Kids
Kids now, they can get eight tries till they get a good one. We get eight sizes of the same shitty photo. – Whitney Cummings: Jokes
ไม่ได้เขียนอะไรยาวๆ นานละ แล้ววันนี้นอนไม่หลับ เลยอยากมา Dump ความคิดออกมาเป็นตัวหนังสือทิ้งไว้หน่อย อันนี้เป็นแบบ Unfiltered Unedited นะ ถ้าผิดตรงไหนทักได้ ไม่โกรธ
ตอนนี้มีลูก 4 ขวบกับ 4 เดือนแล้ว แต่ก่อน ก่อนจะมีลูก เคยพยายามคุยกับรุ่นพี่หลายๆ คนเรื่องเงินในการเลี้ยงลูก แต่ไม่เคยได้คำตอบที่ทำให้เราหายสงสัยได้ เราถามไปหลายๆ คนแบบตรงๆ เลยว่า "จะมีลูกต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ครับ" ซึ่งตอนนั้นมันเข้าใจได้เลย มันเป็นวัยทำงาน แล้วแบบชีวิตกำลังเข้าที่ กำลังแต่งงาน มีบ้าน มีรถ คิดว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ความเป็นจริงคือเรื่องนี้เรายังเป็นเด็กอยู่ มันมีคำว่าโตเป็นผู้ใหญ่ที่เยอะกว่านั้นอีก มันยังมีเรื่องอีกร้อยแปดพันเก้าที่ถ้าไม่ได้เป็นพ่อแม่คนจะไม่เข้าใจ เคยมีคนดูถูกดูแคลนด้วยคำว่า "มีลูกรึยังครับ" หรือ "ไม่เป็นพ่อแม่คนไม่เข้าใจหรอก" บางคนอาจเคยเจอจากพ่อแม่ตัวเองคำพูดที่ว่า "ไม่มีลูกเองไม่เข้าใจหรอก" ซึ่งเออจริง มันมีไอสิ่งพวกนี้อยู่จริง ตอนนี้สัมผัสได้เองแล้ว แล้วมันอธิบายยากมาก เนื่องด้วยประสบการณ์สามสิบกว่าปี มันไม่สามารถถ่ายทอดอะไรพวกนี้ได้ด้วยคำพูด แต่เดี๋ยวก่อน…
นั่นแหล่ะ ก็เป็นสิ่งที่ไม่จริงอีกอย่าง เราไม่เข้าใจมากๆ ว่าทำไมประเทศนี้ฯ หรือว่ารุ่นเราเองเองเนี่ยแหล่ะ Millenials (คิดว่า Gen Z ไม่เป็นนะ แต่ไม่รู้เหมือนกัน) จะมีความดูถูกดูแคลนเด็ก หรือคนที่อายุน้อยกว่าเป็นพิเศษ คือมันก็มีนะ อารมณ์ที่แบบเรามองไปที่รุ่นก่อนหน้าเรา รุ่นผู้ใหญ่ รุ่นพ่อแม่เรา แล้วก็คิดว่า ไอ้คนพวกนี้เนี่ย รุ่นคุณนะเป็นตัวถ่วงรุ่นผมจริงๆ เมื่อไหร่จะผลัดรุ่นไปให้ไวๆ บ้านเราจะได้เจริญก้าวหน้ากับเขาบ้าง แต่กลับกันเวลาเรามองเด็กๆ เรากลับไม่เอะใจกับ Assumption ว่าเด็กนั่นคือคนที่ไม่รู้อะไร มีความไร้เคียงสา ต้องทนุถนอมอย่างดี ไม่งั้นเดี๋ยวจะโตมามีปม มีโน่น มีนี่ มีนั่น ไม่ Perfect เฮ่ย เดี๋ยวก่อนนน…
ไอ้สัสเอ้ย ก็ไอ้ความคิดแบบนี้แหล่ะมึ้งงงง ที่ตอนที่เราเป็นเด็ก พวกเราโคตรเกลียดเลยไม่ใช่เหรอ ความคิดที่ว่า เออมึงยังเด็กไม่ต้องรู้หรอก มึงยังเด็กมึงทำอะไรไม่เป็นหรอก แกอายุแค่สามสี่ขวบ จะไปเข้าใจโลกที่โหดร้าย ที่เราต้องเผชิญได้ยังไง
