O-NEW NOTE พี่อนยู x allure Korea
พอได้มานั่งคุยกันแบบนี้ ก็คิดถึงบรรยากาศในคอนเสิร์ตเดี่ยว <O-NEW-NOTE> ที่คุณเพิ่งจัดไปหมาด ๆ เลย
ขอบคุณที่สนุกไปกับคอนของผมนะครับ ผมคิดถึงการทำโชว์เพื่อสนุกไปกับแฟน ๆ มากกว่าการมานั่งจัดแจง เพื่อแสดงให้มันเสร็จ ๆ ไป วิธีส่งต่ออินเนอร์เลยต้องไม่ธรรมดาครับ แล้วอัลบั้มเดี่ยว <Circle> ของผมได้เปิดตัวที่คอนเป็นที่แรกด้วย ผมเลยเกิดความโลภ อยากจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด และทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเหมือนที่คิดเลยครับ
น้ำหอมไม่ได้มีส่วนเอี่ยวแค่ชื่อคอน เพราะคุณได้เตรียมน้ำหอมที่กลิ่นเข้ากับบรรยากาศของเพลงนั้น ๆ ด้วย มีเหตุผลที่ทำอย่างนั้นไหม?
ผมได้ไอเดียเรื่องกลิ่นน้ำหอมมาจากไดเรกเตอร์ครับ แล้วก็เคยดูสารคดีสมัยก่อนมาด้วยว่า ถ้าเราได้สูดกลิ่นเฉพาะ สมองเราก็จะเชื่อมไปถึงเหตุการณ์นั้น ๆ และเราก็จำทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตอนนั้นได้ ผมอยากให้คอนเสิร์ตนี้อยู่ในความทรงจำของแฟน ๆ ไปนาน ๆ ก็เลยตัดสินใจทำแบบนี้ครับ บางคนโดนพรมน้ำหอมใส่จนตัวเปียกเลยไหมนะ (หัวเราะ)
เมมเบอร์มาหาครบทุกคนเลย ตอนเห็นเมมเบอร์นั่งรวมอยู่กับผู้ชม คุณที่ยืนอยู่บนเวทีรู้สึกอย่างไรบ้าง?
รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเลยครับ! แค่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน ใช้เวลาร่วมกัน แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ เพราะ SHINee เป็นความภาคภูมิใจของผม เป็นแรงใจที่สำคัญมาก ๆ สำหรับผมครับ
หลังจบคอนแล้ว คุณได้คุยอะไรกับพวกเขาหลังเวทีไหม?
ด้วยความที่สนิทกันมาก พวกเราเลยค่อนข้างจะติดเล่นกันครับ ไม่ค่อยให้ฟีดแบ็คกันจริงจังเท่าไหร่หรอก จะชอบพูดหยอก ๆ กันว่า “เก่งจุง~” อะไรแบบนี้ครับ แต่รอบนี้ผมค่อนข้างช็อกนะเอาจริง (หัวเราะ) พอได้ยินพวกเขาชมว่า ‘ทำงานหนักมาก, ทำได้ดีมาก’ ผมนี่ยิ้มแก้มปริเลยครับ
แล้วเคยมีฟีดแบ็คอะไรที่ยังตราตรึงอยู่ในใจไหม?
เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ม.ต้น เขามาดูคอน แล้วส่งข้อความหาผมว่า ‘ชอบเพลงรอบนี้มาก’ เขาเป็นคนให้ฟีดแบ็คกับทุกอัลบั้มที่ผมปล่อยเลยครับ เดี๋ยวผมเอาให้ดูนะ! (ควักมือถือออกมาอวด) เขาชมถึงขั้นเพลงในอัลบั้มเพลงอื่น ๆ ด้วย ตอนแรกผมก็งงนะว่า เขาจะจริงจังไปเพื่อ? แต่ไป ๆ มา ๆ ผมกลับรู้สึกประทับใจในตัวเพื่อนคนนี้มาก ผมได้รู้ถึงฟีดแบ็คเกี่ยวกับคอน, ยอดขายจริงจังกว่าครั้งไหน ๆ และโดยส่วนมาก มักจะได้รับคำชมที่ว่า เพลงของผมสามารถช่วยปลอบประโลมคนได้ คือได้รู้แค่นี้ผมก็ดีใจมาก ๆ แล้วครับ ทุกคนให้พลังบวกมาเยอะมาก ๆ ผมเองก็ดีใจจนสามารถส่งพลังบวกกลับคืนให้ถึงทุกคนเลย
เหตุผลที่รอบนี้ตัดสินใจทำอัลบั้มเต็มคืออะไร? เพราะสำหรับนักร้อง อัลบั้มเต็มจะมีความหมายกับอาชีพมาก
ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วครับ, ถึงเวลาที่ผมจะสามารถโชว์ความเป็นอนยูให้แก่ทุกคนได้เห็น บวกกับผมอยากจะลองทำเพลงหลาย ๆ แนวด้วย เวลาทำโชว์จะได้หลากหลาย ไม่จำเจ อัลบั้ม <Circle> นี้จะเป็นฐานที่ปูให้ผมได้ทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่างในอนาคตครับ
ได้ข่าวว่าทุ่มให้กับการลำดับเพลงที่ขึ้นโชว์ด้วย?
