮฮาด้วยกัน ไม่ใช่ว่านั่งเก๊กในสตูดิโอ ผม... เพราะแบบนี้ผมเลยไปเป็นโฮสต์”
“...”
“พ่อไม่เคยเหงาหรือคิดถึงพ่อแม่ตัวเองบ้างเห.. เหรอครับ ผมคิดถึงพ่อแม่ทุกทีกินข้าวเย็นแล้วทั้งโต๊ะม.. มีแค่แทกึกกับ.. ผม”
หมับ!
แทฮยองคว้าคอลูกชายตัวเองเข้ามากอดก่อนจะกดหัวให้ใบหน้าหล่อเหลานั่นฝังลงบนบ่าเขา น้ำตาที่ซึมบนเสื้อเชิ้ตทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่ลูกชายตัวเองพูดมามันออกมาใจ ถึงแม้จะพูดวกไปวนมา แต่นี่คงเป็นสิ่งที่เด็กคนนี้ต้องการมาตลอด และเขาไม่เคยให้มันสักทีตั้งแต่ที่เริ่มทำงานอย่างเป็นจริงเป็นจัง เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งล่าสุดที่ได้จับมือลูกชายของตัวเองนั้นมันเมื่อไร เขาลืมไปแล้วว่าบรรยากาศที่กินข้าวเย็นด้วยกันแบบครอบครัวนั้นเป็นอย่างไร เขายังแปลกใจเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าลูกชายของตนสูงโปร่งแถมยังมีเสน่ห์เหลือล้นขนาดนี้
นี่เขาไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองด้วยความเอาใจใส่จริงๆ มานานแค่ไหนแล้ว
หนึ่งปี? สองปี? หรือสิบปีกันแน่
เขายังให้คำตอบตัวเองไม่ได้เลย
‘ผมคิดว่าบางทีที่คุณชายเป็นแบบนั้นเพราะต้องการความรักก็ได้ บางทีการที่เขาทะเลาะกับคุณนาย อาจจะเพราะเขาต้องการอะไรบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ถูก หรืออาจจะเพราะท่านไม่ค่อยให้เขาก็ได้’
คำพูดของเลขาคนสนิทดังขึ้นมาในหัวของเขา ทำให้เขาเพิ่งนึกได้ว่าสิ่งที่เลขาโจวพูดนั้นคือความจริง ว่าเขาไม่ได้ใส่ใจลูกๆ ของเขาดีพอ จนต้องเกิดปัญหาครอบครัวแบบนี้ แต่... เขาเพิ่งรู้ว่าต่อให้ลูกของเขาโตมากแค่ไหน ยังไงก็เป็นเด็กในสายตาเขาอยู่ดี ลูกของเขาก็ยังคงต้องการพ่อแม่ ต้องการเขา ต้องการยุนกิ ต้องการคนดูแลเอาใจใส่
ลูกๆ ของเขาต้องการความอบอุ่น
มากกว่าเงินทองที่เขาหามาให้ทุกวันๆ
“เป็นลูกผู้ชาย ร้องไห้ได้ แต่อย่าให้ใครเห็น”
“ฮึก...”
“ร้องออกมาให้หมด จะได้ไม่เหลือน้ำตาไว้ร้องวันอื่น”
“...”
“พ่ออยู่นี่แล้วแทควอน พ่ออยู่ตรงนี้แล้ว พ่อขอโทษนะ”
“ฮึก...”
“พ่อขอโทษ”
ขอโทษที่รักมากขนาดนี้ แต่ไม่เคยดูแลอย่างเต็มที่ให้สมที่ลูกเรียกว่าพ่อ
...พ่อขอโทษจริงๆ
กลับไปเม้นที่ http://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1193480&chapter=18 ด้วยนะคะ ไม่งั้นไม่อัพอีกน้า
Moonlight - Chapter 8 { NC - CUT}
Chapter 8 { NC – CUT}
คนตัวเล็กที่อยู่อาณัติของเขาร้องไห้ออกมา ปากพร่ำบอกให้จองกุกหยุดแต่เขากลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ริมฝีปากหยักได้รูปก้มลงไปดูดดันทรวงอกพร้อมกับทำรอยซ้ำที่แทควอนเคยทำไว้ มืออีกข้างก็บีบเค้นทรวงอกอีกข้างไว้ บีบซ้ำๆ แรงๆ จนมันทะลักออกมาตามร่องนิ้ว เสียงหอบหายใจของจองกุกดังไปทั่วบริเวณ
“อึก..!!”
คนตัวเล็กเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ นิ้วเรียวยาวก็สอดเข้าไปในร่างกายของเธอ แม้จะเป็นเพียงแค่นิ้วเดียวแต่แทกึกกลับรู้สึกเจ็บแสบ มันเหมือนเข้ามาจนสุดเท่าที่ร่างกายเธอจะรับมันได้ แต่ยังไม่ทันจะได้ร้องโวยวายอะไร นิ้วที่สองก็ตามเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วขยับเป็นจังหวะ แทกึกที่กำลังจะอ้าปากโวยวายกลับเม้มปากก่อนจะทุบไหล่ของคนตรงหน้าอย่างแรง
ตุบ! ตุบ!
“หยะ... หยุด หยุดนะ.. อึก...”
“บอกให้หยุดทั้งๆ ที่ตอดนิ้วฉันดีขนาดนี้เนี่ยนะ เหอะ”
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจอนจองกุกจะกลายเป็นปีศาจร้ายที่กำลังจะทำลายร่างกายเธอได้แบบนี้ หรือเป็นเธอที่ผิดเอง ที่เผลอฟูมฟักให้ปีศาจในตัวของเขาออกมาโดยการที่เธอใจร้ายใส่เขาบ่อยๆ ทำเป็นเย็นชาหรือไม่สนใจ...
“อ...อา.. จองกุก อื้อ... พอ...”
แทกึกหายใจเข้าปอดลึกๆ เมื่อจู่ๆ นิ้วของจองกุกก็ถูกชักออกมา ลิ้นสีแดงนั่นไล้เลียนิ้วทั้งสองนั่นให้เธอดู น้ำเหนียวที่ติดอยู่ตรงปลายนั่นทำให้แทกึกเม้มปาก และมองชายตรงหน้าด้วยความกลัว
เมื่อคืน... แทควอนทำแบบนี้กับเธอรึเปล่า
เขารุนแรงกับเธอมั้ย
เขาจะเป็นปีศาจร้ายเหมือนชายตรงหน้าแบบนี้มั้ยนะ...
“เพิ่งลองทำเด็กมอปลาย เพราะฉันมีแต่แขกพี่สาววัยมหาลัย” จองกุกดึงกางเกงยืดผ้าร่มของตนออก ตามด้วยชั้นในสีเข้ม เผยให้เห็นร่างกายที่พองโตของเขา “ไหนแทกึก ในเมื่อใจร้ายกับฉันมานาน ลองเจอฉันใจร้ายกลับบ้างดีมั้ย”
“นายจะทำ...”
“เดี๋ยวก็รู้”
ฉุบ!
“กรี๊ดดดดดด...!!!”
แทกึกจิกเล็บลงบนต้นแขนของจองกุกทันทีเมื่อจู่ๆ อะไรบางอย่างก็ถูกสอดเข้ามาในร่างกายเธอหลังจากที่มือหนาจับต้นขาแยกออก อะไรบางอย่างที่ทั้งแข็ง ทั้งร้อน และเต้นตุบๆ ในทางนั้น บวกกับความเจ็บแสบที่ไม่คุ้นเคยแปล๊บขึ้นมาจนเธอต้องร้องไห้อีกครั้ง แทกึกเริ่มจำเหตุการณ์เมื่อวานได้..
พี่แทควอนไม่ทำแบบนี้
พี่แทควอนอ่อนโยนกว่านี้
“อึก.. อาาาา...”
คนตัวเล็กร้องออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อจองกุกเริ่มขยับสะโพกของเขา ลีลาที่ไม่ธรรมดาเพราะเกิดจากงานที่มักทำทุกสุดสัปดาห์ทำให้แทควอนขบปากเพื่อไม่ต้องการให้เสียงน่าเกลียดๆ ของเธอดังออกไปให้ใครได้ยิน ส่วนปลายของมันที่ดันเข้ามาลึกเรื่อยๆ ทำให้คนตัวเล็กต้องทุบอกที่มีเสื้อกล้ามตัวโคร่งบังไว้
“พอ..พ..อ๊ะ! อ๊ะ! อื้อ.!! อ๊า! พอ.. พ๊!! อาาา...”
“เป็น... ไง อึก! อย่ารัดสิวะ..!!!”
จองกุกโถมแรงเข้ามาหนักเรื่อยๆ จนคนตัวเล็กรู้สึกดีแทนเจ็บ ร่างกายของเขาที่เข้ามาจนสุดและขยับถี่รัวแบบนั้นยิ่งทำให้แทกึกร้องไม่เป็นภาษา ก่อนที่เธอจะกลั้นใจ ค่อยๆ บังคับตัวเองพูดทีละคำ
“น... อ๊ะ! นายกำลัง.. อื้อ! ข่ม..ขืนฉะ... อ๊า! อ... อา อื้อ..”
“อะไร...”
“นายกำลังข่มขืนฉัน! อ๊ะ! อ๊ะ!...!!”
“แล้วไงวะ”
คนตัวเล็กทำได้แค่หลับตาลงและเชิดหน้าขึ้นส่งเสียงร้องออกมา ยิ่งพยายามจะต่อต้าน ร่างกายที่แข็งตึงของจองกุกก็ยิ่งทำให้เธอไร้แรงราวกับไอศกรีมที่กำลังละลาย ยิ่งจะขัดขืน คนตรงหน้าก็กระแทกถี่รัวจนอยากจะครางดังๆ ออกมาให้มันรู้แล้วรู้รอด
“รู้สึกดีมั้ยล่ะแทกึก”
“อึก... อา.. อ๊ะ.. อ๊ะ!!”