ไอ้สัสเอ้ย (ขออีกรอบ ขอโทษที่หยาบ) นั่นแม่งคือคำแก้ตัวของตัวมึงเองชัดๆ มึงอธิบายให้เด็กเข้าใจไม่ได้เอง เด็กมันก็มีสมองเว่ย เด็กสามสี่ขวบมันก็เริ่มใช้เหตุใช้ผลเป็นแล้ว แค่ Fact กับประสบการณ์มันยังน้อยอยู่ มันก็เลย Infer สิ่งต่างๆ ได้น้อยกว่าเราแค่นั้นเอง แต่เพราะว่าไอ้ความรู้น้อยนี่แหล่ะ มันเลยมีความกล้ามากกว่าพวกเรา มีความกล้าทดลอง กล้าคิด กล้าลงมือทำ สิ่งใหม่ๆ ไอ้เหี้ย ความกลัวขี้ขลาดหัวหดของพวกเราเองเนี่ยแหล่ะ ที่จะไปดับความฝันเด็กมัน เวลาเด็กถาม แล้วเราไม่มีแรงจะตอบเขา ก็เลยให้คำตอบห่วยๆ ไป ไม่ได้คิดให้มันดี หรือปัดทิ้งด้วยคำว่า "เดี๋ยวโตมาก็รู้เอง" หรือ "ไม่มีลูกเองไม่เข้าใจหรอก" ไง นี่แม่งคือความไม่รับผิดชอบของผู้ใหญ่เลยเว่ย พ่อแม่รังแกฉัน ชัดๆ อย่าไปโทษเด็ก
ออกนอกเรื่องไปนิด กลับมาที่ Meme รุ่นของ Millenial และ Gen Z ที่ช่วงนี้เจอบ่อยๆ (ไม่รู้มันมีที่มาที่ไปจากไหน มีใครไปโพสอะไรไว้รึเปล่า) คือ "การเลี้ยงลูกต้องใช้เงิน" ซึ่งคือ topic หลักของโพสนี้เลย
ไอ้เนี่ยบอกเลยว่าเราเองอ่ะ เป็นเองมาก่อนแล้ว ถึงได้อยากมาเขียนโพสนี้อธิบายความคิดเอาไว้ เผื่อว่าคนอื่นจะมาอ่านแล้วได้ประโยชน์ไป เอาจริงๆ ก็เคยเล่าให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆ คนฟังแล้วแหล่ะ แต่มันเหมือนมันเป็นคำถามที่โผล่มาให้เห็นเรื่อยๆ ก็เลยแบบ เอาวะ เขียนไว้สักรอบ แบบดิบๆ จะได้ไม่ต้องพูดซ้ำๆ บ่อยๆ
คือตอนนั้นน่ะมันคิดนะ ว่าเฮ่ย เราต้องเตรียมพร้อมเว่ย ถ้าไม่พร้อมจริงๆ อย่ามี อย่ามีลูก แม่งคือความกดดันอย่างนึง ซึงอันเนี้ย ลองดูดีๆ นะ มันมาจากประสบการณ์การเลี้ยงลูกจริงๆ เหรอ? มันเป็นไปไม่ได้ป่ะ ก็ยังไม่เคยมีลูกเองจะไปรู้ได้ยังไง คือลองคิดดูดิ จริงๆ มันเป็นแค่ความกลัวของตัวเราเองรึเปล่า ความที่เราโกรธ หรือติดปมอะไรบางอย่าง จากรุ่นพ่อแม่ของเราเอง แล้วก็เลยกลับมากดดันตัวเอง ประกอบกับโลก Social Media ที่แบบ แม่งรายล้อมอ่ะ รายล้อมไปด้วยพ่อแม่อวยลูก ดูสิ ลูกฉันเรียน Inter ดูสิ ลูกฉันมีความสุข ดูสิ นี่มีกิจกรรมสนุกๆ น่ารักๆ ทำแล้วเด็กฉลาดชาติเจริญด้วยนะ ดูสิ ดูสิ ดูสิ …
นี่มัน Parents Shaming ชัดๆ มันไม่มี Fact หรือ ทฤษฎี ห่าเหวอะไรที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกเลย แม่งเป็น Jealousy ผสมกับ Fear ผสมกับ Insecurity ผสมกับความมโนจากสถานการณ์ ข่าว บ้านเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ เป็นความกังวลของพ่อแม่มือใหม่เองล้วนๆ เลย
ลองคิดดูใหม่นะ
ลองย้อนกลับไปดู