ตั้งแต่เพลงที่ 1 จนถึงเพลงสุดท้ายคือเพลงที่ 10 ทุกอย่างต้องกลมกล่อม ไม่มีโดด เพราะผมอยากให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับการแสดงอย่างเต็มที่ ไม่มีสะดุด เพราะฉะนั้น ผมจึงลำดับเพลงโดยใช้มาตรฐานของตัวเองเป็นหลักครับ ชอบเพลงไหนมากที่สุดก็จะใช้เป็นตัวเปิดเลย แล้วพอเพลง 보통의 밤 จบ ทีนี้ก็จะเกิดการวนเป็น Circle กลับไปสู่เพลงที่ 1 อีกรอบ เป็นการลำดับเพลงที่ผมชอบมาก ๆ เป็นการส่วนตัวครับ
พวกเราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอันแรงกล้าของคุณจากอัลบั้มชุดนี้
ผมหมายมั่นปั้นมือให้อัลบั้มนี้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง เลยพยายามทุ่มเททำสุดตัวเลยครับ ขั้นตอน Mixing กับ Mastering คือแก้แล้วแก้อีกจนนับไม่ถ้วน พูดง่าย ๆ คือผมมีส่วนเอี่ยวในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำเพลง ไม่ว่าจะเป็น Tune, Metre, Mixing, Recording แล้วพอได้ทำงานร่วมกับหลาย ๆ คนที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ผมก็ยิ่งเกิดพลังครับ
พอได้เสนอความเห็นกับคนมากหน้าหลายตา ทักษะการสื่อสารของคุณก็พลอยพัฒนาขึ้นไปด้วย เพื่อให้ทุกคนรับฟังความเห็นของคุณ คุณว่าวิธีไหนใช้แล้วเวิร์คสุด?
ไม่นอกประเด็นและต้องอิง Fact เป็นหลักครับ เวลาจะออกความเห็นอะไรสักอย่าง ต้องเน้นเรื่องของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริงไม่ใช่จะเอาแต่ความรู้สึกส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ต้องเลิกคิดว่า ‘โลกหมุนรอบตัวเอง’ ก่อนเลยครับ
เนื้อเพลงรอบนี้ดีมาก ยิ่งเพลงไตเติ้ล ‘O’ ยิ่งต้องใช้สมาธิจับใจความให้ดี ๆ เลย
ช่วงทำเพลง ผมพูดถึงประเด็นนี้อยู่หลายรอบมากเลยครับ คุณคิมอีนา (นักแต่งเพลง) สร้างสรรค์เนื้อเพลงออกมาได้ดีมาก ๆ พอได้ฟังเพลง ‘O’ ปุ๊บ ผมจะรีบเขียนเนื้อเพลงออกมาตามภาพในจินตนาการ แล้วค่อยนำไปเสนอกับทีม A&R ต่อ ทีนี้ Mood ที่ผมเขียนไป มันค่อนข้างจะหม่นอยู่หน่อย ๆ คุณนักแต่งเพลงเลยช่วยเกลาให้ Mood ดูสดใสขึ้น จนกลายมาเป็นผลงานเสร็จสมบูรณ์นี่แหละครับ
ตอนอัดเพลงรู้สึกอย่างไรบ้าง?
