Work from the #Idiogram Series in Hank and Dolly @harrisoncenterarts (at Harrison Center for the Arts!)
seen from Slovakia
seen from Canada

seen from Canada
seen from China

seen from Canada
seen from United States
seen from United States
seen from China
seen from Russia
seen from Philippines
seen from United States
seen from China
seen from Switzerland
seen from Canada
seen from China

seen from Malaysia
seen from China
seen from Croatia

seen from United States

seen from Malaysia
Work from the #Idiogram Series in Hank and Dolly @harrisoncenterarts (at Harrison Center for the Arts!)
SERIAL PLASTICITY
การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของโครโมโซม
ในหลายๆครั้ง การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของโครโมโซม มักมีผู้เรียกแบบสั้นว่าคือการศึกษา Karyotype ซึ่งทำให้ผู้เรียน หรือผู้ที่สนใจศึกษาเริ่มต้นเกิดความสงสัย และมักก่อให้เกิดความสับสนขึ้น
*** การศึกษาข้อมูลพื้นฐานมีหลายวิธี และหนึ่งในนั้นคือ Karyotype ***
จริงแล้ว Karyotype จาก Wiki บอกว่า =>
A karyotype is the number and appearance of chromosomes in the nucleus of an eukaryotic cell.
The term is also used for the complete set of chromosomes in a species, or an individual organism
แปลสั้นๆได้ว่า การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของโครโมโซม โดยวิธี Karyotype คือการศึกษาจำนวน และรูปร่างของโครโมโซม
ซึ่งการศึกษาก็มีหลายขั้นตอน
เริ่มต้นดการศึกษาเริ่มจาก การเตรียมเซลล์ให้เหมาะสม (ติดตามต่อว่าต้องเหมาะอย่างไร)
นำเซลล์มาทำให้สามารถมองเห็นโครโมโซม (อย่างไรก็ติดตามต่อ)
แล้วถ่ายรูปเพื่อนำมาศึกษา หรือ วาดภาพที่เห็น
แต่ในเบื้องต้น สิ่งที่เขาอยากจะรู้คือ .......
จากที่เคยเล่าไว้ เขาศึกษา 2 เรื่อง ซึ่งง่ายที่สุดแล้ว
1 ศึกษาจำนวน
2 ศึกษารูปร่าง
1. จำนวน มีหลายจำนวนคล้ายๆในวิชาคณิตศาสตร์ เช่น
1.1 จำนวนโครโมโซม
นับว่ามีกี่แท่ง ซึ่งการนับจะนับและจัดให้เป็นคู่ๆ ถ้านับได้และก็พบว่านับได้เท่าเดิมเสมอๆใสสิ่งมีชิวิตชนิดนั้น ก็จะจัดกลุ่มนี้ว่า A-Chromosome แต่จะพบว่าบางครั้งโครโมโซมขนาดเล็กๆๆๆ ปนอยู่ด้วย จนนับไม่ได้ หรือ เม็ดโครโมโซมนั่น นับแล้วก็มักไม่เท่าเดิม เราจะเรียกว่า B-Chromosome (means that chromosome number can vary even within one interbreeding population)
1.2 fundamental number, FN
(visible major chromosomal arms per set of chromosomes)
2. ศึกษาขนาด และรูปร่าง
2.1 แบ่งโครโมโซมออกเป็นกลุ่มตามชนิด โดยใช้เซนโตเมียร์ในการตัดสินใจ เพราะเซนโตรเมียร์ทำให้เกิดแขนด้านสั้น และยาวของโครโมโซม ทำให้แบ่งได้ว่าเป็นโครโมโซมแบบใด ระหว่าง
ใหญ่ Metacentric ใหญ่Submetacentric ใหญ่Telocentric ใหญ่Acrocentric
กลาง Metacentric กลาง Submetacentric กลางTelocentric กลางAcrocentric
เล็ก Metacentric เล็ก Submetacentric เล็กTelocentric เล็ก Acrocentric
ซึ่งการที่จะแบ่งเป็นกลุ่มนั้น เขามีเกณฑ์การแบ่งชนิดอยู่ 2 วิธี คือ
i. วิธีของ Nawaschin (1910) ใช้
จำแนกรูปร่าง จาก è อัตราส่วนแขน สั้น และ ยาว
ii. วิธีของ Turpin and Lejeume (1965)
หาขนาด จาก è ความยาวสัมพัทธ์ของโครโมโซม Chromosome relative length
หารูปร่าง จาก è ดัชนีของเซนโตรเมียร์ centromeric index
เมื่อได้ศึกษาข้อมูลดังที่กล่าวมาแล้ว คือได้ศึกษา karyotype แล้วนั้น
เราสามารถสร้าง Karyogram โดยนำเอา *รูปถ่าย* ที่ได้มาจัดเรียง จากกลุ่มขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก แต่ละขนาด จัดแบ่งย่อยตามชนิด
หากต้องการให้มองได้ชัดเจนง่ายขึ้น ก็นำมา *วาดภาพ* โครโมโซม และระบุรายละเอียดอื่นๆ เรียกว่าเป็น ideogram
ผลจากการศึกษา karyotype ทำให้สามารถแบ่งกลุ่มของโครโมโซมในสิ่งมีชิตได้เป็น
i. สิ่งมีชีวิตที่มี karyotype แบบ สมมาตร Symmetric karyotype คือ จะพบว่า โครโมโซมทั้งหมดเป็นดังนี้
A. มีขนาดใกล้เคียงกัน
B. มีโครโมโซมที่มีแขนด้านสั้น และด้านยาว มีความยาวไกล้เคียงกันมาก คือเป็นแบบ Metacentric และ Submetacentric
ii. สิ่งมีชีวิตที่มี karyotype แบบ ไม่สมมาตร Asymmetric karyotype คือ จะพบว่า โครโมโซมมีลักษณะดังนี้
A. มีขนาดเล็กใหญ่ แตกต่างกันออกไป
B. มีโครโมโซมหลายๆแบบ