“อยากโดนแบบนี้งั้นเหรอ”
“อา.. อ๊ะ.. อื.. อ๊ะ! อ๊ะ! อาาา...”
“ถึงได้ไปหาโจวกวางมินน่ะ!”
“อ๊ะ! จอ.. จอง.. อือ! อ๊ะ! อา! กุ..!!”
ร่างเล็กทุบเตียงอย่างรุนแรงเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ตนได้รับจากชายตรงหน้า ก่อนที่จองกุกจับท้ายทอยของแทกึกแล้วยกขึ้นเหมือนให้คนตัวเล็กก้มดูอะไรบางอย่าง
“ดูสิว่าฉันเข้าไปในตัวเธอยังไง”
“อึก.. อ๊ะ..! อ๊ะ! อ๊ะ! อะ...อา..”
“และนี่คือบทลงโทษของเด็กดื้ออย่างเธอ!!”
“อา.. อ๊ะ! อื้อ!!”
จองกุกบังคับให้คนตัวเล็กมองดูร่างกายของเขาที่เข้าออกตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีช่องว่างระหว่างทั้งสองคน ร่างกายแข็งขืนนั้นเข้าออกอย่างรวดเร็วแถมยังกดย้ำหนักๆ จนแทกึกตรงข่วนหน้าอกคนตรงหน้าเพื่อระบายความเสียวซ่าน เลือดที่ซึมออกมาตามรอยเล็บที่คนตัวเล็กข่วน บวกกับความแสบที่ได้รับ พร้อมกับช่องทางร้อนๆ ที่ตอดรัดเขาอย่างดีทำให้จองกุกเชิดหน้าขึ้นแล้วโยกสะโพกไม่ยั้ง
“แทกึก...”
“อ๊ะ... อา... พอ… อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊า!!”
“ม... ไม่ไหวแล้ว”
“อาาาาาา...”
แทกึกร้องออกมาเมื่ออะไรที่มันอึดอัดและหมุนวนมานานไหลออกไปจากร่างกาย จังหวะเดียวกันที่จองกุกดึงแก่นกายที่พองโตออกแล้วรูดรั้งสองสามทีก่อนที่หยดน้ำขุ่นๆ จะไหล่มาเปรอะหน้าท้องแบนราบของคนตัวเล็ก ของเหลวสีขาวข้นอุ่นๆ ที่หยดตรงหน้าท้องทำให้แทกึกมีสติขึ้นมาบ้าง เธอเงื้อมือขึ้นมาก่อนจะทุบอกแกร่งอย่างแรง
อ่านต่อ
Moonlight - Chapter 7 { NC - CUT}
Chapter 7 {NC – CUT}
“เราเป็นพี่น้องนะ..”
“อือ”
“แทกึก...”
“อือ”
มือบางที่ซุกซนวางแหมะลงบนขอบกางเกงก่อนที่จะสาละวนกับซิปตรงนั้น ส่วนแทควอนก็พยายามยันตัวขึ้นนั่งก่อนที่จะมองดูมือของน้องสาวจนกระทั่งคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาหวานๆ ที่สะท้อนใบหน้าของแทควอนทำให้เขาจับที่สะโพกกลมแล้วอุ้มคนตัวเล็กขึ้นไปวางบนเตียงกว้างของเจโล่ ทันทีเมื่อหลังบางกระทบกับฟูกเตียงนุ่มๆ แทกึกก็พูดเสียงแหบมา
“จะ...เอา...”
“...?”
“แทควอนอา...”
“อื้ม”
“เข้า...มา”
“อย่าเร่ง...”
แทควอนพึมพำ มือหนาปลดกระดุมกางเกงพร้อมชั้นในสีหวานตัวบางแล้วดึงออกไปจนพ้นขาขาว ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าลงมาเรื่อยๆ มือหนายกเรียวเล็กและวางบนไหล่หนาของเขา ดวงตาหวานเยิ้มมองด้วยสายตางุนงงก่อนที่ริมฝีปากสีสดจะเผยอออกมา
“เร็วๆ สิ...”
“อื้อ”
ลิ้นร้อนของแทควอนไล่วนที่ท้องน้อยของน้องสาวจนแล้วค่อยๆ ไล้ลิ้นลงมาไล้เลียส่วนนั้นราวกับเด็กน้อยที่หิวโหยในไอศกรีมรสโปรด เท้าบางที่จิกลงบนหลังของแทควอนทำให้เขาสอดลิ้นเข้าไปในช่องทางนั้นลึกมาขึ้นจนแทกึกหายใจถี่ ลมหายใจร้อนๆ ที่จงใจรดตรงนั้นทำให้แทกึกเผลออ้าขาให้กว้างกว่าเดิม
“แ... คว..ควอน อา....”
มือหนาของพี่ชายจับที่สะโพกกลมก่อนจะยกขึ้นเพื่อให้เขาได้สัมผัสชัดเจนมากกว่าเดิม รสสัมผัสที่แทกึกไม่เคยสัมผัสมาก่อนทำให้เธอเลือกจะฝังใบหน้าลงกับหมอนแล้วหายใจหอบอากาศเข้าไป เรือนผมสีบรอนด์หนาที่ขยับไปมาอยู่ตรงกลางระหว่างตัวทำให้คนตัวเล็กเผลอไปขยุ้มเรือนผมนั้นอย่างแรงพลางครางเสียงอ่อน
“อะ... อา.. อ๊ะ...”
คนตัวเล็กที่จู่ๆ ก็ร้องขึ้นอย่างขัดใจเมื่อคนตัวโตกว่าหยุดกระทำแบบนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่เงยขึ้นมาทำให้แทกึกมองเขาอย่างหงุดหงิด ก่อนที่แทควอนจะลุกขึ้นแล้วคว้ากางเกงของน้องสาวตน
“เราเป็นพี่น้องกัน... ฉัน...”
“นายนี่มัน...”
แทกึกกระชากคนตัวโตกว่าลงบนเตียงแล้วถอดเสื้อเชิ้ตตัวเองออกอย่างหงุดหงิดใจ มือบางที่รูปซิปกางเกงยีนส์ของพี่ชายตนออกก่อนจะลูบแก่นกายที่พองโตภายในชั้นในสีเข้มนั่นเบาๆ มือแทควอนที่พยายามจะปัดมือเล็กกลับต้องจิกผ้าปูเตียงเมื่อมือเล็กนั้นดึงส่วนนั้นออกมา ก่อนจะก้มลงไปเลียส่วนปลายทันที
“กึก...อา...”
“มัน..ใหญ่...”
“อ..อา.. แท.. อา.. อะ...”
แทบร้องไม่เป็นภาษาเมื่อเห็นแก่นกายของตนหายเข้าไปในโพลงปากสีหวานอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนเล็กนั้นไล้เลียและดูดดันส่วนปลายอย่างไม่ประสีประสาแต่ทำให้โฮสต์เบอร์สองอย่างคิมแทควอนเผลอเด้งสะโพกขึ้นเบาๆ เสียงดูดที่ดังไปทั้งห้องทำให้อารมณ์ของแทควอนพุ่งขึ้นมาจนแทบไม่สนแล้วว่าเด็กตรงหน้าจะเป็นใคร
จะเป็นน้องสาวมั้ยก็ช่าง... เขาไม่ไหวแล้ว
ตุ่บ!
“แท..ควอนอา...”
คนตัวโตกว่ายืดตัวขึ้นนั่งก่อนจะดึงน้องสาวตัวเองขึ้นแล้วพลิกตัวให้คนตัวเล็กไปนอนข้างล่างเขา ใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงไปขบเม้มตรงเนินอกขาวอย่างแรงจนเกิดรอยสีเข้มขึ้นมา มือหนาข้างหนึ่งของเขาสอดไปด้านหลังก่อนจะปลดชั้นในบางแล้วกระชากออกจนเผยให้เห็นทรวงอกพร้อมกับยอดอกสีชมพูที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ริมฝีปากของแทควอนไล้ลงมาโลมเลียยอดอกนั้นราวกับเด็กน้อยไล้เลียไอศกรีมรสหวาน มืออีกข้างก็บีบเค้นทรวงอกอีกข้างจนทะลักไปตามร่องนิ้ว ก่อนที่คนตัวเล็กจะร้องออกมา
“ม..ไม่ไหวแล้ว.. เข้ามา.. อา.. เข้ามาสิ”
“อือ...”
แทควอนยืดตัวขึ้นนั่งอีกครั้งก่อนจะแยกเรียวขาขาวอีกรอบ ช่องทางนั้นมีน้ำเชื่อมหวานเยิ้มทำให้เขาลอบกลืนน้ำลาย จะเห็นแบบนี้อีกกี่ครั้งก็ไม่เร้าใจเท่าของแทกึกเลยแม้แต่คนเดียว แต่ยังไม่ทันได้จ้องทางนั้นไปมากกว่านี้ เขาก็ถอดเสื้อยืดราคาแพงออกจนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อไม่มากไม่น้อยแต่สะกดสายตาใครหลายๆ คนรวมถึงแทกึกได้ แก่นกายที่พองโตค่อยๆ จ่อปากทางก่อนจะค่อยๆ ดันเข้ามาทีละนิดเพื่อให้น้องสาวตนได้สัมผัสอย่างช้าๆ
หากรุนแรงมากเกินไป อะไรๆ อาจฉีกขาดได้...
“อะ...อาาาา อื้อ”
“อา...”