จริง ๆ แล้ว เพลง ‘O’ เป็นเพลงที่ผมซุ่มทำไว้ตั้งแต่ก่อนปล่อย ‘Dice’ อีกนะครับ พอเสร็จคอนที่ญี่ปุ่นแล้วกลับเกาหลีมาปั๊บ ผมก็มั่นใจกับตัวเองแล้วว่า ‘จะเอาเพลง O นี่แหละ!’ เลยไปคุยกับบริษัททันทีครับ แต่ช่วงอัดเสียง ผมดันสุขภาพไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ต้องอัดไปก่อนถูกไหมครับ ก็คืออัดทิ้งไว้แล้วค่อยไปแก้ทับอีกทีจนกว่าจะพอใจ ตอนอัดเสียงในทุก ๆ เพลง ผมนี่ใส่เต็มทุกความตั้งใจเลย ซึ่งคนคุมเสียงที่จะช่วยไกด์ผมนอกห้อง เขาก็เข้าใจในจุดนี้ดี พวกเราสื่อสารกันทุกขั้นตอน ไม่มีปล่อยผ่านครับ
พอได้ฟังเพลงรองครบทุกเพลงแล้ว รู้สึกเหมือนตัวเองได้กลายมาเป็นคนที่ ‘มองโลกในแง่บวก’ สุด ๆ ไปเลย อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้คุณมองโลกในแง่บวกสุด ๆ แบบนี้ได้?
ผมได้รับการปลูกฝังจากพ่อแม่มาแบบนั้นครับ ผมคิดถึงความรักของทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอัลบั้มนี้ด้วย เพราะถ้าไม่มีพวกเขา อัลบั้มนี้ก็คงไม่เกิดครับ
ไม่มีเสียดายหรือเสียใจอะไรเลยใช่ไหม?
ต่อให้รู้สึกเสียดาย แต่ผมว่าตัวเองสามารถจัดการกับความรู้สึกนั้นได้ครับ ไม่มีทางที่เราจะไม่รู้สึกเสียดายอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเราได้ทำในสิ่งที่อยากทำไปหมดแล้ว ยังไงก็ต้องยอมรับได้อยู่แล้วครับ แค่คิดว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แค่นี้ก็พอแล้วครับ
อัลบั้มนี้มีคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับการรักษาให้หาย, การวนกลับและการปลอบเยอะมาก มีจุดมุ่งหมายอะไรส่วนตัวรึเปล่า?
มีช่วงหนึ่งที่ผมคิดว่า ต้องพยายามค้นหาและรู้จักตัวเองให้มากกว่านี้ จะได้ส่งต่อพลังบวกถึงทุกคนได้ และประโยคที่ผมพูดบ่อย ๆ มา 1 ประโยคคือ ‘แค่แฮปปี้ก็ดีแล้ว’ ครับ แล้วผมเป็นคนพูดเองแท้ ๆ แต่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นตัวผมเองที่ทำไม่ได้อย่างที่ตัวเองพูด เพราะงั้นผมเลยคิดว่า ‘ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ดีก่อน’ ถึงจะค่อยไปส่งต่อกำลังใจให้คนอื่น ต้องรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเองให้ได้ก่อนครับ ไม่งั้นไปให้กำลังใจคนอื่นไม่ไหวหรอก
ในที่สุดก็เจอวิธีที่จะทำให้ตัวเองแข็งแรงและสามารถทำงานต่อไปได้นาน ๆ แล้วเนอะ
ทั้งหมดเป็นเพราะผมถูกรายล้อมไปด้วยคนดี ๆ ด้วยแหละครับ มีพ่อแม่, พี่ผู้จัดการ, ทีมงานที่ทำงานมาด้วยกัน คือทุกคนเขารับฟังและรู้สึกร่วมไปกับผมด้วยได้
คิดว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสุขภาพใจให้แฮปปี้ต่อไปได้นาน ๆ?
ทำใจยอมรับให้ได้ก่อนเลยครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้ตัดสินเป็นกลางและต้องยอมรับ รู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาให้ได้ด้วย เวลาความเห็นไม่ตรงกับใคร แล้วเกิดมีขัดแย้งกันบ้างก็อย่าไปนอยด์ครับ เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องที่แย่ จริง ๆ เมื่อก่อนผมนี่ชอบพูดขอโทษจนติดปาก ชอบพูดว่า ‘ผมผิดเอง’ หรือไม่ก็ ‘อ่อ ๆ ขอโทษ’ พูดไปโดยไม่มีเหตุผล แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้วครับ ตอนนี้ผมกล้าพอที่จะพูดว่า ‘จริงเหรอ? ไม่น่าใช่มั้ง?’ แล้ว
ช่วงนี้ความคิดความอ่านในหัวโตขึ้นเยอะเลยนะ?
ก็คงงั้นครับ ผมก็พยายามลองนู่นลองนี่ไปเรื่อย รอเวลาที่ทุกอย่างในหัวจะมาบรรจบกัน แต่จะมองว่าช่วงนี้ผมหัวรั้น เอาตัวเองเป็นใหญ่ก็ไม่ผิดครับ (หัวเราะ)
MBTI ของคุณอนยูคือ ISFP ซึ่งก็คือนักผจญภัยและศิลปินเต็มขั้น เป็นไทป์ที่เปรียบให้ชีวิตของตัวเองเป็นเหมือนผ้าใบ Canvas ที่กำลังรอสีสันมาแต่งแต้มถูกไหม?