รุ่นก่อนหน้าเรา ที่เขาเลี้ยงดูเรามาจนทำงานทำการ มีสมองคิด มีความสุข เออทุกข์บ้างแหล่ะปนกันไป แต่มันก็คือปกติมนุษย์ป่าววะ รุ่นก่อนหน้าเราเนี่ย เขาไม่มีหรอก เงิน หรือแม้แต่เวลาจะมาโอ๋เอ๋อะไรกับเรา ปากกัดตีนถีบให้เรามีกินก็จะตายห่าอยู่แล้ว แถมยังต้องมารองรับอารมณ์ดื้อด้านเอาแต่ใจขี้งอนของเราอีก (ก็เด็กอ่ะทำไงได้) รุ่นเขานั่นน่ะ ไม่มี Internet นะโว้ย เวลามีปัญหาอะไร เขาไม่มี Google มาให้คำตอบโว้ย เขามีแค่รุ่นปู่ย่าตายายให้ถาม แล้วลองคิดดูดิ ปู่ย่าตายายเรา เขามีอะไร มันน้อยยิ่งกว่าเดิมอี๊ก เชี่ย แค่แบบเรื่องข่าวไรงี้ หนังสือพิมพ์ Printing Press เพิ่งจะเกิดมาบนโลกด้วยซ้ำ
แต่คนรุ่นก่อนหน้าเรา เขาเลี้ยงเรามาได้นะ โลกนี้ก็มี Genius เกิดขึ้นมากมาย เขาเลี้ยงมาได้ไงวะ
ไอ้สัส (โอเค ขออีกรอบ รอบสุดท้ายจริงๆ ของจริงๆ) ไอ้ความคิดที่ว่าลูกเราต้องเกิดมาพร้อมช้อนเงินส้อมทองทัพพีพลาตินั่มนี่แม่งเป็นความกดดันที่เกิดจากรุ่นเราเองชัดๆ เลยมึง ชัดๆ แบบ ชัดๆ อ่ะ
คือใช่ เดี๋ยวนี้มีวิทยาศาสตร์ มีข้อมูล มี Internet ให้ค้น มันเลยมองเห็นภาพชัดขึ้น ว่าเชี่ยไอ้สิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้น่ะ แม่งมี 108-1009 เยอะเว่อๆ เลย วิธีการพูด อาหารการกิน เกมที่เล่น ฯลฯ บวกกับ Parent Shaming ที่มาในเฟสบุ้ค อินสตา ติกตอก มากมาย ไอ้เหี้ย นี่แม่ง Mission Impossible ชัดๆ เลยป่าว
แล้วขอโทษนะ เอาตรงๆ พ่อแม่อ่ะ ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งเครียดนะ ยิ่งกดดันตัวเอง โดยเฉพาะคนเป็นแม่นะ ไอ้เชี่ยพวกพ่อๆ อ่ะไม่ค่อยคิดห่ารากอะไรกันหรอก แต่คนเป็นแม่ดิ ยิ่งรู้ยิ่งเครียด ยิ่งกดดันอ่ะ ใช่ป่ะ
แล้วที่มันพีคเพราะว่าแม่งก็เป็นรุ่นเราเองเนี่ยแหล่ะ ที่แม่งขิงกันเอง กดดันกันเอง เอา Successful Parenting มาเป็นตัววัด ตัวคาดคั้นกันและกัน
หยุด
หยุดก่อน
ลองกลับไปย้อนมองมันใหม่ ไอ้เชี่ย ไอ้ปม ทั้งหลายที่เรามีเนี่ย ที่เราโทษพ่อแม่รุ่นที่แล้วของเราเนี่ย ลองคิดใหม่นะ ลองเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพของเขาดู ในเวลาของเขาด้วยนะ ปี พศ. ไหน ไปอยู่ปีเดียวกัน อย่ามาเทียบกับ 2022 ตอนนั้นมัน 1980 ยังฟังเพลง 80s แผ่นเสียงกะลังฮิตเลย ที่เขาเลี้ยงเรามาได้เนี่ย แม่งโคตรมหัศจรรย์เลยป่ะ เขาทำได้ไงวะ เรียนก็เรียนโรงเรียนธรรมดาๆ ไม่ได้ต้องไปโรงเรียนอินเตอร์เทอมละล้านที่ไหน บางคนจบโรงเรียนวัดด้วยซ้ำ แต่ก็โตมาชวนฝรั่งไปกินส้มตำได้ป่าววะ ภาษาก็ไม่ได้แย่ อ่านออก เขียนได้ พูดคิดๆ ขัดๆ บ้าง แต่ก็ไม่เป็นปัญหานิ
แล้วจริงๆ อะไรกันแน่วะ ที่แม่งเรารู้สึกว่าตอนเด็กๆ เราขาดไป แล้วเราอยากให้ลูกเรามี เป็นอันที่แม่งเป็นปัญหาจริงๆ แล้วควรจะแก้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่เราถูกสังคมหรือสภาพแวดล้อมกล่อมมาให้ทำน่ะ
อะไร?