“ใหญ่...” แทกึกมองส่วนนั้นที่ค่อยๆ ถูกดันเข้ามาอย่างช้าๆ แล้วพึมพำ “ใหญ่”
“อื้อ”
ช่องทางอุ่นๆ ที่ตอดรัดแก่นกายทำให้แทควอนเผลอสูดปาก แก่นกายที่พองโตอยู่แล้วค่อยๆ พองไปอีกเมื่อได้สัมผัสความสดใหม่ที่เขาไม่เคยได้เจอ เสียงครางเบาๆ ทำให้เขาพอใจมากขึ้น ปกติถึงแม้เขาจะทำงานแบบนี้ แต่ยอมรับว่าครั้งนี้มันแปลกกว่าเดิม
หนึ่งคือคนตรงหน้าไม่เคยผ่านใคร
สองคือคนตรงหน้าเป็นเด็กมอปลายคนแรกที่เขาลอง
สามคือคนตรงหน้าเป็นคิมแทกึก
พอคิดแบบนั้นแล้วแทควอนก็เผลอกระแทกแก่นกายใส่คนตรงหน้าจนสุดลำ เสียงร้องดังขึ้นพร้อมๆ กับที่แทกึกจะแอ่นสะโพกติดกับร่างกายของเขา อะไรบางอย่างร้อนๆ ที่อยู่ในร่างกายแทกึกทำให้คนตัวเล็กรู้สึกดีจนแทบจะอดใจไม่ไหวให้พี่ชายของเธอทำต่อไป
“ขยับสิ.. ขยับ เร็วสิ..”
น้องสาวตัวร้ายที่อุตส่าห์รีเควสมาแบบนั้น ทำให้พี่ชายค่อยๆ ขยับกายช้าๆ ก่อนจะโถมแรงใส่ไม่ยั้งจนดวงตาเล็กเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอหอบครางออกมาจนแทบจะสุดเสียง โชคดีที่ห้องทุกห้องในคลับค่อนข้างจะกันเสียงอยู่แล้ว แต่ถึงแม้ห้องเจโล่จะกันเสียงได้ไม่ดีเท่ากับห้องเชียร์แขกข้างล่าง แต่เสียงเพลงก็กลบเสียงครางของแทกึกได้อยู่ดี
“อ๊ะ.. อา! อื.. อ๊า! อา.. แท... อ๊ะ.. แทค.. ควอนอา.. อ๊า!”
“อึก.. อืม”
นิ้วบางที่จับกับไหล่หนาก่อนจะจิกเพื่อลดความเสียวซ่านที่มี ความรู้สึกแปลกๆ ที่แทกึกไม่รู้สึกวูบไหวไปทั่วร่างกายจนต้องอดร้องครางออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ร่างกายของแทควอนที่ดันเข้ามาลึกเรื่อยๆ ทุกครั้งที่สอดใส่เข้ามาทำให้แทกึกโผกอดพี่ชายของตนแล้วจิกเล็บลงบนหลังเพื่อระบายความรู้สึกที่มี
“ช..ชอบมั้ย”
“อา...”
“กึก.. ชอบมั้ย...”
“อือ...” แทกึกหอบคราง “อา.. อ.. เอาอีก...”
“อื้อ”
ความเสียวที่พุ่งขึ้นมาจนต้องลงไปนอนกับฟูกอีกรอบแล้วหอบครางไม่หยุด เสียงร้องอึกอักของน้องสาวทำให้แทควอนเร่งจังหวะเร็วขึ้นจนแทกึกต้องอ้าขากว้างจนสุดเพื่อระบายความเสียวซ่านแต่กลับกลายเป็นทำให้พี่ชายตัวดีเข้ามาในลึกยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ มือหนาของแทควอนจับมือบางที่จิกฟูกอยู่หงายขึ้นแล้วสอดประสานอยู่ข้างศีรษะบาง ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีและหอบครางอยู่ภายใต้ร่างกายของเขาทำให้แทควอนค่อยๆ ลดจังหวะลง
เนิบนาบ แต่ ลึกซึ้ง
“อา... แทควอ... อาาาาา ส..เสียว ... เสียว... อื้ออออ...”
“ชอบมั้ย”
“อือ...”
เสียงแหบพร่าที่คนสองคนพูดกันดังแทนที่เสียงเนื้อซึ่งกระทบกันเสียงดังเมื่อกี้ ริมฝีปากบางที่เผยอหอบครางช้าๆ ก็ถูกริมฝีปากร้อนครอบครองก่อนจะแลกความหวานกัน แทควอนจงใจเบียดกายให้แนบชิดกับน้องสาวตนจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศได้ผ่านไป มือบางของแทกึกกำแน่นก่อนที่แทควอนจะดึงแก่นกายของตนออกจนสุดแล้วก็สอดเข้าไปข้างในอีกครั้งจนสุดทาง!
“อ๊า!!!”
แทกึกครางถี่ขึ้นอีกครั้งเมื่อจู่ๆ แทควอนก็ยันกายขึ้นแล้วเริ่มบรรเลงบทเพลงรุนแรงอีกครั้ง ร่างกายของเขาที่สอดเข้ามาจนสุดและขยับออกจนแทบหลุดออกจากปากทางก่อนจะใส่เข้ามาจนมิดลำทำให้คนตัวเล็กเสียวมากกว่าเดิมจนหอบครางไม่เป็นภาษา แทกึกมองเห็นร่างกายที่ขยับไปมาข้างบนค่อยๆ เลือนรางไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับที่ความรู้สึกที่อัดแน่นมานานกำลังจะประทุออก ริมฝีปากบางเผยอแล้วร้องออกมา
“อ...อั่ก ทำ.. ทำไม...”
“เป็นอะไร”
แทควอนหยุดก่อนที่จะโดนโวยวายเสียงดัง
“ไม่... ขยับอีก... อา.. อย่างนั้นล่ะ...”
“เป็นอะไร...”
“อะไรไม่รู้.. อ.. อ๊ะ กำ.. อื้อ อึก... กำลังจะ..”
“จะ..?”
พี่ชายตัวสูงจงใจกระแทกซ้ำๆ เพื่อแกล้งน้องสาวของตน คนตัวเล็กที่หอบครางอยู่ด้านล่างก็พูดออกมา
“จะออก...”
“อา...”
แทควอนยิ้มจางๆ และพยักหน้าสองสามทีจนเหงื่อเม็ดกาฬที่ผุดออกมาหยดลงบนผิวหนังของแทกึก คนตัวโตขับขาขาวของแทกึกขึ้นแล้ววางพาดไหล่ ก่อนจะดันให้ต้นขาของคนตัวเล็กเบียดกับหน้าท้องขาวๆ ของเธอ แล้วยกสะโพกสอดใส่แก่นกายอย่างรวดเร็ว มือบางจิดลงบนผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่พลางหอบครางไม่หยุด แทควอนที่จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นก็หยุดไปแล้วเอื้อมตัวไปควานหาอะไรบางอย่างบนหัวเตียงเจโล่ ยังไม่ทันที่แทกึกจะได้หงุดหงิดไปมากกว่า ถุงเล็กๆ สีเงินก็อยู่ในมือของแทควอน แต่พอแทควอนจะดึงแก่นกายตัวเองออก แทกึกกลับเด้งสะโพกกลมเข้าไปหาทำให้คนตัวโตร้องออกมา
“อา...”
“อย่า..เอาออก...”
“ใส่ถุงก่อน”
“ไม่เอา...”
“ข้างในไม่ได้...เดี๋ยวท้อง”
“ห้ามเอาออก”
“เดี๋ยวพลาด..”
“ห้ามเอาออก”
คนตัวเล็กย้ำซ้ำๆ พร้อมกับใบหน้าง้องุ้มนั่นทำให้แทควอนใจอ่อนลง แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องทำแบบนั้นอยู่ดี เขาค่อยๆ โยกสะโพกช้าๆ เพื่อให้คนด้านล่างได้พอใจพลางแกะถุง จากนั้นก็กระชากแก่นกายตัวเองออกแล้วจัดการสวมมันเข้าไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่แทกึกจะโวยวาย แทควอนก็กระแทกเข้าไปจนสุดลำและกระแทกซ้ำๆ เน้นย้ำจนแทกึกสุขจนจุก มือบางที่ปัดป่ายไปทั่วก่อนจะจับข้อมือหนาที่ค้ำยันกายไว้ เสียงหอบครางเริ่มขาดเป็นห้วงๆ ทำให้แทควอนรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิด
“จะ..จะเสร็จแล้วใช่มั้ย”
“ไม่รู้...” แทกึกที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อจนชุ่มตอบเสียงหอบ “อะไร.. อ..อา บางอย่าง กำลังจะ.. อ๊ะ.. อื้อ! อ๊ะ! อ๊า! เร็ว... เร็ว! อ๊าาาาาาา!!!”
แทควอนโถมแรงอีกครั้งจนเหงื่อไหลเป็นสาย ช่องทางที่ตอดรับเป็นจังหวะนั่นทำให้เขารู้ว่าน้องสาวตัวร้ายของเขาไปแล้ว คนตัวโตเลยขยับต่อก่อนที่น้องสาวของเขาจะหอบคราง
“น...เหนื่อย...”
“อือ...”
“พอ... พอได้.. อา...”
“ยังไม่พอ”
คนตัวโตส่ายหน้าจนเหงื่อสะบัดไปมาก่อนจะถอนกายออกแล้วพลิกคนตัวเล็กให้นอนคว่ำหน้า มือหนาจับสะโพกกลมขึ้นก่อนจะสอดเข้าไปอีกครั้ง เสียงหอบครางดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแทควอนขยับกาย แทกึกฝังหน้าลงบนหมอนที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วครางออกมาจนเสียงอู้อี้
“อ...อื้อ... อึ้มมมม... อาาาาาาา...”
“แทกึก... แทกึก อา.. คิมแทกึก”
“อื้อ! อื... อ๊ะ! อ๊าาาาา!!”
