[01] Forest #ficBNyoungOT
แต่กๆๆๆๆๆๆ
เสียงรถกระบะคันเก่าอายุราวยี่สิบปีแล่นผ่านทางเข้าป่าทึบ โดยรถกระบะคันนี้บรรทุกอาจารย์และนักศึกษาสาขาพฤกษศาสตร์จำนวนทั้งสิ้นห้าคน แล่นไปไม่นานก็สุดทางลูกรังอันเป็นเหตุให้จำเป็นต้องหยุดรถและเดินเท้าต่อ จุดมุ่งหมายของคณะนักศึกษาคือน้ำตกที่เพิ่งมีการสำรวจพบและถูกบันทึกว่าเป็นน้ำตกที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ที่สุดในประเทศอีกทั้งยังมีการค้นพบพืชพรรณชนิดใหม่ที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสปีชีส์ใด และงานของพวกเขาก็คือนำตัวอย่างพืชพรรณไปตรวจสอบเพื่อขึ้นทะเบียนพรรณไม้ต่อไป
“ยูคยอม รับนะ”
จินยอง อาจารย์เพียงคนเดียวที่นำพานักศึกษาปีสามเข้ามาสำรวจ เขาร้องเรียก ยูคยอม หนึ่งในนักศึกษาให้รับกระเป๋าสัมภาระที่ต้องนำเข้าป่าไปด้วย
“เอาของทุกคนมาหมดเลยครับ ผมถือไหว”
“อย่าทำเป็นเก่ง ไหวแน่นะ”
แบมแบม เพื่อนสนิทของยูคยอมเอ่ยแซว แม้จะรู้ดีว่าเพื่อนร่างยักษ์แรงเยอะแต่ก็อดเกรงใจไม่ได้ เพราะกระเป๋าของเขานั้นหนักกว่าของทุกคนรวมกันซะอีก
“ไหวสิ จิ๊บๆ”
“ถ้างั้นถือไปจนถึงน้ำตกเลยได้ป่าวยูคยอม”
ยองแจ เพื่อนร่วมสาขาอีกคนหนึ่งแกล้งพูด
“จะบ้าหรอ! แค่ช่วยรับกระเป๋าลงมาจากรถให้ ไม่ได้จะแบกให้ซักหน่อย!”
พูดจบยูคยอมก็โยนกระเป๋าใส่ยองแจทันที ยองแจที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับเซเพราะน้ำหนักกระเป๋า
“อันนี้ของอึยอุงนะ”
ยูคยอมส่งกระเป๋าให้เพื่อนคนสุดท้ายที่เพิ่งลงจากรถ อึยอุง เป็นคนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มทำให้ทุกคนต้องคอยช่วย ไม่สิ! สำหรับยูคยอมต้องเรียกว่าถึงขั้นทะนุถนอมเลยทีเดียว
เมื่อสัมภาระอยู่บนบ่าของทุกคนเรียบร้อยแล้วจินยองจึงกดล็อกรถกระบะแล้วหันมาย้ำข้อปฏิบัติในการเดินป่ากับนักศึกษาทุกคน
“อาจารย์ขอย้ำอีกทีนะ เราจะมุ่งตรงไปที่น้ำตก จะไม่มีการเดินออกนอกเส้นทางไม่ว่ากรณีใดก็ตาม อาจมีแวะพักเหนื่อยบ้างแต่ห้ามทุกคนออกนอกเส้นทางเด็ดขาด ถ้าใครจะทำธุระส่วนตัวขอให้บอกกันก่อน ห้ามเด็ดใบไม้หรือดอกไม้ตามอำเภอใจ ห้ามจับสัตว์ไม่ว่าตัวเล็กหรือใหญ่ ถ้าเจอสิ่งผิดปกติให้บอกอาจารย์ทันที เข้าใจนะทุกคน”
“เข้าใจครับ” นักศึกษาทั้งสี่ประสานเสียงตอบรับ
“และสุดท้าย เรียกอาจารย์ว่าพี่จินก็ได้ ผมเองก็เป็นรุ่นพี่พวกคุณไม่กี่ปี”
“ครับ” ทั้งสี่คนประสานเสียงอีกครั้ง
เมื่อจินยองคิดว่าไม่มีอะไรจะต้องพูดแล้วจึงเริ่มพาเด็กๆเดินเท้าเข้าป่ามุ่งสู่จุดหมายปลายทางทั้นที เดินมาได้ซักพักพวกเขาก็พบเจอกับดงไม้เลื้อยมีหนามจินยองจึงบอกให้ทุกคนเดินยกเท้าสูงเข้าไว้เพื่อไม่ให้หนามเกี่ยวกับขากางเกง โชคดีที่จินยองสั่งให้ทุกคนใส่รองเท้าหุ้มข้อไม่อย่างนั้นน่ากลัวจะต้องมีใครบาดเจ็บตั้งแต่ต้นทริปแน่นอน
“พี่จินครับ พักแปปนึงได้มั้ย ผมปวดฉี่อ่ะครับ”
อึยอุงที่เดินตามหลังจินยองมาติดๆพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย เมื่อจินยองเห็นว่าลูกศิษย์กำลังจะกลั้นไม่ไหวแล้วจริงๆจึงได้เอ่ยปากบอกให้นั่งพักก่อนได้ อึยอุงถอดกระเป๋าแล้วรีบวิ่งย้อนกลับทางเดิมเพื่อไปแอบทำธุระส่วนตัวหลังต้นไม้ใหญ่ใกล้จุดพัก ระหว่างนั้นเขาเหลือบไปเห็นดอกไม้สีแดงสดที่เขาจำได้ว่ามันคือกุหลาบพันปี โดยที่ไม่ทันได้นึกถึงคำเตือนของจินยอง อึยอุงเด็ดดอกกุหลาบดอกเล็กที่ยังไม่บานเก็บใส่กระเป๋าเสื้อด้วยความเคยชินจากนั้นจึงรีบวิ่งไปหาคนอื่นๆที่จุดพัก
เมื่ออึยอุงมาถึงทั้งหมดจึงเริ่มเดินทางต่อทันที โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำของทุกคนถูกจับจ้องด้วยสายตาลึกลับสามคู่ คู่หนึ่งวาวโรจน์ราวกับพบของเล่นชิ้นใหม่ คู่หนึ่งไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา ส่วนสายตาคู่สุดท้าย...ยากจะประเมิน
“เฮ้ย!” เดินออกจากจุดพักมาไม่กี่อึดใจยูคยอมที่เดินทั้งท้ายก็ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“เป็นอะไรยูคยอม!” จินยองเอ่ยถามเสียงหลง พยายามพูดให้น้ำเสียงเป็นปกติที่สุดแต่ยองแจรู้สึกได้ว่าพี่จินขวัญเสียนิดหน่อยในเวลานี้
“ผมรู้สึกเหมือนมีน้ำหยดมาใส่หัวอ่ะครับ หรือฝนจะตก”
“ไม่นะ เช็คมาแล้วว่าวันนี้ฝนไม่ตกแน่ๆ” แบมแบมกางสมุดจดเล่มเล็กหน้าที่บันทึกข้อมูลสภาพอากาศให้ยูคยอมดู
“แต่เมื่อกี้มีน้ำหยดจริงๆนะ”
“คงเป็นน้ำจากต้นไม้มั้ง น้ำค้างคงลงเมื่อคืนอ่ะ อาจจะยังระเหยไม่หมดก็ได้” ยองแจพูดปลอบเพื่อน
“งั้นเราไปกันต่อเถอะ” จินยองเร่งลูกศิษย์
ยูคยอมยังคงคาใจอยู่แต่ก็จำต้องปิดปากเงียบ จะเป็นน้ำค้างได้ยังไง นี่บ่ายสองแล้วนะ!
