Jazz music is an intensified feeling of nonchalance
Francoise Sagan
seen from Romania

seen from Brazil
seen from United States
seen from Russia

seen from Argentina

seen from United States

seen from Malaysia

seen from Malaysia
seen from United States

seen from Mexico
seen from Mexico

seen from Brazil
seen from China
seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from China
seen from United States
seen from United States
seen from Ukraine
Jazz music is an intensified feeling of nonchalance
Francoise Sagan
ผมได้อัลบัมเพลงแจ๊สชุดนี้ของคม วงศ์สวัสดิ์ ชุด Kommon Descent มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งใจจะเขียนรีวิวให้ แต่รอโอกาสใกล้ๆ งาน TIJC หรือไทยแลนด์อินเตอร์เนชั้นแนลแจ๊สคอนเฟอเร้นซ์ 2015 จะมาถึงก่อน เพื่อหาเครื่องเขียนอุ่นเครื่องไปเรื่อยๆ
อัลบัมชุดนี้เป็นดนตรีแจ๊สในแบบ Post Bop ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า หาฟังไม่ได้ง่ายนักสำหรับเพลงแจ๊สที่ประพันธ์โดยคนไทย หากท่านผู้อ่านลองปิดชื่ออัลบัมแล้วหลับตาฟัง รับรองได้ว่าท่านคงเดาไม่ออกว่านี่เป็นผลงานของศิลปินชาติใด เพราะอัลบัมนี้เล่นดนตรีในภาษาสากล นั่นหมายถึงว่าคุณคมได้บรรลุในการประพันธ์ดนตรีโดยท่วงทำนองเพียวแจ๊ส ไม่มีกลิ่นอายแบบประยุกต์ ฟิวชั่น หรือ World Music ให้ คอแจ๊สแท้ๆ ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
คุณคมเรียนเปียโนมาตั้งแต่อายุหกขวบในสายดนตรีคลาสสิก ทว่ามาสนใจดนตรีแจ๊สในช่วงมัธยมปลายนั่นทำให้เขาเบนเข็มเรียนดนตรีที่มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาดนตรี เขาได้รับรางวัลมากมายในประเทศไทย และนอกจากเปียโนแล้ว เขายังเล่นกลอง และเบส ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน สำหรับอาชีพนักดนตรีเขาเคยตั้งวงดนตรีแจ๊สนามอานนท์ เล่นกันที่แซกโซโฟน ปัจจุบันเขาศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ประสานงานในเทศกาลดนตรีแจ๊ส TIJC
อัลบัม Kommon Descent เป็นอัลบัมที่คุณคมเป็นลีดเดอร์ ในฐานะผู้เล่นเปียโน โดยมีเพลงที่คุณคมประพันธ์เองถึงสามเพลง ได้แก่เพลงเปิดอัลบัม Equivocal ที่ขึ้นต้นด้วยเปียโน ตามด้วยแซกโซโฟนรับช่วงต่อโดยเล่นเมโลดี้หลักก่อนจะเข้าสู่ช่วงอิมโพรไวส์ จากนั้นเปียโนกลับมาสู่ห้วงอิมโพรไวส์อีกครั้งด้วยการแสดงไหวพริบการเลือกใช้โน๊ต การแสดงความเร็วของนิ้ว ซึ่งผู้ฟังจะเห็นได้ว่ารูปแบบดนตรีถูกวางแผนมาอย่างดี ก่อนที่กีตาร์จะเริ่มรับช่วงต่อมา โดยมีกลองเป็นการปิดท้ายช่วงอิมโพรไวส์ แล้วในที่สุดดนตรีก็กลับคืนสู่จังหวะหลักของเพลงอีกครั้ง Equivocal เปิดโอกาสให้เครื่องดนตรีทุกชิ้นแสดงอย่างครบถ้วน ถือเป็นเพลงเปิดอัลบัมที่ขยับลีลาและจังหวะกระตุ้นเร้าไม่น้อย