เพียงไม่เท่าไรคนตัวเล็กก็เสร็จอีกรอบ ช่องทางที่ตอดรัดอีกครั้งทำให้แทควอนยึดตัวขึ้นทั้งๆ ที่ยังโยกสะโพกอยู่ ความเสียวซ่านแล่นไปทั้งตัว จนในที่สุด ความอึดอัดที่มีก็หายไป แทควอนกระแทกซ้ำๆ สองสามครั้งก่อนที่ร่างกายจะกระตุกเมื่อเขาปลดปล่อยออกมา เสียงหอบหายใจดังไปทั้งห้อง เหงื่อเม็ดกาฬที่ผุดขึ้นหยดลงบนหลังขาวๆ ไร้รอยใดๆ ทำให้แทควอนอดใจไม่ไหวก้มลงไปขบเม้มจนเป็นรอยที่กลางหลังทั้งๆ ที่ร่างกายของเขาอยู่ในตัวของแทกึก ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วถอนกายออกมา มือหนากระชากสิ่งที่ห่อหุ้มไว้แล้วดึงออกก่อนจะเดินไปทิ้งในถังขยะในห้อง ดวงตาเรียวหันกลับมามองร่างกายน้องสาวของเขาที่ค่อยๆ ปรากฏรอยมือสีแดงจางๆ ขึ้นมา
กลับไปเม้นด้วยนะคะ
http://my.dek-d.com/supakron007/story/viewlongc.php?id=1193480&chapter=12
how to stop taehyung
SF : Blanket Kick - NC cut
Title : 이불킥 [Blanket Kick] (SET - album Dark & Wild)
Couple : V x Suga
Rate : NC 18+
Note : ONLY NC (cut)
ผมดึงเสื้อยืดที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อแต่กลับทำให้อารมณ์พลุ่งพล่านนี่ออกจนเผยให้เห็นอกแกร่งและกล้ามเนื้อไม่มากไปไม่น้อยเกินไปของเขาก่อนจะถอดเสื้อของตัวเองออก เสียงหอบหายใจของแทฮยองดังขึ้นทันทีเมื่อเห็นร่างกายท่อนบนอันเปลือยเปล่าของผม ริมฝีปากร้อนๆ นั่นไล้ใบหน้า ลงมาที่คอ และหยอกล้อกับยอดอกของผม โดยไม่รู้ตัวผมลดมือลงมาเกาะขอบโต๊ะไว้และเผลอแอ่นอกให้เด็กบ้าได้สนุก เผลอเชิดริมฝีปากขึ้นแล้วหอบครางอย่างเสียวซ่าน
จริงๆ แล้วไม่ควรทำแบบนี้นะ..
ไม่เลย...
ผมเป็นผู้ชาย.. เขาก็เป็นผู้ชาย...
มันไม่ควร...
สมองผมก็ได้แค่คิดเท่านั้นล่ะในเมื่อหัวใจผมและร่างกายมันตอบสนองอารมณ์ไปขนาดนี้ ลิ้นร้อนของแทฮยองยังลากวนไปมาอยู่แบบนั้นเหมือนกับสนุกในยอดอกผมขนาดนี้ มืออีกข้างของเขาที่จับเอวผมค่อยๆ ล้วงลงไปในกางเกง ผ่านชั้นในลงไปและจับส่วนนั้นผม มือหนานั่นเกลี่ยส่วนนั้นไปมาอย่างยียวนผมเล็กน้อย ก่อนที่ความอดทนผมจะหมดลง จัดการถอดกางเกงของตัวเองออกแล้วโยนมันไปที่พื้น
“ยุนกิฮยองรีบอีกแล้วนะ”
“อยู่ด้วยกันไม่ต้องเรียกฮยอง” ผมตวัดขาทั้งสองข้างไปเกี่ยวเอวของแทฮยองแล้วรั้งเขาเข้ามา คนร่างสูงกว่าที่มีเพียงแค่กางเกงขาสั้นราคาแพงเข้ามาแนบชิดผมโดยทันที “แค่เรียกยุนกิก็พอ”
“ยุนกิ...”
“อือ..”
“วันนี้อีกวันนะ”
“แล้วแต่เลย”
แทฮยองจับแก่นกายของผมขึ้นลงช้าๆ จากปลายถึงโคนและจากโคนถึงปลาย ความเสียวซ่านที่ค่อยๆ รู้สึกทำให้ผมจับไหล่แกร่งตรงหน้าแล้วดึงเขาเข้ามา ก่อนจะฝังหน้าลงไปกับหน้าอกของเขา ผมชอบเวลาที่ได้ฝังหน้าลงอกแกร่งของเด็กบ้านี่ จะได้ฟังเสียงหัวใจที่เต้นถี่รัวแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันรู้สึกดีแปลกๆ
เหมือนกับว่าใจของเราทั้งสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
“อ...อา”
“ยุนกิ...”
“ม...ไม่..”
ผมผลักเขาออกก่อนจะใช้มือดึงกางเกงตามด้วยเอื้อมมือไปดึงตรงนั้นของแทฮยองรูดรั้งขึ้นลงอย่างเร็ว คนตรงหน้าผมเผยอปากและร้องอึกอักอยู่อย่างนั้น มือหนาที่บีบต้นขาผมอย่างแรงไม่ได้ทำให้ผมเจ็บเลยแม้แต่นิดถึงแม้ว่าต่อจากนี้มันจะเป็นรอยช้ำก็ตาม แทฮยองฝังใบหน้าตัวเองลงบนไหล่ของผมพลางหอบครางเบาๆ
“ย.. อึก ยุนกิ อาา..”
พอเขาครางชื่อผมออกมาผมก็ปล่อยมือจากตรงนั้นออกจนเด็กบ้านี่มองผมด้วยความหงุดหงิด เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะกดริมฝีปากนั่นอย่างรุนแรง จูบที่ทำให้ผมเร่าร้อนราวกับถูกไฟเผานี่ทำให้ผมต้องตีอกของเขาเบาๆ แทฮยองถอนริมฝีปากออกก่อนจะแยกขาผมออก เขาใช้นิ้วของมืออีกขาที่ไม่ได้ดันขาผมสอดเข้ามาในช่องทางคับแคบนี่ ความเจ็บที่จู่ๆ แล่นขึ้นมาทำให้เผลอจิกนิ้วลงบนต้นแขนนี่อย่างแรง นิ้วที่สองและสามตามมาก่อนจะขยับช้าๆ เพื่อเปิดทาง ผมรู้ว่าไม่ควรเกร็งเพื่อไม่ให้แทฮยองลำบากที่จะขยับนิ้วพวกนั้น
แต่เอานิ้วออกแล้วเอาของเขาเข้ามาสักทีเถอะ ...ผมจะไม่ไหวแล้ว
“เริ่มหายเจ็บรึยัง”
“อ.. อื้อ”
แทฮยองเอานิ้วของเขาออกไปก่อนที่จะมาจับส่วนปลายผมแล้วรูดรั้งเบาๆ ก่อนจะปลายน้ำหวานที่เยิ้มตรงส่วนปลายและปาดช้าๆ ตรงปากทางคับแคบของผม แทฮยองกัดปากแล้วจับแก่นกายของเขาที่พองโตกว่าเมื่อวานจ่อตรงนั้นแต่ยังไม่ยอมเบียดเข้ามาสักที
“ช้า”
“รีบไปไหนล่ะ.. หื้ม”
“ฉันจะไม่ไหวอยู่แล้ว”
“นั่นแหละที่สนุกน่ะ”
เด็กบ้านี่กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูก่อนจะจงใจสอดเข้ามาอย่างช้าๆ เพื่อให้ผมรู้สึกหงุดหงิดจนเด้งสะโพกเข้าไปเบียดกับเขา แต่ผมรู้ ผมไม่เป็นรองเด็กบ้านี่เหมือนเมื่อวานหรอก ถึงจะรู้สึกคลั่งเขาแทบบ้ายังไงก็ทำได้แค่จิกนิ้วบีบขอบโต๊ะไปเท่านั้น
ไม่น่า.. ผมต้องไม่ทำให้เขารู้ว่าผมอยากจะเด้งสะโพกให้ร่างกายของเขาเข้ามาในตัวผมมากแค่ไหน ไม่หรอก
แต่มันเพิ่งเข้ามาได้แค่ครึ่งลำ เขาก็หยุด ผมก็ทรมาน เสียงหอบหายใจดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ผมช้อนสายตามองหน้าเขา ผมจะตายแล้วนะ คลั่งแทฮยองแทบบ้านะ
รีบๆ เข้ามาสิ เร็วสิ
“ไหวรึเปล่าครับ มันคับอ่ะ”
“ไหว”
“ผมเอาออกดีกว่ามั้ย ติดกันสองวันแล้วยุนกิจะป่วยเอานะ”
“บัดซบเอ้ย!”
สุดท้ายผมเองเนี่ยล่ะที่ทนไม่ไหวจนต้องเด้งสะโพกเพื่อให้ร่างกายของแทฮยองเข้ามาในตัวผมจนได้ ถึงจะไม่มิดลำเพราะว่ามันไม่สะดวกก็เถอะ เด็กบ้านี่บีบต้นขาผมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ไปที่โซฟามั้ย”
“...ทำไม”
“ผมไม่ถนัดบนโต๊ะ”
“อุ้มฉันไปสิ”
มือหนาของเขาที่ช้อนตรงสะโพกทำให้ผมต้องเกี่ยวเอวเขาให้แน่นพลางโอบคอเขาไม่ให้หล่นลงไป มือร้อนที่บีบคลึงสะโพกผมเบาๆ ตอนที่กำลังพาเราสองคนไปยังโซฟาหนังสีดำนี่ ก่อนที่แก่นกายของเขาหลุดออกไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาวางผมลงบนโซฟา ดวงตาของแทฮยองที่มองลงมาทำให้ผมใจเต้นระส่ำระสาย
“พลิกตัวได้มั้ย”
“...”
