How to go to “AND. Here Cafe” (Owner by Seungri’s Omma - dongsung-dong 31-14) ร้านไปไม่ยากเลย แต่ไหนๆ ไปแล้วทำทางไปแบบมีภาพประกอบคนไปทีหลังจะได้หาง่าย มีคนไปอุดหนุนกันเยอะๆ เนอะ Waffle อร่อยสมกับที่ลูกชายเจ้าของร้านมาโปรโมทเลยค่ะ ^^
Aqua Utopia|海の底で記憶を紡ぐ
The Bowery Presents
wallacepolsom
official daine visual archive
almost home
Today's Document
$LAYYYTER
Game of Thrones Daily
Keni

bliss lane
untitled
No title available
Lint Roller? I Barely Know Her

izzy's playlists!
art blog(derogatory)
taylor price

gracie abrams
trying on a metaphor

Andulka
"I'm Dorothy Gale from Kansas"

seen from Türkiye
seen from Germany
seen from Netherlands

seen from Netherlands
seen from Malaysia

seen from Venezuela

seen from Malaysia

seen from Germany

seen from United States
seen from Türkiye
seen from Colombia

seen from Türkiye
seen from Türkiye
seen from Norway
seen from Bulgaria

seen from Canada
seen from Türkiye
seen from Russia

seen from Malaysia

seen from Malaysia
@angieary
How to go to “AND. Here Cafe” (Owner by Seungri’s Omma - dongsung-dong 31-14) ร้านไปไม่ยากเลย แต่ไหนๆ ไปแล้วทำทางไปแบบมีภาพประกอบคนไปทีหลังจะได้หาง่าย มีคนไปอุดหนุนกันเยอะๆ เนอะ Waffle อร่อยสมกับที่ลูกชายเจ้าของร้านมาโปรโมทเลยค่ะ ^^
Aori Ramen Seoul [อาโอริ ราเมน] Address : 87-10 3rd FL Cheongdam-dong, Gangnam-gu, Seoul, South Korea ที่อยู่ : 87-10 ชั้น 3 ชองดัมดง กังนัม โซล เกาหลีใต้
วิธีการไปร้านด้วยรถไฟใต้ดิน
1.นั่งรถไฟสายสีเหลืองลงที่สถานีอัพกูจองโรดิโอ้ และเดินออกที่ทางออกหมายเลย 4 เมื่อขึ้นมาแล้วจะเจอร้าน Starbuck
2. จากนั้นให้เดินตรงขึ้นไปทางถนน โดซานแดโร ผ่านสี่แยกที่ 1 จนถึงสามแยกที่ 2 ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเลยค่ะ
3. เดินผ่าน 1 สี่แยกพอถึงสี่แยกที่สองก็ถึงร้านแล้วค่ะร้านตั้งอยู่ชั้นที่ 3 ซึ่งตรงสี่แยกนั้นจะมีทั้งร้าน Moneky Museum (อยู่เยื้องกับ อาโอริราเมน) ร้าน Bar Dot (อยู่ข้าง Monkey Museum) และ มีลตังโพชา (Mealddang Pocha) ร้านหมูย่างที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 2
โดยราเมงตอนนี้ที่ขายจะมีอยู่ 2 สูตรราคา 9,000 วอน กับ 10,000 วอน โดยจะมี Topping สั่งได้ตามรูปเมนูค่ะ
Picture Credit to Owner
“As much as Seungri wants. This is nonsense.”
I AM FUCKING DYING
#i want this vid #i wanna watch this #where can i watch this