เข้าสู่เพลงที่สอง Sandy 2012 เป็นอีกเพลงที่คุณคมประพันธ์ขึ้น ท่วงทำนองของเพลงช้าลงเล็กน้อย ตัวเบสเน้นย้ำตัวโน๊ต ขณะที่เปียโนแสดงช่วงอิมโพรไวส์ ผมไม่แน่ใจว่าชื่อเพลงหมายถึงอะไรนะครับ แต่ตอนที่แซกโซโฟนบรรเลง ผมรู้สึกได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกโหยหา ห่วงหา หรือค้นหาบางสิ่งบางอย่าง รู้สึกถึงความว่างเปล่า รู้สึกถึงการตัดพ้อ และมันจบลงตรงที่ปล่อยให้สิ่งนั้นจบลงไป
เพลงที่สาม The Coaster ประพันธ์โดย Geachan Moncur lll เพลงนี้เริ่มด้วยการเดี่ยวกลองช่วงยาวๆ จากนั้นเปียโนเริ่มเน้นย้ำจังหวะ และตามมาด้วยเสียงประสานของทั้งวง เป็นเพลงที่ค่อนข้างมีชีวิตชีวา มีบรรยากาศสนุกสนาน ตัวเพลงเปิดโอกาสให้เครื่องดนตรีทุกชิ้นแสดงความสามารถ
เพลงที่สี่ Thad’s Pad เป็นผลงานของ Hank Jones ศิลปินแจ๊สในตำนาน โดยนำกลับมาตีความใหม่ด้วยลีลาที่น่าสนใจไม่น้อย เป็นเพลงที่ลดดีกรีความดุเดือดลงมาให้ผู้ฟังพักผ่อนหายใจบ้าง เพลงนี้เบสโซโลได้อย่างโดดเด่น
เพลงที่ห้า Kommon Descent เป็นเพลงที่นำมาตั้งชื่ออัลบัม ประพันธ์โดย คุณคม เป็นเพลงที่เจือด้วยอารมณ์เศร้าในตอนเริ่มต้น ก่อนที่จะเริ่มเร่งจังหวะขึ้นมา และเครื่องดนตรีผลัดกันบรรเลงอิมโพรไวส์
สามเพลงที่เหลือ Chassin’ Saengrawee ประพันธ์โดย ดริณ ปทุมโกมล นักเปียโนแจ๊สชาวไทยที่มีผลงานการประพันธ์เพลงแจ๊สน่าสนใจอีกท่านหนึ่ง และเพลง Pure Imagination ประพันธ์โดย Leslie Bricusse และ Anthony Newley) โดยเพลงสุดท้ายของอัลบัม คือ The Coaster เป็น Alternate Version
อัลบัม Kommon Descent ของ คม วงศ์สวัสดิ์ เป็นผลงานแจ๊สคุณภาพ หากไม่นับรวมฝีมืออันยอดเยี่ยมทั้งคุณคม และเพื่อนๆ แล้ว การประสานงานในวงทำออกมาได้ดีด้วยเช่นกัน การเล่นในแต่ละช่วงมีวินัยในตัวเองสูง ทำให้เพลงมีความปราณีต อัลบัมนี้คนฟังแจ๊สแนวซีเรียสพลาดไม่ได้ อัลบัมนี้เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของเพลงแจ๊สไทยอัลบัมหนึ่งเลยทีเดียว
นอกจากนั้นอัลบัมนี้ยังลันทึกเสียงได้ดี มีความเป็นธรรมชาติ เสียงจากเครืองดนตรีทุกตัวมีมิติคมชัดในตำแหน่งดนตรี ซึ่งผมคิดว่าหลายๆ วงของไทยอาจละเลยเรื่องนี้ไป ซึ่งผมคิดว่าเรื่องการบันทึกเสียงนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยทีเดียว และอัลบัมนี้ก็สมบูรณ์แบบตามแบบมาตรฐานเพลงแจ๊สอย่างงดงาม
สำหรับท่านที่ต้องการอัลบัมนี้ลองติดต่อไปที่คุณคม วงศ์สวัสดิ์ นะครับ ที่เวบไซต์ www.komjazz.com หรือ งาน TIJC 2015 ปลายเดือนมกราคม 2558 นะครับ
