[ONEW] 220421 Marie Claire <DICE> April Issue
ONEW] 220421 Marie Claire <DICE> April Issue
Me On The Way.
วันที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและพลังสุดสดใสได้เริ่มขึ้นแล้ว
MC: ในวันนี้ที่เรากำลังสัมภาษณ์กัน ไฮไลท์คลิปของทุกเพลง(ในอัลบั้ม)นอกจาก <DICE> ก็ได้ปล่อยออกมาหมดแล้ว อารมณ์มันต่างจาก <VOICE> มินิอัลบั้มแรกของคุณมากเลย มันน่าแปลกใจอยู่นะ
O: ตอนผมเตรียม(อัลบั้มนี้) ผมอยากให้ทุกคนรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน เวลาที่คุณนึกถึงอนยู ก็จะนึกถึงเพลง บัลลาดกับเนื้อเพลงสวยๆ หรือไม่ก็เพลงช้าใช่มั้ยครับ ผมพยายามมากๆในการหาจุดกึ่งกลางระหว่างชายนี่กับอนยู ชายนี่เป็นทีมที่มีความเป็นตัวของตัวเองชัดเจนแล้วก็มีการแสดงที่แข็งแรงด้วย พูดยังไงดีล่ะ ถ้าชายนี่เป็นแม่สีที่สดจ้า ผมก็จะพยายามหาความรู้สึกที่เป็นสีพาสเทลจางๆ ผมคิดว่าก่อนหน้านี้สีของผมมันไม่ชัดเจน ผมคิดว่าอัลบั้มนี้จะเป็นจุดที่ผมเริ่มฝากรอยเท้าแรกที่เป็นสีของผมเอง มันเป็นครั้งแรกที่ผมโปรโมทอัลบั้มเดี่ยว ผมก็เลยอยากขยายขอบเขตของตัวเองครับ MC: ช่วงการเตรียมอัลบั้มเป็นช่วงที่ต้องการเวลาในการทำความเข้าใจ “ตัวเอง” ให้มากขึ้น เวลาเพื่อหาสิ่งที่ “ตัวเอง” ชอบ รวมไปถึงสิ่งที่ “ตัวเอง” อยากจะทำ O: ช่วงนี้ผมพยายามโฟกัสไปที่คนที่ผมชอบกับอะไรที่ผมชอบครับ แล้วก็คนที่คอยช่วยเหลือผมและดูแลผมอย่างดี และถ้าจะทำแบบนั้นได้ผมต้องตั้งใจจัดการและรับผิดชอบสิ่งที่ผมทำได้อย่างเต็มที่ ผมเลือกคนที่จะมาทำอัลบั้มของผมด้วยตัวเอง และหลังจากที่ผมพยายามอย่างหนักในการสื่อสารกับบริษัท ในที่สุดก็ได้อัลบั้มนี้มาครับ MC: เราตั้งตารอพลังเสียง(ของคุณ)พอๆกับ <DICE> เลยเพราะว่ามันเป็นแนวที่เหนือความคาดหมายมาก ครั้งนี้เราจะได้ฟังพลังเสียงแนวไหนเหรอ? O: มีหลายแนวเลยครับ (อัลบั้ม)ครั้งนี้จะมีทั้งเพลงไตเติ้ลและเพลง b-side ที่เป็นดนตรีแนวที่ทุกคนอยากฟังครับ อารมณ์มันจะคล้ายๆการพูดคุย เป็นเสียงฮัมเพลง ผมก็เลยใส่เสียงหลายๆแบบเอาไว้ครับ MC: คุณอยากให้เพลงออกมาเบาๆฟังง่ายมากกว่าที่จะเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยพลังเสียงเหรอ? O: ฮืม อันนี้มาเกี่ยวเนื่องมาจากความคิดของผมครับ ผมอยากให้คนที่ได้ฟังเพลงผมได้ทำสิ่งต่างๆด้วยความรู้สึกที่สดใสและเต็มไปด้วยความหวัง ตอนที่รู้สึกแย่จากงาน ผมหวังเพลงของผมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ และถ้ามันช่วยได้ ผมก็อยากให้เพลงของผมทำให้ได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้นสักนิดนึง