For @hbi-n & everybody else asking:
The lovely @bingubiigbang has got you covered. ^^ Click.
160313 Seungri - VIP Fan Meeting in Shenzhen
DO NOT EDIT : Source: 冠军小屁屁
Seungri @ VIP FM in Shenzhen (031316)
Cr 冠军小屁屁
Bye world 😂😂
@pcpvip_
(Don’t Repost)
Link for the BIG BANG Naver Starcast on June 1st 11PM KST
http://m.star.naver.com/ They will be streaming here until the clock hits 12AM KST. I’ll be providing live translations on the day. Currently I’ve planned a Google+ chat, but I will try to find a better online chat service that everyone can use with ease!
The unsolved mysteries of Bigbang’s Bae Bae angel statue
When BIGBANG gets drunk… [trans]
Source: 泡菜帮-爱奇艺@weibo
150507 BIGBANG at M! Countdown
BIGBANG TV - SeungRi’s Director’s Cut
M COUNTDOWN 150507
(Nyongtory)
TRANSLATION By ShrimpLJY
SR : *takes a video of BIGBANG*
GD : Are you a staff?
SR : Yes, I debuted from Mnet
GD : Ah I saw you a while ago… on “Battle ShinHwa”…
SR : *laughs*
Bae Bae’s Scene: Bigbang X Models
พวกลุงเค้าทำอะไรกัน บอกเราที -*-
จีดราก้อนพูดคุยเกี่ยวกับ วิธีการที่เค้าก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากและการเป็นผู้ใหญ่ขึ้นของซึงรี
สมาชิกของบิ๊กแบงได้มารวมตัวกันที่โรงแรมคอนราด ในกรุงโซล โดยพวกเค้าได้พูดคุยกันเกี่ยวกับงานที่ถูกปล่อยออกมาล่าสุดและตอบคำถามจากสื่อต่างๆ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับพวกเค้าเคยประสบช่วงเวลาที่รู้สึกแย่บ้างรึเปล่า จีดราก้อนเปิดเผยถึงรายละเอียดถึงวิธีการที่เค้าก้าวข้ามความรู้สึกย่ำแย่ได้อย่างไร ในขณะที่ซึงรีบอกว่าเค้าไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลยนับตั้งแต่เดบิ้วมา แทยังบอกว่า "ซึงรีไม่เคยมีช่วงเวลาที่แย่เลยครับ" และเห็นด้วยกับสิ่งที่แทยังบอก ซึงรีพูดต่อว่า "ผมไม่เคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกตกต่ำเลยฮะ ตั้งแต่ผมเดบิ้ว ผมไม่เคยคิดว่ามันยาก และผมไม่เคยคิดถึงเส้นทางอื่นเลยนอกเหนือจากบิ๊กแบง ด้วยความสัจจริงผมค่อนข้างใช้ความคิดมากและทำงานหนักเพื่อจะอยู่ให้ได้ท่ามกลางพี่ๆ ที่เก่งกันทุกคน ผมคิดถึงสิ่งที่ดีที่สุดที่จะสามารถเข้ากับพี่ๆ สมาชิกอีก 4 คนได้ดี ดังนั้นสิ่งที่ผมทำก็คือรักษาความสมดุลของกลุ่มพวกเราเอาไว้ฮะ เพิ่มเติม : จีดราก้อนถูกถามถึงเพลง Bae Bae นั้นหมายถึงกิโกะรึเปล่าในขณะที่บิ๊กแบงพูดคุยเกี่ยวกับขั้นตอนการทำเพลงนี้ จีดราก้อนกล่าวเสริมว่า "ในอดีตที่ผ่านมาซึงรีมันจะมีปัญหากับพี่ๆ เสมอด้วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เมื่อถึงจุดนึง เขาก็โตเป็นผู้ใหญ่โดยที่พวกเราไม่ต้องบอกอะไรเค้าเลย ผมคิดว่าเค้าคงมีช่วงเวลาส่วนตัวที่ทำให้เค้าเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านี้ซึงรีไม่ได้ดูมีภาพลักษณ์อะไรใน YG Entertainment แต่ตอนนี้เค้าป๊อบปูล่ามากๆซึงรีและผมเป็นคนไม่ค่อยคิดมากเท่ากับอีก 3 คน เราพยายามจะไม่คิดถึงเรื่องที่ไม่ดีน่ะครับ แทยัง ท็อปและแดซอง ต่างก็ช่วงที่คิดอย่างลึกซึ้ง แดซองเป็นคนที่คิดเยอะที่สุดแล้วในทุกคน แทยังและท็อปก็คิดมากแต่ก็อ่อนไหวด้วย ในทางตรงกันข้ามผมและซึงรีต่างก็คิดว่าอะไรที่เกิดขึ้นแล้วเป็นสิ่งที่ดีก็คือสิ่งที่ดีนั่นแหละ เมื่อคุยเกี่ยวกับช่วงเวลาที่แย่ของตัวเค้าเอง จีดราก้อนเล่าค่อนข้างยาวและกล่าวว่า "ถ้าให้ผมพูดถึงช่วงที่ผมรู้สึกแย่ เมื่อมันเกิดขึ้นในการทำเพลง ซึ่งมันเกิดขึ้นเพียงบางครั้งเท่านั้นคือถึงแม้จะพยายามแค่ไหนแต่ผลที่ออกมามันก็ไม่ได้ดีเลย ในอดีตที่ผ่านมา แม้แต่ช่วงหลังจาก Come Back และผ่านวันที่เหน็ดเหนื่อยมาอย่างยาวนาน ผมจะเขียนเพลงได้อย่างน้อย 2 เพลงในหอพักก่อนที่ผมจะนอนรววกับว่ามันเป็นหน้าทีของผม ปีที่แล้ว ไม่มีงานใดๆ ถูกสร้างสรรค์จากผมเลยทำให้อัลบั้มต้องล่าช้าออกไป ผมไม่ใช่คนประเภทที่เขียนเพลงเพื่อผลประโยชน์ได้น่ะครับ เพราะว่า เมื่อปีที่แล้วประธานก็เป็นห่วงมาก ผมก็เลยพยายามจะทำอะไรที่มันดีและง่ายๆ แต่อัลบั้มก็ยังคงล่าช้า สิ่งที่ทำให้ผมตระหนักถึงการโปรโมทนี้คือการที่บิ๊กแบงจะยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยสมาชิกทั้ง 5 คน ผมส่งข้อความหาสมาชิกและบอกว่า "พวกเราอยากที่จะออกอัลบั้ม" และส่งข้อความไปถึงท่านประธานบอกว่า "ถ้าบริษัทยังคงมีพื้นที่ให้สมาชิกทุกคนได้ทำงานร่วมกัน ผมก็คิดว่าพวกเราก็ยังจะทำมันต่อไป" จากช่วงสิ้นปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ พวกเราต่างก็ทำงานด้วยกันอยู่ในสตูดิโอ ผมเอาเพลงทั้งหมดที่ผทำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งซิงเกิ้ลเหล่านี้จะเต็มไปด้วยเพลงที่พวกเราทำงานในช่วง 2 ถึง 3 เดือนที่ผ่านมาครับ ผู้คนที่ทำงานในแวดวงดนตรีต่างก็พูดว่าพวกเค้า "ได้รับแรงบันดาลใจ" สำหรับผม ผมคิดว่าสมาชิกของผมคือแรงบันดาลใจครับ ถ้าผมคิดว่าใครที่ผมจะทำงานด้วย มันก็มักจะเป็นเหล่าสมาชิกเสมอๆ นั่นคือวิธีการที่ผมก้าวข้ามผ่านความรู้สึกแย่ๆ นั้นได้ครับ ในขณะเดียวกัน หลังจากที่ห่างหายไปถึงสามปี บิ๊กแบง Come Back ด้วย 2 แทร็กแรกจาก อัลบั้ม "MADE SERIES" ของพวกเค้า CR. ALLKPOP http://www.allkpop.com/article/2015/05/g-dragon-talks-about-how-he-overcame-his-slump-period-and-how-seungri-has-matured