ดวงตาลึกลับปรากฏขึ้นอีกครั้งหากแต่ครั้งนี้เจ้าของดวงตาทั้งสามปรากฏร่างให้เห็นด้วย! ลำตัวที่ปกคลุมไปด้วยขนสีเทายาวค่อยๆเปลี่ยนเป็นผิวพรรณแบบคนเอเชีย แขนและขาเรียวเล็กก็ค่อยๆกลายเป็นแขนกำยำและขาแกร่งที่ดูก็รู้ว่ากล้ามเนื้อแน่นๆนั้นเกิดจากการวิ่งอย่างสม่ำเสมอทว่ามิได้วิ่งเพราะต้องออกกำลังกายแต่วิ่งเพราะต้องล่าต่างหาก ดวงตาสีเงินยวงก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน หากใครผ่านมาเห็นคงนึกว่ามีการถ่ายละครเกิดขึ้นแน่เพราะใบหน้าของบุรุษทั้งสามหล่อเหลาไม่แพ้พระเอกละครเลยเพียงแต่พวกเขาไม่ใช่มนุษย์เท่านั้นเอง!
“เจ้าตัวโตนั่นโตแต่ตัวจริงๆ ขี้กลัวชะมัด ฮ่าๆๆ”
“แล้วแกจะไปแกล้งเค้าทำไมวะแจ็คสัน เดี๋ยวคุณพ่อรู้ก็โดนเทศน์อีกหรอก”
“ก็แค่หยอกขำๆเอง อย่าซีเรียสได้ป่ะแจบอม มาร์คยังไม่ว่าอะไรเลย เนอะ” แจ็คสัน หันไปพยักพเยิดกับ มาร์ค เจ้าของใบหน้าเรียวสีผมแดงเพลิง
“น่าเบื่อว่ะ!” มาร์คพูดเท่านั้นแล้วร่างกายของเขาก็กลายเป็นหมอกสีขาวปลิวหายวับไปเพียงชั่วพริบตาเดียว
“อะไรของมันวะ มันไม่จอยหรอวะ นานๆทีจะมีคนเดินเข้ามานะโว๊ย”
“แกนั่นแหละไร้สาระ จะถึงเวลานั่งสมาธิแล้ว มาร์คมันไปก่อนแล้วเนี่ย”
“เออน่า ขอตามดูอีกแปปนึงดิ อยากรู้ว่าจะไปทำอะไรกัน”
“หรอแจ็คสัน ไม่ใช่จะตามไปดูยัยแก้มย้วยหน้าเหวี่ยงๆที่ชื่อยองแจนั่นหรอ”
“บ้าหรอวะแจบอม ใครจะไปตามยัยนั่น เพ้อเจ้อป๊ะเนี่ย” แจ็คสันแหวใส่แจบอมและเผลอหลุดอาการลนลาน แจบอมได้แต่นึกขำในใจกับเพื่อนเผ่าพันธุ์เดียวกันที่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นคนเก็บอาการไม่เก่ง ดูออกง่ายมากว่าถูกใจเขาอ่ะแจ็คสันเอ๊ย
“ไปเหอะ ไปช้าเดี๋ยวคุณพ่อจะสงสัยเอา”
“เออๆ” พอตอบรับเพื่อนเสร็จแจ็คสันก็สบัดร่าง กลายเป็นหมอกเช่นเดียวกับมาร์คเมื่อครู่นี้
“ในที่สุดก็เจอกันอีกจนได้นะจินยอง!” เจ้าของจาเรียวยกยิ้มมุมปากก่อนจะตามเพื่อนไปติดๆ หากนี่เป็นเรื่องบังเอิญก็คงจะเป็นเรื่องบังเอิญที่แทบไม่มีความเป็นไปได้เลย ใช่แล้ว! มันไม่ได้เรียกว่าความบังเอิญหรอก พรหมลิขิตชัดๆ มีอย่างที่ไหนจินยองคนนั้น เด็กอายุสิบเจ็ดที่แจบอมเคยเจอเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วตอนนี้โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแถมยังเป็นอาจารย์ด้วย แต่ถึงจะโตขึ้นมากแค่ไหนใบหน้าแสนน่ารักนั้นแจบอมไม่เคยลืม เสียงนุ่มๆ กลิ่นตัวหอมๆ ยังคงทำให้แจบอมใจเต้นรัวเช่นเคยเพียงแต่ตอนนี้แจบอมไม่อยากเฝ้ามองแล้ว เขาอยากครอบครองอยากทำให้คนตัวเล็กคนนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา อยากเป็นเพียงสาเหตุเดียวที่ทำให้ใบหน้านั้นเปื้อนยิ้ม อยากพาจินยองไปหาคุณพ่อ สรุปง่ายๆคือแจบอมอยากได้จินยองมาเป็นของตัวเองอย่างรุนแรงมากกว่าสิบปีที่แล้วประมาณ99%
“ทุกคน! เรามาถึงกันแล้ว!” จินยองพูดขึ้นด้วยความดีใจเมื่อได้ยินเสียงน้ำตกอยู่เบื้องหน้า พวกเขาเดินเท้ากันมาราวๆสามชั่วโมงได้ จินยองยกมอขึ้นดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว
“ฮือ ถึงซักที ผมหิวจะแย่อยู่แล้ว” อึยอุงบ่นเป็นคนแรก
“งั้นเราหาที่กางเต็นท์กันแถวนี้ดีมั้ยครับพี่จิน”
“โอเค เพราะข้างหน้าไม่มีพื้นเรียบๆให้นอนแล้ว มีแต่โขดหิน”
“สรุปว่าแบมนอนกับเรา ส่วนยูคยอมนอนกับอึยอุงนะ” ยองแจตัดสินใจแทนเพื่อนเสร็จสรรพเพราะเขาเหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งโอน้อยออกจับคู่เหมือนที่ทำเป็นประจำเวลาทำงานคู่ส่งอาจารย์แล้ว เรี่ยวแรงที่มีขอเก็บไว้กางเต็นท์นอนดีกว่า
“งั้นเราตั้งเต็นท์เรียงกันหันเข้าน้ำตกแล้วกันเนอะ จะได้รับไอเย็นจากน้ำตกด้วย” จินยองที่มีประสบการณ์นอนป่ามากกว่าเด็กๆเอ่ยขึ้นก่อนจะวางสัมภาระที่แบกมาทั้งวันลงกองกับพื้น
“กางเต็นท์กันไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเดินดูแถวนี้แปปนึง”
“ครับพี่จิน” เป็นอึยอุงที่ขานรับจินยองพร้อมๆกับกำลังดึงผ้าใบเต็นท์ออกมาจากกระเป๋าช่วยยูคยอม
จินยองค่อยๆเดินลัดเลาะโขดหินไปยังลำธารขนาดใหญ่ที่เกิดจากน้ำตกแห่งเดียวของป่าผืนนี้ก่อนจะพบกับน้ำจำนวนมากที่ไหลลงมาจากหน้าผาเบื้องบน จินยองเคยมาที่นี่เมื่อสองเดือนที่แล้วกับเพื่อนอาจารย์อีกเกือบสิบท่านเพื่อมาสำรวจเส้นทางและทำการร่างแผนที่สำรวจป่า แต่แปลกที่ครั้งนี้หลังม่านน้ำตกเหมือนจะมีถ้ำซ่อนตัวอยู่ทั้งๆที่ครั้งที่แล้วไม่เคยเห็น จินยองหยิบสมุดจดเล็กๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อบันทึกข้อมูลใหม่ทันที พืชพันธุ์แปลกๆที่จินยองไม่เคยเห็นจำนวนหนึ่งกระจุกตัวอยู่บริเวณหน้าถ้ำนั้น จินยองจดบันทึกพร้อมกับวาดรูปดาวเอาไว้ห้าดวงเป็นอันเข้าใจกับตัวเองว่าเขาจะต้องลองเข้าไปสำรวจในถ้ำนั้นให้ได้และคงต้องแอบพวกเด็กๆไปเสียด้วย ขืนให้เดินเลาะโขดหินตรงหน้าถ้ำมีหวังได้ลื่นหัวร้างข้างแตกแน่ๆ การบาดเจ็บหนักในป่าไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ปัญหาได้ง่ายๆเพราะอุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่นำมามีไว้แค่บรรเทาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นเท่านั้น จินยองเงยหน้าขึ้นจากสมุดจดเมื่ออ่านทวนข้อมูลที่เพิ่งจรดปากกาลงไป พลันสายตาก็เหลือบเห็นบางอย่างทีทำให้เขาขนลุกซู่
“เฮ้ย! มะ...หมาป่าหรอ” ด้วยสัญชาตญาณ จินยองก้าวขาถอยหนีทันทีแต่เมื่อหันหลังเตรียมจะวิ่งเขาก็ชนเข้ากับอกแกร่งของผู้มาใหม่เข้าพอดี จินยองเซถอยหลังจะล้มแต่โชคดีที่มือของชายคนนี้โอบหลังจินยองได้ทัน จินยองกลับเข้าสู่อ้อมอกของชายแปลกหน้าพร้อมกับสองมือที่เกาะไหล่กว้างไว้เพื่อทรงตัว จินยองได้กลิ่นตัวของผู้ชายที่ช่วยเขาไว้ บอกไม่ถูกว่าเหม็นหรือหอม จินยองรู้เพียงแค่กลิ่นนี้กำลังปลุกบางอย่างในตัวจินยองให้ตื่น!