ทำให้ทักทายเพื่อนร่วมงานได้อย่างอบอุ่น เป้าหมายหลักของผมในฐานะนักร้องคือการได้เป็นนักร้องที่เป็นแบบอย่างที่ดี MC: ทีเซอร์กับไฮไลต์คลิปถูกปล่อยออกมาแล้ว เราสงสัยว่าคุณใช้เวลาถ่ายทำกี่วันเหรอ? O: เราใช้เวลาสองวันถ่ายปกอัลบั้มครับ เอ็มวีก็เหมือนกัน ระหว่างถ่ายทำเราปรึกษากับศิลปินหลายๆท่านที่ร่วมงานด้วยกันเยอะเลยครับ ไอเดียที่ได้มาระหว่างการคุยกันตอนนั้นก็เอามาใช้ด้วยทั้งหมดเลย ไม่ได้ตัดไอเดียไหนออกเลยครับ MC: เพราะอย่างนี้เราเลยรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นของทุกคนที่ร่วมงานตอนเห็นภาพสินะ O: การสื่อสารของเราราบรื่นมากๆเลยครับ เหมือนกับคนอื่นๆ ผมเองก็ออกความเห็นของตัวเองไปเยอะเลยครับ ผมว่าเพราะคุยกันผลมันก็เลยออกมาดีครับ
MC: คุณคิดยังไงตอนที่ทีเซอร์กับไฮไลต์คลิปปล่อยออกมา O: จริงๆแล้ว มันค่อนข้างเครียดเลยล่ะครับตอนที่ผมเตรียมอัลบั้มนี้ ตั้งแต่พาร์ท 1-10 มันไม่มีพาร์ทไหนที่ผมไม่ได้มีส่วนร่วมเลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ออกมาอย่างที่ผมคิด บางครั้งมันก็ออกมาในทางที่ผมอยากให้มันเป็น แต่บางครั้งก็จะมีไอเดียอื่นที่ถูกเพิ่มเข้ามาในนไอเดียผม แล้วบางครั้งเราก็ค่อยๆทำงานกันไปทีละสเต็ปตามความคิดของคนอื่น มันเป็นการทำงานที่ยาวนานมากครับ กับการอัดเสียงก็เหมือนกัน เพราะวิธีที่เราตีความเพลงมันต่างกัน แล้วมันก็มีหลายจุดที่ต้องคำนึงถึง เราเลยพยายามหาจุดที่เราตกลงกันได้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด MC: และท้ายที่สุด หลังก้าวผ่านความกังวลและการสื่อสารทั้งหมด คุณก็ได้อัลบั้มที่สมบูรณ์มา
O: โปรดิวเซอร์ที่ร่วมงานด้วยกันในอัลบั้มนี้คือรุ่นพี่ Hitchhiker ครับ รุ่นพี่เขาเข้าใจแนวเพลงของชายนี่ดีมากๆแล้วผมก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับรุ่นพี่เขาอีกครั้ง ผมคิดว่าถ้าเป็นรุ่นพี่ รุ่นพี่ต้องเข้าใจได้มากกว่าผมแน่นอน ถ้าผมบอกว่า 1 รุ่นพี่ก็จะให้ผมบอกว่า 1.5 โชคดีมากเลยครับที่เราพากันไปในทิศทางที่ดี MC: ตอนที่อัลบั้มถูกปล่อยออกมา มันต้องเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายแน่เลย มีช่วงไหนบ้างที่แฮปปี้สุด? ช่วงไหนที่ยากมากๆ? O: ผมได้ประสบการณ์หลายอย่างมากครับตอนที่ทำ <DICE> ตั้งแต่เลือกเพลงไปจนถึงเลือกเนื้อเพลงของแต่ละเพลง ต้องไปขอจากใคร การเรียบเรียงต้องไปในแนวไหน ผมได้ประสบการณ์จากขั้นตอนพวกนี้แหละครับ การพูดคุยที่เกิดจากขั้นตอนพวกนั้นก็สนุกด้วย ผมได้ลองเขียนเนื้อเพลงของเพลง b-side ทุกเพลงเลยด้วยครับ ถึงเนื้อเพลงของผมจะถูกเลือกแค่เพลงเดียว