MV Loser ในมุมของเราเอง
หลังจากดู MV อยู่หลายรอบนี่คือสิ่งที่เราคิดว่ามันซ่อนอยู่ ไม่รู้ว่าจะคิดเหมือนหรือต่างไปจากใครๆ ไหม เพราะพยายามไม่อ่านวิเคราะห์ของใครก่อนมาเขียนเองเลย อยากได้มุมตัวเองเพียวๆ แหะ
Part ของ GD คือตัวแทนของไอ้ขี้แพ้ ผู้เจ็บปวดกับความรักตลอดมาและเฝ้าตามหาความรักที่สมหวัง ในส่วนของ GD สื่อออกมาถึงความสับสน การรอคอยอย่างทรมานรอเพราะถูกบอกให้รอแม้จะไม่อยากรอแล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏออกมาทั้งข้อความบนคอ Trust+Dare เชื่อต่อไป หรือ จะกล้าพิสูจน์ ? จีสื่อความสับสนและทรมานออกมาได้ดีทั้งสีหน้าและแววตา การนอนมองโทรศัพท์ มันคือการรออย่างทรมานและไม่รู้จุดสิ้นสุด แม้แต่การมองเงาตัวเองในกระจกก็ยังเจ็บปวดเพราะเห็นแต่หน้าคนขี้แพ้ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว การเอาไม้เบสบอลไปทุบไฟทำลายข้าวของนั่นคือ “ระเบิด” สุดท้ายจีก็เลิกรอแต่เปลี่ยนเป็นตามหาแต่ก็ยังไม่มีจุดหมายเหมือนเดิม หาแบบนี้ยิ่งหายิ่งเหนื่อย การที่จีเดินล่องลอยไปบนถนน แล้วมองรถที่วิ่งผ่านไปเหมือนรอให้ใครสักคนอยู่ นั่นสื่อถึงความหวังที่มีอยู่ริบหรี่แถมยังไปโหนเสาที่เขียนว่า “Do Not Enter Wrong Way” โอ้ ใจบอกตัวเองว่าอย่าเลือกทางผิดนะ แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าทางไหนมันถูก เดินไปเรื่อยๆ ผิดถูกไม่รู้ ต้องเดินจนสุดโลกมั้ยถึงจะเจอ? ใน MV มีส่วนของการเดินไปมาของจีอยู่ 2 ครั้ง ทั้งกลางวันและกลางคืน นั่นคือการสื่อว่าเค้าตามหานะ รอไม่ไหวแล้วเลยออกมาตามหา หาอยู่ตลอดเวลา แต่ก็หาไม่เจอ และแม้จะตัดสินใจออกมาเผชิญหน้าแล้วแต่ก็ยังไม่เจอนั่นยิ่งทำให้เค้าทรมารกว่าเดิมสื่อด้วยฉากถือไม้เบสเบลนอนขดตัวในอ่างอาบน้ำ การเดินอย่างโดดเดี่ยวบนถนนท่ามกลางผู้คนและมองหาอะไรบางอย่าง หาจนท้อหาจนเหนื่อย และในที่สุดถึงสี่แยกจะไปทางไหนดีล่ะ นั่นคือจุด Peak ของเพลงพอดี จีที่หมดแรงไปต่อ ล้มตัวลงนอนไปบนถนนนี่คือไอ้ขี้แพ้ที่จีดีสื่ออกมาค่ะ ทำได้ดีมากค่ะ
Part ของยองเบ ชายผู้หาหนทางหลุดพ้น ?? ความกลัว ความละอายต่อบาป เหมือนสิ่งที่เขียนบนไม้กางเขน แล้วหาทางหลุดพ้นจากบาป แล้วจะหาเจอมั้ย? ใน MV ทำให้เห็นภาพยองเบที่อยู่คนเดียวไม่มีผู้คนรอบข้างเลย มีน้องหมาอยู่ตัวเดียว คือสิ่งที่เราเห็นคือคนอื่นอาจจะดูเคว้งคว้างแต่ก็อยู่ท่ามกลางผู้คนแต่ของยองเบต่างออกไป ยองเบคือคนเหงาที่เฝ้าวนเวียนอยู่กับหนทางหลุดพ้น