Kom Wongsawat: Kommon Descent ผมได้อัลบัมเพลงแจ๊สชุดนี้ของคม วงศ์สวัสดิ์ ชุด Kommon Descent มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งใจจะเขียนรีวิวให้ แต่รอโอกาสใกล้ๆ งาน TIJC หรือไทยแลนด์อินเตอร์เนชั้นแนลแจ๊สคอนเฟอเร้นซ์ 2015 จะมาถึงก่อน เพื่อหาเครื่องเขียนอุ่นเครื่องไปเรื่อยๆ อัลบัมชุดนี้เป็นดนตรีแจ๊สในแบบ Post Bop ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า หาฟังไม่ได้ง่ายนักสำหรับเพลงแจ๊สที่ประพันธ์โดยคนไทย หากท่านผู้อ่านลองปิดชื่ออัลบัมแล้วหลับตาฟัง รับรองได้ว่าท่านคงเดาไม่ออกว่านี่เป็นผลงานของศิลปินชาติใด เพราะอัลบัมนี้เล่นดนตรีในภาษาสากล นั่นหมายถึงว่าคุณคมได้บรรลุในการประพันธ์ดนตรีโดยท่วงทำนองเพียวแจ๊ส ไม่มีกลิ่นอายแบบประยุกต์ ฟิวชั่น หรือ World Music ให้ คอแจ๊สแท้ๆ ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
โดย นิวัต พุทธประสาท
เพลงเป็นเหมือนรอยสักของยุคสมัย เพลงจึงเป็นร่องรอยที่ตกค้างอยู่ในตัวเราไม่ไปไหน เป็นรสนิยมที่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้เลยว่าเราเป็นยังไง ผมมีเพลงหลากหลายอัลบัมที่ชอบมากๆ แต่ที่เลือกมานี้เป็นเลือกเฉพาะที่ซื้อมาเป็นแผ่นเสียง
1.The Beautiful South ชุด Welcome To The Beautiful South ฟังวงนี้ครั้งแรกสมัยเรียนมัธยมต้น จากหนังสือที่รีวิวเพลงอะไรสักอย่างแต่จำไม่ได้ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะ ตั้งแต่อัลบัมแนกก็เป็นแฟนเพลงนี้มาตลอด เป็นบริทพ๊อพที่แต่งเพลงโคตรดี
2.Jackson Browne ชุด Running on Empty ชอบแจ๊คสัน บราวน์ เกือบทุกชุด แต่ชุดนี้เป็นอัลบัมที่ยอดเยี่ยมมาก ชุดนี้เป็นคอนเซ็ปต์อัลบัมที่คงไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ ว่าด้วยเรื่องราววงดนตรี – นักดนตรีที่ต้องตระเวนเล่นคอนเสิร์ตไปทั่วประมเทศ เพลงในอัลบัมนี้จึงอัดเสียงทั้งในรถบัส ห้องพักในโรงแรม หลังเวที และการแสดงสด ถ้าเครื่องเสียงดีๆ ลองฟังนะครับว่าระหว่างแทรคก่อนเข้าเพลง The Load-out มีเสียงแมลงร้องระงม และเพลง The Load Out เป็นเพลงที่ไพเราะมากทั้งเนื้อหาและดนตรี
3.Cannonball Adderley ชุด Somethin’ Eles เป็นชุดที่ดีที่สุดของ แคนอนบอล โดยมี Sideman อย่างไมลส์ เดวิส มาเล่นทรัมเป็ต ทำให้เพลง “Autumn Leaves” ในอัลบัมนี้กลายมาเป็นอมตะ และน่าจะเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด
4.Bill Evans Trio ชุด Portrait in Jazz และ Walz for Debby นี่คือกลุ่มนักดนตรีที่บ้ามาก คนแจ๊สเรียกบิลล์ อีแวนส์ ทริโอในยุคนี้ว่า คลาสสิคทรีโอ เป็นความมหัศจรรย์ ทางดนตรี ส่วนผสมที่ไม่อาจะหวนคืนมาได้ นักดนตรีประกอบด้วย อีแวนส์ เล่นเปียโน พอล โมเชียล เล่นกลอง และ สก็อต ลาฟาโรเล่นเบส ยอมรับว่าตอนฟังแจ๊สแรกๆ รูปแบบวงทรีโอนี่ไม่เข้าหูเลย แต่ฟังบิลไปเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่ตกหลุมรัก แต่มันขุดลงไปลึกมาก
5.Miles Davis ชุด Kind of Blue เริ่มต้นที่ไมลส์ เริ่มต้นที Kind of Blue นี่เป็นอัลบัมที่สุดของที่สุดตลอดกาลสำหรับคนฟังแจ๊ส รวมเหล่า sideman ในตำนานทุกคน โดยเฉพาะ Coltrane
6.David Darling ชุด Cycles มันเป็น world jazz ที่น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก ผสมผสานเครื่องดนตรีอย่างซีตาร์ กลองแขก มาเล่นกับดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ ซีตาร์ไม่ได้เล่นเพลงอินเดีย แต่มาเล่นในแบบแจ๊ส เป็ยชุดที่ลงตัวสุดๆ หลงรักไม่เคยเบื่อ