ทุกๆช่วงเวลานั้นมันก็น่าจดจำ สำหรับผมมันเริ่มยากตอนที่อัลบั้มถูกดีเลย์ เพลงไตเติ้ลที่ผมอยากได้ถูกเปลี่ยนแต่เพลง b-side ยังเหมือนเดิมทั้งหมด เพลงใหม่ถูกเลือกเพื่อให้ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่มีอยู่แล้ว และนั่นคือ <DICE> ครับ ผมฟังเดโมไปสองนาทีแล้วผมก็รู้สึกได้เลยว่า นี่แหละ ผมเจอเพลงไตเติ้ลแล้ว MC: รู้สึกดีใจที่สุดตอนไหน? O: ทุกวันนี้การได้ทำสิ่งที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนและการได้คุยได้แชร์ความคิดเห็นกับคนที่ผมทำงานด้วยทำให้การทำงานเป็นได้ง่ายมากๆเลยครับ ผมก็เลยมีความสุขมากๆเวลาที่ผมได้แนะนำเพลง ถึงเมื่อก่อนผมก็จะมีความคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับดนตรีค่อนข้างเยอะแต่บางครั้งเวลาแนะนำเพลง ผมแค่พูดถึงคอนเซ็ปต์หรือวิชวลตามที่ผมท่องจำมา ตอนนี้มันไม่ง่ายที่จะอธิบายดนตรีออกมาให้ชัดเจนแบบนั้นแต่ผมสามารถพูดถึงความรู้สึกของผมที่มีต่อเพลงนี้ได้ดี ยกตัวอย่างนะครับ แทนที่จะบอกว่าเนื้อเพลง <DICE> เป็นแบบนี้ เป็นเพลงแนวนี้ ผมจะบอกว่า “ผมหวังว่าคุณจะรู้สึกตื่นเต้นระหว่างที่ฟังเพลงนี้” ผมอยากจะนำเสนอเพลงแบบนั้น MC: ‘In the Whale’ เป็นเพลงของแฟนๆและเป็นเพลงที่คุณมีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลง มันเป็นเพลงที่มีชื่อเพลงที่เหมือนเทพนิยาย มันไม่ใช่ ‘The Whale’ แต่เป็นในท้องวาฬ O: พูดถึงเพลงนี้ จู่ๆผมก็มีโอกาสได้เขียนเนื้อเพลง ‘In the Whale’ ตอนนั้นผมกำลังถ่ายภาพที่มีคอนเซ็ปต์แคมป์ปิ้งอยู่แล้วจู่ๆผมก็อยากเขียนเนื้อเพลงเพลงนี้ขึ้นมา ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่มีชื่อเพลงให้เพลงนี้ด้วยซ้ำ ผมเปิดเพลงนี้ฟังเพราะผมอยากเขียนเนื้อเพลงแล้วนั่นก็เป็นตอนที่ผมนึกภาพในหัวได้ ผมชอบประโยคที่ทำให้รู้สึกพูดไม่ออกและรู้สึกคลุมเครือ ถ้าจู่ๆคุณติดอยู่ในท้องวาฬคุณจะพูดไม่ออกใช่มั้ยล่ะครับ (หัวเราะ) มันเป็นจินตนาการที่น่าสนใจนะผมว่า ผมไม่ได้เขียนการอยู่ในวาฬให้ออกมาในเชิงหม่นๆครับ มันเกี่ยวกับการที่ใครสักคนอาจจะกำลังเดินอยู่บนทางมืดๆเหมือนกับการติดอยู่ในวาฬ แต่ถึงเราไม่พยายามอะไรเลย วาฬก็จะช่วยเราและใจดีกับเรา ใครจะไปรู้ ตอนที่ออกมาจากวาฬคุณอาจจะไปโผล่ที่แอตแลนติสก็ได้นะ มันเป็นเรื่องของเราที่จับมือกันและพากันเดินออกมาจากช่วงเวลาที่มืดมนได้ ผมได้ร่วมแก้ไขเนื้อเพลงเพลงนี้กับนักเขียนเพลง คุณซอจีอึมโดยใช้รายละเอียดกับเนื้อเพลงที่ผมเขียนไปครับ MC: การมีอยู่ของแฟนๆรู้สึกต่างไปมั้ยถ้าเทียบกับตอนเดบิ้วต์? O: ถ้าดูที่จุดหลักๆมันไม่มีอะไรแตกต่างครับ แต่ผมว่าผมรู้สึกต่างไปนิดหน่อยนะ ผมเป็นประเภทที่รู้สึกตามคนอื่นได้ง่ายและก็จะเข้าใจความรู้สึกคนอื่นง่ายครับ สมมติถ้ามีใครมองผมด้วยความสุขสุดๆ ผมก็จะรู้สึกมีความสุขไปด้วย ‘In the Whale’ เป็นแบบนั้นแหละครับ ความหวังที่ว่าเราจะก้าวผ่านมันไปได้ด้วยกัน ผมว่ามันจะดีมากเลยล่ะครับถ้าเรามีความสุขร่วมกันมากขึ้นแบบนั้น
