might fuck around n stay up all night reading steam reviews for games i'm not the least bit interested in playing

seen from United States
seen from China
seen from China
seen from United States

seen from Malaysia

seen from United States

seen from United States
seen from United States
seen from United States

seen from Canada

seen from United States
seen from United States
seen from United States
seen from United States

seen from New Zealand
seen from United States
seen from United States

seen from New Zealand

seen from United States

seen from United States
might fuck around n stay up all night reading steam reviews for games i'm not the least bit interested in playing
Growth Mindset vs Fixed Mindset, Anda Termasuk Golongan yang Mana?
Sumber: https://ibizcoach.com/growth-vs-fixed-mindset/
Growth Mindset vs Fixed Mindset, Anda Termasuk Golongan yang Mana?
Tidak semua hal yang terjadi dalam kehidupan kita ini bisa kita kendalikan. Namun, kita bisa mengendalikan pikiran kita terkait hal-hal yang terjadi di sekitar kita. Bagaimana efeknya ke diri kita adalah pilihan kita sendiri. Apakah ia akan baik atau sebaliknya, itu tergantung dari cara pandang atau pola pikir kita.
Dalam penelitian Carol Dweck, profesor dari Stanford University dan penulis buku psikologi terkenal, Mindset: The New Psychology of Success, beliau menyatakan ‘manusia memiliki kepercayaan dasar tentang bagaimana kita melihat dan mempercayai karakter pribadi kita’. Nah, kali ini kita akan membahas tentang dua pola pikir yang saling bertolak belakang, yaitu growth mindset dan fixed mindset.
Growth Mindset
Growth mindset atau pola pikir bertumbuh adalah pola pikir yang meyakini bahwa kecerdasan dapat dikembangkan dan otak tak ubahnya seperti otot yang bisa dilatih. Hal ini akan mengarahkan diri kita untuk memperbaiki diri. Orang-orang yang memiliki growth mindset dalam dirinya melakukan sesuatu bukan untuk mendapat pengakuan dari orang lain. Growth mindset juga terkait dengan pikiran yang positif di mana kesuksesan orang lain dianggap sebagai sumber informasi dan inspirasi.
Fixed Mindset
Kebalikan dari growth mindset adalah fixed mindset yang mempercayai bahwa karakter, kecerdasan, kemampuan dan juga kreativitas adalah sebuah bakat alami yang tetap, bersifat bawaan, dan tidak bisa diganti. Mindset seperti ini membuat seseorang ingin membuktikan sesuatu pada orang lain tentang kemampuannya.
Jika Anda percaya bahwa Anda hanya punya tingkat kecerdasan ‘tertentu’, maka Anda ingin menunjukkan bahwa Anda mempunyai kecerdasan yang lebih tinggi dari itu. Menurut Prof. Carol Dweck, “Mengapa mencari teman yang hanya menaikkan rasa percaya diri Anda ketika dapat mencari seseorang yang dapat menantang Anda untuk bertumbuh?”
Setelah memahami perbedaan antara growth mindset dan fixed mindset, maka kita bisa mengatur pikiran kita sedemikian rupa agar lebih baik efeknya ke berbagai aktivitas kita. Pada intinya, tidak perlu takut untuk terus bertumbuh dan menjadi semakin baik, tidak perlu takut apapun hasilnya.