“จะได้ถนัดขึ้น”
ไม่รีรอให้เขาต้องบังคับร่างกายผมอีกครั้ง ผมพลิกตัวขึ้นก่อนจะยกสะโพกตัวเองเพื่อเย้ายวนเขาให้เข้ามา ถึงจะน่าอายไปหน่อยก็เถอะ แต่ผมไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจริงๆ ผมต้องการเขาแทบบ้า แล้วดูแทฮยองทำกับผมสิ เขาบ้ามาก บ้าที่ทำให้ผมคลั่งเขาแทบบ้าแล้ว
“อา.. ยุนกิ”
“เร็วๆ สิ...หนาวนะ”
“ตรงนี้ของฮยองมัน...”
“ไม่เอาฮยอง จะเอาแท..ฮย...ฮยอง อะ.. อาห์...”
ยังไม่ทันพูดจบคิมแทฮยองก็ยัดแก่นกายของเขาเข้ามาในตัวผมแล้ว ความเสียวซ่านแล่นเข้ามาในตัวอีกรอบก่อนที่ผมจะยันตัวขึ้นและยกสะโพกให้โด่งกว่าเดิม โซฟานี่ถูกผมขยำแน่นจนแทบฉีกไปแล้วด้วยซ้ำมั้ง อา.. แทฮยองค่อยๆ ขยับช้าๆ อย่างลึกซึ้ง ผมชอบเขา.. อื้อ ชอบที่ อา... เขาที่แบบ อะ..อาาา ทำแบบนี้
สมองมันขาวโพลนไปหมดแล้ว คิดอะไรไม่ออกแล้ว
“อ๊ะ..!! อ๊า! แท.. แท!!!”
ผมแทบครางไม่เป็นภาษาเมื่อจู่ๆ แทฮยองก็เร่งความเร็วขึ้นแทบยังเข้าไปลึกเรื่อยๆ จนผมเสียวจนแทบจุก ตรงปลายของเขาย้ำจุดกระสันซ้ำๆ จนแทบจะทนไม่ไหว มือหนาของเขาจับตรงสะโพกเพื่อที่เกาะให้เขาได้สอดใส่เข้ามา ร่างกายร้อนๆ ที่โลดแล่นอยู่ในช่องทางนั้นทำให้ทุกอย่างที่ผมคิดว่าผิดมันเลือนหายหมดเลย
“ยุน.. อา... ยุนกิ ไม่เอาไม่.. อึก ไม่เกร็ง”
“เส.. ช้า อ๊ะ! ช้าหนะ.. หน่อย! อ๊ะ! อา!”
ปึก! ปึก!
เพราะโดนย้ำซ้ำๆ ตรงจุดกระสันมันทำให้ผมตรงทุบโซฟาเพื่อระบายความเสียวที่เพิ่มขึ้นทุกทีแถมยังมากกว่าเมื่อวานจนแทบทนไม่ได้อยู่รอมร่อ ผมคลั่งเขาแทบบ้า ผมต้องการเขาแทบบ้า ผม..
“อ..อ๊า แท! อือ! อ๊ะ! อะ..”
ให้ตายสิ... เขากำลังทำให้ผมแทบบ้าแล้วนะ!
โดนกระทำจากข้างหลังไม่พอเขายังจะเอื้อมมือมาเล่นกับของผมอีกต่างหาก มือหนาที่รูดขึ้นลงไปมาอย่างรวดเร็วเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาเข้ามาในตัวทำให้ผมต้องฝังหน้าลงกับโซฟาแล้วหอบครางตัวโยน ไม่ไหวแล้วจริงๆ คราวนี้ไม่ไหวแล้วนะ
“แท.. ฉ.. ฉันจะ.. อึก! อ๊ะ! อ๊า!!!”
เพราะโดนจี้จุดกระสันเอามากๆ พอๆ กับโดนปรนเปรอจากข้างหน้าทำให้ผมปลดปล่อยมันออกมาจนเลอะโซฟานี่ไปหมด แทฮยองที่ยังไม่เสร็จก็เร่งจังหวะเร็วขึ้นก่อนที่จะปล่อยสายธารอุ่นๆ เหนอะๆ นั่นเข้ามาในตัวผม เสียงหอบหายใจดังไปทั่ว แต่แทฮยองก็ยังไม่เอาออกสักที
“มันแน่นนะ เอาออกไป”
“เหนื่อย..”
“ออกไป”
“เหนื่อยกว่าซ้อมเต้นอีก”
“เอาออก... อ..อาาาาาาา...”
เผลอครางเสียงยาวไปเมื่อแทฮยองถอนกายของเข้าออกจากตัว ก่อนที่ผมจะหมดแรงแล้วนอนลงไปบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน ได้ยินเสียงเดินเบาๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงเหมือน ‘ทิชชู่กำลังถูกดึง’ ตามมาด้วยเสียงเข้มๆ ของคิมแทฮยอง
“ปล่อยออกมาบนโซฟาเลยเหรอเนี่ย มันเลอะนะฮยอง..”
“...!!”
ผมเด้งตัวขึ้นนั่งทันทีก่อนจะเห็นว่าสิ่งที่ผมทำมันเปรอะไปหมดทั้งโซฟาสีดำ น้ำสีขาวข้นๆ นี่มันเห็นได้ชัดบนโซฟานี่เลยด้วยซ้ำ ก่อนที่จะได้ตกใจไปมากกว่านี้ แทฮยองก็กดตัวผมให้นั่งลงบนโซฟาเหมือนเดิม ริมฝีปากหนาๆ ของเขาครอบคลุมส่วนนั้นของผมจนสุดความยาว ลิ้นร้อนๆ ที่ไล้วนอยู่แบบนั้นทำให้ผมเผลอขยุ้มเรือนผมสีน้ำตาลเข้มนุ่มมือนี่เพื่อระบายความเสียวซ่านอีกรอบ ก่อนที่เขาจะผละออกมาและไล้เลียหยาดน้ำข้นๆ ที่เปรอตรงหน้าท้องและขาอ่อนของผมช้าๆ
(มีต่อ)
v
v
http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1212115&chapter=3
SF : 24/7 Heaven - NC cut
Title : 24/7 Heaven
Couple : V x Suga
Rate : NC 18+
NOTE : ONLY NC (cut)
“อืม”
เสียงครางในลำคอดังขึ้นท่ามกลางเสียงน้ำจากฝักบัวที่ยังไหล่ลงมาเรื่อยๆ คนตัวเล็กที่ไม่มีเสื้อผ้าเลยแม้แต่ชิ้นเดียวบนตัวของเขากำลังเบียดร่างเล็กๆ นั่นมาหาผมที่ยังใส่บ็อคเซอร์อยู่ ริมฝีปากที่ยังแนบชิดและลิ้นร้อนที่ยังคงเกี่ยวกระหวัดกันอยู่ทำให้ร่างกายของเราทั้งสองคนร้อนแรงราวกับไฟที่กำลังลุกโชน ถึงแม้ว่าน้ำจากฝักบัวจะไหล่ผ่านเนื้อหนังเราไป แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี
“แทฮยอง...”
“อือ”
คนตรงหน้าเรียกชื่อผมเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ไล้ริมฝีปากบางนั่นจากคอผม ผ่านอกแกร่ง ไล้ลงไปถึงท้องน้อยก่อนจะใช้มือของเขาเกี่ยวขอบกางเกงและร่อนลงจนเนื้อผ้าชิ้นบางลงไปกองอยู่บนพื้นกระเบื้องที่เปียกน้ำ ฟันขาวๆ ของยุนกิฮยองงับเข้าที่ขอบกางเกงในซึ่งเป็นปราการชิ้นสุดท้ายก่อนจะดึงลงจนบางอย่างโผล่ออกมาให้เห็น เขาใช้มือข้างหนึ่งกอบกุมตรงนั้นแล้วขยำเบาๆ
“เริ่มแล้วนะ”
“อือ...”
“ต้องการฉันมั้ย”
จะถามทำไมในเมื่อคำตอบมันชัดเจนขนาดนี้ล่ะ ผมไม่ต้องตอบให้มากความ ลิ้นบางก็ก้มไปไล้เลียส่วนปลายแล้วดูดดมันราวกับเด็กน้อยที่หิวกระหายในอมยิ้ม ลิ้นร้อนที่ลากวนไปมาอยู่ตรงนั้นทำให้ผมต้องกัดปากแล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อสูดลมหายใจ ยังไม่ทันได้รู้สึกดีไปมากกว่านี้ คนตัวเล็กก็ค่อยๆ กอบกุมส่วนนั้นด้วยปากของเขาทีละนิดและรูดรั้งเป็นจังหวะอย่างไม่ประสีประสา ลิ้นของเขาที่สาละวนดูดเม้มส่วนปลายทำให้ผมเผลอสูดปากเป็นพักๆ แล้วขยุ้มเรือนผมสีแดงเข้มนี่อย่างไม่รู้ตัว
“อ..อ่า ยุ.. ยุนกิ อา..”
“อื้ม”
“อ่ะ.. อา...”
ริมฝีปากที่รูดรั้งเร็วขึ้นเรื่อยๆ แถมยังใช้นิ้วปรนเปรอตรงส่วนโคนอีกทำให้ผมขยำเรือนผมสีแดงนุ่มมือที่อย่างแรงแล้วอ้าปากหอบหายใจ นิ้วเรียวเล็กนั่นที่ช่วยรูดรั้งตรงส่วนโคนทำเร็วมากกว่าเดิมแถมส่วนปลายยังถูกดูดดุนหนักมากขึ้นจนผมแทบทนไม่ไหวแล้วแล้วนะ
“ไม่.. อา.. ม.. อ๊า!!”