MC: เพลงไหนที่คุณชอบมากที่สุด? O: ผมเลือกสองเพลงได้มั้ยครับ? MC: แน่นอน O: พูดตามตรง มันไม่มีเพลงไหนที่ผมไม่ชอบเลยในอัลบั้มที่ผมตั้งใจทำมากๆ ถ้าผมต้องเลือกแค่จากเพลง b-side เพลงแรกผมเลือกเพลง ‘Sunshine’ ครับ มันเป็นเพลงที่สดใสแล้วก็แฮปปี้ ‘On the Way’ ก็เป็นอีกเพลงที่ผมรัก มันเป็นเพลงแรกที่ผมอัดครับ ก็เลยเป็นเพลงที่ช่วยชี้ทิศทางของอัลบั้มด้วย MC: ตลอดการสัมภาษณ์นี้คุณแสดงให้เห็นว่าคุณอยากจะทำให้ได้ดียิ่งกว่านี้อีก ว่าคุณร้องเพลงได้ดีกว่านี้อีก ว่าคุณอยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงที่ดี O: ผมอยากทำอย่างนั้นจริงๆนะ แต่ผม ตามมาตรฐานของผมเอง ผมยังทำได้ไม่ดี ผมไม่คิดว่าผมเคยรู้สึกพอใจกับการร้องของผมเลยสักครั้ง นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงพยายามจะทำให้ดีขึ้นอีกเรื่อยๆ เมื่อก่อนมันมีช่วงที่ผมเคยคิดว่าความสามารถผมคงทำได้แค่นี้แหละ ผมทำให้มันดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว แต่พอผมมานึกได้ว่าผมเริ่มต้นเป็นชายนี่เพื่อร้องเพลงและสิ่งที่ผมชอบที่สุดก็คือการร้องเพลง ผมว่าผมโชคดีมากเลยครับที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ(อาชีพ) ผมควรจะมีความสุขที่ผมได้ทำแบบนั้น ผมกำลังฝึกร้องเพลงเพื่อที่จะได้รู้สึกพอใจกับตัวเองได้มากกว่านี้ เพราะผมเชื่อว่าถ้าทำอย่างนั้นการร้องเพลงของผมก็จะดีขึ้นและมันก็จะทำให้ผมมีความสุขยิ่งขึ้นไปอีก แล้วผมก็อยากทำเพลงที่ให้พลังงานบวกด้วยครับ มีหลายคนที่กำลังผ่านช่วงที่ยากลำบากเพราะโควิดใช่มั้ยครับ ทุกคนควรจะได้พบเจอกับคนอื่นและได้แบ่งปันความเจ็บปวด ความโดดเดี่ยวและความเศร้าแต่เพราะโควิด ก็เลยมีหลายคนที่ต้องผ่านช่วงเวลาแบบนี้ไปด้วยตัวเองคนเดียว ผมหวังว่าดนตรีของผมจะช่วยให้ความหวังกับคนกลุ่มนี้ด้วยครับ เพื่อที่จะสามารถรักใครสักคนได้มากกว่าเดิม ปฏิบัติกับคนอื่นด้วยจิตใจที่สดใสกว่าเดิม เพราะงั้นผมก็เลยกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เหมือนกันครับ MC: การโปรโมทอัลบั้มแรกของคุณใกล้เข้ามาแล้ว มีอะไรที่คุณตั้งตารอมั้ย? O: ช่วงนี้ผมอยากทำอะไรด้วยพลังบวกไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ ผมคงจะคิดว่า “ต้องทำให้เต็มที่” แต่ตอนนี้จะเป็น “วันนี้มาทำให้มันสนุกกันเถอะ!” เห็นมั้ยครับ โทนเสียงของสองประโยคนี้มันต่างกัน MC: รู้สึกได้ถึงพลังบวกของคุณเลย O: ท้ายที่สุดแล้วมันคือการเปลี่ยนแปลงที่ให้พลังที่ดีที่สุดกับผม ผมหวังว่าพลังบวกนี้จะถูกส่งต่อไปเรื่อยๆครับ