จินยองอยู่ในอ้อมกอดของชายแปลกหน้าอยู่นานก่อนจะตั้งสติได้เพราะรู้สึกว่ามือของอีกคนลูบไล้ลงมาที่บั้นท้ายจินยอง!
“เอ่อ ปะ...ปล่อยครับ”
“อ่า...โทษที”
“คุณ...มาทำอะไรที่นี่ครับ แล้วเข้ามาได้ยังไงกัน”
“ใจเย็นๆจินยอง ไม่ต้องกลัว”
“คุณรู้จักชื่อของผมได้ยังไง”
“บัตรคุณหล่นน่ะ นี่ไง” แจบอมเผลอเรียกชื่อคนตัวเล็กออกมาเลยจำเป็นต้องหาข้อแก้ตัวเพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธด้วยการแอบดึงบัตรประจำตัวของจินยองออกมาจากกระเป๋าสตางค์ของจินยองที่ใส่เอาไว้ตรงกระเป๋ากางเกงด้างหลังและแน่นอน ปฏิบัติการขโมยบัตรเพื่อมาคืนอย่างไม่อายนี้เกิดขึ้นเพียงแค่จินยองหายใจเข้าและออกเพียงหนึ่งรอบเท่านั้น!
“ขะ...ขอบคุณ แต่คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าคุณเข้ามาได้ยังไง เป็นชาวบ้านแถวนี้หรอ”
“แจบอม”
“ครับ?”
“ผมชื่อแจบอม เรียกชื่อผมเถอะ”
“อ่า...ครับคุณแจบอม”
“พี่ เรียกพี่ด้วย” จินยองถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะทำตามที่แจบอมขอร้องแกมบังคับ
“สรุปแล้วพี่แจบอมเข้ามาที่นี่ได้ยังไงครับ” แจบอมชี้ไปที่น้ำตกก่อนจะตอบคำถาม
“ถ้ำนั่นไง มันเดินทะลุไปหมู่บ้านข้างหลังได้”
“จริงหรอครับ!” จินยองตื่นเต้นเมื่อได้ยินทำเอาแจบอมแทบจิกเนื้อตัวเอง จินยองน่ารักเกินไปแล้ว! อยากขย้ำซะตรงนี้เลย!
“อื้อ อยากไปดูมั้ยล่ะ เดี๋ยวพาไป”
“เอ่อ ตอนนี้ยังดีกว่าครับ แต่คืนนี้ผมไปได้”
“จริงหรอ!” แจบอมพูดเสียงดังพร้อมกับเขย่าไหล่ทั้งสองข้างของจินยองอย่างออกหน้าออกตา
“ครับ งั้นเดี๋ยวเจอกันคืนนี้นะครับ ผมต้องไปแล้ว”
“โอเค เจอกันๆ”
จินยองเดินกลับมายังจุดตั้งเต็นท์ด้วยความงุนงง อะไรทำให้เขาตอบตกลงคนแปลกหน้าที่ชื่อแจบอมคนนั้น? ไม่เข้าใจเลย
“พี่จินยอง มากินเร็วครับ ผมเผามันไว้ให้แล้ว” เสียงของแบมแบมเรียกสติของจินยองกลับมาพร้อมกับที่จินยองได้กลิ่นหอมๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้เขาเองก็หิวไส้กิ่วแล้ว
“พี่จินยองไปสำรวจมาเป็นไงบ้างครับ เราพอจะเอาอะไรกลับไปห้องแลปได้บ้างมั้ยครั้บ” ยองแจเป็นคนแรกที่ถามหลังจากที่ทุกคนจัดการมันหวานเผาของตัวเองลงกระเพาะเรียบร้อยแล้ว
“ก็เท่าที่ดูยังอยู่ครบนะ จำรูปถ่ายที่เคยดูได้รึเปล่า มีพืชอยู่สี่ชนิดที่เราต้องเอากลับไปแลป”
“จำไม่ได้ครับ แต่ผมขอรูปจากอาจารย์วอนพิลไปอัดเพิ่มแล้วเอาติดมาด้วย”
“ดีมาก พรุ่งนี้เช้าค่อยไปกัน วันนี้เดินเท้าเหนื่อยพอแล้ว พักเอาแรงก่อนดีกว่าพวกเรา”
“โอเคครับ”
ทั้งห้าคนพูดคุยกันซักพักก่อนจะช่วยกันก่อกองไฟเล็กๆเพื่อใช้เป็นแสงสว่างและแบ่งเวรยามกันเฝ้าโดยแบมแบมกับยองแจจะเป็นผลัดแรก ตามด้วยยูคยอมกับอึยอุงและผลัดสุดท้ายตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไปจินยองจะทำหน้าที่เฝ้ายามเอง เมื่อตกลงกันเรียบร้อยทั้งหมดจึงแยกย้ายกัน
จินยองกลับเข้ามาที่เต็นท์ของตัวเองเพื่อเตรียมของออกไปสำรวจถ้ำคืนนี้ สมุดจดบันทึกเล่มเล็ก ปากกาสองด้าม เข็มทิศ ไฟฉาย ถุงพลาสติก และขวดสเปรย์พริกไทยขนาดเล็กถูกยัดใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กไว้รอเวลา จินยองไม่ไว้ใจแจบอมเลยซักนิดเดียวจึงต้องหยิบขวดสเปรย์พริกไทยไปเพื่อป้องกันตัวด้วย อันที่จริงของสิ่งนี้จินยองพกเอาไว้ไล่สัตว์เล็กๆอย่างพวกแมงป่อง หรือแมลงมีพิษ ก็ยังถือว่าใช้เพื่อจุดประสงค์ป้องกันตัวเหมือนกัน จินยองข่มตาให้หลับระงับอาการตื่นเต้น เขาพล็อยหลับในไม่ช้าเพราะความเหนื่อยล้า
“พี่จินยองครับ ตื่นได้แล้วครับ”
“อ้าว...ยูคยอม”
“เที่ยงคืนแล้วครับ ถึงตาพี่เฝ้าเวรแล้ว”
“โอเคๆ”
“ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนมั้ยครับ ผมยังไม่ง่วงเลย”
“ไม่เป็นไรๆ ไปพักเถอะ พี่อยู่ได้”
“โอเคครับ ถ้ามีอะไรเรียกผมนะครับ”
“อื้อ ขอบใจมาก”
ยูคยอมบิดเอวเล็กน้อยเพื่อคลายกล้ามเนื้อก่อนจะตามอึยอุงเข้าเต็นท์ไป จินยองจิบน้ำเพื่อให้ตาสว่างแล้วนั่งบนก้อนหินขนาดไม่ใหญ่มากที่ถูกยูคยอมกลิ้งมาจากข้างเต็นท์เพื่อเอามานั่งแทนเก้าอี้
“พร้อมรึยัง”
“เฮ้ย! คุณ!” จินยองตะโกนเสียงดังเพราะความตกใจ ก็ใครให้แจบอมมาไม่ให้สุ่มให้เสียงแบบนี้ล่ะ แถมยังมากระซิบข้างๆหูอีก ขนลุกไปหมด
“ขวัญอ่อนจังนะจินยอง ฮ่าๆๆ”
“ก็คุณ...”