“อึก!”
ผมเผลอกดใบหน้าเล็กๆ นี่ฝังกับส่วนนั้นอย่างลืมตัวจนผมปลดปล่อยจนหมดจึงได้มีสติและปล่อยมือออกจากคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ปากสีแดงสดที่เผยอน้อยๆ พร้อมกับน้ำข้นๆ สีขาวขุ่นไหลเปรอะเลอะมุมปากก่อนจะไหลย้อยลงมาถึงคาง ภาพตรงหน้านี่ทำให้ผมลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท่านั่งที่เหมือนลูกแมวขี้อ้อนกับดวงตาเล็กที่หวานฉ่ำนั่น รวมกันราวกับเชื้อเชิญให้ผมทำต่อ..
“แท.. ฮยอง...”
“...”
ยุนกิฮยองยื่นมือทั้งสองข้างเหมือนกับเด็กอนุบาลงอแงให้อุ้ม ทำให้ผมย่อตัวไปนั่งลงบนพื้นก่อนจะจับขาเรียวแยกออกแล้วดันหลังบางไปติดกับผนังห้องน้ำ ยุนกิฮยองคงต้องการผมใจจะขาดถึงได้แยกขากว้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรไปหมด ช่องทางสีสดที่อยู่ตรงนั้นล่อตาล่อใจจนผมต้องใช้นิ้วสอดเข้าไปเพื่อเปิดทาง
“อา..”
“เจ็บมั้ย”
“ไม่ ...อื้อ”
คนตัวเล็กกัดปากแล้วจิกมือลงบนไหล่ของผมเมื่อผมงอนิ้วครูดกับผนังช่องทางที่ร้อนชื้นนี่ ก่อนที่ผมจะเพิ่มนิ้วที่สองและสามเข้าไปช้าๆ และลากเข้าออกเบาๆ เสียงร้องในลำคอที่บ่งบอกความพึงพอใจของคนตรงหน้าพร้อมกับเรียวขาบางแยกออกจนกว้างมากกว่าเดิม ผมดึงมือออกจากช่องทางนั้นแล้วยกสะโพกบางนี่ขึ้นเพื่อให้ถนัดกว่าเดิม แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะใจร้อนไปแล้วจึงกำส่วนนั้นของผมก่อนจะยกสะโพกตัวเองกดลงมาอย่างแรงจนสุดลำ!
“อ๊า!!”
“อึก..!”
ผมแทบจะปล่อยออกมาอีกครั้งเพราะความเสียวซ่านที่จู่ๆ ก็แล่นขึ้นมาก่อนที่จะตั้งสติได้ มินยุนกิกลับกดตัวผมลงบนพื้นแล้วโยกสะโพกกลมเป็นจังหวะ ริมฝีปากสีสดที่เผยอออกส่งเสียงครางตามแรงขย่มทำให้ผมนึกสนุก เลยยันตัวเองขึ้นนั่งก่อนจะโอบเอวบางนี่หลวมๆ ท่านี้มันทำให้เข้าไปลึกกว่าเดิมอีก
“อา...”
เสียวชิบ
“ชอบมั้ย”
“อ..อื้อ”
“ตอบผมสิฮยอง”
“อา.. อะ.. อื้ม”
เพราะเอาแต่โยกไม่หยุดไม่สนใจผม ผมเลยดันให้หลังบางชนกับผนังอีกครั้ง ก่อนจะรั้งเอวบางเข้ามาแล้วก็สอดเข้าไปในช่องทางร้อนๆ นี่อย่างแรงจนยุนกิต้องร้องเสียงดังออกมา
“อ...แท.. อ่ะ! อ๊า! อึก!”
“อะ..ไร”
“แรง.. แรงป.. ปา อา..”
“อือ”
ผมยันมือกับผนังก่อนจะโยกไม่ยั้งใส่คนตัวเล็กที่เอาแต่ทุบอกผมอย่างเดียว เสียงครางของยุนกิฮยองเป็นเหมือนเชื้อเพลิงอารมณ์ชั้นดีที่ถาโถมให้ผมสอดใส่ไม่หยุด พอก้มมองดูหน้าคนตัวเล็กที่เอาแต่ร้องครางก็อดลงไปก้มจูบไม่ได้ ริมฝีปากร้อนที่แนบทับริมฝีปากบางที่ยังครางไม่หยุดทำให้เสียงครางดังอื้ออึง ลิ้นบางที่ตวัดสู้ลิ้นร้อนทำให้ผมกระแทกเข้าไปจนสุดก่อนที่ยุนกิฮยองจะเชิดหน้าขึ้นแล้วเอามือทุบกับพื้นกระเบื้อง ผมจับข้อมือบางก่อนจะยกขึ้นมาแล้วกดลงไปกับผนังห้องน้ำแล้วค่อยๆ ผ่อนความเร็วลง
“อา... ช..ชอบแบบนี้”
“ผมชอบแบบ... แบบเมื่อกี้มาก.. อา.. อย่าเกร็ง อืม..”
“ส..เสียว”
“อา...”
“แท..”
“อ... อือ”
“ช...ชอบ”
“...”
“ชอบนะ”
“อา...”
“ชอบแทฮยองนะ...”
ผมฝังใบหน้าตัวเองลงบนหน้าอกบางๆ สีขาวเนียนนี่แล้วเร่งความเร็วให้เร็วกว่าเดิม มืออีกข้างหนึ่งก็รูดรั้งแก่นกายของคนตัวเล็กเร็วๆ มือบางของยุนกิฮยองจับที่ข้อมือของผมแล้วร้องครางไม่ยั้ง อยากจะก้มลงไปเล่นยอดอกสีชมพูเข้มนั่นเหมือนกันแต่..
ขอโยกต่อเถอะ
“พ...พอ.. พอแล้ว”
มือบางที่ข่วนหน้าอกผมไม่หยุดนั่นไม่ได้ทำให้ผมหยุดตามคำขอของเขาเลยแม้แต่นิด ก่อนที่มือทั้งสองข้างจะรั้งคอผมลงไปแล้วกอดคอผมอยู่อย่างนั้น ขาเรียวที่ตวัดรอบเอวของผมทำให้มันสอดเข้าไปลึกกว่าเดิม
“อา... ฮยอง...”
“ฉ..ฉันอยาก.. ย...ทำ”
“มันไม่ใช่..” ผมช้อนมือเข้าไปใต้สะโพกกลมนี่ก่อนจะยกร่างเล็กนี่ขึ้น ยุนกิฮยองดูตกใจแล้วผวาโอบคอผมอย่างรวดเร็วด้วยความกลัวตก ผมดันหลังบางไปติดกับผนังห้องน้ำอีกครั้งและจับขาเรียวให้โอบเอวผม ให้อยู่ในท่าที่มั่นคง “ไม่ใช่หน้าที่ของฮยอง”
“ต... อ๊า! อ.. อ่ะ อ้ะ!”
ริมฝีปากบางที่เริ่มส่งเสียงครางอีกครั้งดังขึ้นทั้งๆ ที่ยังฝังหน้าลงบนอกของผม ลมหายใจร้อนๆ ที่รดบนหน้าอกผมทำให้ผมโอบหลังบางแล้วเบียดให้ชิดกว่าเดิมและขยับเข้าไปเร็วๆ เพื่อให้มันเสร็จสักที เสียงร้องอึกอักอยู่สักพักก่อนที่บางอย่างอุ่นๆ จะพุ่งมาเปรอะหน้าท้องผมไปหมด ผมชะงักไปทีนึงแล้วก้มมองดูหน้าท้องตัวเอง ยุนกิฮยองหอบหายใจอยู่ในอ้อมอกผมค่อยๆ พูดออกมา
“น..นายยังไม่ส..เสร็จนี่”
“...”
“ท..ทำฉัน แรงๆ สิ”
“อืม..”
“อา... ร..แรงกว่านี้ก็.. อ๊า!!!”
มินยุนกิทุบอกผมก่อนจะยืดตัวแล้วเชิดหน้าขึ้นร้องอย่างเสียวซ่าน เมื่อผมฝังใบหน้าตัวเองลงบนไหล่บางและกระแทกไม่ยั้งเพื่อตามคนตัวเล็กนี่ไป กลิ่นหอมๆ จากตัวของเขาเร้าอารมณ์ผมอีกแล้ว
ไม่..ไม่ไหวแล้ว
“ห.. อา.. ให้ผม.. ผมปล่อยข้างใน.. ม.. อึก อ๊ะ... มั้ย”
“ทำ.. อื้อ ...ทำให้มันเสะ... อ๊ะ! อ๊า! อา.... เสร็จไป...อ้า... เลย”
ผมโถมแรงใส่ตัวของเขาไม่ยั้งทั้งๆ ที่กะไว้ว่าจะไม่รุนแรงแล้วแท้ๆ เพราะกลัวคนๆ นี้จะแตกหักไปซะก่อน แต่เพราะอะไรหลายๆ อย่างทำให้ผมรู้สึกว่า..แค่นั้นมันไม่พอ
กับมินยุนกิ.. ต่อให้ทำมากขนาดไหนก็ไม่รู้จักพอสักที
ต่อให้มากขนาดไหน มากเท่าไร ก็รู้สึกเหมือนไม่เคยพอ
แต่...
“อ...อา... จะเสร็จล... อ๊ะ.. อ๊ะ! อ้ะ! อื๊อ!!!”