7.Manic Street Preachers ทุกชุด นี่คือวงรอยสักของผม เติบโตมากับวงนี้ คงไม่มีอะไรจะพูดถึงมากไปกว่านี้
8.Pink Floyd ชุด Atom Heart Mother ถ้าให้เลือกวงพิงค์ฟลอยด์ นี่คืออัลบัมที่เป็นจุดเริ่มต้น กลายเปลี่ยนจาก psychedelic rock มาสู่ โปรเกรสซีฟร็อค
9.Gil Evans ชุด Out of The Cool เป็นแจ๊สบิ๊กแบนด์ที่ชอบมากที่สุด เป็นแผ่นเสียงแผ่นแรกที่ซื้อ ชอบการเรียบเรียงเสียงประสาน ชอบเพลงในชุดนี้ทุกเพลง
10.Radio Head ชุด Ok Computer อัลบัมที่พีคที่สุดของเรดิโอเฮด แผ่นเสียงชุดนี้อัดเสียงโคตรดี พวกออดิโอไฟลด์ควรไปหามาเข้าคอเลคชั่น
11.John Coltrane ชุด A Love Supreme มันเป็นสุดยอดอัลบัมแจ๊ส และเป็นการเดินทางไปได้ไกลที่สุดของโคลเทรน เป็นดังเสียงของสวรรค์ พระเจ้า และความเคารพต่อดนตรีแจ๊สทั้งมวล
อัลบัมที่ชอบพิเศษ (เฉพาะที่เป็นแผ่นเสียง) โดย นิวัต พุทธประสาท เพลงเป็นเหมือนรอยสักของยุคสมัย เพลงจึงเป็นร่องรอยที่ตกค้างอยู่ในตัวเราไม่ไปไหน เป็นรสนิยมที่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้เลยว่าเราเป็นยังไง ผมมีเพลงหลากหลายอัลบัมที่ชอบมากๆ แต่ที่เลือกมานี้เป็นเลือกเฉพาะที่ซื้อมาเป็นแผ่นเสียง 1.The Beautiful South ชุด Welcome To The Beautiful South ฟังวงนี้ครั้งแรกสมัยเรียนมัธยมต้น จากหนังสือที่รีวิวเพลงอะไรสักอย่างแต่จำไม่ได้ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะ ตั้งแต่อัลบัมแนกก็เป็นแฟนเพลงนี้มาตลอด เป็นบริทพ๊อพที่แต่งเพลงโคตรดี
วันแรก 31 มกราคม 2557
ปี 2014 ถือเป็นปีที่ยากลำบากต่อเนื่องมาจากปลายปี เนื่องจากมีความรุนแรงไม่มั่นคงทางการเมือง อารมณ์ผู้คนหดหู่เศร้หมอง ไม่ออกมาจากบ้าน ไม่ท่องเที่ยว ไม่ใช้จ่าย แต่นั่นก็หาหยุดรายการแจ๊สที่ดีที่สุดในเมืองไทยไม่ได้ ปีนี้เช่นเดิม ผมไปร่วมงานในฐานะผู้ฟังที่แบกเอาความรู้สึกระทึกไปด้วย ไม่ใช่กลัวอุณหภูมิทางการเมืองนะครับ แต่มีนักดนตรีนโปรดของผมมาร่วมแสดงด้วยหลายคน
รูปแบบของงานยังคงเป็นไปเหมือนเดิมคือมีการจัดงานทั้งสามวัน ทั้งภาคเช้า-บ่าย เป็นการเวิร์คช็อป และมีการแสดงของเหล่านักเรียน ส่วนภาคค่ำเป็นการแสดงดนตรีแจ๊ส ต้องบอกว่าผมไปร่วมเฉพาะในภาคดนตรีเท่านั้น ทั้งที่อยากไปร่วมฟังเวิร์คช็อปกับเขาด้วย แต่ติดภาระการงานตามคนทำงานออฟฟิศ
ส่วนโปรแกรมการแสดงก็จัดเหมือนเดิม กล่าวคือช่วงแรกเป็นการเปิดด้วยวงนักเรียนของสถาบันดนตรีที่ได้รับเชิญเข้ามาร่วมงาน วงที่สองเป็นวงอาชีพที่ทางผู้จัดเชิญมาเล่น วงที่สามเป็นของคณะอาจารย์ โดยวงปิดท้ายเป็นวงอาชีพจากต่างประเทศ ซึ่งในทุกครั้งได้รับการเลือกสรรค์อย่างดี ปีที่แล้วคุณลุงเอ็ดดี้ โกเมซ เบสแมนในตำนานมาสำแดงเดชให้เราชาวแจ๊สได้ชมกันจนขนลุกมาแล้ว ปีนี้ศิลปินไฮไลต์อาจจะไม่ใช่แจ๊สแมนในตำนาน แต่ก็เป็นผู้กำลังสร้างตำนานในยุคสมัยใหม่