ใน MV Part นี้มีสัญลักษณ์เยอะมากต้อง Pause ดูเรื่อยๆ ตอน Hi 5 กับน้องหมาคือท่อนเดียวกับเนื้อเพลงที่บอกว่าฉันยื่นมืออกไปแต่ไม่มีใครจับมือฉันเลย (มีแต่น้องหมาโถพ่อคุณ) มีฉากยองเบนอนวาดไม้กางเขนที่เขียนคำว่า Sin will find you บาปกำลังติดตามคุณ กับพื้น นั่นคือการสื่อถึงการสร้างกรอบสร้างความละลายต่อบาปจนไม่กล้าทำอะไรเลยล้อมตัวเองไว้ ส่วนนี้เรารู้สึกว่ามันสื่อถึงตัวตนของความเป็นยองเบในโลกความจริงอยู่พอสมควร ทั้งข้อความที่เขียนอยู่บนรถบ้าน “It’s Free to be Free” มันคืออิสระที่ได้เป็นอิสระ” และมันมาอีกแล้วค่ะ “Do not Enter Wrong Way” อย่าเลือกทางผิด นั่นแปลว่า ยองเบเผชิญความสับสนที่จะต้องเลือกและตามหาไม่ต่างไปจากจียงเลย การขึ้นไปเดินบนหลังคาหรือที่สูงๆ เป็นการสื่อถึงความต้องการอิสระความอยากจะหลุดพ้นจากบ่วงอะไรบางอย่าง แต่การเดินไปก็ยังตามหาอะไรไม่เจออยู่ดี เมื่อถึงจุด Peak ของเพลงการยืนกางแขนมองขึ้นไปบนฟ้าคือการบอกว่านี่เดินมาสุดทาง (หลังคา) แล้วนะไปต่อไม่ได้แล้ว ถ้าอยากได้อิสระก็หาทางไปต่อสิ ยองเบจึงตัดสินใจโดดเพื่อไปคว้าอิสระตรงหน้า ภาพค่อนข้างสวยมากตัดไปที่ไม้กางเขนที่ตกลงมาแตกกระจายก่อน แล้วค่อยๆ เป็นร่างของพี่ยองเบที่ค่อยๆ ล่วงลงมาแบบช้าๆ สำหรับเราฉากนี้สวยค่ะ มาถูกที่ถูกเวลา แต่บทสรุปของคนแพ้ก็คือไม่หลุด? สุดท้ายภาพตัดกลับมาที่ยองเบคนเดิมที่ยังนอนขดตัวอยู่ในรูปไม้กางเขนที่ตัวเองวาดเอาไว้ นั่นคือเค้าผู้ที่แพ้ ผู้ที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากกรอบที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้แม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม
Part ของ T.O.P ผู้แพ้ที่เจ็บปวดจากการกระทำของตัวเอง ส่วนนี้ทำมารับกันทั้งส่วนของ MV และเนื้อเพลง ท็อปคือชายผู้มีผู้หญิงรายล้อมมากมาย เค้าคือผู้ไม่เคยสนใจใครอย่างจริงจังเลย ในทางกลับกันเค้านอนกับพวกเธอแค่เพียงคืนเดียวแล้วก็เบื่อด้วยซ้ำ (ตามเนื้อเพลง) ท็อปใน MV สับสนเจ็บปวดอยู่แล้วกับการกระทำของตนเอง ในขณะที่กอดผู้หญิงเหล่านั้นหน้าตาเค้าไม่มีความสุขสื่ออกมาเลย และเค้ากลับยอมรับไม่ได้อย่างที่สุด ที่ผู้หญิงเหล่านั้นต่างเข้ามาเพราะหวังอะไรบางอย่างจากตัวเค้า ฉากเลิฟซีนใน MV ถือเป็นส่วนรองไปเลย จริงๆ ดูแล้วค่อนข้างชอบด้วยซ้ำเพราะไม่ได้หวือหวาร้อนแรงจนเกินไปและมีมาอย่างสมเหตุสมผล หลังจากเสร็จภารกิจกันไปแล้วผู้หญิงคนนั้นกลับชื่นชมแค่สิ่งของ (กระดุม) ที่ได้ไปจากตัวเค้า ทีไอพี ยอมรับไม่ได้ เค้าตัดสินใจฆ่าเธอตายในที่สุด หน้าที่ท็อปตอนบีบคอผู้หญิงโหดมากค่ะ แต่เมื่อเธอคนนั้นตายแล้ว