การศึกษา? ก็บอกแล้วไง เรียนโรงเรียนวัดมา ก็เป็นเศรษฐีร้อยล้านได้ป่าววะ คือถ้าห่วงเรื่องลูกหาเงินไม่เก่ง มึงก็ไปจัดให้เขาหัดใช้เงิน หัดลงทุนให้เป็นตั้งแต่เด็กดี มึงทำเองได้ มึงไม่ต้องใช้เงินแก้ปัญหา ถ้าสอนเองไม่ได้ จะไปหวังให้โรงเรียนที่ไหนสอน แล้วถึงเวลาถ้าเรา (คือพ่อแม่) สอนตัวเองไม่ได้ ไม่ได้มีความรู้เองแล้วริอ่านโอหังจะจะไปช่วยตัดสินใจแทนลูกได้ยังไง ว่าโรงเรียนไหนสอนดี?
ภาษา? มันมาเรียนตอนโตได้ เหมือนพวกเราเนี่ย ยุคนี้แม่งเรียนง่ายกว่าเดิมอีกเชี่ยๆ เลย รุ่นเรายังงูๆ ปลาๆ ไปได้ นับประสาอะไรกับเด็กที่เกิดมาในยุคของ YouTube, Udemy, TikTok, Duolingo โอ้โห หนังสือภาษาอังกฤษก็มีงานลดราคากระหน่ำ บุฟเฟต์ ซื้อเป็นสิบๆ เล่มได้ไม่แพง รุ่นพ่อแม่เราแม่งต้องกระเสือกกระสนไปเอามานะโว้ย เชี่ยรุ่นพวกเราแม่ง Spoiled สุดๆ แล้ว
สุขภาพ? เออ อันนี้เป็นอันเดียวจริงๆ ที่เห็นด้วยว่าเงินแม่งมีผล แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ คือเทคโนโลยีสมัยนี้มันไปไกลสัสๆ แล้ว รพ.รัฐมันไม่ได้นอนสบายๆ มีหมอระดับโลกมาช่วยดู แต่รุ่นเราแม่งดูกะหมอผี กินยาห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ยังโตขึ้นมากวนตีนโลกได้เลยป่าววะ นี่แม่งเป็น Inflated Worry ชัดๆ อ่ะมึง ถ้าลูกจะเกิดมาพิกลพิการหนัก หรือเป็นโรคอะไรร้ายแรง เอาตรงๆ นะ เดี๋ยวนี้มึงรู้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ไม่กี่เดือนแล้ว หมอไม่ปล่อยให้ออกมาแบบไม่พร้อมหรอกฮะ
…
คือแม่งยาวกินละ ขอตัดจบแบบห้วนๆ TL;DR สั้นๆ ละกัน ว่าถ้าอยากเป็นพ่อแม่นะ สิ่งที่มึงต้องเตรียมอ่ะ คือพื้นที่เว่ย พื้นที่ไม่ใช่พื้นที่ในบ้านไว้นอนนะ (มีก็ดี แต่ไม่ใช่) มันคือพื้นที่ในชีวิตมึงต่างหากเว่ย
ถือถ้ามึงมีเงิน 100 ล้าน แต่แลกกันคือมึงต้องทำงาน 24/7 ไม่มีเวลาให้ลูก มึงลองคิดดูเองก็น่าจะเข้าใจป่ะ ว่าลูกจะออกมาสภาพเป็นยังไง
เลี้ยงลูกแม่งเหนื่อย เหนื่อยสัสๆ เลยเว่ย แล้วถ้ามึงไม่เตรียม "พื้นที่ในชีวิต" ที่กูบอกเนี่ย ไอ้ความเหนื่อยเนี่ยแหล่ะมึง กูบอกเลย แม่งคือตัวร้ายตัวหลักเลย ที่จะทำให้ลูกมึงโตมาไม่มีความสุข เพราะพ่อแม่มันไม่เคยได้ดูแล สั่งสอน หรือแม้แต่กอด ส่งมันเข้านอนทุกวันไง