Self-Test: Growth vs Fixed Mindset
การปรับทัศนคติและการกำหนดทิศทางธุรกิจ
ผู้บรรยาย: ผศ.ดร. โชคอนันต์ บุษราคัมภากร - กลุ่มผู้นำผลิตภัณฑ์ "เปลี่ยนจากคนทำมาเป็นคนคิดทำอย่างไร" เปลี่ยนจากการรับจ้างผลิต เปลี่ยนเป็นการคิด เปลี่ยนเป็นการสร้าง เปลี่ยนเป็นการพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจและนำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ - 3 ตัวแปรสำคัญของการพัฒนาธุรกิจ (1) การสื่อสาร (Communication) เช่น การตลาด การขาย การสื่อสารคุณค่า การสร้างตัวตน เป็นต้น (2) การบริหารจัดการ (Management) เช่น การบริหารจัดการ การควบคุม ประสิทธิภาพ ต้นทุน เป็นต้น (3) การสร้างสรรค์ (Creation) เช่น การวิจัย พัฒนา คิด วางแผน และสร้างสรรค์ เป็นต้น ***ตัวแปรสำคัญที่กลุ่มผู้นำผลิตภัณฑ์ต้องมีการพัฒนาศักยภาพ คือ การสร้างสรรค์*** - ผืนผ้าใบรูปแบบธุรกิจ (Business Model Canvas) แหล่งที่มา Business Model Generation: Alexander Osterwalder http://www.businessmodelgeneration.com การสร้างรูปแบบธุรกิจประกอบด้วย 9 ตัวแปรสำคัญ ตัวแปร 1: การนำเสนอคุณค่า (Value Proposition) คุณค่าที่ต้องการส่งมอบให้กับกลุ่มผู้้บริโภคเป้าหมาย ตัวแปร 2: กลุ่มผู้บริโภค (Customer Segment) กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายต้องการส่งมอบและสื่อสารคุณค่า ตัวแปร 3: การสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค (Customer Relationship) วิธีการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ตัวแปร 4: ช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution Channels) ช่องทางในการส่งมอบคุณค่าไปสู่กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ตัวแปร 5: เครือข่าย (Partners) การสร้างเครือข่ายภายนอกองค์กร เพื่อทำให้คุณค่าที่ต้องการส่งมอบให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรและกิจกรรมหลักที่ธุรกิจไม่สามารถดำเนินการได้เอง ตัวแปร 6: กิจกรรมหลัก (Core Activities) กิจกรรมหลักของธุรกิจในการส่งมอบคุณค่า ตัวแปร 7: ทรัพยากรหลัก (Core Resources) ทรัพยากรหลักของธุรกิจในการส่งมอบคุณค่า ตัวแปร 8: โครงสร้างราคา (Cost Structure) โครงสร้างราคาในการส่งมอบคุณค่า ตัวแปร 9: รายได้ (Revenue) รายได้ที่จะได้รับจากคุณค่าที่ส่งมอบให้กับกลุ่มผู้บริโภค - ปัญหาการพัฒนารูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย เนื่องจากระบบธุรกิจในประเทศไทยเป็นระบบครอบครัว กล่าวคือ ไม่มีการทำงานเป็นทีม เจ้าของดูแลเพียงคนเดียวเบ็ดเสร็จ และการขาดคนทำงานในองค์กรที่มีความรู้ ส่วนมากเป็นบุคลากรที่เน้นการลงมือปฏิบัติ -ทัศนคติ (Mindset) ทัศนคติในมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาโดยสภาพแวดล้อมต่างๆ ประสบการณ์ที่ได้พบเจอมา และความเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆกัน หล่อหลอมจนเป็นความเชื่อและมุมมองซึ่งกำหนดพฤติกรรมของคน เช่น ของสิ่งเดียวกันหรือสถานการณ์เดียวกันหากถูกตัดสินโดยคนซึ่งมีทัศนคติที่แตกต่างกัน อาจถูกตีความไปในทิศทางที่ต่างกันออกไป เช่น สีแดงบางวัฒนธรรมหมายถึงโชคดี บางวัฒนธรรมหมายถึงความโรแมนติก หรือ บางวัฒนธรรมหมายถึงเลือดและความสูญเสีย เป็นต้น ... เพราะทัศนคติเป็นเพียงความเชื่อในมุมมองของแต่ละคน ดังนั้น “ทัศนคติสามารถเปลี่ยนแปลงได้” เริ่มที่ตัวเองก่อน ... -ทัศนคติแห่งการเจริญเติบโต (Growth Mindset) แหล่งที่มา Dr Carol