เค้ากลับยิ่งเจ็บปวด ภาพ ทีโอพีเดินล่องลอยทั้งชุดนอน (นางใส่ได้ทุกสถานการณ์จริงๆ) เปื้อนเลือด ท็อปแสดงได้ดีมากสมกับการเป็นดาราเจ้าบทบาท ดวงตาล่องลอยสับสนน้ำตาคลอๆ เมื่อถึงท่อน Peak ทีโอพีที่น้ำตาไหลลงมานองหน้าเอามือปิดปากสะอึกสะอื้น มันกระชากจิตใจแม่ยกลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม นี่น้ำตาแทบจะไหลตาม จนสุดท้ายจบที่ภาพทีโอพี ที่พ่ายแพ้กับการกระทำของตัวเองจนทรุดลงไปกองกับพื้นเดินไปต่อไม่ไหว สิ่งที่สื่อในท่อนของท็อปคือการแพ้ใจตัวเอง แพ้จนเผลอทำสิ่งผิดพลาดยิ่งใหญ่และไม่อาจกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก
Part ของน้องซึงรี (เมนค่ะเมน) ซึงรีสื่อความเป็นคนแพ้หัวดื้อ คนแพ้ที่ไม่ยอมรับความจริงทั้งที่เห็นๆ อยู่ว่าแพ้ แต่ก็ยังดันทุรัง ในตอนของซึงรีค่อนข้างสื่ออย่างตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อนจนเข้าใจยากมากนัก เป็นเรื่องของชายหนุ่มผู้ถูกหักอก สาวคนรักไปกับชายคนอื่น แม้จะเห็นอยู่กับตาคือจริงๆ คงรู้อยู่ก่อนแล้ว ที่ไปนั่นคือไปดักดูให้ชัดๆ แถมโทรไปก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ด้วย แต่ซึงรีในพาร์ทนี้ก็ยังพยายามจะยื้อ สิ่งที่สื่อออกมาในแง่ตัวตนของซึงรีคือ การไม่เคยยอมแพ้ ตัวตนในความเป็นจริงของซึงรีคือน้องสู้เสมอพุ่งชนโดยไม่สนใจผลว่าจะเป็นยังไง ภาพถูกสื่อให้แรงขึ้นเมื่อมาถึงฉากที่ซึงรีพยายามจะโทรหาเธอ แต่เธอก็ไม่รับสาย สุดท้ายนางเลยพังห้อง พังทุกสิ่งอย่างล้มโต๊ะ ส่วนตัวชอบฉากนี้ค่ะ ซึงรีแสดงอารมณ์โกรธ เกลียด เหวี่ยง ทำลายล้างได้ดีทีเดียว ความดีงามของพาร์ทนี้คือหล่อปัง เตะหูช้าง คว่ำโต๊ะ โทรจิกสาวก็หล่อ ไม่ใช่ละเอาใหม่ค่ะ ตั้งสติก่อน (ฮา) ในส่วนของพาร์ทนี้คือชอบการแสดงสีหน้าของซึงรีตอนที่ไม่ได้ดั่งใจ โทรไปไม่ติดมีทุบตู้เก็บจาน และแรงขึ้นเรื่อยๆ แบบคว่ำโต๊ะ เขวี้ยงหนังสือ กระชากสายโทรศัพท์ทุบลงพื้น คือดูแล้วบีบหัวใจอิแม่มาก คือ มันสื่อถึงความเจ็บปวดแบบคนเอาแต่ใจ ความเจ็บปวดที่ต้องระบายออกแต่ไม่ว่าของจะพังไปเท่าไหร่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ พาร์ทของซึงรีเหมือนหนังค่ะ มีการเฉลยให้จบ ไม่ปล่อยให้ค้างคาด้วยการที่นางตามไปเจอผู้หญิงคนนั้น กระชากมาจะจูบเค้า (คือแบบมั่นใจไง ผมหล่อ ฃะนีไปไหนไม่รอดหลอก) ผู้หญิงปฏิเสธผลักออกแล้วพูดใส่หน้าว่า “I don’t want you” (นี่ก็พยายามอ่านปาก) แล้วเดินหนีไป หนุ่มสุดมั่นอย่าง อี ซึงฮยอน สุดท้ายก็ไม่ต่างจาก พี่ๆ อีก 5 คน แม้จะเป็นนักสู้และไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ก็โดนตอกคำว่า ไอ้ขี้แพ้เข้าเต็มหน้าผากในที่สุด