MC: อะไรที่ทำให้คุณนึกถึงพลังบวก? O: อาจจะต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ผมครับ บางทีมันก็เขินๆเวลาที่จะบอกรักพวกท่านทั้งๆที่ท่านก็อยู่กับเราตลอดช่วงเวลาที่ยากลำบาก ช่วงเวลาที่ดี แล้วก็เป็นพวกท่านที่หัวเราะไปด้วยกัน เสียใจไปด้วยกัน แต่มันมีอยู่จุดนึงที่ทำให้ผมรู้สึกอยากจะเป็นเพื่อนกับคุณแม่ครับ ผมถ่ายรูปฟิล์มกับคุณแม่แล้วก็ไปดูวิวด้วยกัน ไปดื่มกาแฟด้วยกัน เราไปตกปลาด้วยกันแล้วก็ได้ย่างปลากินด้วยกันด้วยครับ ฮืมม อาจจะสงสัยว่าทำไมคุณพ่อไม่ได้ไปด้วยกันใช่มั้ยครับ ต่อให้ชวนไปด้วยกันคุณพ่อก็จะบอกว่าไม่อยากไปครับ (หัวเราะ) คุณพ่อจะบอก “ตกปลาอะไรกัน พ่อจะไปตีกอล์ฟ” (หัวเราะ) เพราะงั้นช่วงนี้ผมเลยกลับมาเรียนตีกอล์ฟที่ไม่ได้เล่นมาพักใหญ่ๆแล้วครับ MC: แต่มันไม่ง่ายเลยนะที่จะแสดงความรักที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ออกมาเป็นการกระทำ O: อย่างแรกคือต้องทำเลยและต้องไม่ลังเลครับ คุณพ่อคุณแม่ท่านแก่ขึ้นทุกวัน แล้วมันมีจุดนึงที่ผมคิดได้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่อยู่กับเราไปตลอดชีวิต ตอนแรกที่คิดแบบนั้นผมก็คิดว่า “ต้องกลับบ้านให้บ่อยกว่าเดิมแล้ว” แต่หลังจากนั้นผมก็คิดว่าผมควรจะกลับบ้านไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ หลังจากนั้นผมก็เริ่มคิดว่าผมจะทำอาหารให้พวกท่านกิน แล้วพอเรากินข้าวเสร็จเราก็จะไปร้องคาราโอเกะกัน เดี๋ยวเราก็ค่อยๆทำเพิ่มขึ้นทีละอย่างสองอย่างเองแหละครับ MC: เหมือนว่าความรู้สึกที่คุณมีให้คุณพ่อคุณแม่จะถูกส่งต่อมาเป็นพลังบวกที่คุณมีในการโปรโมทครั้งนี้เลย O: ใช่ครับ ผมคิดว่าผมกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ผมชอบล่ะ ถ้าผมมีเรื่องกังวลหรือมีอะไรที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมหวัง ผมจะโทรหาคุณแม่แล้วก็บอกท่านว่า “แม่ ผมคิดถึงแม่อ่ะ” คุณแม่ผมท่านชอบมากเลยเวลาที่ผมโทรไปเพราะคิดถึงท่าน MC: จากสิ่งที่คุณอยากให้ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปิน อนยู คุณจะให้คะแนนอัลบั้มนี้เท่าไรจากคะแนนเต็มร้อย? O: เพราะนี่มันเพิ่งเริ่มต้น ผมว่าน่าจะ 50%? MC: แต่คุณก็ประสบความสำเร็จขนาดนี้แล้ว คุณว่านี่แค่เริ่มต้นเองเหรอ?