ก็ครับ ถ้าไทป์นี้สามารถรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเองได้ ก็คงใช่อย่างนั้นแหละครับ
ช่วงนี้พอจะได้เจอเรื่องที่ทำให้มุมมองเปลี่ยนบ้างไหม?
เสียงของผมครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมจะชอบคำชมที่ว่า ‘ร้องเพราะจัง’ มากกว่า ‘เสียงดีจัง’ ทุกคนเลยจะชมผมว่าร้องเพราะ ๆ ๆ อย่างเดียวมาโดยตลอด แต่ส่วนตัวผมมองว่า ตัวเองยังมีอะไรที่ทำได้ไม่ค่อยดีอยู่อีกเยอะ เลยต้องศึกษาเรื่องทฤษฎีการออกเสียงเพิ่ม เพราะอยากจะทำมันออกมาให้ ‘ดี’ ที่แปลว่าดีจริง ๆ ครับ
ศิลปะมีทฤษฎีหรือหลักเกณฑ์เสียที่ไหน
อาจจะใช้คำว่ามีแต่ไม่อยากยอมรับก็ได้นะครับ ‘ผมไม่ได้ร้องเก่งขนาดนั้น ยังต้องฝึกอีกเยอะ แต่ทำไมคนชอบชมว่าเสียงผมดีจังล่ะ?’ จะน้อมรับว่าเป็นคำชมก็แหม่ง ๆ แต่เอาจริง ๆ ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองสักนิด ทีนี้เราจะเห็นเลยครับว่า มันมีความพิเศษที่แฝงอยู่ในคำชมเหล่านั้น
กว่าจะกล้ามั่นใจในความคิดของตัวเองได้ ทุกอย่างต้องมีขั้นมีตอนถูกไหม?
ผมเคยถามเกี่ยวกับประเด็นร้องเพราะ/เสียงดีกับแฟน ๆ ด้วยครับ ผมถามไปว่า ‘ชอบเสียงผมตรงไหน? ชอบตอนผมใช้เสียงร้องแบบไหน?’ แล้วรู้ไหมครับว่าพวกเขาตอบกลับมายังไง แฟน ๆ ตอบว่า ‘แค่เป็นผมก็ชอบหมดแหละ’ นั่นแหละครับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมต้องมาค้นหาตัวเอง เพิ่งจะมาเปลี่ยนได้ไม่ครบ 1 ปีดีเลยมั้งครับ เพราะงั้นผมเลยเปลี่ยนมุมมองมาคิดว่า เสียงของทุกคนก็มีเอกลักษณ์ต่างกันออกไป และเสียงของผมเองก็เช่นกัน
คุณเป็นคนอ่อนน้อมมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นพวกโลภมากด้วย ในฐานะผู้ชายที่ชื่ออีจินกิ คิดว่าช่วงเวลาไหนที่ตัวเองใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดีสุด ๆ?
ช่วงที่สามารถยืดอกภูมิใจไปกับคนรอบข้างได้ครับ รอบตัวผมมีแต่คนดี ๆ ทั้งนั้นเลย ผมอยากอวดให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า “คนนี้ช่วยผมทำอัลบั้มด้วย! ทีมงานของผมเองแหละ” อะไรแบบนี้สุด ๆ ไปเลยครับ พอได้รวมตัวกันเยอะ ๆ ส่งต่อพลังบวกที่มีให้กัน เชื่อไหมครับว่า ช่วงเวลานั้นคุณจะแฮปปี้สุด ๆ จนบรรยายไม่ถูกเลยล่ะ
ปี 2023 เพิ่งผ่านไปได้ยังไม่ครบ 3 เดือนเต็ม แต่คุณดูกระตือรือร้นผิดไปจากเดิมสุด ๆ เลย ปีนี้จะเป็นปีที่อะไรสำหรับคุณล่ะเนี่ย?
เป้าหมายของปีนี้ก็ไม่ได้ต่างจากปีที่แล้วสักเท่าไหร่หรอกครับ ผมหวังว่าปีนี้ตัวเองจะสามารถเป็นความหวังให้คนรอบข้างได้ และอยากจะเป็นคนที่มีความสุขกับอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้แล้ว แล้วก็ส่วนตัวผมอยากจะให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่ใจอยากจะทำให้ได้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะในฐานะอนยูหรืออีจินกิครับ