“ฮึ?”
“ก็พี่แจบอมเล่นอะไรเล่า อยู่ๆก็โผล่มา ผมตกใจหมด”
“ไปกันเลยมั้ย พี่ชักจะรอไม่ไหวแล้ว”
“ครับ ไปเลยก็ได้เดี๋ยวผมไปหยิบของก่อน” ถึงแม้จะงงๆในคำพูดของแจบอมแต่จินยองก็ทำได้แค่ปล่อยให้ผ่านไปเพราะกลัวจะเสียเวลา จะได้รีบกลับมาก่อนเด็กๆจะตื่น
แจบอมพาจินยองเดินลัดเลาะโขดหินมายังหลังม่านน้ำตกได้สำเร็จ น่าแปลกที่โขดหินมีตะไคร่น้ำปกคลุมหนาขนาดนั้นกลับไม่ลื่นเลยซักนิดจินยองเดินผ่านมาอย่างง่ายดาย แปลก...แต่ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?
“นี่จินยอง มาที่นี่ทำไมหรอ” แจบอมถามขึ้นหลังจากยื่นมือไปรับจินยองลงมาจากก้อนหินใหญ่ก้อนสุดท้ายเพื่อเหยียบลงบนพื้นถ้ำ
“ก็มาสำรวจต้นไม้น่ะครับ ทางกรมป่าไม้แจ้งว่าสำรวจเจอน้ำตกในป่าและดูเหมือนมีพืชแปลกๆ ผมเลยต้องมาเก็บพืชพวกนั้นไปวิเคราะห์หาสปีชีส์ ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นพืชชนิดใหม่ของโลกเลยก็ได้นะครับ”
“ระ...หรอ”
“ขอโทษครับ ผมพูดอะไรที่มันเข้าใจยากไปใช่มั้ยครับ คือ...”
“ไม่ใช่ๆ พี่เข้าใจๆ ถ้าเจอต้นไม้แปลกๆเดี๋ยวบอกแล้วกัน” ที่แท้จินยองมาที่นี่เพื่อมาหาต้นไม้ไม่ใช่เพราะพรหมลิขิตอะไรนั่นซักหน่อย แต่ไม่เป็นไร ยังไงแจบอมก็ยังถือว่าเป็นพรหมลิขิตอยู่ดีนั่นแหละน่า คู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันอะไรซักอย่างที่คุณพ่อเคยพูดไว้กับเขาเมื่อสิบปีก่อน ใช่! จินยองเป็นของแจบอมตั้งสิบปีที่แล้ว จินยองคู่กับแจบอม และเรา(กำลังจะ)เป็นของกันและกัน หึ!
“พี่แจบอมมีไฟฉายมั้ยครับ”
“ไม่ต้องใช้หรอก ข้างในสว่าง”
“จริงหรอครับ จุดคบเพลิงไว้หรอ” อา...ต้องจุดคบเพลิงด้วยสินะ
“ใช่ๆ ปกติชาวบ้านที่มาหาของป่าขายเค้าจะเดินผ่านถ้ำไง เลยจุดเอาไว้”
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง ถ้างั้นผมก็พกมาเก้อเลยสิเนี่ย”
“น่ารัก”
“ครับ?”
“น้ำหนักมันเยอะมั้ยไฟฉายน่ะ พี่ถือให้มั้ย”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่หนักเลย”
เป็นอีกครั้งที่แจบอมต้องตั้งสติให้ได้มากกว่าเดิม ความน่ารักของจินยองนี่อันตรายจริงๆ ให้ตายเถอะ
“เดี๋ยวผมขอเก็บดอกไม้สีน้ำเงินอันนั้นก่อนได้มั้ยครับพี่แจบอม” เขิน ทำไมจินยองเรียกพี่แจบอมแบบนี้บ่อยๆแล้วเขินขนาดนี้เนี่ย เฮ้อ! น่ารัก! จินยองแปลว่าน่ารักหรอ
“พี่แจบอมครับ!”
“ฮะ? วะ...ว่าไง”
“พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ หน้าแดงๆอ่ะ ไม่สบายหรอ พี่ต้องมาลำบากเพราะผมแท้ๆเลย”
“ไม่ๆ ไม่ลำบากเลย พี่สบายดี จินยองจะเก็บดอกไม้สีน้ำเงินนั่นหรอ เอาเลยๆ เดี๋ยวรอ”
“อ่า...ครับ”
จินยองได้แต่งงกับท่าทางของแจบอม คนอะไรพิลึกจริงๆ จากตอนแรกที่รู้สึกกลัวกลับกลายเป็นว่ารู้สึกเป็นห่วงกับความ...จินยองขอให้คำจำกัดความแจบอมว่าเป็นคนมึนๆก็แล้วกัน จินยองหยิบถุงพลาสติกที่เตรียมมาใส่ดอกไม้ไว้พร้อมกับมัดปากถุงให้พองไม่ให้กลีบดอกช้ำ
แจบอมยืนมองท่าทางของจินยองแล้วก็จินตนาการไปไกลสุดกู่ สัดส่วนของจินยองดูแน่นตึงอวบอัดไปเสียหมด ทั้งใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มที่เวลาทำปากบึนเบะยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ แขนเนียนๆน่าลูบไล้แล้วยังสะโพกนั่นอีก เต่งตึงคับแน่นกางเกงไปหมดเห็นแล้วเลือดในกายของแจบอมมันพลุ่งพล่านอยากจะกระชากเสื้อผ้าอาภรณ์เลวๆนั่นออกจากร่างกายที่แสนจะดีงามของจินยองซะจริงๆ อยากรู้นักว่าร่างกายที่ปราศจากเสื้อผ้าพวกนั้นจะบริสุทธิ์ผุดผ่องเพียงใดกัน แล้วถ้าแจบอมได้พาร่างกายของเขาไปสัมผัสกับร่างกายของจินยองเขาเองจะมีความสุขขนาดไหนกันนะ...
“ป่ะ พี่แจบอม เสร็จแล้วครับ” เสียงเรียกของจินยองทำให้แจบอมตื่นจากภวังค์อย่างน่าเสียดาย
“อ่า...ครับ”
ทั้งสองคนเดินลึกเข้ามาในถ้ำ เป็นอย่างที่แจบอมบอกว่าถ้ำมีแสงสว่างจากคบเพลิงที่ถูกจุดเอาไว้ทำให้จินยองเห็นความสวยงามของหินงอกหินย้อยต่างๆที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและจินยองเองไม่ลืมที่จะจดบันทึกไว้ในสมุดที่พกมาด้วย แจบอมมองการกระทำของจินยองอย่างชื่นชม จินยองเมื่อสิบปีที่แล้วกับจินยองในวันนี้ไม่เปลี่ยนไปเลย ถึงจะโตขึ้นแต่ยังคงเป็นคนช่างสังเกต ช่างซักถาม ใช้ชีวิตเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวเหมือนเมื่อก่อนเลย น่ารัก! แจบอมอยากเก็บความน่ารักนี้ไว้กับตัวเอง เก็บไว้ไม่ให้ใครได้เห็น เก็บไว้ครอบครองคนเดียว ตอนนี้ถึงเวลารึยังนะ?