คนตัวเล็กร้องครางเบาๆ ในขณะที่ผมกดตัวเองเข้าไปในของยุนกิฮยองอย่างแรง ความเสียวซ่านและโล่งทั้งหมดมันไหลไปกับสิ่งที่ผมกำลังปลดปล่อยเข้าไปในตัวคนในอ้อมอกผมไปแล้ว ผ่านไปสักพักยุนกิฮยองก็หย่อนขาตัวเองตั้งตัวเองให้ยืน แต่ผมรู้ว่าคนตัวเล็กยังยืนไม่ไหวแน่ๆ เลยเบียดตัวเองเข้าไปชิดไม่ให้เขาล้ม
(มีต่อ)
v
v
http://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1212115&chapter=2
C H A P T E R ‘fifteen’ - NC : CUT
ยุนกิหวีดร้องอย่างใจเสียเมื่อมือหนาตะปปเข้าที่ขอบกางเกงหนังสีดำและกระชากจนหลุดจากเรียวขาสวยนี่ทันทีหลังจากที่ปลดเข็มขัดและดึงมันออกจนพ้นเอวบางนั่น มีเพียงบ็อคเซอร์ตัวบางและชั้นในเท่านั้นที่เป็นเหมือนป้อมปราการของคนตัวเล็ก แต่ตอนนี้มันช่างดูไร้ค่าทันทีที่แทฮยองจัดการดึงมันออกจนเผยให้เห็นส่วนอ่อนไหวของมินยุนกิ ดวงตาเล็กเบิกตากว้างทันทีที่แทฮยองเร่งรีบปลดเข็มขัดและสลัดกางเกงยีนส์ราคาแพงนั่นออกจนพ้นตามด้วยกระชากเชิ้ตราคาแพงนั่นอย่างไม่ใยดี
"ขอร้องล่ะ หยุดเถอะ.."
"ไม่"
"แทฮยองอย่าใจ... อ๊า!!!!"
ยุนกิร้องเสียงหลงทันทีที่จู่ๆ แทฮยองก็ยัดเยียดแก่นกายพองโตนั่นเข้ามาในร่างกายเขา คนตัวสูงสูดปากกับความคับแน่นของช่องทางสีสดที่ไม่ได้เปิดทางก่อนอย่างเสียวซ่าน มันรัดและคับแน่นจนแทบจะทนไม่ไหว
"อ.. อ๊ะ! ไม่! อ๊า! พะ! พอ! พอ!!!"
มือบางฟาดอกแกร่งด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบางเชิดขึ้นพร้อมกับหอบหายใจและเผลออ้าขาให้กว้างออกอย่างไม่รู้ตัว ทำให้แก่นกายพองโตนั่นเผลอสอดใส่เข้ามาจนลึกกว่าเดิม จนกระทั่งแทฮยองรู้สึกว่าคนตัวเล็กข้างหน้าเริ่มไม่ตอดรัดจนแน่นแทบขยับไม่ได้อย่างเมื่อกี้ เอวแกร่งจึงค่อยๆ โยกทีละนิดพร้อมกับเสียงครางขอร้องของคนร่างเล็ก
"อึก.. ไม่ อาาาห์.. พอ! เจะ..เจ็บ! อื้ม!"
"ถ้าเจ็บ ...แล้วจะครางทำไม"
"พอ! อ๊า!!!"
ยุนกิเเอ่นสะโพกอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อคนร่างสูงจู่ๆ ก็เร่งจังหวะจนแทบร้องไม่เป็นภาษา ครั้นจะเจ็บก็เจ็บจนแทบร้องไม่ออก ครั้นจะรู้สึกดีก็ทำเอาแทบจะครองสติไว้ไม่ไหว คนตัวเล็กหันหน้าและเอามือปิดปากไว้เพื่อไม่ให้เสียงครางเล็ดลอดไปให้คนใจร้ายได้ยินแล้วรู้สึกดี แต่เด็กบ้าที่กำลังโยกอยู่ก็กระชากมือของยุนกิออกและกระแทกลึกเข้าไปอีกจนโดนจุดกระสัน
"อ๊ะ! อึก.. อาาาห์ พอ..พอออ! อื้ออ! อ.. อ๊ะ!"
"เสียวมากมั้ย"
"มะ.. อ๊า! อย่า! พอ! อ๊ะ! อ๊ะ!! หยุด.. หนุด! หยุดยะ.. อ๊า! หยุดย้ำ!!"
"ตรงนี้สินะ..."
"อาาาห์ พอ! อ๊ะ! บอ..อาา.. บอกให้..! อื้อ! พอ!"
"อา.. ยุนกิ"
แทฮยองเร่งความเร็วจนคนตัวเล็กเผลอเด้งสะโพกตอบรับจนลืมตัว มือหนาละจากข้อมือบางไปจับขยี้ยอดอกของยุนกิพร้อมกับสอดใส่เป็นจังหวะ ริมฝีปากสีสดเม้มเป็นตรงอย่างอดทนอดกลั้นไม่ให้เสียงมันเล็ดลอดออกไปอย่างทรมาน ก่อนที่แทฮยองจะไล้มือลงไปข้างล่างและหยอกล้อกับส่วนอ่อนไหวของยุนกิ
"ถ้าขยับตรงนี้ด้วยจะเป็นยังไงล่ะมินยุนกิ.."
"อื้อ! อื้มมมม.."
คนตัวเล็กหลับตาปี๋เมื่อแทฮยองผ่อนจังหวะเป็นเนิบนาบแต่สอดลึกกว่าเดิมแถมยังโดนจุดกระสันซ้ำๆ ราวกับย้ำตรงนี้เป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันที่ข้างหน้าของเขาก็ถูกมือหนารูดขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมๆ กับที่คนตัวสูงสอดใส่เข้ามา
"ร้องออกมาเหอะน่า.. ปากห้อเลือดหมดแล้ว"
คนตัวสูงใช้มืออีกข้างบีบคางของตัวเล็กหมายให้เลิกเม้มปาก ทันทีที่ริมฝีปากบางเผยอออกมา แทฮยองก็สอดนิ้วเข้าไปในโพรงปากสีหวานนี่ และถูไถกับลิ้นนุ่มของยุนกิอย่างสนุกใจ
"ไง.. ชอบมั้ย"
"อา.. ไม่ อื้มมม.. มะ... อาาา"
"เลิกครางให้ได้ก่อนแล้วค่อยปฏิเสธ"
"อาาาา.."
สะโพกแกร่งโยกเป็นจังหวะและสอดใส่อย่างลึกซึ้งพร้อมๆ กับปรนนิบัติส่วนอ่อนไหวของยุนกิไปพร้อมๆ กันจนคนตัวเล็กรู้สึกดีจนแทบขาดใจตาย ก่อนที่จะโดนรังแกไปมากกว่านี้ ยุนกิก็เกร็งตัวก่อนจะร้องออกมา
"จะ..ออก อาาา.. จะออกแล้ว.."
"งั้นเหรอ"
ฟุ่บ!
"อ๊ะ..."
ยุนกิมองดูแก่นกายร้อนที่จู่ๆ ก็เอาออกอย่างหงุดหงิดก่อนจะตวัดสายตามองดูแทฮยอง ตัวปัญหามองหน้ายุนกิอย่างรู้ตัวว่าทำผิดอะไรพลางเลียปาก
"อยากอยู่มั้ย"
"นาย..."
"ถ้าอยากก็ทำผมสิ"
"เหอะ.. ใครอยากจะทำ"
คนตัวเล็กเค่นหัวเราะก่อนจะพลิกตัวหมายจะลุกเดินออกจากเตียง แต่โดนมือปลิงตะปปเอวบางเหวี่ยงลงเตียงทันที แทฮยองจับร่างเล็กให้นอนคว่ำก็จะจับสะโพกมนให้ยกขึ้นแล้วสอดแก่นกายของเขาเข้าไปทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว
"อ๊า!! แทฮ.. อ๊ะ! อ๊ะ อาา! อ๊ะ!! แท.. อื้ม คิม! คิมแท!!"
"ร้องอีกสิ"
จังหวะที่เร็วบวกกับท่าที่ทำให้รู้สึกดีเป็นบ้าทำเอายุนกิฝังหน้าเข้ากับหมอนใบโตนี่อย่างเสียวซ่าน พร้อมกับกลิ่นแชมพูที่คนตัวสูงใช้เป็นประจำจะแตะจมูกคนตัวเล็กทำเอารู้สึกดีจนแทบอย่างจะปลดปล่อยให้รู้แล้วรู้รอด ริมฝีปากบางครางดังก้องไปทั่วท้ังห้องแข่งกับเสียงเนื้อกระทบกันทำเอาแทฮยองเผลอเร่งจังหวะให้ดุดันและเข้าไปจนลึกกว่าเดิม
"แท.. อาาา.."
"จะเสร็จยัง"
"อ๊ะ! อ๊ะ! อาาาา.. อ๊ะ!"
"จะออกแล้ว"
"อ๊ะ! อึ่ก! อ๊าาา!!"
ยุนกิร้องเสียงหลงก่อนจะปลดปล่อยออกมาจนเลอะผ้าปูเตียงของแทฮยอง ในขณะเดียวกันที่คนตัวสูงกระแทกต่อสามสี่ครั้งก่อนจะปล่อยมันออกมา ยุนกิพลิกตัวตะแคงข้างและนอนหอบ พร้อมๆ กับที่แทฮยองฟุ่บหน้าฝังหมอนนอนหอบหายใจอยู่ข้างกาย
C H A P T E R ‘thirteen’ - NC : CUT
เฮ้อ กว่าจะได้อัพ แถมร้องไห้เป็นภาษาอารบิก
แต่แหม อ่านจบปุ้บอย่าลืมกลับไปเม้นนะคะ
http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1108975&chapter=15
ซอกจินเค่นเสียงในลำคอก่อนจะค่อยๆ ไล้ใบหน้านวลตัวเองจากแก้มของคนตรงหน้า และไล้ลงไปเรื่อยๆ ที่คอของนัมจุน สาบานได้ว่าไม่ได้ยั่วเก่งอะไรขนาดนี้แต่..
อึก..