พวกนี้มันเป็นเรื่อง่ายๆ ที่เรามองข้ามเว่ย คือกูขอนะ กูแบบขอ กูไหว้อ่ะ เงินมันไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ลูกมึงมีชีวิตที่ดีเว่ย สิ่งที่สำคัญที่สุด สุดเหี้ยๆ เลย แบบสุดๆ ของสุดๆ เลย … คือตัวมึงเองเว่ย
ถ้าพ่อแม่ไม่มีเงิน แต่มีเวลาอยู่กับลูกวันละ 8 ชม. เต็มๆ มันเติมเต็มอะไรต่ออะไรให้เขาได้โคตรเยอะเลยนะเว่ย แล้วแบบแม้แต่ว่า ถ้าเอาแบบสุดๆ แล้ว มึงให้ได้แค่ 2 ชม. เงี้ย แต่ 2 ชม. คือมึงอยู่กะลูกได้แบบ 100% ทั้งร่างกายและจิตใจจริงๆ คือแบบใส่ใจเขาได้เต็มที่จริงๆ ไม่ใช่อยู่แต่ตัว แต่ในหัวคิดเรื่องงานเงี้ย เชื่อกูป่าว เด็กแม่งโตมามีความสุข จิตใจดี ไม่บิดเบี้ยวแน่ๆ อ่ะ แล้วเรื่องทางโลกอย่างอื่น แต่จิดใจเขาเข้มแข็ง เดี๋ยวเขาก็หามาเติมในชีวิตได้เองแหล่ะ จริงป่ะละ
แล้วขอเลยนะ ไอ้พวกที่บอกว่า ต้องมีเงินก่อนไง จะได้มีเวลา ไอ้สัสมึงอ่านโพสกูมาถึงตรงนี้ถ้ามึงยังไม่เข้าใจว่า Logic เหี้ยนี่มันผิดตรงไหนนะ ไม่ต้องอ่านละ กูขี้เกียจพิมพ์ ปิดโพสกูไปเถอะ กูขอโทษ
อธิบายก็ได้วะ เผื่อแม่งไม่เข้าใจอีก คือมึงเอาเวลาที่มึงไปคิดว่าต้องใช้ไปหาเงินอ่ะ มึงเอามาใส่ให้ลูกมึงแทน มึงเตรียมเลย แล้วจำนวนเงินมึงอ่ะ เดี๋ยวมันใช้พอเอง เชื่อกูป่ะ เงินที่มึงไปซื้อเกม ไปเที่ยว ไปกินหรู ไอ้สัสเยอะแยะ พอมีลูกนะ มึงหาได้ เดี๋ยวมึงก็หาได้ เชื่อกูดิ พลังพ่อแม่มันโคตรเยอะเลยนะเว่ย พอมึงคำว่า "เพื่อลูก" เดี๋ยวมึงก็หามาได้ มึงแค่อย่าเพิ่งไปเอาสิ่งแปลกปลอมอะไรอย่างอื่นมาใส่ชีวิตไว้ก่อน ตีตนไปก่อนไข้เนี่ย มันจะพังไง
TL;DR จริงๆ นะ เตรียมพื้นที่ในสมอง ในจิตใจ ใน "หัวใจ" ของมึงอ่ะ ให้พร้อมมีคนเพิ่มอีกคนนึงก่อน อะไรที่แม่งไม่จำเป็นในชีวิตมึงนะ เตรียมตัวตัดมันออกไปได้เลย เคลียพื้นที่ ขอให้มึงมีตรงนี้ก่อนอ่ะ กูเชื่อว่าที่เหลือมันจะตามมาเองเว่ย มึงจะทำมันได้เองโดยไม่รู้ตัว พลังความเป็นพ่อแม่คนแม่งมีอยู่จริง มึงเชื่อกูดิ มันใช้ไอ้นี่ก่อน ก่อนที่มึงจะต้องไปห่วงเรื่องเงินเว่ย