“สวยจัง พี่แจบอมว่ามั้ยครับ? ผมไม่เคยเจอหินย้อยที่ไหนวิบวับแหมือนเพชรขนาดนี้มาก่อนเลย”
“ใช่ สวยมากเลย สวยจนอยากครอบครองไว้คนเดียว” ปากพูดแต่สายตาแจบอมไม่ได้มองหินเลย
“ไม่ได้สิครับ!” จินยองพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อยตามอารมณ์ นึกอยากจะตีแจบอมเข้าซักป้าบ
“พี่ครอบครองไว้ไม่ได้นะครับ นี่มันเป็นสมบัติของชาติ ผิดกฎหมายนะ!”
“ไม่ๆ พี่แค่พูดเปรียบเทียบไงว่ามันสวยมากๆ”
“ก็แล้วไปครับ” เกือบไปแล้วแจบอม! ก่อนจะโดนจินยองโกรธเห็นทีว่าแจบอมคงต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว
“จินยอง...จำพี่ไม่ได้จริงๆน่ะหรอ”
“ฮื้อ จำได้? หมายความว่ายังไงครับ”
“เมื่อสิบปีก่อน เราเคยเจอกันแล้วนะ” แจบอมยิ้มเอ็นดูให้กับความงงงวยที่ปรากฏบนใบหน้าของจินยอง
“โหตั้งสิบปี ผมจำไม่ได้หรอกครับพี่ ถ้าผมไม่ได้เจอพี่บ่อยๆก็ยิ่งแล้วใหญ่เลย ลืมแน่ๆ”
“ถ้างั้น เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง” แจบอมยกมือขึ้นแตะที่ศีรษะของจินยองจากนั้นก็เกิดแสงสว่างขึ้น สว่างจ้าจนจินยองต้องหลับตา แล้วจากนั้นจินยองก็หมดสติไป! แจบอมอุ้มจินยองกลับมายังเต็นท์ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องทวงคนรักของเขาคืน!
“แฮ่กๆๆๆ หยุดก่อนๆ พี่หยุดก่อน” จินยองหอบหายใจเหนื่อยหลังจากที่วิ่งตามแจบอมมานาน
“หยุดไม่ได้นะ เดี๋ยวมันตามมาทัน ไปเร็ว”
“แฮ่ก มันตามมาไม่ทันแล้วแหละ พักก่อน ผมเหนื่อย”
“ถ้างั้นเข้าไปหลบในนั้นก่อนแล้วกัน” แจบอมชี้ไปที่โกดังเก็บสินค้าเก่าๆหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่คนใช้มานานมากแล้ว จากนั้นทั้งสองคนก็ลอดผ่านโซ่ที่คล้องกุญแจไว้เข้าไปได้อย่างง่ายดาย แจบอมวัยสิบแปดปีกับจินยองวัยสิบเจ็ดปีนั้นเป็นเพียงวัยรุ่นตัวเล็กๆที่เพิ่งจะวิ่งหนีพวกนักเลงกล้ามโตหลังจากที่นึกลองดีไปขโมยเงินพวกมันมาโปรยแจกคนในตลาดจนเกิดความโกลาหลขึ้น จินยองทนไม่ได้ที่เห็นชาวบ้านเป็นทุกข์เพราะโดนทวงหนี้ไม่เว้นแต่ละวันจึงทำลงไปโดนไม่ทันคิดว่าตัวเองก็จะเดือดร้อนด้วยเหมือนกัน แจบอมอยู่ในเหตุการณ์พอดีจึงช่วยจินยองหนีทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ถูกล่อลวงด้วยความน่ารักตั้งแต่แรกเจอเลย
“ทำไมพี่ช่วยผมอ่ะ เราไม่รู้จักกันซักหน่อย” หายเหนื่อยแล้วจินยองก็ยิงคำถามใส่แจบอมทันที เป็นคำถามที่แจบอมก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน
“เอ่อ...ก็แค่อยากช่วยเฉยๆอ่ะ”
“ไม่สิ ต้องมีเหตุผลอื่น พี่จะมาอยากช่วยคนแปลกหน้าทำไม”
“อ่า...ก็...” ลองพูดออกไปคงไม่เสียหายมั้ง
“ก็เห็นนายวิ่งหนีคนพวกนั้น แล้วนายก็เหมือนๆจะถูกจับแล้ว แล้วก็นายน่ารักด้วย ก็เลยช่วย”
“ห๊ะ! โห่! เหตุผลพี่โคตรฟังไม่ขึ้นเลยว่ะ”
แจบอมได้แต่ยิ้มแหยส่งไปให้จินยอง แค่ทำเพราะอยากรู้จักอยากอยู่ใกล้ๆไม่ได้หรอจินยอง?
“พี่ชื่ออะไร”
“แจบอม”
“ผมจินยองนะ ขอบคุณมากที่ช่วยผมไว้”
“อะ...อื้อ” คนน่ารักๆก็ต้องชื่อน่ารักสิเนอะ จินยอง จะไม่ลืมชื่อนี้เลยให้ตายเถอะ น่ารักว่ะ!
“แล้วนี่พี่อยู่แถวนี้หรอ ทำไมผมไม่เคยเห็นหน้า”
“เปล่า ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก แค่มาทำธุระกับพ่อ”
“อ้าว งั้นพี่รีบไปหาพ่อพี่เถอะ เดี๋ยวจะเป็นห่วงนะ”
“เฮ้ย ไม่เป็นไรๆ อยู่ได้อีกซักพักแหละ พ่อทำธุระนาน”
“อ๋อ” แจบอมยังไม่อยากไปไหนเลย อยากอยู่ตรงนี้นานอีกหน่อย อยากได้กลิ่นจินยอง อยากอยู่ใกล้จินยองต่ออีกซักพัก
“พี่อายุเท่าไหร่อ่ะ”
“สิบแปด”
“เฮ้ย งั้นก็ห่างจากผมแค่ปีเดียวเองอ่ะดิ ผมสิบเจ็ด”
“งั้นจินยองก็อยู่ม.ห้าอ่ะดิ เรียนโรงเรียนแถวนี้รึเปล่า”
“ใช่ๆ ผมอยู่โรงเรียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตลาดอ่ะ”
“อ้าว พี่ก็กำลังจะย้ายมาพอดีเลย”
“เฮ้ย จริงดิ โลกกลมว่ะพี่ ฮ่าๆ”
“ฮ่าๆ ดีเลยรู้จักจินยองแล้ว ไม่เหงาแล้ว”
“แล้วพี่นึกยังไงถึงย้ายตอนม.หกอ่ะ ปีเดียวเอง”
“ย้ายตามพ่อมาอ่ะ พ่อเปลี่ยนที่ทำงานกระทันหัน”
“อ๋อ งั้นเดี๋ยวเราเจอกันที่โรงเรียนนะพี่ เราออกไปกันเถอะ พวกมันคงไปแล้วแหละ”
“อ่า...โอเค” เสียดายจัง
“ไว้เจอกันพี่ บ๊ายบาย” จินยองโบกมือให้แจบอมแล้วก็รีบวิ่งหายไปในฝูงผู้คนในตลาด ทิ้งแจบอมให้ยืนยิ้มค้างฝันหวานอยู่คนเดียว
หลังจากการเจอกันครั้งแรกของแจบอมกับจินยองผ่านไปไม่นานทั้งคู่ก็ได้กลับมาพบกันอีก แจบอมนักเรียนใหม่ค้นพบว่าจินยองที่เขาเพิ่งจะรู้จักนั้นเป็นเด็กเรียนดี ฉลาด แถมยังป๊อบปูล่ามากเสียด้วย สาวๆล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด แต่ถึงยังไงแจบอมก็จองจินยองไว้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว จินยองต้องเป็นของแจบอมคนเดียวเท่านั้น!