Part สุดท้ายแดซอง ขอเขียนคนสุดท้ายเพราะน้องแดทำออกมาได้ดี คือเป็นคนที่เห็นแล้วจะร้องไห้ตามตั้งแต่ดูในคอน คนแพ้ในพาร์ทของแดซองคือแพ้จริงๆ แพ้แบบพยายามที่จะลุกขึ้นมาสู้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มันทั้งน่าอึดอัดและน่าสงสาร ภาพแดโดนแก๊งอันธพาลสามคนรุมยำ แล้วก็แย่งของมีค่าคือผ้าผูกคอที่คาดว่าจะได้จากหญิงอันเป็นที่รักไป ก่อนจะปาผ้าเลอะเทอะคืนให้แบบไม่เห็นคุณค่าอะไร แบบแย่งขำๆ ซ้อมแกออกกำลังไปงั้น อันนี้เจ็บกว่าเอาไปเลยอีก แดที่เละไปทั้งตัวแค้นแสนแค้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ภาพยืนร้องไห้หน้ากระจก กระชากจิตวีไอพีได้ดีมากค่ะ ซึ่งส่วนนี้ต้องบอกเลยว่า เนื้อเพลงในส่วนของแดซองแต่งได้บอกตัวตนแดมากคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นจีที่เป็นคนแต่ง ฟังแล้วเศร้าตามจริงๆ “แม้แต่การร้องไห้ออกมาก็ยังเจ็บ ยิ้มให้ใครก็ไม่มีใครยิ้มตอบฉันเลย” (โอ้ย พ่อคุณมายิ้มบ้านพี่ลูก เลี้ยงดูอย่างดีไม่ปล่อยให้เศร้าเลย T_T) ในช่วง Peak ของเพลงภาพตัดกลับไปที่แดซองที่กลับไปสู้อีกครั้ง แต่สามรุมหนึ่งจะไปเหลืออะไรล่ะลูก เพลงแอบมีสัญลักษณ์แฝงที่ป้าย Stop คือเหมือนจะบอกว่า พอเถอะ หยุดได้แล้ว อย่าพยายามสู้ต่อไปอีกเลย จงยอมรับความพ่ายแพ้ซะเถอะ ภาพแดที่ดิ้นรนต่อสู้ถึงแม้จะสู้ไม่ได้ มันสะเทือนใจแม่ยกเหลือประมาณ ความดีความชอบทั้งหมดใน Part นี้ยกให้ความเอาอยู่ของแดซองแต่เพียงผู้เดียว แดเล่นได้ Peak มาก ต่อสู้ ดิ้นรน ร้องไห้ ทุกซีนดูน่าสงสารมากจริงๆ สามผ่านค่ะลูก
และสุดท้าย ท้ายสุด ผู้ชายทั้ง 5 คืองานดี งานประณีตค่ะ (อวย) ไม่มีสิ่งใดฉาบฉวยขอไปทีหลุดออกมาใน MV นี้เลย ทุกคนตั้งใจและทุ่มเทงานถูกคิดมาอย่างดี การนำเสนอทำได้ดีและแอบแฝงตัวตนของแต่ละเคนเอาไว้อย่างกลมกลืน ในส่วนของ Part ร้องนี่ก็กรีดร้องไปตั้งแต่ในคอนถึงความกล้าเอา เสียงหวานๆ ของซึงรีไปร้องท่อน Hook คลอกับเสียงสองแร๊ปเปอร์ คือ จี กับ ท็อป สลับกันคนละ 2 Hook คือในส่วนของจีก็ชอบค่ะเสียงค่อนข้างเข้ากันแต่ไม่ตื่นเต้นเท่าตอนร้อง Hook กับทีโอพี อันนี้คือเกินความคาดหมายและเสียงทรงพลังของท็อปกลับเข้ากันได้ดีกับเสียงหวานใสของซึงรีมากอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนในท่อนร้องอื่นๆ เนื้อหาบอกตัวตนคนร้องได้ดีทั้งแดซองและยองเบ นี่นับเป็นบุญของวีไอพี ถึงจะต้องรอคอยอ้อนวอน กราบเท้าให้ Come Back กันขนาดไหน แต่การกลับมาไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย รักนะหนุ่มๆ พรุ่งนี้ PAK นะโอเคปะ 5555