Dweck จากการศึกษาของ ดร. คาโรล์ พบว่า ปัจจัยสำคัญ 5 ปัจจัย ที่ทำให้คนมีทัศนคติแห่งการเจริญเติบโต ได้แก่ ความท้าทาย อุปสรรค ความพยายาม การตำหนิ และ ความสำเร็จของคนอื่น คนที่สามารถพัฒนาตัวเองและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมีคุณลักษณะดังนี้ เผชิญกับความท้าทายไม่หลีกเลื่ยง มีความมุ่งมั่นในการเผชิญหน้ากับอุปสรรคไม่ยอมแพ้ ความพยายามเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความเป็นเลิศ นำเอาคำตำหนิมาแก้ไขปรับปรุง และยินดีและเรียนรู้กับความสำเร็จของคนอื่น ถ้าเราสามารถทัศนคติแห่งการเจริญเติบโต เราก็สามารถพัฒนาบุคคลในองค์กรและเป็นผู้นำธุรกิจที่มีการเรียนรู้และเติบโตอย่างยั่งยืน - สร้างทีมสร้างโอกาส ผู้บรรยาย ผศ. ธนพรรณ บุณยรัตกลิน การสร้างทีม เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้นำไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ นอกจากผู้นำต้องรู้จักตัวเองแล้ว ผู้นำควรทำความรู้จักกับทีมงานด้วย รับและเรียนรู้ถึงศักยภาพโดยรวมของทีม รวมไปถึงความต้องการและเป้าหมายของสมาชิกในทีม เพื่อนำศักยภาพของทีมออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด (Put right man on right job) และเพื่อรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้กับองค์กรให้ได้นานๆด้วยการสร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจ เคล็ดลับแห่งความสำเร็จของทีม เกิดจากพฤติกรรม 4 ป. ได้แก่ เปิด ปรับ ปลงหรือปล่อย เปลื่ยน ป.เปิด พยายามทำใจให้โล่งเปิดรับสิ่งใหม่และการเปลี่ยนแปลง ป.ปรับ เคยชินอะไรให้ปรับตัว หัดยอมรับความแตกต่าง ป.ปลง เมื่อเกิดปัญหาควรปล่อยไป และเตรียมพร้อมรับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึน ป.เปลี่ยน ยอมรับผู้อื่นและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อทีมงาน ตามหลักการของอารมณ์ที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม หลักการแบบ GIGO (Garbage In>Garbage Out) อารมณ์ไม่ดีพฤติกรรมไม่ดี และหลักการแบบ NINO (Nourishment In Nourishment Out) อารมรณ์ดี พฤติกรรมดี เพราะเมื่อภายในดี ภายนอกก็จะถูกแสดงออกอย่างดี แนวคิดของการจัดระบบความคิดของผู้บริหาร +ลองค้นหาตัวเองว่าวิธีการรับมือเมื่อต้องเผชิญปัญหาทำอย่างไร พิจารณาถี่ ถ้วนหรือยัง +การบริหารคนในปัจจุบันผู้บริหารใช้วิธีแบบใด บีบบังคับให้ทำ ปล่อยตามสบาย หรือ บริหารแบบพัฒนาลูกน้องโดยการกระตุ้นให้อยากทำงานด้วยตนเอง +การสร้างทีมด้วยวิธีสร้างการทำงานร่วมกันเป็นทีมจนเกิดความเคยชินและสร้างนิสัยที่ดี โดยผู้บริหารยังคงรักษาความเสมอต้นเสมอปลาย ไว้ +การระดมสมองเพื่อแก้ปัญหา รับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง และหัดเปิดมุมมองใหม่ๆเพื่อวิธีการและแนวทางการแก้ปัญหาใหม่ๆ สูตรสำหรับการสร้างทีม มีชื่อย่อยว่า 'SALT' สูตรการสร้างทีมที่ประสบความสำเร็จประกอบด้วย 4 ตัวแปรสำคัญ S (Skill) ดึงทักษะลูกน้องออกมาใช้ A (Ability) ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในทีม L (Leadership) การเป็นผู้นำหรือภาวะผู้นำทีม T (Tasks) ภาระกิจมีความสอดคล้องกับทักษะ ความสามารถและความเต็มใจในการทำงาน การทำงานร่วมกันเป็นทีม (TEAMWORK) การทำงานร่วมกันเป็นทีมให้ประสบความสำเร็จ มีองค์ประกอบที่สำคัญเหล่านี้ + Trust มีความศรัทธา + Emphasis หนักแน่น + Agreement สร้างความคิดเห็นสอดคล้อง + Mutual Benefit สร้างผลประโยชน์ร่วมกัน + Willingness สร้างความเต็มใจ + Opportunity