แจบอมตีสนิทกับจินยองโดยอ้างว่าไม่มีเพื่อนเลยเพราะเพิ่งจะย้ายโรงเรียนมายิ่งทำให้จินยองสงสารและคอยไปไหนมาไหนกับแจบอมตลอด แจบอมค่อยๆรู้จักจินยองทีละนิดทีละหน่อย ความรู้สึกต่อจินยองก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นจากชอบกลายเป็นรัก อยากดูแล อยากทะนุถนอม และอยากครอบครอง จินยองเองจากที่แค่สงสารก็กลายเป็นขาดแจบอมไม่ได้ แจบอมกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของจินยองไปแล้ว ความรักเกิดขึ้นเงียบๆระหว่างคนสองคน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีต่อกัน ความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างช้าๆแต่ทว่าเอ่อล้นอยู่ในหัวใจของคนทั้งคู่ และในวันที่แจบอมต้องจากจินยองไปไกลแสนไกลก็มาถึงจนได้...
แจบอมกำลังจะมีอายุครบสิบเก้าปี พ่อบอกกับเขาว่ามีบางอย่างในตัวเขาที่ไม่เหมือนคนอื่นและมันกำลังจะปะทุออกมาจากจิตวิญญาณของเขา แจบอมไม่เข้าใจจนกระทั่งในคืนวันเกิดของเขา อยู่ๆแจบอมก็เกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ร้อนรนโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แจบอมรู้สึกทรมานขึ้นในทุกๆครั้งที่เขาหายเข้าออก เหมือนร่างกายของเขามีหนามแหลมคมอยู่เต็มร่างกายและมันกำลังจะพุ่งออกมาจากทุกที่ ร่างกายแจบอมกำลังจะระเบิด น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด จินยอง จินยองอยู่ไหน ช่วยด้วย!
แขนและขาของแจบอมเต็มไปด้วยขนสีเทายาว มือและเท้าก็เปลี่ยนไป ความทรมานของแจบอมกำลังดำเนินมาถึงจุดสูงสุด แจบอมกำลังจะตาย! เขาคิดแบบนั้น ร่างกายของเขามันแปลกไป แปลกไปมาก ไม่เหมือนเดิมเลยซักนิด ตอนนี้แจบอมไม่รู้สึกทรมานแล้วแต่ร่างกายของเขาไม่เหมือนเดิม แจบอมหย่อนขาลงจากเตียง เขาพบว่าเขายืนด้วยขาของตัวเองไม่ได้อีกต่อ ต้องใช้มือทั้งสองข้างช่วย แจบอมคลานไปที่ตู้เสื้อผ้าที่เปิดอ้าไว้ เขาเดินไปใกล้บานกระจกแล้วก็ได้แต่ร้องตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ใช่! แจบอมเป็นหมาป่า...
เช้าขึ้นแจบอมพบว่าเจ้าหมาป่าตัวใหญ่นั้นหายไปแล้วเหลือเพียงเขาคนเดียวในห้องนอนที่ไม่มีเสื้อผ้าซักชิ้นติดตัว เสียงเคาะประตูเรียกจากพ่อดังขึ้น แจบอมรีบใส่กางเกงก่อนจะหมุนลูกบิดให้พ่อเข้ามาในห้อง แจบอมต้องการคำอธิบายเรื่องนี้และแน่นอน พ่อน่าจะเป็นคนที่ตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด พ่อของแจบอมบอกว่าจริงๆแล้วพวกเราเป็นมนุษย์หมาเผ่าพันธุ์สุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ และเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ตัวเองเอาไว้พวกเขาจึงต้องหลบซ่อนตัว นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมครอบครัวของแจบอมจึงต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆ แต่ต่อไปนี้ไม่จำเป็นอีกแล้วเพราะพ่อของแจบอมเพิ่งจะพบกับวิธีที่จะหลบซ่อนตัวได้ดียิ่งกว่าการย้ายที่อยู่ นั่นคือการฝึกจิตให้มีพลังเหนือสรรพสัตว์ทั้งปวง การฝึกจิตต้องทำทุกวันห้ามขาดและที่ที่ดีที่สุดในการฝึกจิตคือโบสถ์คริสต์ในป่าลึกซึ่งมีคุณพ่อนักบวชคนหนึ่งเป็นผู้ดูแลและแจบอมจะต้องไปฝึกจิตกับคุณพ่อและอยู่ที่นั่นจนกว่าจะมีพลังมากพอ
หลังจากหายหน้าไปหลายวันแจบอมมาหาจินยองที่บ้าน คราบน้ำตาที่เปื้อนใบหน้าแสนน่ารักที่แจบอมหลงไหลทำให้แจบอมนึกโกรธตัวเอง จินยองร้องไห้เพราะเขา คนที่สดใสร่าเริงอย่างจินยองต้องมาเสียใจเพราะเขา แจบอมบอกกับตัวเองว่าเขาจะต้องฝึกจิตให้เร็วที่สุดเพื่อกลับมาดูแลรอยยิ้มของจินยอง แต่เขาเองก็กลัวเหลือเกินว่าจินยองจะหลงลืมเขาเมื่อเวลาผ่านไป
“จินยอง...พรุ่งนี้พี่ต้องไปแล้วนะ”
“ไปไหน พี่แจบอมจะไปไหน ไม่เอา ไม่ให้ไป” จินยองเบะปากทำท่าจะร้องไห้อีกครั้ง
“ฟังก่อนนะครับจินยอง พี่แค่ไปเรียนไม่ได้หายไปไหนนะ เรายังติดต่อกันได้อยู่”
“พี่จะย้ายบ้านอีกหรอ”
“พี่แค่ย้ายไปอยู่ใกล้ๆมหา’ลัยแค่นั้นเอง ไม่ได้หนีไปไหน”
“แน่นะ วันหยุดพี่ต้องกลับมาหาผมนะ” จินยองพูดจบก็ซบลงตรงอกของแจบอมอย่างออดอ้อน
“ได้เลย เดี๋ยวจะกลับมาทุกอาทิตย์เลย ดีมั้ยครับ”
“พี่แจบอม...ผมรักพี่นะ” จินยองเงยหน้าขึ้นสบตาแจบอม ถึงแม้ว่าแจบอมจะยังไม่รู้ว่าเขาจะได้กลับมาหาจินยองเมื่อไหร่แต่เขาจะไม่ยอมแพ้
“พี่ก็รักเรานะจินยอง มากอดหน่อยมา” จินยองสวมกอดแจบอมอย่างว่าง่ายทั้งๆที่ปกติจะหวงเนื้อหวงตัว มือของแจบอมลูบไปตามเรือนผมของจินยองอย่างปลอบประโลม จินยองจะเป็นยังไงถ้าเขาไปแล้ว จะอยู่ได้มั้ย ตอนกลางวันจะไปกินข้าวกับใคร เลิกเรียนใครจะเดินมาส่งที่บ้าน เฮ้อ!
“อื้อ!” ริมฝีปากของแจบอมถูกจินยองขโมยจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว! พอถอนจูบออกจินยองก็เอาแต่มองแจบอมตาแป๋ว
“จินยอง...”