“กลืนน้ำลายทำไมล่ะนัมจุน.. J”
“ทำต่อไปสิ”
เสียงทุ้มต่ำของคนตรงหน้าทำให้ซอกจินรู้สึกสนุก ริมฝีปากสีสดแนบชิดเข้าปากริมฝีปากหนาของนัมจุนทันที เสียงครางดังขึ้นเบาๆ เพราะมือเรียวของซอกจินซุกซนลงไปสารวนแถวๆ กางเกงของนัมจุน ลิ้นร้อนแลกความหวานกันจนคนข้างล่งารู้สึกเสียวซ่านจนแทบไม่ไหว นอกจากจะจากจูบของซอกจินแล้วมือเรียวที่วนเวียนแถวๆ กางเกงนั่นยังทำให้ร่างของเขาสั่นไหวจนแทบควบคุมไม่ได้ จินผละออกอย่างอ่อยอิ่งแล้วไล่ลงไปยังคอของนัมจุนพร้อมกับฝากรอยไว้
ในขณะเดียวกัน มือหนาของคนข้างล่างค่อยๆ สอดชายเสื้อของซอกจินแล้วเลิกขึ้นไปหยอกล้อกับยอดอกทั้งสองข้างอย่างสนุกสนาน คนร่างเพรียวชะงักก่อนจะโน้มไปกระซิบเบาๆ ที่หูนัมจุน
“ตกลงจะให้รุกต่อรึยังไง”
“ทำต่อไป”
เสียงเข้มๆ ที่สั่นนิดๆ ทำให้ซอกจินเผลอยิ้มออกมาในขณะที่มือเรียวกำลังปลดเข็มขัด ตามด้วยกระดุมกางเกงยีนส์ของคนตรงหน้าออก คนร่างเพรียวก็สะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ มือหนาก็บี้ยอดอกสีสวยนั่นอย่างแรง
“หยะ.....อย่า...”
“อะไรล่ะ? ทำต่อไปสิ”
“อื...นัม..”
“ถ้าพี่ไม่ทำต่อไปผมจะกลับบ้าน”
สิ้นเสียง ซอกจินก็ล้วงกางเกงของคนตรงหน้าก่อนจะหยิบแก่นกายของนัมจุนออกมา เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นก่อนที่จินจะค่อยๆ รูดรั้งเบาๆ
“อา...”
“ชอบมั้ย”
“ไม่เท่าไร”
“คนปากดี”
คนร่างเพรียวลงจากตักของนัมจุนก่อนจะแยกขาหนาออก มือเรียวถอดกางเกงยีนส์และชั้นในของคนตรงหน้าแล้วโยนมันออกไปอย่างไม่ใยดี ซอกจินโน้มหน้าเข้าไปก่อนจะเลียส่วนปลายมันเบาๆ นัมจุนขบปากก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วสูดปากอย่างเสียซ่าน เมื่อคนร่างเพรียวกอบกุมแก่นกายของเขาด้วยปากสีสด ซอกจินรูดรั้งมันอย่างช้าๆ พร้อมกับดูดเม้มเบาๆ ส่วนปลาย จนทำเอาคนร่างหนาแถมจะคลั่งตายไปกับการยั่วแบบนี้ของซอกจิน
“ฮ...ฮยอง ไม่..ไม่ไหวแล้ว”
ซอกจินลุกขึ้นยืนก่อนที่จะโดนมือหนารูดกางเกงลง ก่อนที่คนตรงหน้าจะถอดเสื้อออกจนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นๆ ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า ซอกจินมองคนตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะโดนมือของนัมจุนกระชากเสื้อเชิ้ตจนขาด ซอกจินโผนั่งบนตักนัมจุน จังหวะเดียวกันที่นิ้วของคนร่างหนาจะค่อยๆ สอดเข้ามาทางช่องทางสีสด
“โอ๊ย..!”
“อย่าเกร็ง อย่า..”
“อื้อ... ไม่.. ไม่..”
คนร่างเพรียวโอบคอของนัมจุนพร้อมกับฝังหน้าตัวเองลงบนไหล่หนานี่ ความเจ็บแล่นมาครู่นึงก่อนที่จะสูดหายใจช้าๆ นิ้วร้อนที่ชักเข้าชักออกอยู่ที่ช่องทางด้านหลังงอครูดกับผนังอ่อนนุ่มและควงวนไปมาเพื่อสร้างความเสียวซ่าน
“อา.. พอ.. อื้อ..”
นิ้วร้อนชักเข้าออกอย่างรวดเร็วจนซอกจินต้องฝังใบหน้าตัวเองลงบนไหล่กว้างที่เปล่าเปลือยนี่อีกครั้ง คนร่างเพรียวขบปากตัวเองด้วยความเสียว จนพูดออกมาไม่เป็นภาษาอยู่แล้ว
“จะเริ่มแล้วนะ”
“อะ..อ๊ะ อื๊อ!!!!”
ริมฝีปากบางของซอกจินเผยอออกทันทีที่มีบางอย่างเข้ามาทางช่องสีสดของเขา แก่นกายร้อนๆ นั่นกำลังดันส่วนปลายเข้ามาจนคนร่างเพรียวต้องจิกเท้าลงบนพื้นอย่างเสียวซ่านบวกกับความเจ็บที่แล่นเข้ามา ครั้นพอจะยกสะโพกหนี ขาเจ้ากรรมดันอ่อนแรงส่งผลให้สะโพกที่กำลังยกขึ้นกดลงบนแก่นกายของนัมจุนจนเข้าไปมิดลำ
“อ๊า!!”
ซอกจินร้องออกมาในขณะที่นัมจุนเงยหน้าขึ้นอย่างเสียวซ่าน ช่องทางของคนร่างเพรียวตอดรัดกับแก่นกายของเขาจนแทบทนไม่ไหว ซอกจินค่อยๆ อ้าขาออกเพื่อลดความเสียวนี่ก่อนที่จะยกสะโพกกลมขึ้นก่อนจะกดลงไปยังแก่นกายของนัมจุนอย่างแรง แถมยังลึกกว่าเดิม
“อื้อ..!”
จนกระทั่งช่องทางสีสดเหมือนเริ่มปรับตัวเข้ากับแก่นกายของนัมจุนได้ ซอกจินก็ค่อยๆ ยกสะโพกขึ้นพร้อมกับที่นัมจุนขยำสะโพกนิ่มอย่างมันส์มือ ถึงแม้จะขยับช้าๆ แต่มันกลับหนักหน่วงจนขาของซอกจินสั่นไปหมด คนร่างหนาจึงอุ้มร่างเพรียวขึ้นพร้อมกับที่ขาเรียวของจินโอบที่เอวของนัมจุนอย่างรู้งาน ก่อนที่หลังนวลจะถูกดันติดกับผนัง พร้อมกับที่สะโพกของนัมจุนกำลังโยก
“อึ๊... อ๊า! นัม... อ๊า!! อ๊ะ.. อ๊ะ! แบบนั้น.. แรง! แรงอีก! อ๊าาาา!!”
ซอกจินครางลั่นแข่งกับเสียงเนื้อที่กระทบกันและแผ่นหลังที่กระทบผนังอย่างแรง นัมจุนค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นจนซอกจินเผลอจิกเล็บลงบนหลังกว้างนี่ด้วยความเสียวซ่าน พร้อมกับที่ริมฝีปากสีสดของคนร่างเพรียวเผยอสูดปากด้วยความเสียวที่แทบไม่พูดไม่เป็นภาษา นัมจุนทำเขาแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว
ปึก! ปึ้ก!
“อ๊าาา! แรง.. อ๊า! อ๊ะ! อื้อ! อย่างนั้น !! อ๊ะ! อา...”
คนร่างเพรียวครางแข่งกับจังหวะที่ท่อนเนื้อเข้าออกถี่รัวพร้อมกับที่เสียงหลังของเขากระแทกผนังจนแทบจะบ้าตายคาอกหนาของนัมจุนอยู่รอมร่อ ซอกจินโอบคอของนัมจุนก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนๆ นั่น ลิ้นสีสดแลกความหวานกันสักพักก่อนที่คนร่างหนาจะผละออกและถอนแก่นกายออกจนแทบสุดลำก่อนจะกระแทกเข้าไปในช่องทางของซอกจินจนไปโดนใส่จุดกระสันอย่างแรง
“อ๊า!! ตรงนั้น.... อ๊ะ! อื้อ! อื๊อออ!!”
“ตรงนั้นสินะ”
“อ๊ะ.. มะ.. อ๊า! อา.. อ๊ะ! อ๊ะ! นัม..! อื๊อ! นัมม! อา... ไม่.. ไม่ไหวแล้ว อ๊ะ! แล้วนะ!”
นัมจุนไม่ฟังเสียงหวานของซอกจินแถมยังกระแทกไม่ยั้งเมื่อรู้ว่าจุดกระสันของคนร่างเพรียวอยู่ตรงไหน ก่อนที่มือเรียวจะข่วนหลังหนาจนเลือดซิบและปล่อยน้ำรักออกมา คนร่างหนาขยับตามสี่ห้าครั้งก่อนที่จะปล่อยตามออกไป
ซอกจินที่กำลังจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนก็สะดุ้งขึ้นมาอีกครั้งเมื่อน้ำอุ่นๆ ถูกฉีดเข้ามาในร่างกาย นัมจุนถอนแก่นกายออกก่อนที่จะประคองร่างเพรียวที่ดูเหมือนจะไร้แรงยืนแล้วให้แนบชิดกับผนัง ดวงตากลมช้อนตามองใบหน้าคมคายที่กำลังโน้มหน้าลงมาก่อนที่จะจูบอีกครั้ง ความหวานที่ทั้งสองแลกให้กันก่อนที่สติของซอกจินจะพร่าเลือนไป