O: ผมจะลองทำอะไรหลายๆอย่างที่ผมอยากทำอีกในอนาคต ถึงผมจะร้องเพลงมาแล้วกว่า 14 ปี ผมก็ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากลองครับ แล้วถึงผมอยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ มันอาจจะไม่ใหม่เสมอไปก็ได้ MC: มันไม่จำเป็นต้องทำอะไรใหม่ๆเสมอไปนะ O: ฮืม แต่มันออกจะเป็นความหมกมุ่นผมนะ ผมว่ามันน่าจะเป็นเพราะผมคือชายนี่ด้วย ผมเริ่ม <VOICE> โดยที่ละเลยความต้องการที่จะทำอะไรใหม่ๆไป แล้วสำหรับอัลบั้มที่สองของผม ครั้งนี้ผมคิดว่าถ้าทำอะไรที่แตกต่างไปจากครั้งก่อนในอนาคตผมจะต้องได้ลองอะไรใหม่ๆยิ่งขึ้นไปอีก ผมอยากทำสิ่งที่ผมทำได้ในตอนที่ผมยังทำมันได้ครับ ผมจะพยายามอย่างหนักเพื่อตามหาสิ่งที่ผมชอบเรื่อยๆ
MC: ชายนี่มีผลยังไงกับอัลบั้มเดี่ยวของอนยูบ้าง? O: เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมกลับมาคิดครับ เพราะว่ามีเมมเบอร์อยู่ ผมก็เลยได้มาอยู่ในจุดนี้ตอนนี้ เพราะว่ามีเมมเบอร์อยู่ เราเลยเป็นชายนี่ด้วยกันได้ แล้วยิ่งไปกว่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะชายนี่ ผมคงไม่ได้ร้องเพลงอย่างที่ผมอยากทำ เวทีที่ผมยืนจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามกาลเวลาแต่ผมก็อยากจะปกป้องเวทีนี้ไว้ครับ MC: เพลงแนวไหนที่คุณอยากให้มันเป็นแนวของอนยู? O: ผมทำตามความไม่รู้จักพอของตัวเองไปเยอะเลยครับครั้งนี้ MC: แต่มันไม่ได้ดูเป็นแบบนั้นนะ (หัวเราะ)
O: ผมมีอะไรที่อยากทำเยอะมากเลยครับ แต่ผมจะปล่อยให้ความคาดหวังเป็นเรื่องของคนอื่นละกันแล้วผมก็จะทำอะไรที่ผมทำได้ไป ถ้าต้องยกตัวอย่างมันจะประมาณนี้ครับ เมื่อก่อนถ้ามีใครบอกผมว่า “มันน่าจะดีนะถ้านายทำเพลง medium tempo รอบนี้” ผมก็จะทำตามที่เขาบอกเลย แต่ตอนนี้ผมจะมีความเห็นที่ชัดเจนกว่าเดิม ผมรู้แล้วว่ามันจะดีกว่าถ้าผมเพิ่มสิ่งที่ผมอยากทำไปด้วย MC: คำถามสุดท้ายจากการสัมภาษณ์กับ Marie Claire ครั้งก่อนคือ “อะไรที่เป็นชายนี่” วันนี้เราจะจบการสัมภาษณ์ด้วย “อะไรที่เป็นอนยู” O: ผมคิดว่าการที่ได้โชว์ให้เห็นด้านดีๆคือ “อะไรที่เป็นอนยู” ครับ ถึงอาจจะช้าหน่อยก็เถอะ ผมมีทั้งช่วงที่โปรโมทและช่วงที่ไม่ได้โปรโมทใช่มั้ยครับ ผมจะอยากโชว์อะไรหลายๆอย่างให้ทุกคนได้เห็นในช่วงที่ไม่ได้โปรโมทนะแต่ผมเป็นเพอร์เฟ็กท์ชั่นนิสต์ ผมอาจจะช้า แต่ในทางกลับกัน ผมจะไม่โชว์อะไรที่ด้อยกว่านี้แน่นอน MC: ความรู้สึกที่สัมผัสได้ด้วยใจสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญที่สุด เราต้องสัมผัสมันได้ด้วยใจสิถึงจะส่งต่อความรู้สึกนี้ให้คนอื่นได้ O: ใช่ครับ คนฟังจะรู้สึกได้ว่ามันจริงและยิ้มได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาสัมผัสพลังบวก(ในเพลง)ได้ แค่เพราะคุณกำลังยิ้มมันไม่ได้หมายความว่าคุณมีความสุขใช่มั้ยล่ะครับ ผมเคยคิดนะว่าไม่ว่าจะในสถานการณ์แบบไหนผมก็ควรจะยิ้มอยู่ตลอด แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าอะไรดีๆจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผมแสดงความคิดของผมมากกว่านี้และยิ้มได้เพราะมัน ผมไม่ชอบที่จะมีพลังงานลบเข้ามา ผมจะแสดงออกอย่างที่ผมรู้สึกจริงๆมาเลยว่าผมไม่สบายใจ ผมไม่ชอบ ผมจะมีความรับผิดชอบที่มากขึ้นไปพร้อมๆกับการทำให้ดีขึ้นครับ
ENG Translation: @yourmelody_1214 , @iheartshinee__
TH Translation: @JK_1423 , @SquidStrongest
Source : https://www.marieclairekorea.com/celebrity/2022/04/shinee-onew-3/