“พี่กำลังจะย้ายไปแล้วอ่ะ เราจะไม่ได้เจอกันทุกวันแล้วนะ คืนนี้พี่อยู่กับผมนะ”
“ปกติไม่ให้พี่อยู่ด้วยสองต่อสองไม่ใช่หรอ ทำไมวันนี้ยอมล่ะ จะยั่วพี่หรอ” แจบอมยิ้มเอ็นดูกับความน่ารักของจินยอง บทจะอ้อนก็อ้อนซะเขาไปไม่เป็นเลย
“ก็วันนี้มันไม่เหมือนกันไง นะ...คืนนี้อยู่กับผมนะ”
“อ่า...โอเค”
“งั้นเดียวผมพาไปห้องนอนผม”
“เฮ้ย! เดี๋ยวสิ จะนอนแล้วหรอ เพิ่งสามทุ่มเอง”
“นอนดิ ปกติผมนอนเร็วนะ” แจบอมไม่ทันเห็นว่าจินยองไขว้นิ้วขอใช้สิทธิ์พูดโกหกอยู่ด้านหลัง
“อ่า...ไปก็ไป” แจบอมเกาหัวแกร็กๆ ปกติจินยองไม่เป็นแบบนี้นี่นา หวงพื้นที่ส่วนตัวจะตายไป
“นี่ครับห้องผม” แจบอมได้แต่ตกตะลึง ในห้องจินยองมีแต่รูปที่ถ่ายด้วยกันอยู่เต็มไปหมด ห้องแห่งความทรงจำระหว่างเขาสองคน ไม่มีคำไหนจะเหมาะกับจินยองมากไปกว่าคำว่าน่ารักอีกแล้ว สิ่งที่จินยองทำทุกอย่างมันน่ารักไปหมด แจบอมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจินยองเป็นเพียงคนเดียวที่เขาคิดถึง ความน่ารักของจินยองไม่มีที่สิ้นสุดเลยจริงๆ
“ขอบคุณนะครับจินยอง” แจบอมรวบเอาคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดแน่น
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมรักพี่นี่นา ผมทำให้พี่ได้ทุกอย่างแหละ”
“น่ารักจัง” จินยองคลายกอดแล้วสบตาแจบอม แววตาจินยองเต็มไปด้วยความรักโดยที่แจบอมเองก็สัมผัสได้
“ผมทำให้พี่ได้มากกว่านี้อีกนะ มานี่สิครับ” จินยองจูงมือแจบอมไปที่เตียงจากนั้นดันให้แจบอมนอนลงแล้วจินยองก็นั่งคร่อมตรงกลางลำตัวของแจบอม
“ทะ...ทำอะไรน่ะจินยอง”
“พี่จะไปแล้ว พี่จะ...ไม่ทำอะไรผมหน่อยหรอครับ”
“อะ...อะไร มะ...หมายถึงอะไร” แจบอมถามเสียงสั่น ไม่ใช่ไม่กล้า ไม่ใช่ไม่อยากได้ แต่แจบอมกลัวจะทำจินยองเจ็บต่างหาก
“ถ้าพี่ไม่ทำ ผมจะทำเอง” จินยองโน้มตัวลงไปหาแจบอม ไม่ไหวแล้ว...จินยองไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป จินยองอยากให้แจบอมเป็นคนแรก คนเดียว และคนสุดท้ายที่จะได้เข้ามาค้นหาความหอมหวานในตัวของจินยอง ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว
มือเล็กนุ่มนิ่มของจินยองประคองใบหน้าของคนใต้อาณัติให้มองสบตาก่อนจะใช้ริมฝีปากร้อนค่อยๆสัมผัสกับกลีบปากแดงที่จินยองเฝ้าอยากจะครอบครองมานาน แจบอมไม่เคยรู้เลยว่าจินยองเองก็อยากจะเป็นของเขาเต็มแก่แล้วเพียงแค่รอให้แจบอมเป็นคนเริ่มเท่านั้น แต่จนแล้วจนรอดแจบอมก็ยังคงเป็นสุภาพบุรุษเสมอมาจนถึงตอนนี้
“อืมมมม...” แจบอมครางอย่างถูกใจแต่ก็ยังคงเก็บอารมณ์กำหนัดของตัวเองไว้ แต่จินยองไม่ยอมแพ้หรอก!
เสื้อยืดสีดำของแจบอมถูกกำจัดออกไปด้วยน้ำมือของจินยอง ยอดอกสีเดียวกับช็อกโกแลตตั้งชูชันจนจินยองอดที่จะตวัดเรียวลิ้นลงไปหยอกล้อด้วยไม่ได้ สองมือของจินยองยังไม่หยุดแค่เสื้อแต่ตอนนี้กางเกงทั้งชั้นนอกชั้นในของแจบอมถูกถอดโยนออกไปไกลแล้ว ความวาบหวามมากมายพุ่งเข้าใส่แจบอมอย่างจังจนทนไม่ไหวอีกต่อไป ถ้าจินยองเชื้อเชิญเขาขนาดนี้ก็ต้องสนองความอยากให้สาสม
แจบอมไม่ยอมเปลือยอยู่คนเดียวหรอก ถึงเวลาแล้วที่เขาจะเป็นคนควบคุมทุกอย่างตามพายุอารมณ์ของตัวเองซักที สะโพกอวบอัดของจินยองถูกยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถูกวางลงเบาๆบนเตียงนอน แจบอมจะทำให้จินยองได้รู้ว่าความสุขของจริงมันเป็นยังไง
มือใหญ่ของแจบอมกระชากกางเกงขาสั้นของจินยองออกอย่างง่ายดาย ปากเย็นๆก็ก้มลงไปจู่โจมแล้วส่งลิ้นร้อนเข้าไปทักทาย จินยองเหลือบไปเห็นเจ้าหนูของแจบอมที่ตอนนี้กลายร่างเป็นมังกรพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอ เขินตอนนี้ทันมั้ยนะ?
“อืมมมมมมมม...” ปฏิเสธไม่ได้ว่าแจบอมใช้ลิ้นได้เก่งกว่าจินยองอยู่มาก แจบอมค่อยๆลดศีรษะต่ำลงมาปรนเปรอยอดอกของจินยองบ้าง
“ฮื่อ...พี่แจบอมมมม” จินยองหลับตาพริ้มรับความสุขสมที่คนรักมอบให้อย่างไม่ขวยเขินอีกต่อไป ศีรษะของแจบอมต่ำลงไปหยุดตรงกลางลำตัวของจินยอง มือข้างหนึ่งก็รวบความบริสุทธิ์ของจินยองให้ตั้งตรงแล้วบรรจงลิ้นเรียวเลียวนอยู่ตรงส่วนหัว
“พะ...พี่แจบอม อึก!” มือเล็กของจินยองจิกเบาๆลงไปที่กลุ่มผมนุ่มของแจบอมที่ตอนนี้กำลังขยับผลุบขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ความเสียวซ่านเพิ่มขึ้นทีละนิดจนจินยองเผลอออกแรงขยำผมของแจบอมแรงขึ้น แจบอมยิ่งขยับขึ้นลงเร็วขึ้นล้อเล่นกับส่วนอ่อนไหวของจินยองรุนแรงขึ้นจนได้ยินเสียงครางเสียงดังฟังชัดพร้อมกับสะโพกมนของจินยองที่เผลอขยับเข้าป้อนให้แจบอมได้ลิ้มรสมากขึ้นกว่าเดิม
“อืออออ...พี่แจบอม” จินยองครางเรียกชื่อแจบอมที่ถอนริมฝีปากออกทั้งๆที่ลาวาใกล้จะปะทุออกมาแล้ว
“เป็นของพี่นะ...จินยอง” แจบอมกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูของจินยองจนเจ้าตัวขนลุกซู่เสียวซ่านไปทั้งร่างกาย จินยองพยักหน้าตอบรับพร้อมกับส่งสายตาหวานเยิ้มไปให้คนตัวโตที่กำลังจะปฏิบัติภาระกิจถัดไป
จินยองแทบคลั่งเมื่อนิ้วเรียวของแจบอมพยายามจะสอดแทรกเข้ามาทางช่องทางด้านหลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น ร่างกายอันแสนบริสุทธิ์ที่ไม่เคยถูกแตะต้องเลยก็จะถูกกินยากซักหน่อย แจบอมก้มลงมาดูดดึงริมฝีปากสีแดงสดของจินยองเพื่อปลุกเร้าและปลอบประโลมในคราวเดียวกัน จินยองต้องผ่อนคลายกว่านี้ ต้องคลายกว่านี้อีกนิดจินยอง...