ให้โอกาสทุกคนในทีม + Recognise เห็นคุณค่าของกันและกัน + Knowledge transfer ร่วมกันแชร์และส่งต่อความรู้ให้แก่กัน - บทบาทผู้นำ โรคประจำตัวของผู้นำที่เป็นอุปสรรคต่อการเปลีี่ยนแปลงของธุรกิจ คือ การชอบตอกย้ำความสำเร็จเดิมๆ แม้อาจมีข้อดีซ่อนอยู่บ้างแต่ก็มีข้อเสียที่การสร้างความกดดันต่อลูกน้อง และหากไม่รู้จักนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับปัจจุบันจะไม่มีประโยชน์ใดๆ ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้นำที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำต้องมีการปรับตัว (Adaptibility) และความยืดหยุ่น (Flexibility) ระดับผู้นำในองค์กรที่ดีที่สุด คือ ผู้นำด้วยความเคารพ โดยเกิดจากการสร้างความเคารพ ความรักและความศรัทธา จะได้ใจของคนในองค์กร ลูกน้องจะเกิดความความจงรักภักดีต่อผู้นำ องค์กร และมีความเต็มใจที่จะทำงานอย่างเต็มที่อยู่เสมอโดยปราศจากการบังคับ มีความเกี่ยวโยงกับระดับผู้นำแบบ 5 ดาว ซึ่งเน้นการบริหารคนโดยการทำความเข้าคนทำงานทั้งระดับวิชาชีพและในเรื่องส่วนตัว การศึกษาองค์กรที่ประสบความสำเร็จสุดยอด จากหนังสือ From Good to Great ของผู้แต่ง Jim Collins พบแนวคิดสำคัญ 3 ประการที่ขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่การเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความหมกหมุ่นในสิ่งที่ตนเองรัก (Passionate) ทำสิ่งที่ตนเองทำได้ดีที่สุดในโลก (Be the best in the world) และค้นหาหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจในแง่ของผลกำไร (Economic Engine) สมัยก่อนผู้นำอาจคิดถึงการสร้างผลกำไรจากการขายผลิตภัณฑ์ แต่ในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายและทรัพยากรมนุษย์ (Intellectual Capital) ซึ่งถือเป็นมันสมองขององค์กร สามารถสร้างสรรค์และก่อให้เกิดสิ่งใหม่ได้ ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ จะมีการสื่อสารที่ไม่เพียงการบอกว่า ทำอย่างไร (How) และคืออะไร (What) แต่จะสร้างแรงบันดาลใจด้วยการบอกด้วยว่า “ทำไม” (Why) เพื่อสามารถสร้างความรู้สึกร่วมของลูกน้องต่อองค์กรได้ ผู้นำต้องเข้าใจธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ว่ามีกระบวนการอย่างไร เมื่อคนมีการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มจาก ความวิตกกังวล(Anxiety) การปฏิเสธและต่อต้าน(Denial) อารมณ์คุกรุ่น(Emotional) ความกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น(Fear) หลังจากเผชิญกับสิ่งต่างๆในแง่ลบ ถ้ามีการหาและให้เหตุผลเพื่อการยอมรับ คนเริ่มยอมรับ (Acceptance) มีการตระหนักและเข้าใจ (Realisation) มีแรงกระตุ้นและพลังขับเคลื่อน(Energy) และสุดท้ายยอมเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อการเจริญเติบโตได้ในที่สุด (Growth) ผู้นำที่ดีต้องมีแนวทางในการเปลี่ยนแปลงองค์กร แนวทางในการเปลี่ยนแปลงองค์กร ได้แก่ การทำเป็นตัวอย่าง การสร้างความเข้าใจ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และ การสนับสนุนด้วยระบบที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามทฤษฎีความรู้ต่างๆเหล่านี้เป็นข้อมูลความรู้ซึ่งแต่ละองค์กรธุรกิจจะต้องนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับธรรมชาติและสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรของตนเอง และอย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาใดๆ ต้องใช้เวลา ความพยายามและความร่วมมือจากทุกฝ่ายจึงจะสามารถสำเร็จได้ ทีมถอดรหัสองค์ความรู้