ในวันแรก (31 มค.57) มีการแสดงด้วยกันสี่วง ผมมาทันดูตอนท้ายของวง Top Dogs by Jazz Happen วงที่เล่นประจำที่ร้าน Jazz Happen ย่านถนนพระอาทิตย์ เข้าใจว่าอยู่ใกล้ๆ ร้านเฮมล็อค TD เล่นกันได้ดีพอสมควรครับ เป็นวงอาชีพที่น่าสนใจ แต่ผมรู้สึกว่าพวกเขาตื่นกับเวทีขนาดใหญ่ของ TIJC นิดๆ แต่การแสดงก็ถือได้ว่าเอนเตอร์เทนคนดูพอสมควร
วงที่สามของค่ำคืนแรกบรรเลงโดยวง Silpakorn Faculty Jazz Ensemble นำโดยอาจารย์ Dan Phillips แจ๊สกีตาร์และนักแต่งเพลงที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง แกเล่นได้ลื่นไหลดีเหลือเกิน การผสมวงในวันนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก การสับเปลี่ยนอาจารย์ที่มาเล่นในแต่ละปีทำให้ได้อะไรใหม่ๆ เหมือนกันนะครับ ส่วนแขกรับเชิญที่มาร่วมแจมก็คือ Jacob Dinesen เขาเป็นนักแซกโซโฟนชาวเดนมาร์กที่ผมชื่นชอบมากคนหนึ่ง การแสดงของวงศิลปากรถือว่ายอดเยี่ยมมากครับ ไม่มีที่ติแต่ประการใด
วงสุดท้ายปิดค่ำคืน Stranahan/Zaleski/Rosato เป็นวงทรีโอจากนิวยอร์ค อันประกอบไปด้วย Colin Stranahan: Drums Glenn Zaleski: Piano Rosato Rick: Bass
S/Z/R เป็นวงที่มีฝีมือยอดเยี่ยม ทีมเวิร์คที่ดี เทคนิคยอดเยี่ยม สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งคือวงอาชีพจากอเมริกามีความเป็นมืออาชีพบนเวที การเพอร์ฟรอมเม้นต์อยู่ในขั้นที่เราเองคาดหวังไว้ตลอด ทุกคนล้วนแล้วแต่เตรียมตัวมาดี พื้นฐานการบรรลงแน่น ทำให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความงดงาม แม้จะเป็นวันแรกของ ผู้ชมยังมากันไม่มากนัก แต่นักดนตรีก็เล่นกันได้อย่างดี
ปีนี้เป็นอีกปีที่เครื่องไฟและเครื่องเสียงของงานทำออกมาได้ยอดเยี่ยม อาจจะบอกได้ว่าเป็นงานแจ๊สกลางแจ้งที่ได้อรรถรสเป็นอย่างยิ่ง หากได้นั่งฟังตรงกลางเวทีด้วยแล้ว นักฟังเพลงจะได้ความใกลชิดกับนักดนตรีไม่เหมือนงานแสดงคอนเสิร์ตใดๆ ในโลก
แล้วแบบนี้ปีหน้าจะไม่มาได้อย่างไร
อ่านต่อตอนที่สอง
#gallery-0-4 { margin: auto; } #gallery-0-4 .gallery-item { float: left; margin-top: 10px; text-align: center; width: 33%; } #gallery-0-4 img { border: 2px solid #cfcfcf; } #gallery-0-4 .gallery-caption { margin-left: 0; } /* see gallery_shortcode() in wp-includes/media.php */
TIJC 2014: การกลับมาของแจ๊สเฟสติวัลที่ดีที่สุด วันแรก 31 มกราคม 2557 ปี 2014 ถือเป็นปีที่ยากลำบากต่อเนื่องมาจากปลายปี เนื่องจากมีความรุนแรงไม่มั่นคงทางการเมือง อารมณ์ผู้คนหดหู่เศร้หมอง ไม่ออกมาจากบ้าน ไม่ท่องเที่ยว ไม่ใช้จ่าย แต่นั่นก็หาหยุดรายการแจ๊สที่ดีที่สุดในเมืองไทยไม่ได้ ปีนี้เช่นเดิม ผมไปร่วมงานในฐานะผู้ฟังที่แบกเอาความรู้สึกระทึกไปด้วย ไม่ใช่กลัวอุณหภูมิทางการเมืองนะครับ แต่มีนักดนตรีนโปรดของผมมาร่วมแสดงด้วยหลายคน