พยายามอยู่ซักพักร่างกายของจินยองก็เปิดรับแจบอมมากขึ้น จากตอนแรกที่รู้สึกจุกและคับแน่นก็แปรเปลี่ยนเป็นวาบหวามเสียวซ่าน นิ้วเรียวขยับเข้าออกอย่างเอาแต่ใจจากหนึ่งเพิ่มเป็นสองและสามในเวลาต่อมา เสียงครางแหบพร่าของจินยองดังขึ้นเป็นพักๆอย่างสุขสม แจบอมถอนนิ้วออกแล้วบดเบียดเจ้าหนูของเขาเข้าไปหยอกเย้าแทน
“อย่าแกล้งกันซิ...พี่แจบอม” คนน่ารักใต้ร่างแจบอมกำลังจะคลั่งเพราะแจบอมไม่ยอมจัดการเขาซักที แจบอมยิ้มเอ็นดูคนตัวเล็กที่กำลังแสดงท่าทางยั่วยวนอย่างไม่รู้ตัว จินยองของเขาเซ็กซี่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มือหนารูดรั้งมังกรตัวเขื่องให้พร้อมใช้งานอีกมือนึงก็ชักนำส่วนอ่อนไหวของคนตัวเล็กจนครางเสียงอ่อนหวาน แจบอมจรดหัวบานฉ่ำจ่อไปที่ปากทางรักของจินยอง ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อความใหญ่โตทั้งหมดอยู่ในตัวเขาเรียบร้อยแล้ว ความเจ็บแสบกลับมาอีกหนจนจินยองเผลอจิกเล็บลงไปที่หลังของแจบอม
“ฮื่อ...จะ...เจ็บ”
“ชู่ววววว” แจบอมกระซิบเสียงสั่น ตอนนี้แจบอมหยุดไม่ได้แล้วมีแต่จะต้องเดินหน้าต่อเท่านั้น แท่งร้อนใหญ่เสียบคาอยู่นานกว่าจินยองจะผ่อนคลายจนเป็นฝ่ายขยับสะโพกเสียเอง ความเย้ายวนของจินยองทำให้แจบอมต้องเร่งขยับสะโพกตามจินยองให้ทัน แก่นกายใหญ่โตสอดใส่เข้าออกอย่างหนักหน่วง ทั้งสองหอบหายใจถี่ไปกับแรงอารมณ์พลุ่งพล่านที่ต่างฝ่ายก็ต่างถามโถมใส่กันไม่ยั้ง
“อาาาา...จินยองงงงง” แจบอมใกล้จะถึงจุดสูงสุด เขาอยากจะปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในตัวออกมาแล้ว แจบอมเร่งจังหวะเข้าออกให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจนจินยองแทบจะขาดใจ ที่ผ่านมาแจบอมคงจะอดทนมากสินะ จินยองเด้งสะโพกอวบอัดสวนแรงกระแทกกระทั้นจากแจบอมจนส่วนร้อนแรงเข้าไปได้ลึกจนสุดทาง ต่างฝ่ายต่างเน้นย้ำจังหวะความสัมพันธ์ให้แก่กันอย่างเสียวกระสันครั้งแล้วครั้งเล่า
“ซี๊ดดดดด...” แจบอมแทบจะเป็นบ้าเมื่อช่องทางรักของจินยองบีบตอดรัดเร็วรัวและรุนแรง จินยองกำลังจะถึงจุดสูงสุดแล้ว แจบอมเอนกายลงไปทาบทับจินยองมากขึ้นในขณะที่สะโพกก็ยังขยับเข้าออกอย่างเร็วแรง เมื่อร่างกายของแจบอมสัมผัสกับร่างกายนุ่มนิ่มของจินยองก็ยิ่งเพิ่มอารมณ์ความต้องการให้สูงถึงขีดสุด เสียงครางแหบทุ้มดังระงมไปทั่วห้องจนในที่สุดร่างกายทั้งสองก็ไม่อาจอดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป ของเหลวขุ่นคลั่กถูกปลดปล่อยออกมาจากคนทั้งคู่ทะลักเปรอะเปื้อนเต็มที่นอนไปหมด
แจบอมทาบทับร่างกายลงบนเรือนร่างอ่อนปวกเปียกของจินยองพร้อมกับหอบหายใจแฮ่ก ความสุขราวกับได้ขึ้นสวรรค์ได้ผ่านไปแล้ว ความกังวลเกิดขึ้นอยู่ภายในใจของแจบอมแต่เพียงผู้เดียว อีกนานมั้ยนะกว่าเขาจะได้กลับมาหาคนรักอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจินยองยังจะรักเขาอยู่มั้ย จินยองจะให้อภัยเขารึเปล่า จินยองจะรับได้รึเปล่าที่เขาไม่ใช่...มนุษย์
“เฮือก!” จินยองสะดุ้งเฮือกใหญ่ ตาเบิกโพลงก่อนจะหลับตาหลบแสงสว่างสีขาวจ้าเบื้องหน้า เมื่อกี้นี้มันฝันบ้าอะไรกัน! ทำไมเขากับแจบอมถึงได้...
“พี่จินยองฟื้นแล้วหรอครับ!” ยูคยอมตะโกนขึ้นด้วยความดีใจ
“ที่นี่คือโรงพยาบาลหรอ แล้วเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมพี่ถึงมาอยู่นี่ได้ แค่กๆ!”
“ใจเย็นๆนะครับ ดื่มน้ำก่อน” ยูคยอมประคองจินยองนั่งแล้วจึงส่งแก้วน้ำให้
“ผมกับแบมไปปลุกพี่ในเต็นท์ตั้งนานแต่พี่ไม่ยอมตื่น พวกเรากังวลกันมากเลยครับ ไม่รู้จะทำยังไงก็เลยช่วยกันพาพี่มาที่นี่ โชคดีนะเนี่ยที่อึยอุงขับรถเป็น”
หลับแล้วไม่ตื่นอย่างนั้นหรอ? แต่เมื่อคืนจินยองจำได้ว่าอยู่กับชาวบ้านที่บังเอิญเจอในป่าที่ชื่อแจบอมนี่นาแล้วทำไมถึงไปนอนหลับอยู่ในเต็นท์ได้
“แล้วเจอคนอื่นมั้ย ที่ไม่ใช่พวกเรา”
“ในป่านั้นไม่มีใครนะครับ พี่จินยองเจอใครหรอ”
“อ่อ มะ...ไม่มีหรอก” หรือว่าจินยองหมดสติไปแล้วแจบอมพาเขามาส่งที่พักแล้วก็กลับหมู่บ้านไปแล้ว ใช่!ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ พวกเด็กๆก็เลยไม่ทันได้เจอแจบอม เฮ้อ!สรุปว่าทริปสำรวจน้ำตากครั้งนี้ก็ล่มไม่เป็นท่าเพราะเขาแท้ๆ
ร่างกำยำของใครบางคนปรากฏตัวที่หน้าประตูห้องพักคนไข้ของจินยอง เขาเฝ้าคอยจินยองให้ฟื้นจากการทบทวนความทรงจำเพื่อให้จินยองจำเขาได้เสียที แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น...นอกจากจะจำไม่ได้แล้ว จินยองยังเอาความทรงจำเกี่ยวกับตัวเขาไปซ่อนอยู่ลึกที่สุดจนยากที่การกระตุ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจะจำได้ เห็นทีว่าเขาจะต้องออกแรงอีกรอบซะแล้ว เจอกันที่บ้านนะ...จินยอง
--------------------------------
ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านจนจบนะคะ -/\-
#ficBNyoungOT <<ขอใช้เป็นแฮชแท็กลงลิ้งค์แต่งฟิคแบบover time ของเรานะคะ(เป็นฟิคที่แต่งนอกเหนือจากเรื่องที่ตั้งใจลงในเด็กดีค่ะ แน่นอนว่ามัน18+เลยลงเด็กดีไม่ได้ ฮื่อ -//////-)
ปล. คำไหนพิมพ์ผิดหรือใช้ผิดยังไงขออภัยนะคะ -/\-














